
อุซเบกิสถาน เป็นประเทศในแถบเอเชียกลาง ส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหมโบราณอันโด่งดัง เราเดินทางช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวค่ะ
ซึ่งต้นเดือนพฤศจิกายนจะมีอากาศที่ค่อนข้างแห้ง ลมเย็น เปิดดูอุณหภูมิตอนกลางคืนอยู่ช่วง 6-8 องศา ถ้าเป็นกลางวันจะอุ่นขึ้นมาหน่อย คือช่วง 18-20 องศา
แผนการเดินทาง (Itinerary) : เราแพลนทริปนี้ไว้แบบหลวมๆ ค่ำเมืองไหนนอนเมืองนั้น เริ่มต้นประเทศแรกที่อุซเบกิสถาน นั่งบัสต่อไปคีร์กีซสถาน และนั่งบัสต่อไปปิดทริปที่คาซัคสถานค่ะ

แนะนำโหลด App Yandex Go (สำหรับเรียก Taxi หรือสั่งอาหาร) กับ App 2GIS (แผนที่บอกการเดินทางทั้งรถยนต์ และรถสาธารณะ ใช้ตอนแรกไม่ค่อยถนัดเพราะเสริชภาษาอังกฤษ มันจะแปลออกมาเป็นภาษารัสเซียแทน แต่ใช้แอพนี้ในประเทศนี้จะละเอียดกว่า Google maps ปักหมุดให้ถูกนะคะ)
[ ข้อมูลสำหรับการเดินทาง ]
ภาษา (Languages) : Uzbek , Russian ส่วนภาษาอังกฤษจะใช้ในแหล่งท่องเที่ยวหรือเมืองใหญ่ๆ
วีซ่า (Visa) : สมัครขอ E-Visa อุซเบกิซสถาน ที่นี่ https://e-visa.gov.uz/main
1.กรอกข้อมูล Citizenship , เลือก Entry type แบบ Single entry 20 USD , Double entry 35 USD , Multiply 50 USD
2.เลือก Arrival date กับ Departure date
3.กรอกข้อมูลส่วนตัว กรอกข้อมูลที่พักในอุซเบกิซสถาน
4.(นานที่สุด) ตรงขั้นตอนแนบไฟล์ภาพถ่ายและพาสปอร์ต ต้องปรับภาพให้ได้ขนาด 35x45 mm size , 300 dpi , นามสกุล .jpg เท่านั้น
เราลองใช้บริการปรับภาพของ visafoto.com 1 ใบ (เสริช google ว่า “photo visa uzbe” ก็เจอเลย) ใบละ 250 บาท จ่ายผ่านบัตรเครดิตได้ ใครไม่เก่งปรับภาพลองใช้เงินแก้ปัญหาดูค่ะ
5.Activation แสดงข้อมูลที่กรอกไปก่อนหน้านี้ เมื่อกรอก Email ด้านล่างสุด จะมี Code ส่งไปให้
6.Copy Code ยาวๆที่ได้รับทางเมล์มากรอกแถบ Payment เพื่อจ่ายเงิน
(ขั้นตอนพิจารณาวีซ่า 3 วันทำการ)
สกุลเงิน (Currency) : UZB Sum (1 บาท ประมาณ 368 Sum) ค่าเงินถูกมาก
Time Zone : ช้ากว่าไทย 2 ชม.

ขาไป เราเดินทางกับ Uzbekistan Airways ค่ะ เป็น Direct flight Bangkok ไปยัง Tashkent ตอนเช็คอิน Ground staff ไทยน่ารักมาก ถามให้เลือกที่นั่งก่อนเลย เราเลือกริมหน้าต่าง เพราะ 2-3 ชม.ก่อนเครื่อง Landing จะได้ชมแนวเทือกเขา Pamir และเทือกเขา Hindu kush อย่างเต็มอิ่ม
เส้นทางสายไหมโบราณ หรือ Silk Road ในอดีตมีความสำคัญเรื่องการค้าระหว่างจีน ยุโรปและเอเชียกลาง เมืองที่พาดผ่าน ได้แก่เมืองหลวง Tashkent , Samarkand , Bukhara และ Khiva
เช้ามืดอากาศ 8 องศา วันนี้ตื่นตั้งแต่ตีห้า เพื่อนั่งรถไฟความเร็วสูงจาก Tashkent ไป Samarkand ค่ะ จากที่พักไปสถานีรถไฟใช้เวลา 5 นาทีโดย Taxi ราคา 15000 sum(40 บาท)


