บ๊ายบายท้องฟ้า บ๊ายบายสายลม @ Zipline ตาดฟานรีสอรท์ ลาวใต้ รีวิวโดย สตั๊ดดอย ร้อยเรื่องราว

หลังจากจบทริป สำรวจตาดแซพะ - แซป่องไล เสร็จก่อนกลับเข้าด่าน เราแวะเล่น zipline ที่น้ำตกตาดฟานในเมืองปากซ่องกันก่อน ช่วงนี้เห็นกำลังโปรโมท ในราคาที่พอเอื้อมถึง เลยขอทดสอบสักหน่อย ตาดฟานจะอยู่ห่างจากจุดผ่านแดนช่องเม็กประมาณ 82 กิโล อยู่ก่อนถึงปากทางเข้าบ้านหนองหลวง 12 กิโล ก่อนจะเข้าไปชมน้ำตก ไม่ว่

บ๊ายบายท้องฟ้า บ๊ายบายสายลม @ Zipline ตาดฟานรีสอรท์ ลาวใต้

บ๊ายบายท้องฟ้า บ๊ายบายสายลม @ Zipline ตาดฟานรีสอรท์ ลาวใต้

 วันพฤหัสที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2560 เวลา 18.51 น.

 วันที่เดินทาง 14 ส.ค. 2560

หลังจากจบทริป สำรวจตาดแซพะ - แซป่องไล เสร็จก่อนกลับเข้าด่าน เราแวะเล่น zipline ที่น้ำตกตาดฟานในเมืองปากซ่องกันก่อน ช่วงนี้เห็นกำลังโปรโมท ในราคาที่พอเอื้อมถึง เลยขอทดสอบสักหน่อย ตาดฟานจะอยู่ห่างจากจุดผ่านแดนช่องเม็กประมาณ 82 กิโล อยู่ก่อนถึงปากทางเข้าบ้านหนองหลวง 12 กิโล

ก่อนจะเข้าไปชมน้ำตก ไม่ว่าคุณจะเล่น zipline หรือไม่เล่นก็ต้องเสียค่าผ่านประตูคนละ 40 จากนั้นก็เดินไปตามป้ายบอกทางภายในรีสอร์ท น้ำตกในลาวส่วนมากจะเปิดสัมปทานให้นักธุรกิจต่างชาติเข้าไปลงทุน อย่างที่ตาดฟาน ตาดผาส้วมที่อยู่ไม่ไกลกันเท่าไหร่ คนไทยก็เป็นคนเข้าไปลงทุนทำรีสอร์ท หรือแม้แต่ไร่ชากาแฟทางแถบนี้ส่วนใหญ่เจ้าของก็เป็นคนไทย คนเวียดนาม ที่เข้าไปจับจองทำธุรกิจกันคึกคักหลังจากที่ลาวเปิดประเทศได้เกือบ 20 ปี นักท่องเที่ยวแถบนี้ล้วนเป็นคนไทยกว่า 80% จึงไม่ต้องห่วงว่าเงินไทยจะสะพัดแค่ไหนในลาวใต้ และสัมปทาน zipline ก็เป็นของ บ.greendiscoverylaos เจ้าเก่า ที่ทำ zipline ที่ตาดเสือ-ตาดขมึด หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ tree top explorer

..น้ำตกตาดฟานเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในแขวงจำปาสักที่จุดชมวิวเราจะเห็นสายน้ำ 2 สายไหลมา กระโจนตัวลงไปยังหุบเหวเบื้องล่าง ซึ่ง zipline ที่เราจะเล่นคือบริเวณหัวน้ำตกเบื้องหน้านี้

