ร้อนนี้...ชวนเพื่อนหนีไปเที่ยวทะเลกันเถอะ !! (ตะกั่วป่า - สิมิลัน - เขาหลัก) | เก็บกระเป๋า รีวิวโดย เก็บกระเป๋า

โก ทู เดอะ ซี ไม่หนีร้อน ก็หนีรัก... นิยามนี้เห็นทีจะใช้ไม่ได้กับเรา เพราะการไปทะเลครั้งนี้ ไปเพื่อพบเพื่อนพ้องน้องพี่ สิริรวมในรอบ 5 ปี แต่ละคนยอมเดินทาง ลางาน หอบสังขาร มาจากในและนอกประเทศเพื่อสิ่งนี้ (ขาดแค่คนเดียวเท่านั้นที่ได้ดีไปแล้ว) ตลอด 3 คืน 4 วัน นอนกันไม่ถึง 15 ชั่วโมง (ก

ร้อนนี้...ชวนเพื่อนหนีไปเที่ยวทะเลกันเถอะ !! (ตะกั่วป่า - สิมิลัน - เขาหลัก) | เก็บกระเป๋า

ร้อนนี้...ชวนเพื่อนหนีไปเที่ยวทะเลกันเถอะ !! (ตะกั่วป่า - สิมิลัน - เขาหลัก) | เก็บกระเป๋า


โก ทู เดอะ ซี ไม่หนีร้อน ก็หนีรัก...


นิยามนี้เห็นทีจะใช้ไม่ได้กับเรา เพราะการไปทะเลครั้งนี้ ไปเพื่อพบเพื่อนพ้องน้องพี่ สิริรวมในรอบ 5 ปี

แต่ละคนยอมเดินทาง ลางาน หอบสังขาร มาจากในและนอกประเทศเพื่อสิ่งนี้ (ขาดแค่คนเดียวเท่านั้นที่ได้ดีไปแล้ว)

ตลอด 3 คืน 4 วัน นอนกันไม่ถึง 15 ชั่วโมง (ก็คนมันคิดถึงอ่ะ นั่งคุยกัน ยาว ยาว)

ความสนุก สุข มันส์ และรอยยิ้มกว้างๆ จึงเกิดขึ้นอีกครั้ง ใน ฟิน อิน ทริป. ^_____________^


***ค่าใช้จ่ายตลอดทริป (ตะกั่วป่า สิมิลัน เขาหลัก เขาสก)

ถ้ามาหลายคน เช่ารถหารเฉลี่ยกันจะอยู่ที่ 5,500 บาท/คน (ไม่รวมตั๋วเครื่องบินไปกลับ)

ปล.แต่บอกไว้ก่อนรอบนี้เราหมดไป 4,000 บาท ไม่รวมค่าเครื่องและการเดินทาง เพราะมีเพื่อนดีค่ะ ^^


**บทขอบคุณ**

หลังจากรีวิว "แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ ตามรอยเราสองสามคน โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ฯ" เมื่อตอนกลางเดือนไป

รู้สึกได้เลยค่ะ ว่าข้อมูลที่ตั้งใจทำมันเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ไม่น้อยเลย

ขอบคุณทุกกำลังใจ โดยเฉพาะเพื่อนๆ กลุ่มแบกเป้เที่ยว

มันทำให้เราอยากถ่ายรูปสวยๆ รวบรวมข้อมูลดีๆ ในทุกครั้งที่ได้ออกเดินทาง


กระทู้นี้เราขออนุญาตพูดถึง ตะกั่วป่า สิมิลัน และเขาหลักก่อนนะคะ

แล้วจะเปิดกระทู้ใหม่ จะพาไปเที่ยว เปรี้ยว เฟี้ยว ที่เชี่ยวหลาน ค่ะ ^^

รอแปรบน้าาา . . . เด๋วมาต่อ22.30 น. ในคืนวันที่ 17 เมษายน เราซื้อตั๋วรถทัวร์ไปลงที่ฟิวเจอร์ ใช้เวลา 5.30 ชม. นอนในรถแบบหลับ ๆ ตื่นๆ

ตอนนั้น 03.30 น. อารมณ์บ้านนอกเข้ากรุงมาก ไม่เคยมากลางดึกขนาดนี้

แท็กซี่ : น้องๆ ไปไหน

เรา : สนามบินดอนเมืองค่ะ

แท็กซี่ : 200 น้อง

เรา : คิดตามมิเตอร์รึป่าวคะ?

แท็กซี่ : โห้ย...คิดตามมิเตอร์โบกไปเลยน้อง ไม่มีคันไหนจอดรับหรอก !!

คำพูดยั๊วะมาก เลือดขึ้นหน้าเลยค่ะ พี่จะไม่ทน รีบเดินไปโบกแท็กซี่ด้านหน้ารัวๆ

จนในที่สุดก็ได้พี่แท็กซี่ใจดีคิดตามมิเตอร์ 95 บาท สะใจ !! แต่ก็โบกนานอยู่นะ

ถึงดอนเมืองก็ 04.00 น. ขึ้นเครื่อง 09.30 น. หึหึ พี่จะไม่ทน นอนสิคะ หาโลเคชั่นไม่ยากค่ะ ตามเก้าอี้ ตามพื้น กิกิ

แล้วตื่นมาอีกทีก็ออกเดินทางไปเจอเพื่อนๆ ที่สุราษฎร์ฯ เลย



ใช้เวลา 1 ชั่วโมงก็ถึงแล้วค่ะ แต่กว่าจะทยอยมาจนครบก็ 15.00 น. อีกนานนนนนนน


ทริปนี้เราโชคดีมาก ที่เพื่อนในกลุ่มเป็นคนสุราษฎร์ฯ และพังงา เลยมีผู้อุปการะคุณในด้านการเดินทาง อาหาร และที่พักในบางวัน

