ป ลี ก วิ เ ว ก ไ ป น อ น แ พ แ ล ะ เ อ า เ ท้ า จุ่ ม น้ำ ที่ "The Float House River Kwai" รีวิวโดย Freelance บ้าเที่ยว

เมื่อฝนมา สถานที่แรกที่พวกเรามักจะนึกถึงเป็นอันดับต้นๆก็คือ จ.กาญจนบุรี ซึ่งจะเรียกที่นี่ว่าเป็นบ้านหลังที่สามก็คงจะไม่ผิด เพราะมากันบ่อยมากกกกก ซึ่งครั้งนี้เราเลือกที่จะขอไปพักผ่อนในที่ที่ดูเงียบสงบแล้วกัน เพราะอยากหลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองกรุง หาที่ฟอกปอดกันสักวันก็ยังดี รีสอร์ทที่เราเลือ

ป ลี ก วิ เ ว ก ไ ป น อ น แ พ แ ล ะ เ อ า เ ท้ า จุ่ ม น้ำ ที่ "The Float House River Kwai"

ป ลี ก วิ เ ว ก ไ ป น อ น แ พ แ ล ะ เ อ า เ ท้ า จุ่ ม น้ำ ที่ "The Float House River Kwai"


เมื่อฝนมา สถานที่แรกที่พวกเรามักจะนึกถึงเป็นอันดับต้นๆก็คือ จ.กาญจนบุรี
ซึ่งจะเรียกที่นี่ว่าเป็นบ้านหลังที่สามก็คงจะไม่ผิด เพราะมากันบ่อยมากกกกก
ซึ่งครั้งนี้เราเลือกที่จะขอไปพักผ่อนในที่ที่ดูเงียบสงบแล้วกัน เพราะอยากหลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองกรุง หาที่ฟอกปอดกันสักวันก็ยังดี

รีสอร์ทที่เราเลือกในทริปนี้ก็คือ The Float House River Kwai กาญจนบุรีครับ เก็บภาพบรรยากาศมาให้ชม เผื่อใครอยากจะลองตามรอยพวกเราบ้าง^^



ฝากติดตามเพจการเดินทางของเราด้วยนะครับ
https://www.facebook.com/wanderaroundthailand/


ที่นี่เป็นรีสอร์ทลอยน้ำที่ลายล้อมไปด้วยธรรมชาติอันฉุ่มฉ่ำพร้อมกับความเงียบสงบ เราสามารถโดดน้ำให้ตัวเปียกได้จากหน้าห้องพักเลยครับ โดยมีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูง แต่การเดินทางนั้นจะต้องมาด้วยเรือเท่านั้น โดยเราสามารถจอดรถและขึ้นเรือได้ที่ท่าเรือพุตะเคียน (รีโซเทล) ได้เลย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15นาที ก็มาถึงแล้วครับ

บรรยากาศของที่นี่ให้ความรู้สึกว่าตัดขาดจากโลกภายนอกได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียวครับ จะเรียกว่าเป็นแหล่งบำบัดการติดโลกโซเชียลก็น่าจะไม่ผิดนะ ฮ่าๆ เพราะสัญญาณโทรศัพท์มีบ้างไม่มีบ้าง แต่ไม่ต้องห่วงครับ สำหรับใครที่ขาดอินเตอร์เน็ตไม่ได้ ที่นี่ก็มี Wifi เอาไว้ให้เราได้อัพรูปอวดเพื่อนอีกด้วยนะ

มาดูในห้องพักของพวกเรากันครับ ห้องพักที่เราได้เป็นห้องหมายเลข V4 อยู่เกือบต้นๆแพ เดินไกลกันสักหน่อย พอเปิดประตูเข้ามาในห้อง คือ ห้องกว้างมากกกก...