Tashkent Railway station มี 3 แห่ง
1.สถานีหลัก Central Railway Station ให้บริการรถไฟความเร็วสูง Afrosiyob ไปยัง Samarkand, Bukhara และ Khiva
2.South Station(ติดกับสนามบิน) ให้บริการรถไฟไปยังเมืองทางตอนใต้และตะวันตกของประเทศ เช่น Termez
3.North Station เป็นสถานีที่ใช้ขนส่งสินค้าเป็นหลัก
จองตั๋วรถไฟความเร็วสูงออนไลน์ที่นี่ www.eticket.railway.uz/en/home ตั๋วรอบเวลาดีๆเต็มเร็วมาก ส่วนเรารอลุ้นจองตั๋วหลุดช่วงใกล้วันเดินทาง ปรากฎว่าโชคดีเจอหลุดมา 2 ที่นั่ง เพราะระบบที่นี่สามารถคืนตั๋วก่อนรถไฟออก 1 ชม. ทำให้เห็นว่าบางรอบรถไฟที่เคยเต็มแล้ว จะมีที่ว่างโผล่มาเรื่อยๆ
และระยะเวลาเดินทางแต่ละรอบรถไฟก็ต่างกัน บางรอบ 2:30 ชม. 3:30 ชม. จนถึง 4 ชม.ก็มีค่ะ

SAMARKAND
เมืองนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเป็นอย่างมาก โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย Unesco ในปี ค.ศ. 2001
จากที่พักเดินไป Registan Square ใช้เวลา 10 นาที มีซุ้มขายกาแฟ เครื่องดื่มตั้งอยู่หลายร้าน ช่วงนี้ตามทางเดินจะเห็นใบไม้ร่วงหล่น ต้นไม้เหลืองอร่ามตลอดสองข้างทาง

ที่นี่คือจุดศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ของเมือง Samarkand ในภาษา Uzbek แปลความหมาย Registan คือทะเลทราย ในยุคก่อนจตุรัสนี้ถูกปกคลุมไปด้วยทราย ต่อมามีการสร้างอาคารทั้งหมด 3 หลังได้แก่ Madrasah of Ulugh Beg , Sher-Dor Madrasah และ Tillya-Kori Madrasah ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนศาสนา ความอลังการของแต่ละอาคารถูกตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสคสีสันสดใส

(Tillya-Kori Madrasah)
อาคารนี้ถูกสร้างหลังสุด โดยสร้างหลังอาคาร Sher-Dor Madrassah ถึง 10 ปี เพื่อความสมบูรณ์แบบในทางสถาปัตยกรรม
Tilla-Kori หมายถึงการปิดทอง ได้จากการตกแต่งลงสีจากทองเป็นหลัก และยังสร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาเยือน



เวลาทำการ : Peak season 7:00 to 00:00 am.
Non-season 08:00 to 8:00 pm.
ราคาตั๋วผู้ใหญ่ 65,000 UZS(177 บาท) เด็ก 35,000 UZS(95 บาท) รับเงินสด และบัตรเครดิต(คิดค่า Service charge fee)
ปล.กรณีจ้างช่างภาพ ต้องเสียเพิ่มอีกนะคะ (ระบุว่า Taking photos and videos of the architectural objects 35,000 UZS)
และในทุกวันช่วง 18:00 น. มีการแสดงที่ชื่อ "The Secret of the Five-Century Bracelet" หรือเรียกว่า FOLKLORE THEATER บริเวณหน้า Registan ให้เราได้ชมพิธีแต่งงานแบบดั้งเดิม การละเล่น การเต้นรำ และบทเพลง พร้อมด้วยการแสดงจากโรงละครหุ่นเชิดพื้นบ้าน

