Moracea by Khao Lak Resort : หนึ่งรีสอร์ทดีๆ ที่เขาหลัก ที่คู่ควรแก่การไปพักผ่อน รีวิวโดย ภรรยาหา สามีใช้

นี่เป็นครั้งที่สองในชีวิตที่ผมได้มีโอกาสมาพักผ่อนที่เขาหลัก จ.พังงา และการมาพักผ่อนครั้งนี้ยิ่งทำให้ผมรู้และเข้าใจว่าทำไมที่นี่จึงเป็นสถานที่ที่หลายคน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเลือกมาใช้เวลาพักผ่อนแบบสงบๆ นั่นก็เพราะที่เขาหลักแห่งนี้มีความเป็นส่วนตัว ทะเลสวย ไม่มีแสงสีอะไรให้วุ่นวาย และที่สำค

Moracea by Khao Lak Resort : หนึ่งรีสอร์ทดีๆ ที่เขาหลัก ที่คู่ควรแก่การไปพักผ่อน

Moracea by Khao Lak Resort : หนึ่งรีสอร์ทดีๆ ที่เขาหลัก ที่คู่ควรแก่การไปพักผ่อน


นี่เป็นครั้งที่สองในชีวิตที่ผมได้มีโอกาสมาพักผ่อนที่เขาหลัก จ.พังงา และการมาพักผ่อนครั้งนี้ยิ่งทำให้ผมรู้และเข้าใจว่าทำไมที่นี่จึงเป็นสถานที่ที่หลายคน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเลือกมาใช้เวลาพักผ่อนแบบสงบๆ นั่นก็เพราะที่เขาหลักแห่งนี้มีความเป็นส่วนตัว ทะเลสวย ไม่มีแสงสีอะไรให้วุ่นวาย และที่สำคัญนั่นก็คือมีรีสอร์ทสวยๆ ดีๆ ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันให้เลือกมากมาย



สำหรับที่พักที่วันนี้ผมนาย “ภรรยาหา สามีใช้” จะพาทุกคนไปรู้จักนั่นก็คือ “Moracea by Khao Lak Resort” ครับ โดยชื่อภาษาไทยของเค้านั้นจะอ่านว่า “มอริซี” นะครับ สำหรับจุดเด่นของรีสอร์ทแห่งนี้ในความคิดของผมก็คือ



1. มีจำนวนห้องที่มากถึง 190 ห้อง แต่กลับมีความสงบและความเป็นส่วนตัวสูง ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะมีพื้นที่รีสอร์ทที่กว้างประกอบกับมีการวาง lay out ที่ดีนั่นเอง

2. มีประเภทห้องให้เลือกถึง 8 ประเภท ตั้งแต่พื้นที่ 40 ตร.ม. จนถึง 110 ตร.ม. และมีทั้ง Sea View, Pool Access จนไปถึง Pool Villa เรียกว่าตอบโจทย์ได้ครบทุกความต้องการเลย

3. แต่ละห้องดีไซน์สวย พื้นที่กว้าง และมีการดีไซน์ที่แตกต่างกันออกไปทั้งสไตล์ไทย หรือสไตล์ชิโนโปรตุกีส (Sino-Portuguese Architecture)

4. มีสระว่ายน้ำถึง 4 สระ และ Pool Bar อีก 3 แห่ง โดยสระแต่ละแห่งก็จะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป

5. พื้นที่รีสอร์ทติดกับทะเล มีชายหาดและบริเวณเล่นน้ำยาวมาก แถมสงบเงียบด้วย

6. มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้องอ่านหนังสือ, Fitness, Kid Club, ห้องสนุกเกอร์ และ Spa โดยเฉพาะ Spa นั้นพนักงานนวดได้ดีมากๆ ครับ

