สวัสดีค้าาาา


ทริปนี้เป็นช่วงหยุดยาว 3 วันที่ผ่านมาค่ะ เดินทางเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.59

สืบเนื่องจากอยากไหว้พระใกล้ๆ กทม. พระปฐมเจดีย์นครปฐมเลยเป็นเป้าหมายค่ะ



1 วันในนครปฐม เราไปชิลล์ทั้งหมด ดังนี้ค่ะ



1. พระปฐมเจดีย์

2. พระราชวังสนามจันทร์

3. เอาขาจุ่มน้ำที่ riva floating cafe

4. ทานอาหารเย็นที่ เรือนน้ำอลิษา ชมวิวริมแน่น้ำนครชัยศรี



(นำทางโดย GPS ค่ะ)



ออกเดินทางจาก กทม. 8 โมงเช้าค่ะ ไปเส้นสนามหลาวข้ามสะพานพระปิ่นเกล้า

ถึง พระปฐมเจดีย์ ประมาณ เกือบ 10 โมงค่ะ (มัวหลง 5555+ คนอื่นคงไม่นานเท่านี้)



บรรยากาศวันนั้นคนเยอะดีค่ะ แต่ก็ไม่ได้มากเท่าไหร่ เราไหว้พระกันเสร็จ ก็เดินไปตลาดหาอะไรทาน
หันหลังให้องค์พระปฐมแล้วเดินตรงไปเรื่อย จะเจอร้านข้างหมูกรอบ หมูแดงตรงขวามือ อร่อยดีนะคะ
น้ำราดอร่อยอะ เห็นมีหมูสะเต๊ะด้วยค่ะ คนสั่งเยอะมาก แต่เราไมไม่ได้สั่งทานนะคะ ไม่รู้ว่าอร่อยแค่ไหน
แต่หอยจ้อ อร่อยมาก คอนเฟิร์ม!!!




อิ่มท้องแล้ว ก็ไปต่อที่พระราชวังสนามจันทร์กันเลยค่ะ
นำทางโดย GPS เช่นเคย เดินทางง่ายค่ะ ใกล้ๆองค์พระปฐมเจดีย์เลย
(ประมาณ 5-6 กิโล)



มาถึงปุ๊บ ก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมค่ะ คนละ 30 บาท (ผู้ใหญ่เสีย 30 บาท, เด็กนักเรียน – นักศึกษา 10 บาท, ชาวต่างชาติ 50 บาท)
ใครใส่กระโปรงสั้นมา ต้องซื้อผ้าถุงแบบป้ายของทางวังใส่เข้าไปด้วยนะคะ
ตัวละ 70 บาทค่ะ



ประวัติพระราชวังสนามจันทร์.. คร่าวๆนะคะ


 พระราชวังสนามจันทร์เป็นพระราชวังที่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นบนบริเวณที่คาดว่าเป็นพระราชวังเก่าของกษัตริย์สมัยโบราณที่เรียกว่า เนินปราสาท เพื่อเป็นสถานที่ประทับครั้งมานมัสการองค์พระปฐมเจดีย์และเมื่อบ้านเมืองถึงยามวิกฤต

พระราชวังใช้เวลาก่อสร้างนาน 4 ปี โดยมี หลวงพิทักษ์มานพ (น้อย ศิลป์) ซึ่งต่อมาได้รับโปรดเกล้าฯเลื่อนยศเป็นพระยาวิศุกรรม ศิลปประสิทธิ์ เป็นแม่งาน และสร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2450 เมื่อสร้างแล้วเสร็จจึงได้พระราชทานนามว่า \"พระราชวังสนามจันทร์\" ตามชื่อสระน้ำโบราณหน้าโบสถ์พราหมณ์ (ปัจจุบันไม่มีโบสถ์พราหมณ์เหลืออยู่แล้ว) สระน้ำจันทร์ หรือ สระบัว


 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชพินัยกรรมแสดงพระราชประสงค์ยกพระราชวังสนามจันทร์ให้เป็นสถานที่ตั้งของโรงเรียนนายร้อยทหารบกโดยมีใจความว่า


