ความเดิมตอนที่แล้ว....ใน EP.1/2 ผมเขียนเรื่องแผนการเดินทางทั้งหมด การเตรียมตัว โรงแรมและการไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติจิ่วจ่ายโกวกับหวงหลง สำหรับใครที่ยังไม่ได้อ่าน แวะไปอ่านได้ที่ลิ้งค์นี้ครับ https://th.readme.me/p/47814
ใน EP.2/2 นี้ผมจะเดินทางจากหวงหลงกลับมาพักที่เมืองเฉิงตู 1 วัน แวะเดินเล่นในตัวเมืองเฉิงตู ไปดูแพนด้าที่ศูนย์วิจัยแพนด้าเฉิงตู จากนั้นพรุ่งนี้ผมจะเดินทางไปสี่ดรุณีเพื่อไป hiking ที่ฉางผิงโกว ไปตามอ่านกันต่อได้เลยครับ
DAY 4
8 July 2025 : ศูนย์วิจัยและเพาะพันธ์แพนด้ายักษ์เฉิงตู
ถึงแม้จุดประสงค์หลักของทริปนี้คือมาเดินป่า เที่ยวอุทยานธรรมชาติ แต่มาเฉิงตูเมืองแห่งแพนด้าทั้งทีจะไม่ไปดูแพนด้าก็ยังไงอยู่
วันนี้ผมจะนั่งรถไฟความเร็วสูงกลับเมืองเฉิงตูแล้วพักในเมืองหนึ่งคืนเพื่อเตรียมตัวเดินทางไปสี่ดรุณีพรุ่งนี้ การเดินทางจากหวงหลงมาเฉิงตูใช้เวลาแค่ประมาณครึ่งวัน ทำให้ช่วงบ่ายผมมีเวลาว่าง เลยวางแผนไปดูแพนด้าที่ศูนย์วิจัยและเพาะพันธ์แพนด้ายักษ์เฉิงตู
หลังจากกินมื้อเช้าที่โรงแรมเสร็จ แท็กซี่ที่นัดไว้ก็มารับ ค่าแท็กซี่จากโรงแรมไปสถานีรถไฟ Huanglongjiuzhai ราคา 120 หยวน สำหรับสองคน นั่งประมาณ 1.5 ชม. (เมื่อคืนแอบทัก WeChat ไปถามแท็กซี่ที่มาส่งเมื่อวานก็ราคานี้เหมือนกัน)