7. พนักงานภายในรีสอร์ทอัธยาศรัยดี มีใจที่รักการบริการ และให้ความช่วยเหลือดีมาก



ทั้งหมดนี้คือจุดเด่นคร่าวๆ ของ Moracea by Khao Lak Resort ที่ผมได้สัมผัสมาครับ สำหรับใครที่อยากจะทราบข้อมูลแบบลึกๆ ว่าแต่ละส่วนนั้นเป็นอย่างไร ก็ตามไปอ่านกันต่อได้เลย ส่วนใครที่ไม่ค่อยชอบอ่านอะไรยาวๆ เท่าไหร่ก็ไปอ่านบทสรุปตอนท้ายได้เลยครับ ^^



อันดับแรกเราไปเริ่มที่การเดินทางกันก่อนดีกว่าครับ สำหรับการเดินทางมาเขาหลักที่นิยมกันนั้นก็จะมีสองวิธี ได้แก่



วิธีที่ 1 : การขับรถตรงดิ่งจากจุดตั้งต้นของเราแล้วตรงมาที่เขาหลักเลย

วิธีที่ 2 : การนั่งเครื่องบินมาลงที่ภูเก็ต จากนั้นก็เช่ารถหรือใช้บริการรถของโรงแรมจากสนามบินภูเก็ตเข้าสู่ที่พัก



ใครถนัดวิธีไหนก็เลือกเอาตามสะดวกเลยครับ หรือไม่ก็ลองเปรียบเทียบเวลากับค่าใช้จ่ายกันดูว่าอะไรเหมาะที่สุด อย่างทริปนี้ผมก็ใช้บริการรถของรีสอร์ท เพราะสะดวกดีแถมได้นอนพักผ่อนบนรถด้วย



อ้อ สำหรับระยะเวลาเดินทางจากสนามบินภูเก็ตมาถึง Moracea by Khao Lak Resort นั้น จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที จนถึง 1 ชั่วโมง 30 นาทีนะครับ เพราะแม้ระยะทางจะไม่ไกล แต่ถนนตอนนี้ยังเป็น 2 เลน และมีการเข้มงวดเรื่องความเร็วในการขับรถมากๆ ดังนั้นก็เผื่อเวลาในการเดินทางกันหน่อยนะครับ



เมื่อเราเลี้ยวรถเข้าไปใน Moracea แล้ว สิ่งแรกที่เราจะเห็นก็คือลานจอดรถกับ Lobby ครับ โดยลานจอดรถของที่นี่จะเป็นลานกลางแจ้งที่สามารถจอดรถได้ประมาณ 20 คัน ส่วน Lobby นั้นเป็นแบบ Open Air มีความสวยงาม และดูโล่ง โปร่งมากๆ โดยเฉพาะวันที่อากาศดีๆ นั้นจะสามารถมองเห็นทะเลสวยๆ ได้แบบเต็มตาเลย ส่วนการออกแบบอื่นๆ นั้นก็ดูสวยงามดีครับ มีมุมเก๋ๆ ให้นั่งเล่น ถ่ายรูปเล่นเยอะใช้ได้เลย



ที่ Lobby แห่งนี้จะมีห้องประชุมเล็กๆ แล้วก็ Fitness รวมไปถึงห้องสนุกเกอร์ด้วยนะครับ ใครสนใจใช้บริการก็เดินมาที่ตึกนี้ได้เลย



มาดูกันที่ Welcome Drink และ Key Card กันดีกว่า Welcome Drink ของที่นี่จะเป็นน้ำสมุนไพรครับ ส่วน Key Card นั้นจะมาในรูปแบบเพคเกจที่สวยงาม มีแผนผังภายในโรงแรม จนไปถึงข้อมูลสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครบเลยว่าชื่ออะไร เปิดตอนกี่โมง และเบอร์โทรติดต่อเบอร์อะไร



เอาล่ะ ทีนี้เราไปดูห้องของที่นี่กันดีกว่า ห้องของ Moracea นั้นจะมีทั้งหมด 8 Type ด้วยกันตามนี้เลยครับ