อีกอย่างทริปนี้มีเซอร์ไพรส์ !! เมื่อเพื่อนที่ไม่ได้มา โอนเงินมาให้จำนวนหนึ่งบอกให้เอาไปกินข้าวกันนะ โอ๊ยยย น้ำตาจะไหล...ขอบพระคุณมาก

สำหรับใครที่ไม่มีรถส่วนตัว เดินมาตามทางออก จะเห็นป้ายไฟสีชมพูอยู่ด้านหน้า จะมีบริษัทพันทิพย์คอยให้บริการเรื่องรถอยู่ค่ะ

มีหลายเส้นทาง ทั้งรถบัส รถตู้ แท็กซี่ รถเช่า ราคาตามนี้เลยค่ะ



ที่นี่มีบริการให้เช่ารถยนต์ด้วยนะคะ วันละ 1000 บาท น้ำมันเต็มถัง คืนรถต้องเต็มถัง มาหลายคนจัดแบบนี้คุ้มค่ะ


หรือจะเช่าของนกแอร์ก็ได้ เราเคยเห็นในเว็บ เห็นมีไวนิลติดอยู่ด้วย มีสองราคา 620 กับ 840 บาท แอร์เอเชียก็มีค่ะ แต่แพง พันอัพ



ใครจะไปสิมิลัน ทริปจะเริ่มแต่เช้า 08.00 น. ต้องนอนค้างค่ะ บางคนก็เลือกลงสนามบินภูเก็ตนะคะ อาจจะง่ายกว่า

แต่ถ้าจากสนามบินสุราษฎร์ฯ - สิมิลัน แนะนำให้หาที่พักแถวเขาหลักค่ะ เพราะเกือบทุกทัวร์จะมีบริการรับส่งนักท่องเที่ยวในเขตเขาหลักฟรี

วิธีเดินทาง : นั่งรถตู้มีจากสนามบินสุราษฎร์ฯ - เขาสก 200 บาท และต่อรถจากเขาสกไปเขาหลักอีกทีค่ะ ลองหาข้อมูลดูนะคะ



สำหรับเราตอนนี้รวมเพื่อนได้ 3 คน จาก 6 อีกนานกว่าจะครบ เลยแวะเข้าตัวเมืองสุราษฎร์ฯ หาของกินค่ะ หิวมาก ขอเพื่อนร่วมทริปเจ้าถิ่นคนสุราษฎร์ฯ มารับ ใช้เวลาเดินทางเข้าตัวเมือง 30 นาที เพื่อนบอกร้านนี้เด็ดมาก ชื่อ "ร้านยกเข่ง" คงเด็ดจริงๆ คนเยอะมาก ราคาอาหารอยู่ที่ 40-70 บาท คนขายเป็นคุณป้ามีอายุแล้ว อีกคนที่เป็นผู้ช่วยเสียงแจ๋ว คิดเงินเร็วมาก ไม่ต้องใช้เครื่องคิดเลขเลย รู้สึกตัวเองอ่อนคณิตขึ้นมาทันที



จัดไป มา 4 คน สั่งอย่างกับมาเป็น 10 เหอะๆ ก็คนมันหิวนี่น้อ เมนูขึ้นชื่อของที่นี่คือ "โล่งโต้ง" และ "ผักบุ้งไต่ราว" ค่ะ เด็ดมากพูดเลย อร่อยแบบไม่ต้องปรุง ชอบอ่าาาาา อยากรู้ล่ะสิว่ามันคืออะไร เรามีข้อมูลมาให้อ่านค่ะ



มาดูเมนูที่เราสั่งกัน


หมายเลข 1 โล่งโต้งน้ำดำ เป็นก๋วยเตี๋ยวเส้นหมี่ น้ำซุปข้น หวาน คล้ายน้ำก๋วยจั๊บ และใส่เครื่องโล่งโต้งแบบจัดเต็มค่ะ เด็ด (40 บาท)

หมายเลข 2 ผักบุ้งไต่ราว คิดได้ไงชื่อนี้ มีก้านผักบุ้งหั่นเป็นแว่นกลมๆ ใส่ในเส้นหมี่แห้ง ราดด้วยน้ำจิ้มสีแดงดูน่ากลัว ตอนแรกนึกว่าจะเผ็ด เปล่าเลย รสชาติเปรี้ยวหวาน อร่อยมาก (40 บาท)

หมายเลข 3 โล่งโต้ง (ออริจินอล) ก็จะเหมือนโล่งโต้งน้ำดำ ต่างตรงน้ำซุปใสค่ะ หอม ซดแล้วคล่องคอจริงๆ (40 บาท)

หมายเลข 4 ข้าวเหนียวมะม่วง (60 บาท) ขายเฉพาะช่วงฤดูกาลเท่านั้น มะม่วงรสชาติเปรี้ยวหวาน โอเคเลย

หมายเลข 5 ขนมหวาน มีหลายอย่างมาก รวมมิตร ข้าวเหนียวเปียก สาคู ทับทิมกรอบ ครองแครง ลอดช่อง รสชาติดีที่เดียว 15/20 บาท