(ด้านหน้า Sher-Dor Madrasah)
อาคารหลังนี้ถูกออกแบบให้สะท้อนภาพของ Madrasah of Ulugh Beg ฝั่งตรงข้ามที่มีอยู่เดิมอย่างสมมาตร แต่ครั้งนึงอาคารเกิดทรุดตัวลง และถูกสร้างขึ้นมาใหม่สูงกว่าเดิม
Sher-Dor มีความหมายว่า “ตกแต่งด้วยเสือ” มาจากภาพวาดเสือโคร่งทองขนาดใหญ่สองตัวแบกดวงอาทิตย์ไว้บนหลังที่กำลังไล่ตามกวางดาวสีขาวประดับประดาทางเข้าซุ้มประตู ต่อมาภาพนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติของอุซเบกิสถาน


(Madrasah of Ulugh Beg)
อาคารหลังแรกของจตุรัส ก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1420 โดยคำสั่งของท่าน Ulugh Beg รัชทายาทแห่งราชวงศ์ Temurids ซึ่งเป็นทั้งนักคณิตศาสตร์และนักดาราศาสตร์
ภายนอกตกแต่งด้วยหอคอยสูงสองมุม ภายในจะเป็นลานสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีทางเข้าไปยังห้องพักและห้องเรียนของนักเรียนประมาณ 100 ห้อง
เดินเข้าไปภายในอาคารเพื่อชมซุ้มดาวสิบแฉกที่ถูกตกแต่งลวดลาย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของท้องฟ้าและดาราศาสตร์

Siab Bazaar

เดินต่อมาอีกไม่ไกล สู่ตลาดใหญ่ดั้งเดิม ถึงเก่าแต่สะอาดสะอ้าน แต่ละโซนจะถูกแยกอย่างชัดเจน โซนหัตถกรรมเสื้อผ้า โซนอาหาร ถั่ว เครื่องเทศท้องถิ่น ผักดอง ผลไม้ตามฤดูกาล รวมถึงขายของเบ็ดเตร็ด
ปล.ภายในตลาดมีร้าน Money exchange นะคะ
เวลาเปิดปิด 7:00 - 19:00




Bibi-Khanym Mosque

ติดกับ Siab bazaar คือ Amir Temur(Bibi-Khanym Mosque) มัสยิดแห่งนี้ใช้ประกอบพิธีทางศาสนา ถือเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียกลาง โดยสามารถรองรับผู้สักการะได้ประมาณ 10,000 คน
ใช้เวลาเดินเท้าจาก Registan 15 นาที



ขอแวะเติมพลังก่อนนะคะ เมนูนี้จะเป็น Plov ข้าวอบอาหารประจำชาติของชาวอุซเบค มีเครื่องเคียงเป็นเหล่าบรรดาผักดอง พริกในจานก็ดองนะคะ กินเข้ากันกับ Shahalik(เนื้อย่าง)ดีค่ะ มื้อนี้ปิดท้ายด้วยชาเขียวร้อนๆ
Plov นิยมเสริฟในงานเทศกาลสำคัญตามธรรมเนียม นอกจากนี้คุณค่าทางอาหารก็มากเช่นกัน ด้วยส่วนประกอบเพิ่มพลังหลายชนิดคลุกเคล้ารวมกันแล้วนำไปอบ