1. Jasmine Superior Room ขนาดห้อง 45 ตร.ม.

2. Jasmine Superior Bungalow ขนาดห้อง 40 ตร.ม.

3. Zeavola Deluxe Seaview Bungalow ขนาดห้อง 45 ตร.ม.

4. Zeavola Deluxe Beachfront Bungalow ขนาดห้อง 45 ตร.ม.

5. Hibiscus Grand Deluxe Room ขนาดห้อง 50 ตร.ม.

6. Hibiscus Pool Access Room ขนาดห้อง 50 ตร.ม.

7. Allamanda Pool Villa ขนาดห้อง 90 ตร.ม. และมีสระว่ายน้ำส่วนตัวขนาด 6x3 ม.

8. Dahlia Beachfront Pool Villa ขนาดห้อง 110 ตร.ม. และมีสระว่ายน้ำส่วนตัวขนาด 6x3 ม.



โดยห้องที่ผมพักนั้นคือ Hibiscus Grand Deluxe Room แต่เดี๋ยวผมจะพาทุกคนไปสำรวจห้องอีก 3 ประเภทอย่าง Jasmine Superior Room, Zeavola Deluxe Beachfront Bungalow และ Hibiscus Pool Access Room ด้วยนะครับ



เรามาเริ่มจากห้องที่ผมพักก่อนเลยนะครับกับ Hibiscus Grand Deluxe Room ห้องประเภทนี้จะอยู่บนตึกสีเหลืองๆ โดยตัวตึกจะมี 3 ชั้น ชั้นนึงมีแค่ 2 ห้องเท่านั้น เรียกว่ามีความเป็นส่วนตัวใช้ได้เลยครับ



เมื่อเราเปิดประตูห้องไปก็จะเจอห้องพักสวยๆ กว้างขวางสุดๆ แบบนี้ครับ



ภายในห้องจะมีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 5 ส่วนคร่าวๆ ได้แก่ ห้องนอน, ห้องน้ำ, บริเวณแต่งตัว, พื้นที่นั่งเล่น แล้วก็ระเบียง โดยห้องน้ำของที่นี่นั้นใหญ่มาก อ่างอาบน้ำก็สวย สิ่งอำนวยความสะดวกก็มีให้มาครบทั้งยาสระผม, ครีมอาบน้ำ, สบู่, body lotion, ชุดแปรงสีฟัน, มีดโกนหนวด, หมวกอาบน้ำ, Cotton bud จนไปถึงรองเท้าแตะ



ครีมอาบน้ำและแชมพูของที่นี่จะผสมสมุนไพรไทยลงไปด้วยนะครับ กลิ่นหอมดี ส่วนอ่างอาบน้ำก็ใหญ่ พื้นที่อาบน้ำก็มีการแยกกับชักโครกอย่างชัดเจน น้ำไหลแรง อาบสบาย และชักโครกก็มีสายฉีดชำระติดตั้งไว้อย่างเรียบร้อย



อ้อ ห้องน้ำของห้อง Hibiscus Grand Deluxe Room นั้นจะเป็น Sexy Bathroom ที่สามารถเปิดปิดได้ด้วยประตูบานเฟี้ยมขนาดใหญ่นะครับ ดูแล้วเข้ากับความเป็นชิโนโปรตุกีสสุดๆ ใครใคร่จะเปิดก็เปิด ใครใคร่จะปิดก็ปิดนะครับ ><



มาดูกันที่ส่วนของห้องนอนกับพื้นที่นั่งเล่นกันดีกว่า พื้นที่ส่วนนี้กว้างขวาง เพดานสูง ดูโล่งและโปร่ง การตกแต่งภายในห้องใช้สีเหลืองเป็นพระเอกทำให้ดูแล้วสดชื่น กระปรี้กระเป่า ขนาดของเตียงใหญ่ หมอนมีหลายใบ นุ่ม และเตียงนอนสบายมาก ส่วนข้างๆ เตียงก็มีโต๊ะทำงานในสไตล์ที่เข้ากันวางอยู่ครับ