10.30 น. ผมก็มาถึงเมืองเฉิงตู เดินออกไปเรียก didi หน้าสถานีให้ไปส่งที่โรงแรม โรงแรมที่ผมจะพักคืนนี้ชื่อ Chengdu Weilan Hot Spring Garden Hotel
นั่งแท็กซี่มาได้สัก 30 นาที รถก็มาจอดส่งหน้าห้างแห่งหนึ่งในเมือง ลงรถมาผมก็เปิด Amap หาโรงแรม เดินหาอยู่พักใหญ่ก็หาไม่เจอ จุดที่แมพพาไปเป็นซอยหลังห้างที่มีร้านอาหารเล็กๆ ตอนนั้นเริ่มเหวอละหรือเราจะโดนหลอกเฟิร์สไทม์ที่นี่
พยายามมองโลกในแง่ดีแมพอาจจะเอ๋อก็ได้ เดี๋ยวลองถามคนแถวนี้ก่อนละกัน หันซ้ายหันขวาไปเจอน้องแว่นคนหนึ่ง ท่าทางน่าจะพูดอังกฤษได้เลยเดินเข้าไปถาม โชคดีที่น้องแว่นรู้จักโรงแรมนี้พอดี สรุปคือโรงแรมมันอยู่ที่ห้างที่ผมยืนอยู่นี่แหละ แต่มันอยู่ชั้นดาดฟ้า ต้องขึ้นลิฟต์ที่อยู่หลังห้างไป จากนั้นน้องแว่นก็เดินนำและพาไปส่งที่ซอกลิฟต์เล็กๆ หลังห้าง
ซอกลิฟต์ที่น้องแว่นพามาส่งเป็นซอกเล็กๆ ฟิลเหมือนลิฟต์ขนของหลังห้าง บนกำแพงรอบมีสติ๊กเกอร์แปะเพียบ หน้าลิฟต์ก็มืด ตรงทางเข้ามีลังไม้ใส่ของวางอยู่ มาถึงตอนนี้เริ่มใจแป่วละ โรงแรมไม่ตรงปกชัวร์ แต่มาขนาดนี้แล้วขอลองไปดูก่อนละกัน ถ้าไม่ไหวจริงๆ ค่อยหาโรงแรมใหม่ แต่พอประตูลิฟต์เปิดมาแล้วค่อยสบายใจหน่อย ล๊อบบี้สะอาดสะอ้าน กลิ่นหอม มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินไปมา แถมพนักงานพูดอังกฤษคล่องปรื๋อ
พอ check in เสร็จผมก็รีบเอากระเป๋าไปเก็บไว้ในห้อง เพื่อจะไปเที่ยวที่ศูนย์วิจัยแพนด้าเฉิงตูต่อ
ในเฉิงตูจะมีศูนย์อนุรักษ์แพนด้าอยู่หลายแห่ง แต่ที่เป็นศูนย์หลักคือ Chengdu Research Base of Giant Panda Breeding หรือเรียกสั้นๆ ว่า Chengdu Panda Base ซึ่งเป็นที่ๆ เราจะไปกันวันนี้ ศูนย์วิจัยนี้อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองเฉิงตู จะนั่งรถไฟใต้ดินหรือรถบัสไปก็ได้ แต่ผมเรียก didi จากหน้าโรงแรมไปเลยสะดวกดี
ก่อนไปเที่ยวก็ต้องหามื้อเที่ยงกินก่อน ตอนนั้นอยากรีบกินรีบไปเที่ยวเลยแวะ KFC นี่แหละง่ายดี ระหว่างกินก็กดซื้อตั๋วเข้าชมศูนย์อนุรักษ์แพนด้าไปด้วย ผมจองผ่าน trip.com ค่าตั๋วคนละ 250 บาท ที่ผมไม่ได้จองไว้ก่อนเพราะกลัวว่าจะกลับมาจากหวงหลงไม่ทัน กะมาซื้อเอาตอนมาถึงเฉิงตูแล้วแบบนี้แหละ
พอกินเสร็จผมก็เรียก didi ไปส่งที่ประตู south gate ตรงทางเข้าจะมีช่องสำหรับชาวต่างชาติแยกต่างหาก ถ้าเราซื้อตั๋วออนไลน์มาแล้วก็แค่เอา passport ให้เจ้าหน้าที่สแกนเข้าได้เลย





💡ถ้าอยากเห็นแพนด้าแบบที่อยู่นอกกรงไม่มีกระจกกั้นต้องมาช่วงเช้าๆ หน่อยเพราะถ้าอากาศร้อนพี่แพนด้าจะอยู่ไม่ได้ต้องพาเข้าห้องแอร์
ข้างในศูนย์วิจัยพื้นที่ใหญ่มาก แบ่งเป็นหลายโซน เดินเล่นได้ทั้งวัน สำหรับคนที่ขี้เกียจเดินจะมีรถกอล์ฟให้บริการอยู่แต่ผมไม่ได้ขึ้นเลยไม่รู้ราคา ผมเดินดูแพนด้าเพลินจนถึง 5 โมงเย็น ก็เดินกลับมาเรียก didi ที่ประตู south gate กลับโรงแรมไปอาบน้ำพักผ่อนพอค่ำก็ออกมาเดินเล่นหาอะไรกินแถวๆ โรงแรม