Shah-i-Zinda
สุสานนี้มีขนาดใหญ่เหมือนพระราชวัง ถูกออกแบบสร้างขึ้นอย่างปราณีตสะท้อนถึงแก่นแท้ของศิลปะ ด้วยชื่อของสถานที่นี้หมายถึง สุสานของกษัตริย์ผู้ทรงชีวิต(The living king) สิ่งที่เพิ่มเสน่ห์ของหลุมศพด้วยการประดับโมเสคอย่างวิจิตรบรรจง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ชีวิตหลังความตายที่ไม่มีสิ้นสุดตามประเพณีโบราณจนถึงปัจจุบัน




เรามีสถานที่แนะนำสำหรับการชมพระอาทิตย์ตกค่ะ นั่นคือ HAZRATI XIZR MOSQUE และ Shah-i-Zinda ฉากวิวเบื้องหลังทั้งสองที่ไม่ต่างกันมากนัก แต่เราชอบ Shah-i-Zinda มากกว่า ที่ที่มีหุบเขาหลุมศพล้อมรอบ เหมือนธรรมชาติกำลังเอ่ยถึงการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป

หลังพระอาทิตย์ตก อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว เราเดินกลับมาที่ Registan Square อีกครั้ง เพราะคืนนี้มีคอนเสิร์ตงานมาราธอนที่จัดขึ้นในเช้าวันพรุ่งนี้ค่ะ เป็นค่ำคืนที่ครึกครื้น พ่อแม่พาเด็กๆวิ่งเล่นลูกโป่ง นักกีฬาเตรียมตัวกันที่จุด Start ขณะที่อีกกลุ่มจับจองหาที่นั่งที่ยืนฟังวงดนตรีท่ามกลางอากาศหนาว บรรยากาศดีๆก็เพลินไปอีกแบบ



TASHKENT
นั่งรถไฟความเร็วสูงกลับมาเมืองหลวง Tashkent อีกครั้ง มีเวลาสำรวจแค่ 1 วัน เราเลยเก็บข้อมูลมาฝากให้ได้มากที่สุดค่ะ

Monument of Amir Temur

ซื้อ TASHKENT CITY TOUR ได้บริเวณหน้าโรงแรม Hotel Uzbekistan ติดกับอนุสาวรีย์ท่าน Amir Timur นะคะ
(EVERY DAY FROM 10:00 TO 19:00 DAY TRIPS FROM 20:00 TO 22:00 EVENING EXCURSIONS)
รายละเอียดจะพาไปสถานที่สำคัญ 12 แห่ง ได้แก่
1.Monument of Amir Temura
2.Memorial Complex "Shahidlar Maydoni"
3.Mosque of Minor
4.Monument of Courage
5.Hazrati Imam Complex
6.Zarkaynar
7.Market Chorsu
8.Samarqand Darvoza
9.Frendship of People Square
10.Navoi Avenue
11.Independence Square
12.Navoi Theater Square

ฝั่งตรงข้ามอนุสาวรีย์ท่าน Amir Timur มีจัดซุ้มอาหารเครื่องดื่มเล็กๆ ขายภาพวาด เรียงเป็นแนวยาวสองฝั่งถนน

Tashkent Metro

มีทั้งหมด 4 สาย
1.Chilonzor Line (สายสีแดง) สถานีเด่น : Amir Temur Hiyoboni และ Mustaqillik Maydoni
2.Uzbekistan Line (สายสีน้ำเงิน) สถานีเด่น : Alisher Navoi และ Toshkent
3. Yunusobod Line (สายสีเขียว) สถานีเด่น : Bodomzor และ Shahriston
4. Circle Line (สายสีเหลือง)
จากสถานีรถไฟ(Railway station) ไปสถานีรถบัส : เริ่มจาก Metro สถานี Toshkent(สายสีน้ำเงิน) ลงสถานี Alisher Navoiy ซึ่งเชื่อมต่อสายสีแดงที่สถานี Paxtakor(สายสีแดง) และต่อไปลงที่สถานี Olmazor
วิธีเดินทางไป Amir Timur Square : Metro สายสีแดง ลงสถานี Amir Temur xiyoboni