บนเตียงจะมีผ้าเช็ดตัวที่พับเป็นช้างอยู่ 2 ตัว แล้วก็มีโปสการ์ดเล็กๆ 1 ใบที่อ่านแล้วรู้สึกถึงความเอาใจใส่ของที่นี่เลย



สำหรับพื้นที่นั่งเล่นนั้นก็เป็นโซฟาแบบเข้ามุมวางอยู่ติดหน้าต่างบานใหญ่ ขนาดของโซฟานั้นใหญ่มาก ชนิดที่สามารถนอนเล่นได้ 2 คนสบายๆ และภรรยาผมชอบที่จะนอนเล่นบนโซฟานี้มากๆ ครับ



ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ในห้องก็จะมี Smart TV ขนาดใหญ่บริเวณปลายเตียง, ตู้เย็น, ชา-กาแฟ, กาน้ำร้อน, ที่เปิดขวด, ไดร์เป่าผม, ตู้เซฟ, ไฟฉาย แล้วก็ร่ม โดย 4 อย่างหลังนั้นจะอยู่ในตู้เสื้อผ้านะครับ



อ้อ ภายในห้องนั้นจะมีน้ำเปล่าให้วันละ 4 ขวดแล้วก็เซ็ตผลไม้สดด้วยนะครับ ซึ่งอย่างหลังนี่ผมชอบมากๆ เลย ^^



ดูในห้องเสร็จแล้วคราวนี้ก็เหลือแค่บริเวณระเบียงกันแล้วล่ะครับ ระเบียงของห้อง Hibiscus Grand Deluxe Room นั้นกว้างมาก และมีการจัดวางเก้าอี้ 2 ตัว กับราวตากผ้าไว้ ซึ่งผมว่าวันไหนอากาศดีๆ นี่เหมาะแก่การนั่งชิวตรงนี้มากครับ เพราะเราจะสามารถมองเห็นวิวสวยๆ ภายในรีสอร์ทแล้วก็ทะเลได้เลย แต่ทะเลนี่จะเห็นแบบไม่ค่อยเต็มตาเท่าไหร่นะครับ จะมีแนวต้นไม้ด้านหน้าบังอยู่พอควร โดยบางห้องนั้นก็อาจจะมองไม่เห็นทะเลเลย แต่ก็จะได้เห็นตึกสวยๆ ภายในรีสอร์ทเป็นการทดแทน



ทีนี้เราไปดูห้องอื่นๆ กันดีกว่าเริ่มจากห้อง Hibiscus Pool Access Room กันเลย ลักษณะของห้องนี้จะคล้ายกับห้อง Hibiscus Grand Deluxe Room ที่ผมพักถึง 95% เลยทีเดียว สิ่งที่แตกต่างก็คือห้องนี้จะอยู่บริเวณที่ชั้น 1 ของอาคาร มีพื้นที่ระเบียงเล็กกว่า แต่ก็จะได้บันไดเดินลงสระว่ายน้ำมาแทน ซึ่งบอกเลยว่าผมชอบห้องนี้มากกว่าห้องที่ผมพักซะอีก เพราะเราจะสามารถเดินลงจากห้องไปว่ายน้ำตอนไหนก็ได้ ^^



ต่อกันที่ห้อง Jasmine Superior Room ซึ่งเป็นห้องประเภทเริ่มต้นของ Moracea การตกแต่งต่างๆ ภายในห้องนั้นจะเป็นแบบ Thai Style ที่ดูสวยงาม และดูโล่งโปร่งสบาย ส่วนห้องน้ำของห้อง Type นี้ จะไม่มีอ่างอาบน้ำนะครับ และก็พื้นที่ห้องน้ำกับพื้นที่แต่งตัวจะเล็กกว่าห้องแบบ Hibiscus พอควร ส่วนระเบียงนั้นกว้างขวางดี สามารถนั่งชมวิวสวนสวยๆ ได้อย่างสบายๆ