DAY 5
9July 2025 : Rilong Town
วันนี้ผมจะเดินทางจากเฉิงตูไป Rilong Town (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Siguniangshan Town) เป็นเมืองเล็กๆ อยู่หน้าทางเข้าสี่ดรุณี คนที่ไปเที่ยวสี่ดรุณีก็จะมาพักกันที่เมืองนี้ ผมจะพักที่นี่ก่อน 1 คืนแล้วค่อยไปเที่ยวสี่ดรุณีวันพรุ่งนี้
ผมเรียก didi จากหน้าโรงแรมไปลงที่ Chadianzi เป็นสถานขนส่งฟิลประมาณ บขส บ้านเรา แต่ดูดีและสะอาดกว่ามาก มีจุดสแกนเข้า-ออก มีเจ้าหน้าที่เฝ้าตลอด
ตั๋วรถทั้งขาไป-กลับ ผมจองผ่านเพจคนไทยพาเที่ยวเฉิงตูเพราะเหมือนจะไม่มีเว็บภาษาอังกฤษให้จอง ราคาขาไป 750 บาท (รถตู้) ขากลับ 600 บาท (รถบัส) ตอนจองเราจะได้ password มา พอไปถึง Chadianzi ต้องไปที่ตู้กดตั๋ว กรอก password ที่ได้มา แล้วเครื่องก็จะปริ้นตั๋วให้เรา ตู้กดตั๋วจะหน้าตาคล้ายๆ เครื่องซื้อตั๋ว MRT บ้านเรา แต่เป็นภาษาจีนล้วน (หลังจองตั๋วกับเพจคนไทยพาเที่ยวเฉิงตู ทางเพจจะส่งวิธีกดตั๋วแบบละเอียดมาให้ เราแค่กดตามที่คู่มือบอก)


ในตั๋วบอกว่าให้ไปขึ้นรถที่ gate 3 แต่พอเดินไปถึงทางเข้ามีแค่ gate 1 เปิดอยู่ที่เดียว เลยเดินเข้าไปถามพนักงาน พอพนักงานเห็นเราพูดจีนไม่ได้ก็ไม่สนใจ ถามอะไรก็ไม่ตอบ ตีหน้ามึนอย่างเดียว พยายามเดินไปถามคนแถวนั้นก็ไม่มีใครพูดอังกฤษสักคน แต่โชคดีที่พี่คนขับเดินออกมาตามหาพอดี
รถไป Rilong Town เป็นรถตู้นั่งได้ 8 คน จริงๆ ในตั๋วระบุเลขที่นั่งมา แต่พี่จีนแกไม่สนไม่แคร์อยู่แล้ว แถมผมกับแฟนมาสายเลยต้องนั่งแยกกัน จังหวะนั้นขี้เกียจเปิด google translate คุยแล้ว เลยนั่งๆ ไป (เซ็ง)
จากเฉิงตูไป Rilong Town ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชม. มีแวะพักกินข้าว 1 จุด แล้วก็ถนนช่วงขึ้นเขาจะอยู่ใกล้ๆ ไหล่เขา บางช่วงก็มีเสียวๆ เหมือนกัน ผมนอนเปิด podcast ฟังแล้วก็หลับไปเลย
ประมาณบ่ายโมง รถก็มาจอดหน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง พอจอดรถแล้วพี่คนขับก็เดินมาเปิดประตูแล้วกวักมือเรียกให้ลงรถพร้อมกับพูดจีนใส่รัวๆ ผมก็ลงไปแบบงงๆ เพราะตอนนั้นคนอื่นไม่มีใครลงเลย พอลงมาหยิบกระเป๋าเสร็จผมก็บอกให้แกรอก่อนแล้วก็ทักไปถามเพจคนไทยพาเที่ยวเฉิงตูว่าต้องลงตรงนี้ใช่มั้ย (เจ้าหน้าที่ตอบแชทเร็วมาก) พอชัวร์แล้วว่าลงถูกก็เดินไปบอกพี่คนขับแล้วแกก็ออกรถไปเลย

พอรถไปแล้วก็เคว้งคว้างเลยทีนี้ ไม่รู้เหนือรู้ใต้อะไรทั้งนั้น มองไปรอบๆ เห็นอาคารเล็กๆ เหมือนจุดนั่งรอรถทัวร์เลยเดินเข้าไป เจ้าหน้าที่เห็นผมเดินงงๆ เข้ามา ก็เข้ามาถาม (แน่นนอนว่าถามเป็นภาษาจีน) ผมก็เปิดชื่อโรงแรมที่จองมาให้ดู
ใช้ google translate คุยกันพักนึง แกก็โทรเรียกแท็กซี่พร้อมตกลงราคาให้เสร็จสรรพ รอไม่นานแท็กซี่สีเหลืองอ๋อยก็มารับแล้วไปส่งที่โรงแรม สนนราคา 20 หยวน กับระยะทาง 1 กม. ถ้วน ในใจตอนนั้นก็แอบคิดนะว่ามันแพงไป แค่ 1 กม. เอง แต่ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ได้แต่ทำใจแล้วเดินตามพี่คนขับขึ้นแท็กซี่ไป


