เที่ยว Oslo ประเทศนอร์เวย์ 🇳🇴
เมืองหลวงสุดชิคแห่ง Scandinavia ที่เต็มไปด้วยดีไซน์ คาเฟ่ และวิถีชีวิตเรียบง่าย

หลายคนอาจมองว่า Oslo เป็นแค่ “เมืองทางผ่าน” ก่อนออกไปเที่ยวนอร์เวย์สายธรรมชาติ แต่จริงๆ แล้ว เมืองหลวงเล็กๆ ริมฟยอร์ดแห่งนี้ กลับเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่แตกต่างจากเมืองยุโรปอื่นมาก
Oslo ไม่ได้หวือหวา ไม่มีแลนด์มาร์กใหญ่อลังการทุกมุมเมือง แต่สิ่งที่ทำให้ที่นี่น่าสนใจ คือการออกแบบเมืองที่เรียบง่าย สงบ และน่าอยู่มากทั้ง architecture สไตล์ Scandinavian พิพิธภัณฑ์ modern design คาเฟ่ minimal พื้นที่สาธารณะริมทะเล รวมถึงวิถีชีวิตของผู้คนที่ดู balance และไม่เร่งรีบ
แม้จะมีเวลาแค่ 1 วัน ก็ยังสามารถสัมผัสเสน่ห์ของ Scandinavian City Life ได้แบบเต็มๆ
เที่ยว Oslo ช่วงไหนดี?
✨ พฤษภาคม – กันยายน
อากาศดีที่สุด เดินเมืองสนุก daylight ยาว และ outdoor vibes ดีมาก
✨ ธันวาคม – กุมภาพันธ์
ได้ฟีล winter Scandinavia โรแมนติกและ cozy มาก
สำรวจเมืองหลวงแห่ง Scandinavian Design และ Urban Lifestyle
📍Oslo Opera House
Architecture Landmark หนึ่งในอาคารที่ iconic ที่สุดของ Oslo

Oslo Opera House ถูกออกแบบให้ดูเหมือนภูเขาน้ำแข็งสีขาวที่ลอยอยู่ริมฟยอร์ด แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าความสวย คือแนวคิดของการออกแบบ ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่โรงอุปรากรแต่เป็น public space ที่ทุกคนสามารถเดินขึ้นไปบนหลังคา นั่งเล่น หรือชมวิวเมืองได้อย่างอิสระ
มันสะท้อนแนวคิด Scandinavian design ได้ชัดมาก ทั้งเรื่องความเรียบง่าย ฟังก์ชัน และการออกแบบพื้นที่ให้คนใช้ชีวิตร่วมกัน

วิวด้านบนสามารถมองเห็นทั้ง Oslo Fjord อาคาร modern skyline และท่าเรือของเมือง


🚶 การเดินทาง เดินจาก Oslo Central Station ประมาณ 5–7 นาที
💡 แนะนำ: ช่วงเช้าและเย็นแสงสวยมาก เหมาะกับการเดินเล่นและถ่ายรูป


📍MUNCH Museum
Modern Art & Scandinavian Architecture ริมทะเล

อีกหนึ่งอาคารที่โดดเด่นมากของ Oslo พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นที่จัดแสดงผลงานของ Edvard Munch ศิลปินเจ้าของภาพ “The Scream” แต่แม้จะไม่ได้เป็นสาย art ก็ควรแวะมา เพราะตัวอาคารสวยมาก
ตัวตึกสูงสีเทาริมน้ำถูกออกแบบให้ดู modern แต่ยังเข้ากับ landscape ของเมืองได้อย่างลงตัว

ภายในรวบรวมทั้งนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย ภาพถ่าย ศิลปะจัดวาง ไปจนถึงจุดชมวิวบนดาดฟ้า



ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งใน cultural space ที่สะท้อนความ modern ของ Oslo ได้ชัดที่สุด
🚶 การเดินทาง เดินจาก Opera House ประมาณ 5 นาที
🎫 ค่าเข้า ประมาณ 180 NOK
📍Barcode Project
ย่าน modern architecture ที่เปลี่ยนภาพจำของ Oslo
ถ้าใครชอบ architecture หรือ urban design น่าจะชอบย่านนี้มาก

Barcode Project คือโซนตึก modern ที่เรียงตัวเหมือน barcode ตามชื่อ
กลายเป็นหนึ่งใน skyline สำคัญของ Oslo
สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้อาคารจะดู modern มาก แต่กลับไม่รู้สึกอึดอัด เพราะ Oslo ออกแบบเมืองให้ยังมี
พื้นที่ทางเดินสะดวกสบาย

ทางจักรยาน

มุมพักผ่อน

วิวทะเล

อยู่ร่วมกับ urban area ได้อย่างลงตัว ย่านนี้ยังเต็มไปด้วย
office design สวยๆ

café ชิคๆ บรรยากาศดี

วิถีชีวิตผู้คน local ที่ใช้ชีวิตกันแบบเรียบง่าย

🚶 การเดินทาง อยู่ติด Oslo Central Station เดินถึงได้ง่ายมาก
💡 เหมาะกับ: สายถ่ายรูป architecture และ street photography
📍Deichman Bjørvika Library
ห้องสมุดที่สะท้อน Scandinavian Lifestyle ได้ดีที่สุด

นี่อาจเป็นหนึ่งใน "ห้องสมุดที่สวยที่สุด" ของ Oslo แต่สิ่งที่น่าสนใจจริง ๆ ไม่ใช่แค่ดีไซน์ของอาคาร หากเป็นวิธีที่คนเมืองนี้ใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ด้านในเต็มไปด้วยมุมอ่านหนังสือ มุมครอบครัว มุมทำงาน และมุมร้านกาแฟ ทั้งยังชมวิวเมืองแบบพาโนรามาได้อีกด้วย




บรรยากาศเงียบ สงบ และอบอุ่นมาก เป็นสถานที่ที่ทำให้รู้สึกว่า Scandinavian lifestyle ไม่ได้เป็นแค่เรื่อง design แต่คือคุณภาพชีวิตและความใส่ใจในการออกแบบเมืองให้ผู้คนจริงๆ
🚶 การเดินทาง อยู่ใกล้ Opera House เดินประมาณ 3–5 นาที
🎫 เข้าฟรี
📍Aker Brygge & Tjuvholmen
Waterfront Lifestyle ของคน Oslo ย่านริมทะเลที่เต็มไปด้วย Scandinavian city vibes



ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ทำให้เห็นว่า Oslo เป็นเมืองที่ “คนออกมาใช้ชีวิตข้างนอก” เยอะมาก ทั้งนั่งริมฟยอร์ด เดินเล่น กินกาแฟ หรือใช้เวลาเงียบๆ กับวิวทะเล บรรยากาศโดยรวมดู relaxed มาก แม้จะเป็นเมืองหลวง แต่กลับไม่วุ่นวาย
อพาร์ตเมนต์สไตล์โมเดิร์น


Astrup Fearnley Museum (Astrup Fearnley Museet) คือพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเอกชนที่ดังที่สุดแห่งหนึ่งในออสโลครับ ตั้งอยู่ริมน้ำย่าน Tjuvholmen

ร้านอาหารน่านั่งบบรยากาศดี



และช่วง summer คนจะออกมานั่งรับแดดกันเต็มริมทะเล

🚋 การเดินทาง จาก Oslo Central Station นั่ง Tram ประมาณ 10 นาที หรือเดินประมาณ 20–25 นาที
💡 ช่วงเย็นบรรยากาศดีที่สุด
☕ Café Culture ใน Oslo
อีกหนึ่งเสน่ห์ของเมืองนี้คือ culture การดื่มกาแฟ คน Oslo นิยมใช้เวลาตามคาเฟ่นานๆ
ทั้งนั่งทำงาน อ่านหนังสือ หรือพบปะเพื่อนฝูง
คาเฟ่ส่วนใหญ่ตกแต่งสไตล์ Scandinavian minimal เรียบง่าย แสงธรรมชาติสวย และบรรยากาศสงบมาก
💸 ราคากาแฟเฉลี่ย ประมาณ 45–70 NOK