ปิดท้ายด้วยห้อง Zeavola Deluxe Beachfront Bungalow ซึ่งเป็นห้องอีกประเภทนึงที่ผมชอบมากๆ เพราะห้องนี้แยกออกมาเป็นบังกะโลหลังเดี่ยว แถมยังอยู่ใกล้กับชายหาดและทะเลสุดๆ อีกด้วย โดยที่หน้าห้องจะมีระเบียงกับเก้าอี้นั่งเล่นให้เราสูดบรรยากาศบริสุทธิ์กับชมวิวสวยๆ ด้วยครับ



ภายในห้องนั้นจะเน้นการตกแต่งด้วยโทนสีแดงและเหลืองเป็นหลัก และสิ่งที่ทำให้ผมชอบห้องนี้มากๆ นั่นก็คือส่วนของห้องน้ำที่กว้างขวางมาก มีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ที่สามารถลงไปแช่ได้ 3-4 คนได้เลย และวิวที่เราสามารถมองเห็นจากอ่างอาบน้ำนั้นก็เป็นสระว่ายน้ำสวยๆ บริเวณหลังห้องครับ



สรุปสั้นๆ สำหรับห้องนี้เลยว่าใครที่ชอบความเป็นส่วนตัว ชอบแช่อ่างอาบน้ำ อยากอยู่ใกล้ทะเล ชายหาด สระว่ายน้ำ ควรพักห้องประเภทนี้เลยครับ ^^



ชมประเภทห้องต่างๆ กันไปแล้ว คราวนี้เราไปชมส่วนต่างๆ ของรีสอร์ทแห่งนี้กันดีกว่า โดยรีสอร์ทแห่งนี้จะมีการแบ่งออกเป็นหลายโซน ตามลักษณะของประเภทห้องพัก ดังนั้นก็เลยมีสระว่ายน้ำซ่อนตัวอยู่ในโซนต่างๆ รวมถึง 4 สระด้วยกัน ซึ่งแต่ละสระต่างก็มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง และเราสามารถไปเล่นได้ทุกสระเลยครับ โดยทางรีสอร์ทเค้าจะอำนวยความสะดวกด้วยการมี Pool Bar อยู่ข้างๆ สระเพื่อให้เราไปรับผ้าเช็ดตัวรวมถึงสั่งเครื่องดื่มต่างๆ ทานได้



อ้อ ลักษณะของรีสอร์ทแห่งนี้จะคล้ายๆ กับเนินเขานะครับ ดังนั้นเราจะต้องมีการเดินขึ้นเนิน ขึ้นบันได ลงบันไดอยู่หลายจุดเลย แต่ถ้าเกิดใครไม่อยากเดินก็สามารถแจ้งทางรีสอร์ทได้นะครับ เค้าจะมีรถบริการรับส่งฟรีครับ ^^



ต่อกันที่สปากันดีกว่า สปาของที่นี่ชื่อว่า ใบไม้สปา (Baimai Spa) เริ่มเปิดบริการตั้งแต่ 10.00 น. จนถึง 19.00 น. โดยมีคอร์สให้เราเลือกหลากหลายมากตั้งแต่นวดไทย จนไปถึง Spa และการ Treatment ต่างๆ ส่วนในเรื่องของราคานั้นก็อยู่ในมาตรฐานของโรงแรมเกรดนี้ครับ โดยตัวผมกับภรรยาได้มีโอกาสใช้บริการนวดไทยไป 1 ชั่วโมง ซึ่งผลที่ได้ก็คือประทับใจในการบริการและห้องนวดของที่นี่เลยล่ะครับ



ห้องนวดไทยที่ผมใช้บริการนั้นจะเป็นห้องส่วนตัวที่มี 2 เตียง มีขนาดใหญ่ มีห้องน้ำในตัวเพื่อใช้สำหรับอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้า โดยเตียงที่ใช้ในห้องก็เป็นเตียงสำหรับสปาโดยเฉพาะ ระหว่างการนวดก็มีการเปิดเพลงคลอไปด้วย ส่วนน้ำหนักในการนวดของพนักงานนั้นก็กำลังดีเลย โดยจะเป็นลักษณะการนวดแบบไม่หนัก ไม่เจ็บ แต่ก็สามารถคลายกล้ามเนื้อได้เช่นเดียวกัน