จุดเด่นของ Metro Tashkent คือทุกสถานีจะตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมสวยงาม ครั้งนึงเคยมีกฎห้ามถ่ายรูปบริเวณภายใน Metro เนื่องจากเป็นสถานที่ราชการ มีความปลอดภัยระดับสูง แต่ปัจจุบันเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว จึงยกเลิกกฎนี้ไปแล้วค่ะ
ขึ้น Taxi ว่าถูกมากแล้ว เจอค่าโดยสาร Metro ถูกกว่าอีก (2000 sum = 6 บาท) แถมยังรวดเร็วและสะดวกสำหรับเดินทางภายในเมืองด้วย ถ้าพูดรัสเซียไม่ได้แบบเรา ก็ถ่ายรูปชื่อสถานีปลายทางแล้วยื่นเพื่อซื้อตั๋วง่ายสุดค่ะ ตั๋วจะเป็นสลิปใช้สแกนเข้าสถานี แล้วทิ้งลงถังขยะที่เจ้าหน้าที่เตรียมไว้ได้เลย

Amally Sanat Muzeyi
หรือเรียกว่า Museum of Applied Arts บริเวณทางเข้ามีต้นโอ๊คโบราณอายุ 140 กว่าปี ตั้งตระหง่าน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีงานแกะสลักไม้ เซรามิก งานตีลายโลหะ เครื่องประดับ งานทอทอง ผ้าปัก และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศ มากกว่า 4,000 ชิ้น ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นศิลปะของอุซเบกิสถานทั้งสิ้น
ค่าเข้า 25000 (UZB Sum) (68 บาท)



City Walk

เราเดินจากที่พักบนถนน Zanzhirbog ไปตามวงเวียนแถวถนน Mirabad ซึ่งมี Grand Mir Hotel เป็นจุดสังเกต


บ้านเมืองที่นี่ดูสะอาดตา ผู้คนแต่งตัวดี ตึกยังถูกวาดเขียนเป็นสัญลักษณ์ของชาวอุซเบกิสถานอีกด้วย


ที่พัก (Accommodations) :
Tashkent เราพักที่ Art hostel ห้องรวมแบบเตียงเดี่ยว 420 บาทต่อคืน รวมอาหารเช้า รับเงินสด ภาพรวมดีเลย ห้องนอนอุ่น ห้องน้ำสะอาด พนักงานแนะนำดี ติด Metro ไม่ไกลจากสนามบินและสถานีรถไฟ (ค่า Taxi จากสนามบินมาที่พัก 17000 sum=46 บาท)

Samarkand เราพักที่ Old radio hostel ราคา 585 บาทต่อคืน รวมอาหารเช้า รับเงินสด ห้องนอนอุ่นสบาย ห้องน้ำสะอาด เดินเข้าซอยลึกหน่อย แต่ Location ดีมาก ใกล้สถานที่สำคัญหลายแห่ง พนักงานให้ข้อมูลการเดินทางดีมาก แจกแผนที่ให้ด้วย นั่ง Taxi ไปสถานีรถไฟใช้เวลา 20-30 นาที

ไปไหนต่อ (Where to go next) : คีร์กีซสถาน , คาซัคสถาน , ทาจิกิสถาน
And...More great things to do in Uzbekistan? แนะนำเราได้เลยนะคะ
รีวิว Overnight bus ข้ามประเทศ จากเมือง Tashkent(Uzbekistan) ไปยัง Bishkek(Kyrgyzstan)
ปกติเส้นทางนี้คนท้องถิ่นใช้เดินทางเป็นส่วนใหญ่ หรือพวก Backpacker ต่างชาติ ยังหาอ่านรีวิวจากคนไทยไม่เจอนะคะ