ก่อนจะเล่นต้องเสียค่าเล่นคนละ 1,400 บาท มีทั้งหมด 4 ฐานวนรอบน้ำตกกลับมายังจุดเดิม ใช้เวลาเล่นประมาณ 30 นาที - 1 ชั่วโมงแล้วแต่ว่าช่วงไหนคนเยอะหรือน้อย หลังจากชำระเงินเสร็จก็สวมอุปกรณ์ไปฟังเจ้าหน้าที่บรรยายและทดสอบการใช้อุปกรณ์กันก่อน แล้วก็มายังจุดปล่อยตัว ซึ่งฐานแรกถือว่าเป็นไฮไลต์สำคัญเลยทีเดียว ถ้าหากคุณต้องการ selfie กับหัวน้ำตกต้องอย่าพลาดเก็บภาพตรงจุดนี้ เพราะถ้าพลาดแล้วพลาดเลย เช็คอุปกรณ์บันทึกภาพให้ดี พยายาม set ท่าทางขณะอยู่กลางอากาศขณะโหนสลิง ใช้มือขวาถือไม้ selfie ยกไม้ขึ้นสูงท่วมหัวกดกล้องลงมา ตั้งค่ากล้องเป็นถ่าย video หรือ timelapse ไว้เผื่อมาเลือกรูปภายหลัง แล้วใช้มือซ้ายประคองแผ่นเบรคที่วางบนสลิงคอยบังคับเพื่อไม่ให้ตัวหมุนไปมากลางอากาศ ถ้าจะกดเบรคก็แค่เลื่อนมือมากดด้านท้ายแผ่นเบรค เมื่อเจ้าหน้าที่ให้สัญญาณเมื่อตอนใกล้ถึงฝั่ง และอย่าลืมยกเท้าขึ้นเพื่อไม่ให้ขาไปกระแทกกับฐานเมื่อใกล้ถึง **ถ้าอยากได้ภาพสวยๆให้ใ่ส่เสื้อผ้าสีสดๆที่ตัดกับสีเขียวของผืนป่าเบื้องล่าง**

ป.ล. ภาพหลังจากนี้จะถ่ายเป็น timelapse กับและ capture ภาพจากไฟล์วีดีจากกล้อง gopro3+อาจจะไม่คมชัด และอย่าเพิ่งเบื่อหน้าผมไปก่อนล่ะ

ฐานแรก : เมื่อปล่อยตัวออกมาแล้ว ภาพเบื้องหน้าความรู้สึกเหมือนกำลังพุ่งไปกลางอากาศ ลมเบาๆปะทะหน้า มีเวลามองวิวรอบๆตัวบ้างเพราะเส้นนี้ยาวถึง 470 เมตร และความสูงที่เกือบๆ 500 เมตร ตอนกำลังหันหน้าเข้าหากล้องบังเอิญผมปล่อยมือทั้งสองข้าง ข้างนึงถือไม้ selfie อีกข้างก็ปล่อยตามธรรมชาติ ส่วนตัวก็หันไปมองที่กล้องที่อยุ่ด้านขวา เลยทำให้ตัวหมุนกลางอากาศ หันกลับมาอีกทีก็ใกล้ถึงฝั่ง มองเห็นสัญญาณมือจากพนักงานให้เบรค แต่ตัวมันหมุนอยู่กดเบรคลงไม่ถนัด ระยะเบรคมันสั้นไป แรงเฉื่อยเลยมีมาก ดีที่พนักงานคอย safe ให้อยู่ไม่งั้นต้นไม้เต็มๆ (แต่ก็ดีอย่างที่ตัวหมุนทำให้เราได้เห็นลักษณะท่าทางหลายๆมุมขณะอยู่เหนือน้ำตก) หากมาช่วงเที่ยงๆ - บ่ายๆ เราจะได้เห็นละอองน้ำกระเซ็นมาทำมุมกระทบกับแสงทำให้เกิดรุ้งตัวเล็กๆในวันที่แดดดี


ฐาน 2 ความยาว 300 กว่าเมตร วิวด้านล่างจะไม่เห็นน้ำตก แต่จะเห็นลำธารที่ไหลผ่านผืนป่าเบื้องล่าง การเล่น zipline จะโหนมาเดี่ยวๆ หรือมาเป็นคู่ก็ได้ การกดเบรค หากว่าเราเบรคก่อนที่จะถึงฐานบางครั้งจะทำให้เราค้างเติ่งอยู่ข้างบนสายสลิง ทางพนักงานจะโหนสลิงมารับและลากเราไปจนถึงฐาน และขณะอยู่บนฐานเราต้องคล้อง carabiner กับสลิงตลอดเวลาเพื่อความปลอดภัยจากการตกฐาน


