บ้านขุนแปะ หมู่บ้านเล็ก ๆ กลางขุนเขา อากาศเย็นสบายในตอนกลางวัน แต่ตอนกลางคืนโอ้แม่เจ้ามากก5555 หนาววววเหมือนทั้งหมู่บ้าาติดแอร์ตลอดเวลา
ฉันมาที่นี่โดยไม่รู้จักว่าที่นี่มีอะไรบ้าง มีแค่ข้อมูลนิดหน่อย ฉันเรียกที่นี่ว่า “หมู่บ้านมหัศจรรย์” ตั้งแต่เดินทางเข้ามาเส้นทางเป็นเขาคดเคี้ยว วิวข้างทางสวยงามและเมื่อมาถึงหมู่บ้านก็พบกับรอยยิ้มของชาวบ้านที่นี่

ชาวบ้านที่นี่อยู่แบบเรียบง่ายเป็นชาวปกาเกอะญอ ที่น่ารักใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ ประกอบอาชีพเกษตรกรรมปลูกอโวคาโด หอมแดง ถั่วแดง กาแฟ เสาวรส ดอกไม้เมืองหนาว ปลูกข้าว

มาที่หมู่บ้านนี้เราพักกันที่ บ้านไผ่โฮมสเตย์ : ขุนแปะ เชียงใหม่ ได้พบกับน้องเพาเจ้าของที่น่ารัก ดูแลดีตั้งแต่จอดรถ น้องจะมีที่จอดรถให้และพาเราไปที่ที่พัก ตอนแรกแอบงงนิดหน่อย เพราะเข้าใจมาตลอดว่าที่พักใกล้ที่จอดรถ แต่พอได้เข้าไปแล้วโอเคเข้าใจมากๆ555 ทางเข้าที่พักทางค่อนข้างโหดต้องใช้รถ 4WD เท่านั้น มาถึงที่พักเป็นโฮมสเตย์กลางทุ่งนา น่ารักมาก ไม่มีไฟฟ้า แต่ไม่ต้องกลัวร้อนเลย อากาศเย็นสบายมากๆๆๆๆๆๆ น้ำเย็นเจี๊ยบบบบ ส่วนเรื่องการชาร์จแบตโทรศัพท์ฝากน้องเพาไปชาร์จได้ ส่วนเราน้องเพาหาเพาเวอร์แบงค์มาให้ยืม คือไม่รู้จะขอบคุณยังไงจริง ๆ สัญญาณโทรศัพท์มีทุกเครือข่ายนะคะ

มาพักแปบนึง นั่งเล่นหน้าบ้านรอไปชมท่งหญ้าสีทอง บรรยากาศดีมากๆๆจริงๆ การไปเที่ยว น้องเพามีจัดรถพาเราไป รอบนี้เราได้พบกับพี่วัชระ พี่เขาเล่าเรื่องเก่งมาก ทำให้รู้จักกับหมู่บ้านนี้เยอะขึ้น ชอตนึง พี่วัชระเล่าว่า “ในหลวงร.9 เคยเสด็จมาที่นี่ ปู่พี่เล่าว่า พระองค์เดินเร็วมากเพื่อสำรวจเส้นทางหมู่บ้าน แต่ก่อนที่นี่ปลูกฝิ่น พอพระองค์มาก็ได้ปรับเปลี่ยนให้ปลูกพืช ผัก พระราชทานเมล็ดพันธุ์ ดอกไฮเดรนเยีย ผักต่าง ๆ และข้าวโดยเป็นการทำนาขั้นบันไดตามลักษณะภูมิประเทศ ทำให้ชาวบ้านได้ปลูกถึงทุกวันนี้“ ฉันนั่งฟังน้ำตาก็เอ่อๆนิดๆ พระองค์เสด็จไปทุกที่จริง ๆ ขนาดตอนนี้มาฉันยุงต้องนั่ง 4WD และตอนนั้นละทางจะเป็นแบบไหนพระองค์ยังไม่เหนื่อย ไม่ท้อเลย พี่วัชระเล่าเรื่องสนุกและพาไปจุดต่าง ๆ ขากลับจากดอยแอบมีเล่าตำนานและเรื่องกุ๊กกู่55555 พี่เขาตลกและมัอัธยาศัยที่ดีมากๆๆจริงๆ
ดอยบ่าโจ๊ะโข่ว เป็นดอยเล็กๆ ที่ในช่วงธันวาคม-มีนาคม บริเวณตรงนี้จะเป็นสีทองสวยงาม ได้ชมพระอาทิตย์ตกและได้เห็นภูเขาทุ่งหญ้าสีทองด้วย