โรงแรมที่จะพักกันอีกสองคืนต่อจากนี้ชื่อโรงแรม Siguniangshan Zhongshan Inn (Changpinggou Scenic Area) เป็นตึกสูง 4 ชั้น ชั้นล่างสุดเป็นร้านอาหาร ข้างในสะอาดสะอ้าน แต่เงียบมาก ไม่มีคนเลย
ที่เคาน์เตอร์ผมพยายามจะ Check in กับน้องแว่นคนหนึ่ง น้องแกพยายามจะบอกอะไรสักอย่างเป็นภาษาจีน+ภาษามือ พอดูทรงแล้วน่าจะคุยไม่รู้เรื่องน้องแกก็เดินหายไปข้างใน สักพักน้องก็กลับมาพร้อมพาพี่ชายร่างท้วมหน้าตาคล้ายพี่คิมจองอึนมาด้วย
สงสัยพี่คิมน่าจะโดนเรียกตัวมาตอนหลับ หน้าตาเลยดูไม่รับแขกเท่าไหร่ มาถึงไม่พูดพร่ำทำเพลง พี่คิมแกก็ขอ passport ไป แล้วก็ถ่ายรูป จิ้มๆ คอมอยู่แปปนึงเป็นอันเสร็จ พี่คิมส่งกุญแจห้องให้แล้วบอกชั้น 4 (พร้อมชูสี่นิ้ว) แล้วเดินหายกลับไปทางเดิมทันที (น่าจะไปนอนต่อ)
ห้องขนาดกำลังดี ในห้องมีเตียงคิงไซต์หนึ่งหลัง โซฟาเล็กสองตัว ทีวี ปลายเตียงเป็นหน้าต่างบานใหญ่มองออกไปเห็นวิวภูเขา ในห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำกับหน้าต่างกระจกบานโต มองออกไปเห็นวิวภูเขา ที่พื้นห้องกับเตียงมี heater ให้



ช่วงบ่ายพอแดดเริ่มเบาลง ผมก็ออกไปเดินเล่นสำรวจเมือง โดยแวะไปที่ Tourist Center ก่อน ซึ่งที่นี่เป็นจุดที่เราจะต้องมาขึ้นรถบัสไปจุดเริ่มเดินฉางผิงโกววันพรุ่งนี้ ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากโรงแรมเดินไปแค่ 5 นาทีก็ถึงแล้ว
จากนั้นก็เดินเล่นดูบ้านดูเมืองไปเรื่อยๆ ในเมืองส่วนมากก็จะเป็นโรงแรมคล้ายๆ ตึกแถวที่ทำชั้นหนึ่งเป็นร้านอาหาร มีร้านอาหาร บาร์ ร้านขายของชำ บรรยากาศดูเป็นเมืองท่องเที่ยวพอสมควรมีนักเดินทางแบบเป้เดินกันให้เห็นตลอด




มื้อเย็นวันนี้ผมไปกินที่โรงแรม Chang Ping Inn เป็นโรงแรมชื่อดังที่คนไทยชอบรีวิวกัน ที่ชั้นหนึ่งของโรงแรมเป็นร้านชาบูเนื้อจามรีชื่อดัง เดินเข้าร้านไปพนักงานก็เข้ามาขายของทันที พนักงานที่นี่นอกจากจะพูดอังกฤษเก่งแล้วยังขายของเก่งด้วย ร้านของเราได้รางวัลร้านดีเด่นด้วยนะคะ เมนูแนะนำอันนี่เลย นู่นนี่นั่นบลาๆๆ แต่ตอนนี้คนเยอะต้องรอแปปนะคะ……
นั่งรอหน้าร้านอยู่ 20 นาที เจ๊พนักงานก็เรียกเข้าไปในร้าน
ข้างในร้านไม่ใหญ่มาก มีแค่ไม่กี่โต๊ะ แต่บรรยากาศดี ผมสั่งชุดชาบูเนื้อจามรีสำหรับสองคนมา 1 ชุด น้ำซุปอร่อย เนื้อจามรีก็กินง่ายไม่คาว ตามด้วยของหวานโยเกิร์ตนมจามรีโรยด้วยเม็ดข้าวโอ๊ต ได้กินชาบูซุปร้อนๆ ในอากาศหนาวๆ แล้วมันดีจริงๆ ส่วนค่าอาหารสองคนหมดไปประมาณ 1,000 บาท
กินเสร็จก็เดินดูเมืองตอนกลางคืนชิวๆ กลับห้อง มาถึงก็ไปนอนแช่น้ำร้อน ดู Netfilx พร้อมวิวสวยๆ สบายตัวสุดๆ ถือเป็นการพักผ่อนเตรียมร่างกาย เพราะพรุ่งนี้เราจะเดินกันเยอะพอสมควร