ฐาน 3 ต้องไต่บันไดขึ้นไปยังต้นไม้อีกต้นที่สูงกว่า ความยาว 300 กว่าเมตร วิวด้านล่างก็จะมองเห็นลำธารแต่ไม่เห็นน้ำตกเหมือนฐาน 2

ฐาน 4 ฐานนี้เมื่อลงจากฐาน 3 ต้องเดินขึ้นเนินไปประมาณสัก 100-200 เมตร ฐานนี้จะมีฐานย่อยระยะทางสั้นๆก่อนถึงฐาน 4 โดยการโหนสลิงข้ามจากต้นไม้หนึ่งไปอีกต้นหนึ่ง

จุดนี้จะเป็นจุดสุดท้ายที่จะข้ามไป ความยาวช่วงนี้ประมาณ 400 กว่าเมตร จะมองเห็นสายน้ำตกอีกครั้งเหมือนเป็นการส่งท้ายก่อนจากลา และแล้วผมก้ข้ามกลับมาเขียน blog โดยสวัสดิภาพ

ข้อแนะนำ

-การเล่นกิจกรรมประเภทนี้ควรปฎิบัติตามกฎความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ศึกษาทำความเข้าใจการใช้อุปกรณ์ให้ดี

- ส่วนอุปกรณ์กล้องส่วนใหญ่ที่ใช้กันคือพวกกล้องโทรศัพท์ , กล้อง action camera พวก gopro , sj 4000 , xiaomi กล้องใหญ่อย่าง dslr พนักงานบอกเอาขึ้นไปได้น่ะครับถ้าไม่กลัวตก ผมว่ามันมีโอกาสกระแทกสูงอยู่เหมือนกัน ไม่แนะนำเท่าไหร่ หรือแค่เป็นกล้อง compact เล็กๆก็พอ

-เล่นปกติราคา 1400 หากต้องการเล่นซ้ำ จ่ายครึ่งราคาคือ 700 ส่วนภาพด้านล่างที่โหนสลิงแล้วไปนั่งกินกาแฟ กลางอากาศเหนือหัวน้ำตกอันนั้นจ่ายเพิ่มอีก 1000 นึง สอบถามราคา update ก่อนไปอีกทีกับ อ้ายบุน ที่เป็น ผจก.zipline ตาดฟาน ได้ที่ FB : https://www.facebook.com/boun.kounlavong

cre : ภาพนั่งกินกาแฟจากเฟสบุคอ้ายบุน

**การเดินทาง**

จากด่านช่องเม็ก - วังเต่า จะมีรถสองแถววิ่งมาที่ตลาดดาวเรืองราคาคนล่ะประมาณ 80-100 จากตลาดดาวเรืองนั่งรถจัมโบ้คือเหมือนสามล้อเครื่องไปลงหลัก 8 คนล่ะ 40-100 เพื่อไปท่ารถที่ไปบ้านหนองหลวงซึ่งจะผ่านน้ำตกตาดฟาน ค่ารถไปบ้านหนองหลวงคนล่ะ 120 แต่รู้สึกว่าจะออกวันล่ะครั้งตอนเที่ยง เพราะฉะนั้นควรเหมารถสองแถวไปส่ง หรือไปหารถมอไซด์เช่าแถวโรงแรมลานคำวันล่ะ 250 ขับไปยังตาดฟานแล้วเที่ยวที่อื่นต่อได้ ถ้าจะพักค้างคืนก็พักที่โรงแรมลานคำนี้ก็ได้...


-ขอขอบคุณเพื่อนๆที่ได้เข้ามาชม และ กด like กด share เป็นกำลังใจน่ะครับ

-แลกเปลี่ยนข้อมูล หรือพูดคุย สอบถามข้อมูลการเดินทาง Fanpage : สตั๊ดดอยร้อยเรื่องราว

-ติดตามบทความเก่าๆ ได้ที่นี่ครับ ทริปเดินทางทั้งหมด






ความคิดเห็น