ฟิลที่นี่สวยมาก ทุ่งหญ้าเจอกับพระอาทิตย์ที่ทอแสงเป็นสีทองสวยงามอลังการมาก



ทางขึ้นดอยแอบโหดเอาเรื่อง ต้องนั่งรถชาวบ้านขึ้นไปนะคะ โฮมสเตย์ที่นี่คนละ 700 รวมอาหารเช้าและอาหารเย็น กลับมาจากดูทุ่งหญ้าสวย ๆ จะมีอาหารมาวางไว้รอหน้าบ้าน เป็นอาหารไทยที่อร่อย ผักเป็นผักที่ชาวบ้านปลูก ปลอดสารพิษแน่นอน

จะบอกว่าที่นี่เย็นมากถึงมากที่สุด อาบน้ำที เย็นสะท้านไปทั้งตัว เย็นทุกอย่าง อยู่ในผ้าห่มก็ยังเย็น นอนหลับพักผ่อน และตื่นแต่เช้าในวันที่อุณหภูมิเริ่มลด ประมาณ 13-14 องศา เวลา 6.30 น. คือเวลานัดพบกันเพื่ิอไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ดอยบล่าเอ๊ะโจ๊ะ ดอยที่ไม่ไกลจากหมู่บ้านมาก อยากบอกว่าวันนี้หนาวมากๆๆๆ พอมาถึงบนดอย ลงจากรถลมแรง โหมันสุดมาก555บล่า แปลว่า ค้างคาว พี่วัชระบอกว่า แต่ก่อนตรงนี้พบค้างคาวเยอะวิวด้านบนค่อนข้างสวย สงบ มองลงมาจะเห็นหมู่บ้านอยู่กลางเขา เราเฝ้าทักทายพระอาทิตย์กันด้วยอากาศที่หนาวเย็นเวลา 6.57 น. พระอาทิตย์ก็ออกมาทักทายเราแล้ว ท้องฟ้าทอแสงเป็นสีเหลืองทองอันสวยงามบวกกับไอหมอกเล็กๆไหลผ่านภูเขา อยากบอกว่า ของจริงสวยกว่าในภาพและหนาวกว่าในภาพมากๆ


รอพระอาทิตย์

พระอาทิตย์มาแล้วว


สวยมากค่ะ เย็นด้วย
หลังจากชมพระอาทิตย์ขึ้น พี่วัชระก้พาเราไปชมบ้านดิน คือเธอ ที่เป็นสถานที่ถ่ายทำละคร เรื่อง คือเธอ บรรยากาศดี เป็นบ้านดินที่อยู่ท่ามกลางทุ่งนา และภูเขา เราไปกันต่อโดยไปชมทุ่งดอกไฮเดรนเยีย มาที่นี่ต้องมาชมนะคะ

ดอกไฮเดรนเยีย ดอกไม้ที่แทนความรู้สึกได้หลากหลาย ทั้งขอบคุณ ขอโทษ ให้ความเคารพยอมรับว่าเป็นครั้งแรกที่ได้รู้จักดอกไม้ชนิดนี้ มาที่นี่

บ้านขุนแปะ คือหมู่บ้านที่มีดอกไฮเดรนเยียที่ใหญ่ที่สุด ดอกฟูฟ่อง งดงาม แค่เห็นก็รู้สึกสดชื่น