สำหรับค่าบริการของนวดแผนไทย 1 ชั่วโมงนั้นจะอยู่ที่ 1,000 บาท/คน และใครที่สนใจคอร์สอื่นๆ ก็สามารถไปดูรายละเอียดที่รีสอร์ทได้เลยครับ เพราะมีหลายคอร์สมาก แถมยังมีการจัดเป็นแพคเกจแบบ 3 วัน 5 วัน อีกด้วยครับ



อ้อ ก่อนที่จะเริ่มนวดและหลังจากนวดเสร็จทางสปาจะมีน้ำให้เราทานด้วยนะครับ โดยวันที่ผมไปนั้นเป็นน้ำใบเตยกับน้ำขิง รสชาติดีทั้งคู่เลย



และนอกเหนือจากสระว่ายน้ำ, สปา, Fitness, ห้องสนุกเกอร์แล้ว ที่นี่ยังมี Kid Club แล้วก็ห้องสมุดด้วยนะครับ โดยสองอย่างหลังนี้จะตั้งอยู่ที่อาคารด้านหน้าใกล้ๆ กับ Lobby ก็เรียกได้ว่าสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางที่มีทั้งหมดนั้นน่าจะตอบโจทย์ทุก Life Style ของทุกคนเลย คนชอบนวดก็ไปสปา คนชอบออกกำลังกายก็ไป fitness สระว่ายน้ำ หรือห้องสนุกเกอร์ คนชอบอ่านหนังสือก็ไปห้องสมุด ส่วนคนที่มีเด็กๆ ก็ไป Kid Club ครับ



เอาล่ะ คราวนี้เรามาดูเรื่องของทะเลและชายหาดกันดีกว่า เพราะเรื่องนี้คงเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสำคัญมากๆ ใช่มั้ยล่ะครับ



ชายหาดและทะเลของที่นี่มีความยาวใช้ได้เลยครับ วิ่งไปมา 2 รอบก็มีลิ้นห้อยแล้ว ที่สำคัญยังมีจุดถ่ายรูปสวยๆ อยู่หลายจุดเลย รวมทั้งมีเก้าอี้ชายหาด และชิงช้าให้เราใช้บริการฟรีๆ อีกด้วย ซึ่งโดยปกติแล้วบริเวณชายหาดของ Moracea นั้นจะสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ตกได้ด้วยนะครับ แต่น่าเสียดายที่ 2 คืนที่ผมพักอยู่ที่นั่น ผมเจอฝนตกช่วงเย็นตลอดเลยก็เลยอดเห็น ก็ได้หวังว่าในอนาคต ผมคงจะได้มีโอกาสไปแก้มือใหม่ครับ T_T



เอาล่ะ มาพักรีสอร์ททั้งที ถ้าไม่พูดถึงเรื่องของอาหารก็คงจะไม่ได้ ดังนั้นเรื่องสุดท้ายที่เราจะไปดูกันก็คือเรื่องนี้ครับ



เริ่มจากอาหารเช้าเลยนะครับ ไลน์อาหารเช้าของ Moracea นั้น จะอยู่ที่ห้องอาหาร Malila Restuarant ซึ่งเป็นห้องอาหารเพียงแห่งเดียวของรีสอร์ทนี้ โดยจะเริ่มเปิดบริการไลน์อาหารเช้าตั้งแต่ 6.30 น. จนถึง 10.00 น. ส่วนภาพรวมบรรยากาศของห้องอาหารแห่งนี้ถือว่าดีใช้ได้เลย เพราะอยู่ติดกับชายหาด มองเห็นทะเล มีน้ำตกเทียมใกล้ๆ แล้วก็เป็นอาคารแบบ Open Air ที่หลังคาสูง ทำให้อากาศถ่ายเทได้ดี ส่วนจำนวนที่นั่งทั้งหมดน่าจะราวๆ 150 คนครับ