หมายเลข 6 คงไม่ต้องอธิบาย ว่าอร่อยจริงมั้ย ก็เล่นกินเกลี้ยงซะขนาดนี้ ^^

มื้อนี้อยู่ที่ 450 บาท คุ้มค่า คุ้มราคา จริงๆ ค่ะ (แต่ข้าวเหนียวมะม่วงแพงไปหน่อย)



หลังจากมื้อกลางวัน เราแวะพักบ้านเพื่อนค่ะ แล้วให้แม่เพื่อนไปส่งพวกเราทั้งหมดที่สนามบินอีกครั้งตามเวลาที่เพื่อนอีกคนจะมา แล้วออกเดินทางสู่ตะกั่วป่า จ.พังงา ต่อไป ซึ่งเพื่อนเราอีกคนสแตนบายรออยู่ที่นั่นค่ะ แลดูรุงรังอ่ะ วุ่นวายดี เราเดินทางโดยรถตู้คันขาวแถบเขียวจากสนามบินสุราษฎร์ - เขาสก 200 บาท/คน



รถจะจอดหน้าทางเข้าอุทยานแห่งชาติเขาสก ตรงนี้จะเป็นศูนย์รวมคิวรถตู้และรถบัสไปที่ต่างๆ เราเหมารถตู้อีกครั้งไปตะกั่วป่า 1,000 บาท ให้ไปส่งถึงที่พักเลย เพื่อนเราจองไว้ให้แล้ว



ระหว่างเขาสกมาตะกั่วป่า สองข้างทางจะเต็มไปด้วยต้นยาง ต้นปาล์ม มีฉากหลังเป็นภูเขารูปทรงแปลก สวยงาม ไม่เหมือนภูเขาภาคอื่นๆ เหมือนถูกกัดเซาะจากฝน สวยดี บางช่วงก็จะมีอุโมงค์ต้นไม้ อีกอย่างที่เราชอบระหว่างทางคือเราเห็นหมอก เห็นเมฆลอยต่ำๆ ในตอนเย็นหน้าร้อนแบบนี้คืออะไร !! อะเมซิ่ง ฟินสิคะ แล้วก็ฟินคูณสองเมื่อถึง "บ้านต้นรัก" ที่พักของเราในคืนนี้ ดูแล้วเล็กๆ ธรรมดา ๆ แต่พอเดินเข้าไปด้านในสุดเท่านั้นแหละ เจอภาพนี้ค่ะ บ้านพักหลังเดียวกับวิวหนองน้ำสวยๆ หลังนี้ 1,200 ค่ะ นอนกัน 6 คน ห้องน้ำ 1 ห้อง และมีเรือให้พายด้วย



เก็บของเสร็จ คือ หิวอีกแล้ว อยากจัดหนักๆ เลยค่ะ เลยให้เพื่อนเจ้าถิ่นแห่งตะกั่วป่ามารับไปหาอะไรกินอร่อย ๆ คือทุกคนอยากกินหมูกะทะมาก เพื่อนเราเลยจัดร้านนี้ให้ "หมูกะทะ ครัวข้าวหยก" อยู่แถวย่านยาว ก่อนถึงโรงพยาบาลตะกั่วป่า คือราคาไม่แพง หัวละ 129 บาทเอง (ไม่รวมน้ำ น้ำแข็ง) ร้านไม่ได้หวือหวาอะไรมาก บ้านๆ ดี สบายๆ คนเข้าร้านเรื่อยๆ แต่ไม่แน่นจนเกินไป รสชาติหมูโอเคเลย ทุกคนโหวตหมูหมักพริกไทยดำ หมูหมักขมิ้น บาบีคิว คือ เนื้อนุ่ม รสชาติกลมกลม หอมเครื่องเทศ มีขนมหวาน ไอติม กินไม่หมดไม่โดนปรับนะคะ ฮี่ๆ มื้อนี้หมดไป 950 บาท อ่อด้านหน้าร้านจะขายก๋วยจั๊บด้วย ซื้อมานั่งกินในร้านหมูกะทะได้ค่ะ



คือจริงๆ อิ่มแล้ว แต่มาถึงตะกั่วป่าทั้งที เพื่อนบอกว่าต้องมากินชาชักกับโรตีร้าน "ไอซ์แต" อยู่เยื้องเทศบาลเมืองตะกั่วป่า


หมายเลข 1 ชาเย็นชักเย็น ชาเขียวชักเย็น ฟองฟู่ หอม มัน อร่อย (สั่งแบบเย็น 15 ชักเย็น 17 บาท)

หมายเลข 2 ชาระบำ เป็นชาร้อน เหมือนใส่นมข้นด้านล่างแล้วเทน้ำชาชักด้านบน ตอนเสิร์ฟ มันจะเด้งดึ๋งๆ เหมือนกำลังระบำอยู่ (30 บาท)

หมายเลข 3 โรตีภูเขาไฟ ตอนแรกคิดว่าจะเป็นโรตีแบนๆ โรยไมโล หรือไม่ก็แบบปังเย็น พอเสิร์ฟมาเท่านั้นแหละ ตื่นตระหนกกันทั้งโต๊ะ อลังการงานสร้างจริงๆ ค่ะ ห้าา เวลากินใช้มือฉีกเลยค่ะ จิ้มไมโลกับนมข้นด้านล่าง กรอบ อร่อยดี (30 บาท)

หมายเลข 4 โรตีกรอบแบบออริจิ แห้งดีค่ะ จิ้มนม โรยน้ำตาล อร่อย (25 บาท)

หมายเลข 5 โรตีไข่ เนื้อนุ่มค่ะ มีนม น้ำตาล แยกมาให้ ราดโรยแล้วแต่ชอบ (25 บาท)