 \"บรรดาที่ดินตึกรามทั้งใหญ่ น้อย ที่รวมอยู่ในเขตซึ่งเรียกว่า \"พระราชวังสนามจันทร์\" เป็นสมบัติส่วนตัวของข้าพเจ้าโดยแท้ไม่ได้รับมฤดกมาจากสมเด็จพระบรมชนกนารถมิได้ ข้าพเจ้าได้เก็บทุนในตำแหน่งหน้าที่พระยุพราชและทุนอื่นๆ สร้างที่สนามจันทร์ และสร้างพระที่นั่งซึ่งเรียกว่า พระพิมานประฐม นั้นขึ้นก่อน ต่อมาเมื่อข้าพเจ้าได้ราชสมบัติแล้ว ข้าพเจ้าก็ได้เอาเงินพระคลังข้างที่ทำนุบำรุงที่นี้ตลอดมาเป็นส่วนตัวทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นจะเอาที่พระราชวังสนามจันทร์ไปรวมเข้ากับกองมฤดกใหญ่นั้นหาควรไม่ ข้าพเจ้ามีสิทธิ์ตามกฎหมายเหมือนสามัญชน ที่จะยกที่นี้ให้แก่ผู้ใดก็ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อสิ้นตัวข้าพเจ้าไปแล้ว ข้าพเจ้าขอยกที่นี้ให้แก่รัฐบาลสยามเป็นสิทธิขาด เพื่อทำเป็นโรงเรียนนายร้อยทหารบก\"


 ในปัจจุบัน พระราชวังสนามจันทร์อยู่ในความดูแลของสำนักพระราชวัง โดยเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2546 คณะกรรมการอำนวยการบูรณะพระราชวังสนามจันทร์ ซึ่งมีสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เป็นองค์ประธาน ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย นายนาวิน ขันธหิรัญ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม และมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ลิขิต กาญจนาภรณ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ได้น้อมเกล้าฯ ถวายคืนพระราชวังสนามจันทร์แก่สำนักพระราชวัง



สิ่งก่อสร้าง พระราชวังสนามจันทร์มีสิ่งก่อสร้างมากมาย (แต่เราเดินไม่ครบนะคะ เพราะพื้นที่กว้างมากกก)

มีคนมาถ่ายรูป มาพักผ่อนเยอะแยะเลยค่ะ



พระตำหนักทับขวัญ เป็นจุดแรกที่เราเยี่ยมชมค่ะ


ก่อนชม ต้องเก็บสิ่งของทุกอย่าง ไม่เว้นแม้กระทั่งโทรศัพท์มือถือ เก็บไว้ในล๊อคเกอร์ก่อนนะคะ ห้ามนำสิ่งของติดตัวไปด้วย ยกเว้น บัตรเข้าชมค่ะ

ทุกจุด ต้องยื่นบัตรเข้าชม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ สแตมป์ชื่อสถานที่ให้เราด้วย

เป็นเรือนไทยภาคกลางที่สมบูรณ์แบบทางสถาปัตยกรรม มีทั้งหมด 8 หลัง แบ่งเป็นเรือนไทยขนาดใหญ่ 4 หลัง หันหน้สเข้ากันตามทิศต่างๆ บริเวณมุมทั้ง 4 มีเรือนไทยเล็กเชื่อมอยู่ทั้ง 4 มุม (มีต้นไม้ตรงกลางร่มรื่นมากค่ะ)



จุดที่ 2 พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์



เป็นเรือนไม้สีแดง 2 ชั้น อยู่ด้านหลังพระที่นั่งชาลีมงคลอาสน์ บริเวณชั้น 2 มีสะพานเชื่อมต่อถึงบ้าน ด้านใต้สะพานระหว่างสองพระที่นั่งเป็นคลอง ตลอดสะพานมีหลังคาและฝากั้น พระที่นั่งองค์นี้ใช้สำหรับเสด็จออกให้ประชาชนเข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์ ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระ มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

จุดนี้ สามารถนำส่งของติดตัวไปได้ค่ะ แต่เจ้าหน้าที่จะแจกถุงผ้าคนละใบ เพื่อใส่รองเท้า เวลาเดินชม ถ้าเราลงอีกฝั่งจะได้ไม่ต้องเดินย้อนสะพานกลับมาอีกค่ะ



จุดที่ 3 พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์
ตั้งอยู่ทางทิศ ตะวันออกเฉียงใต้ของพระที่นั่งวัชรีรมยา ลักษณเป็นตึก 2 ชั้น สถาปัตยกรรมตะวันตก ผนังด้านนอกฉาบด้วยสีเหลืองนวลหรือสีเปลือกไข่ไก่ หลังคามุงด้วยกระเบื้องสีแดงใช้สำหรับงานเกี่ยวกับเสือป่า หรือเวลาที่เสือป่าเข้าประจำกอง