จองตั๋วรถบัสออนไลน์ที่นี่ www.avtoticket.uz โดยจำเป็นต้องมีเบอร์ภายในประเทศในการจอง ซึ่งต่างจากจองตั๋วรถไฟค่ะ ทำให้เราต้อง Walk in ซื้อตั๋วหน้าเคาเตอร์ในวันเดินทางเอง
รถบัสเป็นเบาะนอนกว้างสบาย แต่ถ้าใครได้เบาะ 8 ที่นั่งหลังสุดละก็ เหมือนฝันร้าย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือเราเอง ฮ่า…… แทบไม่มีพื้นที่ให้ยกหัวขึ้น โขกกับเพดานจนปวดหัว เอาเป็นว่านอนราบอย่างเดียวเท่านั้นนะคะ
รถออกจากเมือง Tashkent 18.00 ตรงเป้ะ หลังจากนั้น 1 ชม.ก็ถึงด่านตรวจคนเข้าเมือง ตามกฎทุกคนต้องลงจากรถพร้อมสัมภาระทุกใบ เดินลากกระเป๋าเข้าโถงที่ 1 คือ ตม.ขาออกของอุซเบกิสถาน ปั๊มตราเสร็จก็ให้เดินตามรั้วลูกกรงทางเดียว ตอนนี้ฟ้ามืดสนิทแล้ว ทางเดินพาไปโผล่ทางเข้าโถงที่ 2 พยายามมองหาป้ายเข้าคีร์กีซสถาน ไม่เจอ….. เจอแต่ ตม.ขาเข้าคาซัคสถาน ตอนนั้นอึ้งอยู่ว่า “เข้าผิดประเทศหรอ??” มองหาเพื่อนร่วมรถก็ไม่เจอใคร แต่พอคิดว่าถ้าผิดประเทศก็ไม่เป็นไรไปต่อได้
ผ่าน ตม.คาซัคสถาน เดินมาเจอทางออก ได้ยินคนถามว่าจะไป Symkent มั้ย? เลยแน่ใจว่าเข้าคาซัคสถานเรียบร้อย แต่โชคดีเหลือบไปเจอสองคนแม่ลูกซึ่งคุ้นว่านั่งรถคันเดียวกัน เลยวิ่งขอตามไปด้วย
การสื่อสารมีอุปสรรคนิดหน่อย เพราะทุกคนพูดภาษาท้องถิ่นหมด แต่ได้รับการช่วยเหลือเป็นอย่างดี เดินตามไปรอขึ้นรถบัสห่างจากเขตพรมแดนประมาณ 500 เมตร ถ้าไม่เจอสองแม่ลูก เราคงไม่น่ารอด ฮ่า… ถึงได้รู้ว่าเดินทางเข้า Bishkek ต้องวิ่งผ่านเข้ามาในคาซัคสถานก่อน แล้วค่อยผ่าน ตม.เข้าออกอีกรอบในตอนรุ่งเช้า

หลับๆตื่นๆทั้งคืน ไม่น่าเชื่อว่า 1 คืน จะได้เจอหลายเหตุการณ์ อย่างตอนใกล้จะถึง Bishkek รถแวะจอดเติมน้ำมัน มีคนวูบเป็นลมล้มลงไปกับพื้น เราเข้าไป ช่วยประคองระหว่างรอรถ Ambulance จู่ๆผู้หญิงคนนึงเดินเข้ามาใช้มือกดลิ้นปี่ แล้วร่ายคาถา ปรากฎว่าน้องผู้ชายฟื้นขึ้นมา เราแบบอึ้ง มหัศจรรย์มาก…….
ในที่สุดก็ถึงจุดหมายปลายทาง และพบว่าเมือง Bishkek ได้ย้ายสถานีรถบัสใหม่ได้ 3-4 วัน ซึ่งห่างจากตัวเมืองตั้ง 40 นาที เป็นประสบการณ์ที่เหนื่อยมาก
เราเลยอยากแนะนำเพื่อนๆให้นั่งเครื่องบินดีกว่านะคะ ฮ่า…

www.facebook.com/Inspiremyjourneys
Instagram : InspireMyJourneys
Twitter : @Inspiremyjourn1
InspireMyJourneys
วันพฤหัสที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เวลา 17.46 น.