มื้อนี้ 195 บาทค่ะ



ค่าใช้จ่ายวันที่ 1 (18 เมษายน 2559)


ค่ารถ 2000 บาท

ค่าที่พัก 1200 บาท

ค่าอาหาร 1595

รวม 4795 บาท/6 คน

เฉลี่ย 800 บาท/คน



และแล้ววันแรกก็ผ่านไปอย่างอิ่มหนำสำราญ คืนนี้พวกเราทั้ง 6 คน อยู่กันที่อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงาค่ะ รู้สึกวันนี้ทริปกิน ทริปชิม จริงๆ กินกันจนหนังท้องตึงหนังตาหย่อน แต่ไม่ยอมหลับยอมนอนเพราะมัวแต่เมาส์มอย นานทีเจอกันอ่าน้อ ขอนิดนึง แล้วจะมาต่อวันพรุ่งนี้นะคะ ณ สิมิลัน ^^เช้านี้เราตื่นกันตั้งแต่ 06.00 น. ถามว่าได้นอนกันกี่ชั่วโมง โคตรน้อยนิด ห้องน้ำมีห้องเดียวก็ผลัดกันค่ะ แต่ส่วนใหญ่เลือกที่จะไม่อาบน้ำเพราะเพิ่งอาบไปเมื่อหัวค่ำและวันนี้ยังไงก็ต้องลงน้ำอีก เอิ๊กๆ ข้ออ้างชัดๆ จากตะกั่วป่าถึงท่าเรือทับละมุ ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที ทริปสิมิลันครั้งนี้เราเลือกทัวร์ของ Fantastic Similan Travel ค่ะ คือช่วงนั้นมีโปรเลยให้เพื่อนจองให้ในราคา 1900 บาท ซึ่งทัวร์ของบริษัทอื่นจะอยู่ที่ 2500 บาท/คน ราคานี้ รวมค่าธรรมเนียมเข้าชมอุทยาน อาหารเช้า กลางวัน เย็นช่วงกลับจากทริป ผลไม้ของว่างและเครื่องดื่ม ตลอดการเดินทาง รถรับ-ส่ง จากโรงแรมที่พัก ภูเก็ตและเขาหลัก อุปกรณ์ดำน้ำ (หน้ากาก / ชูชีพ / ตีนกบ) และประกันอุบัติเหตุค่ะ



มาถึงปุ๊บรีบเดินเลยจ้า เราเลทไป 15 นาที จ่ายตังแล้วรีบหาอะไรรองท้อง ไม่งั้นหิวตายแน่ พนังงานที่นี่น่ารักดีนะ เป็นเพศที่สามทั้งนั้น อันซีนมาก รู้สึกทริปนี้ต้องมีสีสันแน่ๆ ก่อนขึ้นเรือทางทัวร์จะถ่ายรูปพวกเราไว้ค่ะ และไกด์ประจำกรุ๊ปเราคือ คุณพรหล้า เอ่ย พอลล่า ซึ่งจะเป็นคนดูแลพวกเราตลอดการเดินทางค่ะ พอลล่าแจกถุงพลาสติกให้ลูกทัวร์พร้อมสาธิตการอ้วกแบบฮาๆ ฝรั่งนี่ขำไปตามๆ กัน อ่อเรือที่เราไปเป็นเรือสปี๊ดโป๊ท รองรับนักท่องเที่ยวได้เกือบ 45 คนเลย



เคยได้ยินล้มทั้งยืนมาแล้ว แต่พวกเรานี่นั่งทั้งหลับเลยค่ะ เพราะใช้เวลาในการเดินทาง 1.30 น. นานเกิน แต่ก็นะ อยากเห็นความสวยงามที่รออยู่ข้างหน้าก็ต้องอดทน และแล้วเรือก็ลดสปีทลงค่ะ พอลล่าบอกว่าเราได้มาถึงเกาะแรก เกาะ 8 หรือเกาะสิมิลันซึ่งเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและเป็นที่มาของชื่ออุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน มองไกลๆ จะเห็นหินเรือใบซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเกาะนี้ด้วยค่ะ



เรามาถึงเกาะ 8 เป็นกรุ๊ปแรก ๆ คนยังน้อยอยู่ โชคดีจัง



พอลล่าให้เวลาเรา 1 ชั่วโมงกับการชื่นชมความสวยงามของเกาะ หาดทราย ชายทะเล เราไม่มีรีรอรีบเดินไปยังจุดชมวิวหินเรือใบ ตามเส้นทางจะต้องปีนป่ายขึ้นไปตามเนินหิน และบันไดธรรมชาติจากรากไม้ พร้อมมีราวเชือกให้จับให้เกาะเป็นระยะๆ มีช่อง ซอก ทางเดินเล็กๆ ไปตามซอกหิน ใช้เวลาเดินประมาณ 10-15 นาที ระมัดระวังกันด้วยนะคะ บางจุดจะลื่น



ขึ้นไปแล้วเราจะพบกับวิวทะเลสวยๆ สุดลูกหูลูกตากับหินเรือใบที่ตั้งตระหง่านค่ะ น้ำทะเลที่นี่สีใสมาก ใสจนเห็นแนวปะการัง น้ำจะไล่ระดับสีตั้งแต่ฟ้าอ่อน ฟ้าเข้ม จนสีน้ำเงิน และยังมีจุดชมวิวอีกจุดหนึ่งอยู่บนเนินเขาหลังเกาะ จะต้องเดินเท้าเข้าไปประมาณ 2 กม. ซึ่งเวลาไม่น่าพอค่ะ



มองลงมาทางทิศใต้จะเห็นอ่าวเกือกที่สวยงามค่ะ แต่นั่นคนหรือมด !!