🚆 เดินทางจากสนามบินเข้าเมืองยังไง?
สนามบินหลักคือ Oslo Gardermoen Airport (OSL)
🚄 Flytoget (Airport Express)
ทางเลือกที่สะดวก รวดเร็ว และออกแบบมาเพื่อรับส่งคนไปสนามบินโดยเฉพาะ
- 💸 ราคา: ประมาณ 240 NOK
- ⏱️ เวลาเดินทาง: ประมาณ 20 นาที
- 💡 คำแนะนำ: เหมาะสำหรับคนที่เน้นความสะดวกสบาย มีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ หรือไม่อยากรอรถไฟนาน เพราะรอบรถจะออกถี่กว่า (ทุกๆ 10-20 นาที) และมีพื้นที่วางกระเป๋าเยอะกว่า
- 🔗 เช็กรอบและซื้อตั๋วได้ที่เว็บไซต์ทางการ: flytoget.no
🚆 Vy Train (รถไฟปกติ)
ทางเลือกเข้าเมืองออสโลที่เซฟงบไปได้เยอะ!
- 💸 ราคา: ประมาณ 124 NOK (ถูกกว่ารถไฟด่วนเกือบครึ่ง!)
- ⏱️ เวลาเดินทาง: 23–25 นาที
- 💡 คำแนะนำ: ถ้าไม่ได้รีบมาก แนะนำนั่ง Vy คุ้มกว่าเยอะครับ เพราะใช้เวลาต่างจากรถไฟด่วน (Flytoget) แค่ 3-4 นาทีเท่านั้น แต่ประหยัดเงินไปได้หลักร้อย
- 🔗 เช็กรอบและจองตั๋วได้ที่เว็บทางการ: vy.no หรือโหลดแอป Vy ไว้ในเครื่องเลยก็สะดวกมาก
🎫 Oslo Pass คุ้มไหม?
✅ ถือว่าคุ้มมาก ถ้าแพลนของคุณคือ:
- เข้า Museum หลายแห่ง
- ใช้ Public Transport เยอะ (รถบัส, รถราง, เรือ)
❌ อาจไม่จำเป็น ถ้าเน้นเที่ยวแนว:
- เดินชมเมือง (City walk)
- เสพสถาปัตยกรรม (Architecture)
- สายชิล คาเฟ่ (Slow travel)
- เหตุผล: เพราะจุดเช็กอินหลายแห่งในออสโลสามารถเดินถึงกันได้สบายๆ
🔗 ดูรายละเอียดราคาและสถานที่ที่เข้าร่วมเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ทางการ:
VisitOSLO - Oslo Pass
💸 ค่าอาหารใน Oslo แพงไหม?
Oslo เป็นเมืองที่ค่าครองชีพค่อนข้างสูง
ราคาเฉลี่ย:
- Coffee : 45–70 NOK
- Bakery : 50–100 NOK
- Casual Meal : 180–300 NOK
- Dinner : 300–700 NOK+
💡รู้ไว้ช่วยประหยัด: น้ำประปาที่นอร์เวย์เป็นหนึ่งในน้ำที่สะอาดที่สุดในโลก ดื่มจากก๊อกได้ทันที ไม่ต้องเสียเงินซื้อน้ำขวดที่ราคาแพงตลอดทริป
💳 ใช้เงินสดไหม?
เงินสดแทบไม่จำเป็นเลย เพราะOslo เป็นเมือง cashless มาก ใช้:
- Credit Card
- Apple Pay
- Google Pay
ก็สามารถ กิน เที่ยว ชิลได้ตลอดทั้งวัน
🛡 Oslo ปลอดภัยไหม?
Oslo ถือว่าเป็นเมืองที่ปลอดภัยมากสำหรับนักท่องเที่ยว สามารถเดินคนเดียวได้ค่อนข้างสบาย
ระบบขนส่งดี เป็นระเบียบ และคนเมืองนี้ค่อนข้าง respect personal space มาก เหมาะทั้ง solo traveler และสาย slow travel
Oslo…เมืองที่ไม่ได้ต้อง “เที่ยวเยอะ” แต่ทำให้รู้สึกอยากอยู่ต่อ
เสน่ห์ของ Oslo อาจไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง แต่คือบรรยากาศของเมือง การออกแบบพื้นที่ให้คนใช้ชีวิต และความเรียบง่ายแบบ Scandinavian ที่ทำให้ทุกอย่างดูสบายตาและสบายใจ เป็นเมืองที่ต่อให้ไม่มีแพลนแน่นๆ แค่เดินเล่นริมฟยอร์ด นั่งคาเฟ่ หรือมองผู้คนใช้ชีวิต ก็กลายเป็นวันที่ดีได้แบบง่ายๆ 🇳🇴✨
✈️ บินตรงจากไทยสู่ออสโลกับการบินไทย

อีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยให้การเดินทางไปเที่ยวนอร์เวย์ง่ายและสะดวกมากขึ้น คือเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่ออสโลของการบินไทย ที่ช่วยประหยัดเวลาในการเดินทาง ไม่ต้องเสียเวลาต่อเครื่องหลายรอบ และสามารถเริ่มต้นทริปสแกนดิเนเวียได้อย่างสบายตั้งแต่ก้าวแรก
- เที่ยวบินออกจากกรุงเทพฯ ในช่วงเวลากลางคืน และเดินทางถึงออสโลในช่วงเช้า ช่วยให้วางแผนเที่ยวต่อได้ทันที เหมาะทั้งสำหรับสายเที่ยวเมือง สายธรรมชาติ หรือคนที่มีวันลาพักร้อนไม่มากนัก
- นอกจากนี้ยังมาพร้อมบริการแบบ Full Service ที่ช่วยให้การเดินทางสะดวกสบายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบริการโหลดสัมภาระ การเลือกที่นั่งล่วงหน้า หรือการเลือกอาหารก่อนเดินทาง พร้อมการดูแลจากลูกเรือที่เป็นมิตรและใส่ใจตลอดเส้นทาง
- สำหรับสมาชิก Royal Orchid Plus ยังสามารถเข้าใช้บริการห้องรับรองพิเศษ Royal Orchid Lounge ก่อนออกเดินทาง เพื่อพักผ่อน พร้อมบริการอาหาร เครื่องดื่ม และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่ช่วยเติมความพร้อมก่อนขึ้นเครื่อง
- อีกหนึ่งข้อดีคือสามารถสะสมไมล์ Royal Orchid Plus ได้ตลอดการเดินทาง โดยไมล์สะสมสามารถนำไปแลกรางวัลได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นตั๋วเครื่องบิน ที่พัก แพ็กเกจท่องเที่ยว คูปองร้านอาหาร หรือ Lifestyle Awards ต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าให้ทุกการเดินทาง
💰 ราคาตั๋วเครื่องบิน
ราคาตั๋วไป-กลับโดยประมาณเริ่มต้นที่ 25,000 – 50,000 บาท (ขึ้นอยู่กับฤดูกาล โปรโมชั่น และช่วงจอง)
แนะนำให้จองล่วงหน้าอย่างน้อย 2–3 เดือน เพื่อให้ได้ราคาที่ดีที่สุด
สามารถเข้าเช็คราคาและเที่ยวบินได้ที่เว็บไซต์การบินไทย คลิก Flights to Norway


Readme Team
วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 15.37 น.






