Lan Na Wild (ลาน-นา-ไวล์ด) ชื่อนี้มีความฟินล้าน% รีวิวโดย Freelance บ้าเที่ยว

นอนเต็นท์ l แช่ออนเซ็น l กลางขุนเขา ไม่เคยจะคิดมาก่อนว่ากลางป่าฝืนใหญ่ที่มีแต่ภูเขาล้อมรอบของเชียงใหม่ บวกกับเส้นทางอันสุดโหด จะมีที่พักแบบเต็นท์สุดชิคแอบซ่อนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่แท้จริงแบบนี้ติดตามการเดินทางได้ต่อที่ www.facebook.com/wanderaroundthailand โซนนั่งเล่น นั่งอ่านหนังสือที่สามารถมอ

Lan Na Wild (ลาน-นา-ไวล์ด) ชื่อนี้มีความฟินล้าน%

Lan Na Wild (ลาน-นา-ไวล์ด) ชื่อนี้มีความฟินล้าน%

 วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2561 เวลา 17.06 น.

 วันที่เดินทาง 24 ส.ค. 2561

นอนเต็นท์ l แช่ออนเซ็น l กลางขุนเขา

ไม่เคยจะคิดมาก่อนว่ากลางป่าฝืนใหญ่ที่มีแต่ภูเขาล้อมรอบของเชียงใหม่ บวกกับเส้นทางอันสุดโหด จะมีที่พักแบบเต็นท์สุดชิคแอบซ่อนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่แท้จริงแบบนี้

ติดตามการเดินทางได้ต่อที่ www.facebook.com/wanderaroundthailand

โซนนั่งเล่น นั่งอ่านหนังสือที่สามารถมองเห็นขุนเขาได้แบบ180 องศา

ที่นี่เหมาะกับการมาพักผ่อนแล้วนั่งเสพธรรมชาติเป็นอย่างมาก พร้อมกับการได้นั่งแช่ออนเซ็นแบบปรับอุณภูมิได้ท่ามกลางบรรยากาศที่โอบไปด้วยต้นไม้สีเขียว ความฟินไม่ได้หยุดอยู่แค่การได้มานอนพักผ่อนในเต็นท์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการได้นั่งทานอาหาร กินจิ้มจุ่ม จิบเครื่องดื่มอย่างเบียร์ที่มีหลากหลายชนิดไปพร้อมกับอากาศเย็นๆ นอกจากนั้นยังมีที่ให้นั่งอ่านหนังสือที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่รายล้อมไปด้วยภูเขาอยู่เบื้องหน้าอีกด้วย

เต็นท์หลังเล็กๆก็มีนะ จะสังเกตุได้ว่าเต็นท์ทุกๆหลังจะถูกให้ยกสูงจากพื้น ซึ่งจะต่างจากการนอนเต็นท์ที่เราเคยเห็นทั่วๆไปที่ตั้งอยู่บนพื้น

นี่คือเต็นท์ของเรา เป็นเต็นท์ที่อยู่หน้าสุดเลยครับ มีอ่างให้แช่ออนเซ็นเล็กๆที่สามารถเดินลงไปแช่ได้จากหน้าที่พักเลยครับ

อยากจะบอกว่าอากาศหนาวมาก ไม่ได้เตรียมใจเอาไว้ก่อนที่จะมาเลยสักนิด เพราะไม่คิดว่าเดือนเมษามันจะหนาวจับใจได้ขนาดนี้ แต่อย่างที่บอกว่าอ่างนี่เป็นแบบออนเซ็นที่สามารถปรับอุณหภูมิได้ ทำให้เราโอเคกับการแช่น้ำในเวลานี้ แต่กว่าที่น้ำจะอุ่นขึ้นได้นั้นก็ใช้เวลานานพอสมควรครับ เพราะอากาศมันเย็นจนเกินไป

ที่พักเต็นท์มีทั้งหมด 6หลัง แต่ละหลังจะอยู่ห่างกันพอสมควร ทำให้มีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูง แต่หลังที่เป็นออนเซ็นจะมีแค่2เต็นท์เท่านั้นนะ ที่สำคัญคือแม้ว่าการมาพักผ่อนในที่ห่างไกลท่ามกลางป่าเขาแบบนี้บอกเลยว่าเรื่องการกินไม่ต้องกังวล เพราะที่นี่มีอาหาร เครื่องดื่ม ชาและกาแฟไว้คอยบริการแบบครบครันแน่นอน

ห้องพักแบบเต็นท์คือกว้างมากอ่ะ กว้างกว่าที่เราคิดไว้ซะอีก แถมมีเตียงนอนตั้งสองอัน เลือกไม่ถูกกันเลยครับว่าจะนอนเตียงไหนกันดี ฮ่าๆ