การแบ่งพื้นที่ใช้สอยดูเป็นสัดส่วนดีครับ แถมดูสะอาดทุกมุม โดยเฉพาะห้องน้ำที่ชอบมากๆ อีกอย่างคือ..เปิดประตู้ด้านหน้าห้องพักก็เจอกับสายน้ำ ภูเขา พร้อมพื้นที่กว้างๆ มีเปลเอาไว้ให้ทิ้งตัวนอนฟังเสียงสายน้ำอีกด้วย เงียบสงบได้ใจเสรยจริงๆ

วันที่เราเดินทางมาอากาศค่อนข้างจะร้อนไปหน่อย ไม่เจอฝนแม้แต่เม็ดเดียวเลยครับ ฮ่าๆ แทบอยากจะกระโดดน้ำ ณ ตอนนั้นเลย แต่ก็เป็นความร้อนที่ผสมผสานกับบรรยากาศดีๆ นั่งเอาเท้าจุ่มน้ำเย็นๆ บรรยากาศรอบๆและความเงียบทำให้เราเหมือนได้หลุดไปอยู่อีกโลกนึงเลย (จริงๆไม่ได้โม้) จะมีแต่เสียงเรือที่วิ่งรับส่งแขกไปยังที่พักต่างๆเท่านั้น แต่เรือจะหยุดวิ่งช่วงเย็น เพื่อเลี่ยงการรบกวนกับแขกที่เข้ามาพักและเลี่ยงการโยกเยกไปมาของแพในยามค่ำคืน

ที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันครับ มีทีวี แอร์ ตู้เย็น น้ำอุ่น ซึ่งจะแตกต่างจากริเวอร์แควจังเกิ้ลราท์ฟที่เป็นรีสอร์ทในเครือเดียวกัน เพราะที่นั้นไม่มีไฟฟ้าครับ แต่เหมาะกับคนที่ต้องการพักผ่อนแบบจริงจัง พวกเราเคยไปพักมาแล้ว รู้สึกชอบมากๆ



ด้านหลังของรีสอร์ทเป็นอะไรที่น่าแปลกใจสำหรับเรามาก คือ ปลาที่ว่ายไปมาจะเยอะไปไหน ฮ่าๆ เราไม่รีรอ รีบเดินลงไปดูทันที ส่วนสำหรับใครที่อยากจะให้อาหารปลา สามารถติดต่อพนักงานได้เลยครับ ที่นี่มีอาหารจำหน่าย

เดินเล่นถ่ายรูปแป๊บเดียวก็ค่ำซะแล้ว ตอนกลางคืนอากาศที่นี่จะค่อนข้างเย็นสักหน่อยครับ ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะอยู่ใกล้กับน้ำและภูเขา ใครนอนเปิดแอร์ตอนดึกๆอาจจะมีหนาวเลยครับ ฮ่าๆ

ตอนเช้าอาหารก็จะเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ทั่วๆไปครับ บรรยากาศยามเช้าดีมาก นั่งทานกันไปแบบฟินๆ

ก่อนจะถึงเวลาเดินทางกลับกรุง ขอนั่งเสพบรรยากาศให้คุ้มกันอีกสักหน่อยครับ เสียดายมีเวลามาพักผ่อนกันแค่วันเดียว พักผ่อนกันยังไม่คุ้มเลย ฮ่าๆ

สุดท้ายนี้..หากใครที่กำลังต้องการอยากจะเปลี่ยนบรรยากาศของการนอนที่มาพร้อมกับความเงียบสงบแบบเรา เพื่อชาร์จแบตให้กับตัวเองสัก1-2วัน ที่นี่เหมาะอย่างแน่นอนครับ เพราะอยู่ห่างจากแหล่งชุมชน ไม่มีถนนตัดผ่าน การเดินทางมาจะต้องพึ่งเรือเท่านั้น นี่แหละจริงเป็นสเนห์อีกหนึ่งอย่างที่เรามักจะเลือกมาพักผ่อนแบบนี้อยู่เป็นประจำ


ความคิดเห็น