สวนไฮเดรนเยียที่บ้านขุนแปะ มีที่มาจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ครั้งพระองค์เสด็จมาที่บ้านขุนแปะ และพระองค์ท่านได้ช่วยเหลือประชากรที่นี่โดยการสร้างอาชีพทดแทนการปลูกฝิ่นและทำไร่เลื่ิอนลอย โดยนอกจากสวนผัก ข้าว ไม้ผลแล้ว ทรงพระราชทานเมล็ดพันธุ์ดอกไฮเดรนเยียให้ประชากรปลูกและสามารถส่งขายได้โดยผ่าน โครงการหลวงขุนแปะ ค่ะ

อากาศเย็น ๆ กับสวนดอกไม้ที่งดงาม และน้ำใจ รอยยิ้มของชาวบ้านที่นี่ทำให้มีความสุขมาก ๆ ชาวบ้านใจดี และสวนไฮเดรนเยียที่หมู่บ้านนี้มีหลายสวนนะคะ น้องเพาจาก บ้านไผ่โฮมสเตย์ : ขุนแปะ เชียงใหม่ ผู้ดูแลและผู้นำเที่ยวพาเรามาที่ บ้านไร่ไฮเดรนเยียภูตะวัน ที่นี่เปิดเป็นที่พักด้วยนะคะ บรรยากาศดีมากๆ และดอกไม้สวยจริงๆ มาถ่ายรูปชิลๆ ชมดอกไฮเดรนเยียสวยๆ กับอากาศเย็นๆ กันน้าาา

กลับจากสวนดอกไฮเดรนเยีย เราก็ไปเก็บของเตรียมเดินทางกลับ น้องเพาก็พาไปส่งตรงที่จอดรถ ซึ่งตรงที่จอดรถอยู่ใกล้กับร้านกาแฟของหมู่บ้าน

กาแฟขุนแปะ
ที่อยากนำเสนอมากๆ เพราะนอกจากร้านน่ารัก ดูผ่อนคลาย เป็นกันเองแล้วที่นี่ก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจมากๆค่ะ

ร้านกาแฟที่ถือว่าเป็นร้านประจำหมู่บ้านนี้เกิดจากแนวคิดที่ ด้วยชาวบ้านขุนแปะปลูกกาแฟตามบ้าน ไม่ได้ทำเป็นไร่แบบใหญ่ๆ พี่เจ้าของร้านเกิดไอเดียว่า ชาวบ้านปลูกกาแฟแล้วจะไปขายที่ไหน เลยเปิดร้านกาแฟโดยใช้เมล็ดกาแฟของหมู่บ้าน

กาแฟที่นี่ออแกนิก ชาวบ้านปลูกเอง นอกจากกาแฟแล้วยังมีการจำหน่ายผลผลิตของชาวบ้านไม่ว่าจะเป็น อโวคาโด เสาวรส ผ้าปัก ผ้าทอ ครบจบที่นี่

ร้านกาแฟขุนแปะถือว่าเป็นร้านใจกลางหมู่บ้าน ใครมาที่นี่แนะนำต้องแวะนะคะ
เมนูแนะนำต้องนี้เลย “อโวกาโน” เป็นการยำวัตถุดิบที่โดดเด่นของหมู่บ้านมาผสมผสานกัน อโวคาโด ปั่น และท็อปด้วย กาแฟ กลายเป็น อโวคาโน อร่อยอยู่นะว่าไม่ได้

ขุนแปะหมู่บ้านมหัศจรรย์ ที่นี่มีแต่รอยยิ้ม
แอบหลงรักที่นี่ ขุนแปะไม่ใช่แค่หมู่บ้าน แต่เป็นดินแดนมหัศจรรย์กลางขุนเขาสำหรับฉัน
ขอบคุณน้องเพา เจ้าของโฮมสเตย์
ขอบคุณพี่วัชระ นักเล่าเรื่องที่สนุก
ขอบคุณชาวบ้านขุนแปะทุกคน
ขอบคุณที่เราได้พบกัน ระยะทางไกลไม่ใช่อุปสรรค ลองไปสักครั้งนะคะ แล้วรับรองจะหลงรักที่นี่
พารักไปพักร้อน
วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เวลา 21.59 น.