วิวกลางทะเล ซูมกล้องถ่ายจะได้ภาพสีครามๆ แบบนี้ ^^



เราเดินไปทางด้านหลังเพื่อไปดูหินเรือใบใกล้ๆ ค่ะ มีสะพานไม้คอยเชื่อมระหว่างหลุมลึกของหิน ก้าวผ่านทีก็เสียวที



เซลฟี่กันซักหน่อยนะ ^^



ด้านหลังหินเรือใบเราจะเห็นวิวสวยๆ แบบนี้ค่ะ



วิวด้านหน้าหินเรือใบ



จากหินเรือใบ จะมองเห็นเกาะ 9 อยู่ไม่ไกลค่ะ



บนเกาะ 8 หรือเกาะสิมิลันนี้ เป็นที่ตั้งของศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มีลานกางเต็นท์ ซึ่งอนุญาตให้นักท่องเที่ยวนำเต็นท์มากางเองได้ มีห้องน้ำ ร้านอาหาร เรือ ให้บริการดำน้ำ แต่ไม่มีบ้านพักนะคะ ห้องน้ำที่นี่ไม่สะอาดนะ อาจเพราะมีนักท่องเที่ยวเยอะเกินไป ยิ่งใกล้ช่วงปิดเกาะแล้วด้วย คนมาล้นหลามค่ะ



เวลาผ่านไปไวจริง เราลงมาด้านล่างหาดค่ะ ทีมงานเตรียมน้ำเย็นๆ มาให้กินแก้กระหาย อากาศร้อนมาก เป็นปกติของทะเล เราออกไปเดินเล่นหน้าหาด คนมาจากไหนเยอะแยะ เราคิดว่าส่วนใหญ่คงเป็นฝรั่ง เปล่าเลย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น เพียบค่ะ ดีแล้วที่มาเป็นกรุ๊ปแรกๆ ไม่งั้นวุ่นวายกว่านี้แน่



คนนี้ก็เท่เหลือเกิน....



ไม่นาน...เรือก็มารับค่ะ เตรียมตัวไปดำน้ำที่เกาะ 7 กัน ฮู้เล้ ฮูเล่ ^O^



***ค่าใช้จ่ายตลอดทริป (ตะกั่วป่า สิมิลัน เขาหลัก เขาสก)


ถ้ามาหลายคน เช่ารถหารเฉลี่ยกันจะอยู่ที่ 5,500 บาท/คน (ไม่รวมตั๋วเครื่องบินไปกลับ)

ปล.แต่บอกไว้ก่อนรอบนี้เราหมดไป 4,000 บาท ไม่รวมค่าเครื่องและการเดินทาง เพราะมีเพื่อนดีค่ะ ^^



ส่วนค่าใช้จ่ายรายวันจะสรุปในกระทู้ของแต่ละวันไปค่ะ ลองดูนะคะรักทะเลเวลามีเธอด้วย...สวยซะเกินกว่าบรรยายได้...

โชคดีที่มากับเพื่อน เที่ยวคนเดียวคงเปลี่ยวน่าดู ปกติเราชอบภูเขามากกว่าทะเลนะ

เที่ยวภูเขาสีเขียว เย็นตา อากาศดี มาทะเลแล้วร้อน ที่สำคัญเราแพ้แสงมาก จะไม่ค่อยลงเล่นน้ำ

ขอแค่ได้มอง มองทะเลสีนวลๆ หาดทรายขาวๆ วิวสวยๆ แค่นี้ก็พอใจละ แต่รอบนี้เราจัดเต็ม เพราะมากับเพื่อนๆ ^^

รีบมาเที่ยวก่อนปิดเกาะนะคะ...

ปิดฤดูการท่องเที่ยว 1 พฤษภาคม - 31 ตุลาคม ของทุกปี

เปิดฤดูการท่องเที่ยวอีกที 1 พฤศจิกายน - 30 เมษายน ของทุกปี



พอลล่าพาเรามาเกาะ 7 หรือเกาะปาหยู เกาะนี้ไม่มีหาดนะคะ และต่อด้วยเกาะ 9 หรือเกาะบางู

เราจะได้ดำน้ำแล้ว ห่างหายจากการดำน้ำมา 3 ปี ตื่นเต้นมาก ไปชมภาพบรรยากาศกันเลยค่ะ



น้ำทะเลใสป๊ะหล่าาาาา ชอบบบบ ><



ถ่ายรูปกับเดอะแก๊งแปรบบบบ 1 2 3 เฮ้ !!


การดำน้ำแต่ละที่พอลล่าจะให้เวลาประมาณ 40 นาทีค่ะ รู้สึกไวไป

คือเกาะ 7 ยังดำไม่ค่อยได้เท่าไหร่ มือใหม่ไง ต้องมาซ้ำที่เกาะ 9 คราวนี้ดำน้ำคล่องปร๋อ แทบไม่โผล่ขึ้นเหนือน้ำเลยค่ะ ห้าา

เกาะ 9 มีเต่ายักษ์ออกมาว่ายน้ำอวดนักท่องเที่ยวด้วยนะคะ ประมาณ 3 ตัว แต่เราเห็นตัวเดียว ถ่ายรูปไว้ไม่ทันด้วยค่ะ

เอาจริงๆ ทะเลที่นี่สวยมากนะ น้ำใส หาดทรายขาวเนียนนุ่ม แต่ใต้น้ำเราไม่ประทับใจเท่าไหร่ ปะการังดำๆ ขาวๆ เหมือนเป็นเศษซาก

ปลามีไม่เยอะ เจอไม่กี่ชนิดเอง ใครคิดจะหาภาพสวยๆ ใต้น้ำที่นี่เราไม่แนะนำค่ะ



เสร็จจากดำน้ำที่เกาะ 7 และเกาะ 9 ขึ้นเรือค่ะ บนเรือมีเครื่องดื่มเพียบ ไม่ต้องกลัวอดน้ำ ถึงไม่มีก็กินน้ำทะเลได้ ไอโอดีนเพียบ !!