อนุสาวรีย์ย่าเหล



ตั้งอยู่ด้านหน้าพระที่นั่งชาลีมงคลอาสน์ เป็นอนุสาวรีย์หล่อด้วยโลหะขนาดเท่าสุนัขจริง ถือเป็นอนุสาวรีย์สนุขแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทยในขณะนี้ ย่าเหลเป็นสุนัขพันทางขนยาวปุกปุย สีขาวสลับน้ำตาลเกิดในเรือนจำนครปฐม พระบาทสมเด็พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพบเข้าเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนิน ไปตรวจเรือนจำ พระองค์ทรงพอพระหฤทัยในความเฉลียวฉลาดขนาดมีรับสั่งขอจากรองอำมาตย์เอกพุทธ เกษตรานุรักษ์ (โพธิ์ เคหะนันท์) ครั้งดำรงตำแหน่งพะทำมะรงเรือนจำ มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงชัยอาญา แล้วทรงนำไปเลี้ยงในพระราชสำนัก พระราชทานชื่อให้ว่า ย่าเหล





หลังจากชมอนุสาวรีย์ย่าเหลแล้ว เราก็ตั้งท่าจะเดินกลับ ... แต่พอดีมีพี่เจ้าหน้าที่หน้าวัง ถามว่าจะกลับแล้วเหรอ


เพิ่งเข้ามาเองนะ ... เราก็เลยบอกว่าจะกลับแล้วค่ะ เดินครบแล้ว ...

ว่าเสร็จ แกก็ขอดูตั๋ว ว่าเราไปไหนมาบ้าง ... พอยื่นให้แกดู แกก็เลยบอกว่า นี่ยังไม่ครบนี่ เหลืออีกตั้งหลายที่

ที่สำคัญขาดจุดสำคัญที่สุดด้วย

เราก็เลยถามว่า ที่ไหนค่ะ .......... แกบอก



พระที่นั่งพิมานปฐม

พระที่นั่งอภิรมย์ฤดี

พระที่นั่งวัชรีรมยา



โอเค .. ได้ยินดังนั้น เราก็เดินถอยกลับค่ะ ไปตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำเลย

ก่อนเข้าชมเช่นเคย คือต้องเก็บสิ่งของทุกอย่างไว้ในล๊อคเกอร์ค่ะ ห้ามนำติดตัวไป

ด้านในจะมีไกด์คอยแนะนำและอธิบายจุดต่างๆ โดยจะจัดเป็นรอบค่ะ รอบละไม่เกิน 20 นาที

มีสาระและความรู้มากค่ะ .... แต่พออกมาแล้วลืมหมด 5555+



ตรงกลางสนามหญ้าพระที่นั่งสนามจันทร์ เป็นที่ตั้งของ เทวาลัยคเณศร์ หรือ ศาลเทพารักษ์ เป็นที่ประดิษฐานพระคเณศร์

หรือพระพิฆเนศวร ซึ่งนับถือว่าเป็นเทพเจ้าแห่งศิลปวิทยาการ เป็นผู้มีปัญญาเป็นเลิศ ปราดเปรื่องในศิลปวิทยาทุกแขนง

ท่านทรงสร้างให้องค์พระปฐมเจดีย์ กับ เทวาลัยคเณศร์ ตรงกัน เนื่องจาก หากสักการะ เทวาลัยคเณศร์ แล้วก็จะได้สักการะองค์พระปฐมเจดีย์ไปด้วย




จากพระราชวังสนามจันทร์ ก็ตั้งค่า GPS ไปที่ riva floating cafe เลยค่าาาา



หลงมั้ย ... บอกเลย หลงมาก 5555++ riva floating cafe อยู่ติดกับ โรงแรม ปานเทวีเลยค่ะ

ดูป้ายๆ




จากทางเข้า จะเจอสวนมะพร้าว ริมคลอง ... วันนั้นคนเยอะมากกกก รถลูกค้าล้นอออกมาถนนใหญ่เลยค่ะ


เราก็เลยได้เดินเข้าไป ................. พอถึงละแม่เจ้า ... อีก 10 คิว ค่ะ

บางรายก็เดินกลับเพราะรอไม่ไหว .... แล้วเราล่ะ ???

เราก็กลับ เหมือนกันค่ะ 5555+ ใครจะรอไหวน้อออ ตั้ง 10 คิว และที่อยู่บนแพ บางรายก็ยังไม่ได้รับอาหารด้วยซ้ำ



ตอนนี้คือ เคว้งมาก บอกเลย ........... แล้วเราจะไปไหนกันต่อ นี่ไม่ได้คิดแผนสำรองมาเลยนะว่าจะไปไหนอีกบ้าง


-

-

-

-

พอดีเจอคุณลุงใจดีเจ้าของร้านชำหน้าถนนทางเข้า สอบถามแกว่าพอจะรู้จักร้านอาหารอร่อยๆแถวนี้มั้ยค่ะ ?

แกก็เลยบอกว่า " ครัวอลิษา " นะ อร่อย วิวสวยด้วย ลองไปดู



" อาหารดีงาม บรรยากาศดีงาม .......... คราวหลังจะกลับมาอีกค่ะ "



ความคิดเห็น