ไลน์อาหารเช้าของ Moracea จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกจะเป็นไลน์แบบวงกลมที่มีอาหารอย่างแฮม, เบคอน, ไส้กรอก, โบโลน่า, สลัด , ข้าวต้ม, สปาเกตตี้, ผัดผัก, ขนมปัง, โยเกิร์ต, คอนเฟลค, แพนเค้ก, ชีส, เครื่องดื่มแล้วก็ผลไม้ โดยเครื่องดื่มนั้นจะมีให้เลือกทั้งน้ำส้ม, น้ำฝรั่ง, น้ำแดง, น้ำสับประรด, นม, ชา, กาแฟ แล้วก็ช็อคโกแลตนมครับ ถือว่ามีให้เลือกหลากหลายดี คุณภาพก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ



ส่วนอีกไลน์นึงจะเป็น Egg and Noodle Station หรือไลน์ที่ใช้สั่งอาหารประเภทไข่กับก๋วยเตี๋ยว ซึ่งสิ่งที่ผมประทับใจกับไลน์นี้ก็คือมีเมนูไข่ให้สั่งหลากหลายดี รวมไปถึงเมนูไข่เจียวแบบไทยๆ สไตล์เราด้วยครับ น้อยมากที่จะเจอไลน์อาหารเช้าที่มีอาหารประเภทนี้ ส่วนก๋วยเตี๋ยวนั้นก็มีให้เลือกทั้งเส้นเล็ก เส้นใหญ่ บะหมี่ แล้วก็เนื้อหมูหรือเนื้อไก่ครับ



นี่เป็นหน้าตาอาหารรวมๆ ทั้งหมดของไลน์อาหารเช้าครับ ผมหยิบมาอย่างละนิดอย่างละหน่อยแล้วลองวางให้ดู ซึ่งดูเผินๆ แล้วอาจจะไม่ได้เป็นไลน์อาหารที่อลังการอะไรมากนัก แต่ถ้ากินครบทุกอย่างก็ทำเอาอิ่มจนจุกได้เหมือนกัน อย่างไรก็ตามถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากให้ทางรีสอร์ทเพิ่มเมนูไปอีกนิดเพื่อที่คนไปพักจะได้มีตัวเลือกมากขึ้นอีกหน่อย เช่น เพิ่มอาหารไทยอีกซัก 1-2 อย่าง แล้วก็เบเกอรี่อีก 2-3 ประเภท น่าจะทำให้ไลน์อาหารเช้านี้สมบูรณ์มากขึ้นครับ



อ้อ ในส่วนเรื่องของรสชาติอาหารนั้น อาหารส่วนใหญ่รสชาติอยู่ในระดับกลางๆ ค่อนไปทางดีนะครับ โดยเมนูที่ผมชอบมากๆ ก็คือ สปาเกตตี้ผัดขี้เมา, ไส้กรอก แล้วก็เบคอนครับ



พูดถึงไลน์อาหารเช้าจบไปแล้ว คราวนี้ผมจะพาทุกคนไปดูอาหารมื้ออื่นๆ เพิ่มเติมดันดีกว่าเผื่อใครสนใจ เพราะบางทีเราก็อาจจะต้องการอยู่แค่ในรีสอร์ทเพื่อพักผ่อนอย่างเดียว ไม่อยากออกไปไหนใช่มั้ยครับ?