เรือพาเรามาที่เกาะสุดท้าย เกาะ 4 หรือเกาะเมียง ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันค่ะ หาดทรายขาวละเอียดทั้งหาดใหญ่และหาดเล็ก สำหรับหาดเล็กต้องเดินผ่านป่าดิบประมาณ 15 นาที เป็นที่อาศัยของนกชาปีไหน ค้างคาวแม่ไก่ และปูไก่ที่มีเสียงร้องคล้ายลูกไก่ รวมทั้งสัตว์ป่าสารพัดชนิด บนเกาะมีแหล่งน้ำจืดด้วยค่ะ มีบ้านพัก ลานกางเต็นท์ และร้านค้าสวัสดิการ



พอลล่าบอกขอเวลาเตรียมอาหาร 30 นาที แล้วเชิญมาต่อแถวเรียงคิวตักอาหารได้เลย


เรากับเพื่อนจับจองเสื่อมา 2 ผืน ปูที่ใต้ต้นไม้สูงใหญ่ มีร่มเงา ดูร่มรื่น ถึงเวลาก็ไปตักอาหารค่ะ

มีข้าวสวย กับข้าวก็มีผัดพริกหยวก(อร่อยค่ะ) ผัดกระหล่ำดอก(เปื่อยมาก สงสัยผัดนานไปนิด) น่องไก่ทอด(รสสไปซี่) ต้มข่าไก่(หอมดี)

ยังมีสปาเก็ตตี้ซอสมะเขือเทศ รสชาติโอเคด้วยนะ ส่วนใหญ่ฝรั่งจะเลือกกินเมนูนี้ แต่ฝรั่งที่เลือกกินข้าวก็มีค่ะ เราว่าน่ารักดี ^^



กินมื้อกลางวันเสร็จก็ประมาณ 13.30 น. อิ่ม เหนื่อย ง่วง ลมก็พัดมาตลอด เสื่อก็มี นอนสิคะ Zzz.


ส่วนเพื่อนเราอีกสองสามคนยังมีแรง เลยเดินไปหลังเกาะ ผ่านป่าดิบประมาณ 15 นาทีค่ะ

เพื่อนเราไปเจอค้างคาวแม่ไก่ ตัวป้อมๆ สีดำ ห้อยหัวเกาะอยู่บนต้นไม้หลายตัวเลย เสียดายมัวนอน ><



และหลังเกาะที่หาดเล็ก วิวสวยดีนะ มีโขดหินเรียงราย



15.00 น. พอลล่าเรียกขึ้นเรือค่ะ ใช้เวลาเดินทางขากลับอีก 1.30 ชม. หลับกันหมด เพลีย


บางทีเราก็สะดุ้งเป็นพักๆ เพราะเสียงหัวเราะฝรั่ง คือหัวเราะพวกเรารึป่าว !?

นอนหัวตก สัปหงกบ้าง อ้าปากหวอบ้าง น้ำลายไหลบ้าง ก็เท่านั้นเอง แฮ่ๆ ><



16.30 น. ถึงท่าเรือทับละมุอย่างปลอดภัยค่ะ ขึ้นฝั่งปุ๊บ เขาจะเอารูปที่ถ่ายก่อนเที่ยวใส่กรอบไว้ 2 อัน (ขายให้เรา) เป็นที่ระทึกค่ะ

อันละ 200 บาท ไปถึงสิมิลันทั้งที ไม่ซื้อค่ะ ห้าาาาา ลำพังรูปที่ถ่ายกับเพื่อนในกล้องในมือถือก็เยอะพอแล้ว

เขาคงจำหน้าเราได้แม่น กลับแล้วคงเผาทิ้ง สาปส่ง เอิ๊กๆ

กลับมาที่เดิม เจ้ๆ จะมีของว่าง เค้กโรลใบเตย คุ๊กกี้คอนเฟลก บราวนี่ เครื่องดื่ม ไอติมกะทิ ให้เราเลือกกินค่ะ รสชาติโอเคเลย



สรุปทริปสิมิลัน เราและเพื่อนๆ คิดว่าโอเคเลยค่ะ ให้ 8/10 คะแนนไปเลย

เพราะเราได้ราคาทริปถูกมาก อาหารเครื่องดื่มมีไม่ขาด ไกด์โอเค หนุกหนาน ทะเลสวยมาก น้ำใส หาดทรายสวย

2 คะแนนที่โดนหัก คือ ตอนดำน้ำเลยค่ะ ปะการังไม่สวย ปลาน้อย ความรู้สึกเหมือนมาดำน้ำดูซากวัตถุโบราณ

และคนมาก หามุมถ่ายรูปสวยๆ แบลกกราวโล่งๆ ยากมาก (เป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้จริงๆ ยิ่งสิ้นปี AEC อีกนะ)

หวังว่าแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติคงไม่เสื่อมถอยไปมากกว่านี้ เห่อ... ไม่อยากจะคิด ใจหาย...