DAY 6
10 July 2025 : ฉางผิงโกว
ภูเขาสี่ดรุณี (Siguniangshan) เป็นอุทยานแห่งชาติระดับ 5A ของจีน จุดเด่นคือยอดเขาหิมะ 4 ยอดเรียงตัวกันเป็นที่มาของชื่อสี่ดรุณี จุดเริ่มต้นของทริปนี้ก็มากจากการที่ผมไถโทรศัพท์ไปเห็นวิวสี่ดรุณีใน youtube นี่แหละ เส้นทางท่องเที่ยวในสี่ดรุณีจะมีอยู่ 3 เส้นหลักๆ คือ
- ซวงเฉียวโกว - เที่ยวง่ายสุด มีรถบัสอุทยานวิ่งตลอดเหมาะกับทุกเพศทุกวัย
- ฉางผิงโกว - ความยากกลางๆ ทางเดินช่วงแรกประมาณ 7 กม. เป็นทางเดินไม้ ทางเดินช่วงหลังเป็นทางดินอีก 5 กม. รวมไป-กลับประมาณ 24 กม.
- ไหจื่อโกว - เดินยากสุด เป็นทางธรรมชาติล้วน ระยะทาง 26 กม เป็นต้นไป ใช้เวลาเต็มวันหรือค้างคืน
ผมเลือกไปเดินที่ฉางผิงโกวเพราะอยากเดินดูธรรมชาติแบบเงียบๆ ซางเฉียวโกวน่าจะคนเยอะไป ส่วนไหจื่อโกวก็ดูเดินยากไปหน่อย

ผมออกจากโรงแรม 8 โมงเช้า ไปถึง tourist center ก็ยื่น passport ให้เจ้าหน้าที่ แล้วจะได้ตั๋วกระดาษสำหรับขึ้นรถบัสมา นั่งรถบัสประมาณ 10 นาที ก็มาถึงจุดเริ่มเดิน
💡ตั๋วอุทยานผมจองผ่านเพจคนไทยพาเที่ยวเฉิงตูเหมือนเดิม สะดวกดี ราคาคนละ 600 บาท รวมรถบัสรับ-ส่งแล้ว
รถบัสจะมาส่งตรงวัดลามะ ซึ่งเป็นจุดแลนด์มาร์กและเป็นจุดเริ่มเดินสำหรับเส้นฉางผิงโกว อากาศวันที่ไปเย็นสบายกำลังดี คนน้อย เงียบสงบ ก่อนเริ่มเดินก็เข้าไปเดินเล่นในวัดลามะซะหน่อย


ทางเดินช่วงแรกจะเป็นทางเดินไม้เรียบๆ เดินง่าย มีบันไดบ้างนิดหน่อย ระหว่างทางมีศาลาไว้ให้นั่งพักและมีห้องน้ำตลอดทาง ห้องน้ำสะอาดแต่เป็นนั่งยองหมด
วิวระหว่างทางสวยมากมีทั้งป่าสน ดอกไม้หลากสี ลำธาร น้ำตกและมีวิวภูเขายอดหิมะเป็นแบ็กกราวนด์ แวะถ่ายรูปกันเพลินมาก อากาศก็สดชื่น เย็นสบายกำลังดี บางช่วงจะมีม้าเดินกินหญ้ากันอยู่ข้างทาง