ห้องน้ำก็ดูดีเลยครับ เป็นแบบปูนเปือย

ส่วนโซนที่เป็นห้องอาหารก็จะดูเป็นสไตล์ล้านนาหน่อยๆ ซึ่งจะมีทั้งหมด2ชั้น (ในอนาคตจะมีอีก1ชั้นเพิ่มขึ้นมา) มีอาหารให้เลือกทั้งอาหารไทยและอาหารพื้นเมือง และที่เด้ดไปกว่านั้นคือมีจุดให้เดินขึ้นมาชมวิวอีกด้วยนะ

โซนของร้านอาหารจะมีมุมให้นั่งชิลด้านบนด้วยนะ

อาหารที่เป็นทีเด็ดของที่นี่ก็คือหมูจุ่มนี่แหละครับ เป็นเมนูที่ห้ามพลาดเด็ดขาดถ้าได้มาพักที่นี่ เพราะบรรยากาศรอบๆมันดีมากก ยิ่งอากาศหนาวๆแบบนี้บอกเลยว่าเข้ากันสุดๆ

หมูนุ่มมาก นี่ถ่ายไปน้ำลายไหลไปนะเนี๊ย น้ำจิ้มแจ่วก็เป็นสูตรที่ทางร้านทำเอง แซบเว่อร์

และอีกหนึ่งเมนูที่อยากจะแนะนำเช่นกันก็คือ ไก่ฉีกทอดน้ำปลากับครั้งแรกที่พวกเราพึ่งเคยเห็น ตามด้วยใบเชียงดาผัดไข่ที่เป็นอาหารพื้นเมือง

ต่อด้วยต้มยำกุ้งน้ำข้นรสชาติแซบๆ

เห็นอุณภูมิของวันนี้แล้ว แทบไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือเดือนเมษายนของไทย! 16องศาเน้นๆ และมีวี่แววว่าจะลดลงอีกเรื่อยๆในค่ำคืนนี้ โอ้วววว..

ตื่นเช้าเราก็มาทานอาหารเช้ากันที่เดิมครับ เมนูอาหารเช้าก็จะเป็นแบบง่ายๆ คือ ไข่กระทะและข้าวต้มหมูร้อนๆ ซึ่งเข้ากับบรรยากาศยามเช้าแบบนี้เป็นที่สุด

และที่ขาดไม่ได้หลังจากอาหารเช้าก็คือการนั่งจิบกาแฟอุ่นๆท่ามกลางอากาศหนาวๆ

ซึ่งกาแฟที่นี่จะใช้กาแฟของดอยช้างครับ แต่ได้ยินมาว่าเร็วๆนี้ที่นี่จะมีกาแฟที่ปลูกเองอย่างกาแฟบ้านแม่กำปองอีกด้วย

” Cold Brew ” เมนูกาแฟที่ไม่ค่อยคุ้นตาเราสักเท่าไหร่ แต่ได้ลองแล้วรสชาติดีเว่อรอ่ะ ไม่ได้โม้นะ

เป็นการนั่งเสพบรรยากาศที่นานที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะต้องยอมรับว่าที่นี่บรรยากาศของเขาดีจริงๆ

ในขณะที่เรากำลังเดินสำรวจบริเวณรอบๆ ก็จะมีเจ้าสี่ขาที่มีนามว่า “แต้ม” คอยวิ่งตามเราอยู่ไม่ห่าง ^^

เบื่อมุมด้านล่าง ก็สามารถย้ายมานั่งชิลมุมด้านบนได้ บรรยากาศดีไม่แพ้กัน

การเดินทางมายังที่พักนั้นอาจจะอันตรายสำหรับคนที่ไม่ชำนาญเส้นทางสักเท่าไหร่ เพราะเส้นทางมีความชัน แคบ และโค้งเยอะมาก พื้นผิวเส้นทางก็ไม่ได้เรียบทั้งหมด แต่รถเล็กก็สามารถขึ้นมาได้ครับ อาจจะใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษสักหน่อย สำหรับใครที่เช่ามอไซต์มาก็สามารถขึ้นได้เช่นเดียวกัน หรือหากใครไม่อยากจะขับรถขึ้นเองก็สามารถใช้บริการรถสองแถวของชาวบ้านได้ครับ ซึ่งจะมีให้บริการตามจุดต่างๆอยู่เป็นระยะๆ

พิกัด : หมู่บ้านป๊อก ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่
สอบถามเพิ้มเติม : 089 143 9225


ความคิดเห็น