เดี๋ยวเราจะเดินทางไปที่พักคืนนี้กัน ณ อุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่


ต่อด้วยไปเที่ยวถนนคนเดิน หรือถนนสายวัฒนธรรม ณ ตะกั่วป่า จ.พังงาค่ะ



ขับรถมา 30 นาที ก็ถึงอุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่ แล้วค่ะ คืนนี้เราจะนอนกันที่นี่ เป็นบ้านพักหลังใหญ่มาก คือใหญ่ไป

3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ห้องโถงทำเป็นห้องนอนอีก 4 เตียง รวมแล้วนอนได้ 10 คนค่ะ

จริงๆ พิ้นห้องยังว่างนอนได้อีกเป็น 10 เลยนะ ด้านหน้ามีระเบียงยื่นออกมา

มองไปด้านหน้าจะเห็นวิวทะเล ได้ยินเสียงลม เสียงคลื่น ฟังแล้วเพลินดีค่ะ สนนราคาอยู่ที่ 2000 บาท/หลัง ค่ะ

ปล.น้ำฝักบัว และที่ฉีดก้น รุนแรงสะใจมาก โปรดระมัดระวังด้วยค่ะ ไม่งั้นมีซี๊ด !!! ><



วิวด้านหน้าค่ะ



ลงไปสำรวจด้านล่างกันซะหน่อย เจอรูปูค่ะ ปูทะเล ปูลมมั้ง (ข้อมูลจากพี่อิสซี่)


ไม่น่าเชื่อว่าธรรมชาติจะสรรค์สร้างความสวยงามได้ขนาดนี้ มันคือศิลปะ



ตอนเย็นน้ำทะเลจะลดลงจนเห็นก้อนหินเกลื่อนหาด มีซากเปลือกหอยที่ถูกน้ำพัดทับถมกันที่ก้อนหินด้วยค่ะ อีกไม่นานคงเป็นฟอสซิล คิคิ



ได้เวลาเข้าเมืองตะกั่วป่าค่ะ เพื่อนเราขับรถมาทางเรียบหาดบางสัก พระอาทิตย์กำลังตกขอบทะเลค่ะ สวยจริงๆ แสงสีส้ม อบอุ่น ละมุนตา



จุดหมายของเย็นนี้อยู่ที่ถนนคนเดินตะกั่วป่า หรือถนนสายวัฒนธรรม ตั้งอยู่ที่ถนนศรีตะกั่วป่า มีทุกวันอาทิตย์ เวลา 15.00-19.00 น.


ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-เมษายน เท่านั้น ตึกรามบ้านช่องที่นี่จะเป็นตึกเก่าสไตล์ชิโนโปรตุกีสค่ะ

บางตึกยังคงสถาพเดิม บางตึกทาสีใหม่ ให้อารมณ์ที่แตกต่างกันอย่างลงตัว มาเดินเล่นที่นี่แล้วจะได้ซึมซับกับบรรยากาศค่ะ

ตะกั่วป่า เป็นอำเภอหนี่งในจังหวัดพังงาที่ไม่ควรพลาด เมืองคนน่ารัก สงบ น่าอยู่ มากด้วยวัฒนธรรม

แต่เดิมจะเรียก "ตะโกลา" เพราะเป็นท่าจอดเรือ เป็นศูนย์กลางการค้าขาย และเป็นเส้นทางลัดขนสินค้าข้ามคาบสมุทรมลายูจากฝั่งทะเลอันดามันไปยังอ่าวไทย และมีการผลิตดีบุกมากที่สุดในไทยด้วยค่ะ



นอกจากนี้ยังมีบ้านตะกั่วป่า ซึ่งจะจัดแสดงของเก่า ของสะสม ของโบราณ ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายค่ะ



ในเรื่องอาหารการกิน มีหลายอย่างที่อยากลองค่ะ น่ากินไปหมดเลย ส่วนตัวชอบอาหารใต้อยู่แล้ว เพราะรสชาติจัดจ้าน มาดูของกินกันค่ะ


หมายเลข 1 โอวเอ๋ว ปกติเคยกินที่ภูเก็ต วันนี้มาพังงาเจอเฉยเลย คือต้องซื้อกิน ลักษณะคล้ายวุ้น ทำมาจากเมือกของเมล็ดโอวเอ้วผสมกับเมือกของกล้วยน้ำว้าใส่เจี่ยกอให้เป็นก้อนเหมือนวุ้น รู้สึกวิธีทำดูยากจัง - - แต่อร่อยนะกินกับน้ำแข็งใส ราดเฮลบลูบอย ชื่นใจ๊ ชื่นใจ

หมายเลข 2 ลูกชก คล้ายลูกชิดแต่เม็ดเล็กกว่า กลมกว่า กินกับน้ำเชื่อมใส่น้ำแข็งเย็นๆ อร่อยค่ะ

หมายเลข 3 ไข่ปลาทอด เหมือนโรตีเลยยย

หมายเลข 4 แกงส้มปลาผักรวม เค็มๆ เผ็ดๆ

หมายเลข 5 ก้อนกลมๆ แบนๆ คือทอดมันปลา คนตะกั่วป่าเรียก "ลูกชิ้นปลา" ค่ะ เข้าใจทำ อร่อยดี

หมายเลข 6 เคยเค็ม(แสดงว่าตอนนี้ไม่เค็มแล้ว ตึ่งโป๊ะ !!) เคย คือ กุ้งตัวเล็กๆ ที่ใช้ทำกะปิค่ะ รสชาติเค็มๆ หวานๆ มันๆ

หมายเลข 7 ผัดสะตอ เม็ดเดียวอยู่ (หมายถึงกินแค่เม็ดเดียว กลิ่นสะตออยู่นานอยู่ทนในช่องปากเลยค่ะ กลิ่นจะเหมือนกระถิน)



กินข้าวเสร็จเราแวะซื้อของที่เซเว่นกันค่ะ พอจะไปต่อเท่านั้นแหละ รถสตาร์ทไม่ติด เพื่อนเราเปิดไฟหน้ารถทิ้งไว้แค่ 5 นาทีเอง เป็นไปได้ !!