11.30 น. ผมก็เดินมาถึงจุดสิ้นสุดทางไม้ เลยตรงนี้ไปหน่อยนึงจะมีร้านขายของเล็กๆ ตั้งอยู่ มีน้ำ ขนม มาม่าขาย ผมแวะนั่งพักกินข้าวเที่ยงที่นี่ ทางเดินหลังจากนี้จะเป็นทางดินล้วน ไม่มีทางไม้แล้ว มาถึงตรงนี้บางคนเดินกลับก็มี บางคนเลือกขี่ม้าไปต่อ แต่ทางไม่ได้เดินยากอย่างที่คิด ที่ยากจริงๆ คือเดินหลบขี้ม้านี่แหละ กองอย่างใหญ่แถมมีตลอดทาง
หลักจากเดินออกจากร้านค้ามาได้ประมาณสักชั่วโมงกว่าๆ ผมก็มาถึงจุดไฮไลต์ของฉางผิงโกวแล้ว




ปลายทางและไฮไลต์ของวันนี้คือ ทุ่งหญ้ามู่หลัวจื่อ (Muluozi / 木骡子) ผมอยากมาที่นี่ก็เพราะเห็นรูปวิวทุ่งนี้เลย ตอนวางแผนเที่ยวก็เห็นรูปมาแล้วนะ แต่ความสวยเทียบกับของจริงไม่ได้เลย ทุ่งหญ้ากว้างสุดตา มีม้าและจามรีเดินเล่น เล็มหญ้ากันอย่างอิสระ สองข้างเป็นภูเขาหินสูง ใครวางแผนมาเส้นทางนี้ เชียร์ให้เดินมาให้สุดทาง คุ้มเหนื่อยแน่นอน
ถ่ายรูปเล่น นั่งดูธรรมชาติเพลินๆ ได้พักใหญ่ ผมก็เริ่มเดินกลับ เป็นการเดินย้อนกลับทางเดิม
ผมเริ่มเดินจากวัดลามะตอน 9.00 น. มาถึงทุ่งหญ้ามู่หลัวจื่อ 13.30 น. ถ่ายรูป เดินเล่น นั่งชมวิวแล้วเดินกลับถึงวัดลามะตอน 17.00 น. พอดี รวมเวลา 8 ชม. รวมระยะทางที่เดินไปทั้งหมดวันนี้ 32 กม.
ขากลับ รถบัสที่จะพากลับ Tourist Center รอบสุดท้ายจะหมดประมาณ 17.00-18.00 น. ลองวางแผน กะเวลาเดินของตัวเองดีๆ เพราะถ้ามาไม่ทันอาจจะต้องหารถกลับเอง







DAY 7
11 July 2025 : เดินทางกลับเฉิงตู
กินมื้อเช้า Check out เรียบร้อย ผมก็ขอให้พี่คิมเรียกแท็กซี่ให้พาไปส่งที่จุดเดิมที่เราลงรถมาเมื่อสองวันก่อน เพื่อไปรอขึ้นรถบัสกลับเฉิงตู ค่าแท็กซี่ 10 หยวน (งงเหมือนกันว่าทำไมทางเดียวกันแต่ขามาโดนไป 20 หยวน) พอแท็กซี่มาถึงพี่คิมก็ช่วยขนของและออกมาล่ำลาหน้าโรงแรม ถึงพี่คิมแกจะหน้าบูดไปหน่อยแต่สองวันที่ผ่านมาแกก็ดูแลดีมาก ของอะไรในห้องหมดหรืออยากได้อะไรเพิ่มแกก็จัดมาให้หมด เวลาสั่งข้าวกินที่โรงแรมก็จะเดินมาถามตลอดว่าอิ่มมั้ย อร่อยมั้ย เอาข้าวเพิ่มมั้ย
ตั๋วรถบัสจาก Rilong Town กลับเมืองเฉิงตู ผมจองผ่านเพจคนไทยพาเที่ยวเฉิงตู ราคาคนละ 600 บาท พอไปถึงจุดรอรถบัสที่ผมมาลงเมื่อสองวันก่อนก็เอารูปตั๋วที่ได้มาให้เจ้าหน้าที่ดู แล้วจะมีคนพาไปกดตั๋ว หน้าตาตู้กดตั๋วเหมือนที่กดจาก Chadianzi เลย แต่รอบนี้มีเจ้าหน้าที่กดให้
ตามตารางรถต้องมารับตอน 9 โมง แต่มารับจริงเกือบ 10.30 ไม่รู้ติดอะไร ระหว่างทางจะแวะพัก 1 จุด ที่เดิมกับตอนขามา นั่งรถบัสประมาณ 3 ชม. กว่าก็มาถึง Chadianzi แล้วก็เรียก didi กลับโรงแรม

โรงแรมคืนสุดท้ายในทริปนี้ ผมพักที่โรงแรม The Hidden House (Chengdu Chunxi Road Tianfu Square Branch) เป็นโรงแรมเล็กๆ ในเมือง ราคาคืนละ 1,400 บาท ผมเลือกพักที่นี่เพราะอยู่ไม่ไกลจาก Tianfu Square ที่เป็นแลนด์มาร์คดังอีกแห่งหนึ่งของเฉิงตู พอเก็บกระเป๋าเสร็จผมก็ออกไปเดินเล่นที่ Tianfu Square
เดินเล่น Tianfu Square เสร็จ ผมก็ไปขึ้น Metro เพื่อไปเที่ยวสะพาน Anshun เป็นการนั่ง Metro ที่จีนครั้งแรก รถไฟใต้ดินในเฉิงตูมีหลายสายมาก แต่ขึ้นไม่ยากเลย แค่ใช้แอป Metroman+Amap จะบอกหมดทุกอย่างตั้งแต่สถานีต้นทาง ปลายทาง ค่าโดยสาร เวลาคร่าวๆ แถมค่าโดยสารก็ถูกมาก ผมนั่งไปสองสถานีราคาคนละแค่ 2 หยวน
จาก Tianfu Square ผมนั่ง Metro จากสถานี Tianfu Square Station ไปสองสถานีไปลงที่ Dongmen Bridge Station แล้วก็เดินเลาะแม่น้ำไปอีกประมาณ 10 นาทีก็จะถึงสะพาน Anshun
สะพาน Anshun เป็นสะพานเก่าแก่ที่ใช้ข้ามแม่น้ำจินเจียงใจกลางเมืองเฉิงตู บนสะพานจะมีหลังคากระเบื้องสไตล์จีนโบราณ ตอนกลางคืนสะพานจะเปิดไฟสวยงาม เป็นจุดที่คนนิยมมาถ่ายรูปเช็คอินกัน รอบสะพานจะมีร้านอาหาร บาร์ ร้านของฝากอยู่เพียบ แต่ตอนผมไปถึงเพิ่งจะ 5 โมง ร้านเลยยังไม่ค่อยเปิดกัน




จากสะพาน Anshun ไป Chunxi Road จะกลับไป Dongmen Bridge Station แล้วนั่ง Metro ไปลง Chunxi Road เลยก็ได้ แต่ผมมีเวลาเลยเลือกเดินเล่นไปเรื่อยๆ จากสะพาน Anshun ไป ระยะทางประมาณ 1.8 กม. ระหว่างทางก็เดินดูบ้านดูเมือง แวะตลาดนัดซื้อขนมกินบ้าง ไม่นานก็มาถึง Chunxi Road
ถนนชุนซี (Chunxi Road) เป็นถนนคนเดินและแหล่งช้อปปิ้งชื่อดังของเฉิงตู คล้ายๆ กับสยามบ้านเราแต่ใหญ่กว่าและคนเยอะมาก ไฮไลต์เด่นที่ทุกคนน่าจะรู้จักคือรูปปั้นแพนด้าที่กำลังปีนตึก IFS แล้วก็มีห้าง Taikoo Li เป็นห้างที่ตกแต่งให้ดูโบราณ มีร้านแบรนด์เนมเพียบ
ผมเแวะกินมื้อเย็นที่ Chunxi Road แล้วก็เดินเล่น แวะซื้อของฝากกันเพลินจนดึก ก็เดินกลับโรงแรมกว่าจะถึงโรงแรมก็ 5 ทุ่มกว่าแล้ว