ต้องขอความช่วยเหลือคนแถวนั้นค่ะ โชคดีมาก มีพี่คิวรถสองแถวอยู่ข้างๆ พี่เขาได้เอาสายขั้วแบตมาต่อให้ แล้วลองสตาร์ท ติดค่ะ เป็นพระคุณมาก น่ารักที่สุด พี่เขาใจดีจริงๆ



คืนนี้เราตั้งวงค่ะ ยกกันไปหลายแก้ว หลายขวด เป็นลัง กว่าจะได้นอนโน้นนน เกือบเช้า ดีนะทั้งอุทยานมีแค่เราหลังเดียว ห้าาา คืนนี้ราตรีสวัสดิ์ พรุ่งนี้มาต่อที่เขื่อนเชี่ยวหลานนะคะ ^^



ค่าใช้จ่ายวันที่ 2 (19 เมษายน 2558)

ค่าทริปสิมิลัน 1900/คน

ค่าอาหาร 1000 บาท

ที่พักเขาหลัก 2000 บาท

รวม 14400 บาท/6 คน

เฉลี่ย 2400 บาท/คนอรุณสวัสดิ์เช้าวันที่ 20 เมษายน 2558

อาบน้ำ แต่งตัว แล้วลงไปดูทะเลกัน ตอนเย็นน้ำลด ตอนเช้าน้ำขึ้น คลื่นลมวันนี้แรงนิดหน่อย

แต่เสียงคลื่นดังครึกครื้นตลอดชายหาด



น้ำทะเลที่นี่ใสไม่แพ้ที่อื่นๆ ถือเป็นที่พักตากอากาศที่ดีที่หนึ่งเลย



เดินมาเรื่อยๆ ตรงโขดหินเราเห็นอะไรเรื้อย ๆ มีหาง ตอนแรกตกใจนึกว่างู แต่ไม่ใช่


มันคือตัว "เฮ้" ค่ะ ลูกเฮ้ด้วย แหมเป็นสิริมงคลแต่เช้าเลย



เช้านี้ไม่รีบร้อนค่ะ สบายๆ เราเช็คเอาท์ออกประมาณ 10.30 น. และมุ่งสู่อุทยานแห่งชาติเขาสก ระหว่างทางแวะฝากท้องที่ร้าน "ไทยมุสลิม"



ขอนำเสนอ..ผ่านตะกั่วป่าอย่าลืมแวะร้านนี้


หมายเลข 1 ข้าวหมกไก่ หอมขมิ้นมาก โรยหอมเจียวกรอบๆ ราดน้ำจิ้มสูตรเด็ดของร้าน โอ๊ยยย หร่อยจังฮู้

(แต่น่องไก่แข็งไปนิด เพื่อนบอกต้องสั่งเนื้อติดสะโพก)

หมายเลข 2 ซุปหางวัว เเซ่บมาก กลิ่นเนื้อหอมๆ มีเนื้อติดมันแบบกินแล้วละลายในปาก ฟิน...

หมายเลข 3 แกงแพะ เกิดมาเพิ่งเคยกินเนื้อแพะนี่แหละ นิ่ม ยุ่ย ไม่มีกลิ่นคาว เหมือนเนื้อหมู น้ำแกงเข้มข้นกินกับโรตี

หมายเลข 4 เรียกว่า 2-1 อ่าว...งงกันเลยทีนี้ มันคือการสั่งย่อๆ สั่นๆ ค่ะ คือ โรตี 2 แผ่น และไข่ดาว 1 ฟอง

หมายเลข 5 โรตีมะตะบะ กินกับน้ำจิ้มหมูสเต๊ะ อร่อยดี แต่กินมากๆ ก็เลี่ยนนะคะ

หมายเลข 6 ข้าวหมกหุงด้วยขมิ้นค่ะ หน้าตาน่าทานมาก มีคนสั่ง 30 กล่อง ทางร้านงานเข้า รีบทำรัวๆ ^^

มื้อนี้หมดไป 575 บาท กินกัน 6 คนค่ะ



เมื่อกองทัพต้องเดินด้วยท้อง อิ่มหนำสำราญแล้ว เน็ก สะเตชั่น โก ทู เชี่ยว หลาน แดมมมมม !!


ติดตามกระทู้ต่อไป "จะพาไปเที่ยว เปรี้ยว เฟี้ยว ที่ เชี่ยวหลาน" ได้ที่ >> http://pantip.com/topic/33579165



ขอบคุณภาพสวยๆ จากเพื่อนเบ๋ และเพื่อนชับบี้ ที่ทำให้ได้ภาพสวยๆ เพิ่มในหลายมุมที่เราพลาด ^^


ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามนะคะ

Contact

Fanpage : www.facebook.com/kepkrapao

IG : www.instagram.com/kepkrapao

Youtube : https://www.youtube.com/kepkrapao

Twitter : https://twitter.com/kepkrapao

ReadMe : https://th.readme.me/id/kepkrapao

ความคิดเห็น