DAY 8
12 July 2025 : เดินทางกลับกรุงเทพฯ
จากตัวเมืองเฉิงตูไปสนามบินผมต้องไปขึ้นรถ Airport Bus ที่ตึก IFS ซึ่งไม่ไกลจากโรงแรม พอ Check out กินมื้อเช้าเสร็จ ผมก็เดินจากโรงแรมไปตึก IFS ระยะทางประมาณ 1 กม.
เครื่องบินขากลับของผมเป็นรอบบ่าย ทำให้ยังพอมีเวลาเหลือ ระหว่างทางเดินไปตึก IFS ผมเลยแวะเที่ยวที่วัด Daci ที่อยู่แถวๆ Chunxi Road เมื่อคืนผมมาถึงดึก วัดปิดไปแล้วเลยไม่ได้แวะ




จุดขึ้นรถ Airport Bus หาง่ายมาก ให้เดินไปตรงรูปปั้นแพนด้า ตรงใต้ตัวแพนด้าเลย เราจะเห็นป้ายเขียวๆ กับรถบัสจอดอยู่ แค่เห็นผมลากกระเป๋าเดินทางมาด้วย เจ้าหน้าที่ก็เดินมาถามแล้วว่าไปสนามบินใช่มั้ย ก็เดินตามไปขึ้นรถได้เลย ค่ารถคนละ 15 หยวน ขึ้้นรถมานั่งรอแปปเดียวรถก็ออกเลย ประมาณ 1 ชม. ก็มาถึงสนามบินแล้ว
ขากลับผมลองใช้บริการ Air China เห็นราคาถูกดี เวลาโอเคก็กดจองเลย เพิ่งมารู้ตอนอยู่บนเครื่องนั่นแหละว่ามันเป็น full service นี่หว่า มีอาหาร มีน้ำเสิร์ฟ ที่นั่งก็รู้สึกว่ากว้างสบายดี ที่สำคัญราคาพอๆ กับ low cost ตอนขามาเลย แพงกว่าไม่กี่ร้อยบาทเอง
17.00 น. ก็กลับมาถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ เป็นอันจบทริปเที่ยวจีนครั้งแรก 8 วัน 7 คืน
EXPENSE SUMMARY
ทริปเฉิงตู 8 วัน 7 คืนนี้ ผมไปกับแฟนแค่สองคน ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในทริปนี้คิดตั้งแต่ออกจากประตูบ้านจนกลับมาถึงบ้านอยู่ที่ 52,000 บาท หารสองคนเหลือ 26,000 บาท/คน
- ค่าเดินทาง - เป็นค่าใช้จ่ายหลักของทริป คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของค่าใช่จ่ายทั้งหมด โดยการเดินทางทั้งหมดผมใช้ขนส่งสาธารณะ ไม่ได้เช่ารถพร้อมคนขับเลย ถ้าใครไปกันหลายคนแล้วเช่ารถพร้อมคนขับ คิดว่าน่าจะถูกกว่านี้ (มั้ง)
- ค่าโรงแรม - ค่าโรงแรมทั้งหมด 7 คืน ราคารวม ~8,700 บาท ตกคืนละ 1,245 บาท หารสองก็ตกคนละ 600 กว่าบาท/คืน ผมเลือกที่พักกลางๆ ไม่ได้หรูหรามาก ตอนจองก็ดูที่ได้คะแนนรีวิวเยอะๆ หน่อย
- ค่าตั๋วอุทยาน - ค่าตั๋วอุทยานอาจจะดูแพงไปนิด แต่ถ้าเทียบกับวิวที่ได้กับการจัดการที่ดีแล้วผมว่าคุ้มนะ
- ค่าอาหาร - มื้อเช้าส่วนมากจะกินที่โรงแรม มื้อเที่ยงก็ตามอุทยาน มื้อเย็นอาจจะไปกินมื้อดีๆ หน่อย เช่นพวกชาบูหม้อไฟ เฉลี่ยทั้งทริปตกประมาณ 900 บาท/คน/วัน
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ - ประกันการเดินทาง อันนี้ผมว่าควรซื้อไม่ว่าจะไปเที่ยวไหน, ซิมการ์ดซื้อ Sim2Fly จากไทย, ของฝาก ฯลฯ

Between Journeys
วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.39 น.

![cover เที่ยวเฉิงตู 8 วัน 7 คืน ด้วยตัวเองแบบไม้ง้อทัวร์ EP.2/2 [ศูนยวิจัยแพนด้าเฉิงตู-สี่ดรุณี]](https://asset.readme.me/files/76797/cover.jpg?v=981409ad)