สำหรับห้องอาหารมื้อกลางวันและเย็นนั้นก็จะอยู่ที่ห้องอาหาร Malila เหมือนกันครับ โดยจะเริ่มเปิดบริการตั้งแต่ 11.00 น. จนถึง 23.00 น. เลย แต่ทั้งนี้เมนูอาหารสำหรับมื้อกลางวันและเย็นนั้นจะต่างกันนะครับ มื้อกลางวันจะมีให้เลือกน้อยหน่อย แต่ก็ถือว่าครอบคลุมหลายๆ ประเภทแล้ว ทั้งอาหารไทยและนานาชาติ อย่าง ยำ, ของทานเล่น, อาหารจานเดียว, แซนด์วิช, พิซซ่า, แฮมเบอร์เกอร์ สปาเกตตี้ เป็นต้น ซึ่งตัวผมกับภรรยาเองได้ลองทานไป 4 อย่าง ตามนี้ครับ



1. ผัดไทยกุ้งสดห่อไข่ ราคา 280 บาท

2. ยำวุ้นเส้นทะเล ราคา 220 บาท

3. Cheese Burger ราคา 280 บาท

4. สปาเกตตี้ผัดขี้เมาทะเล ราคา 250 บาท


รสชาติของอาหารโดยรวมๆ นั้นอยู่ในเกณฑ์ดีเลยครับ โดยเฉพาะผัดไทยกุ้งสดห่อไข่, Cheese Burger และสปาเกตตี้ผัดขี้เมาทะเล เป็นอะไรที่ผมว่าอร่อยมากๆ เลย ส่วนในเรื่องของขนาดจานแต่ละจานนั้นก็ถือว่าใหญ่ใช้ได้ และเมื่อเทียบกับรสชาติและราคาแล้วถือว่าสอบผ่านในด้านความคุ้มค่าครับ แต่ทั้งนี้ในเรื่องของราคานั้นเราต้องเข้าใจนะครับว่านี่เป็นห้องอาหารภายในรีสอร์ท ดังนั้นก็ต้องมีราคาที่สูงกว่าการกินอาหารจากภายนอกหลายๆ ร้านอยู่แล้ว แต่ว่ามันก็แลกมาด้วยความสะดวกสบายไม่ต้องออกจากรีสอร์ทไปไหน นอกจากนี้ใครที่ไม่อยากจะเดินออกจากห้องเลย ก็สามารถสั่งไปทานที่ห้องได้ด้วยนะครับ ^^



ต่อกันที่อาหารมื้อเย็นอีกมื้อครับ มื้อนี้จะมีเมนูอาหารให้เลือกเยอะกว่ามื้อกลางวันอยู่พอควรเลย ส่วนในเรื่องของราคานั้นก็อยู่ในเกณฑ์เดียวกัน โดยเมนูที่ผมได้ลองทานก็ตามนี้ครับ



1. แพนงหมู ราคา 220 บาท

2. กุ้งทอดกระเทียม ราคา 280 บาท

3. ลาซานญ่าเนื้อ ราคา 280 บาท



สำหรับรสชาติอาหารมื้อนี้นั้นก็อยู่ในเกณฑ์ดีเช่นเดียวกัน โดยเมนูที่เด่นสุดๆ ก็คือลาซานญ่าเนื้อ ดังนั้นผมก็เลยขอสรุปสั้นๆ ง่ายๆ เกี่ยวกับห้องอาหารแห่งนี้เลยแล้วกันว่ารสชาติดี ราคามาตรฐานโรงแรม สามารถฝากท้องไว้ได้ ไม่เสียดายเงินครับ ^^



ส่วนใครที่ไม่เน้นของหนักอยากจะกินแค่เครื่องดื่มหรือของหวาน ทางห้องอาหารแห่งนี้ก็มีบริการนะครับ ราคาน้ำผลไม้สดส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 90-120 บาท/แก้ว มีให้เลือกหลายเมนูเหมือนกัน บางชนิดก็อาจจะไม่มีอยู่ในเมนู แต่เราสามารถสอบถามทางพนักงานได้ครับ



และทั้งหมดนี้ก็คือประสบการณ์จากที่ผมได้มีโอกาสเข้าไปพักที่ Moracea by Khao Lak Resort ในระหว่างวันที่ 29 กันยายน - 1 ตุลาคม 2560 และสุดท้ายนี้เพื่อความเข้าใจง่ายๆ ผมขอสรุปการรีวิวออกมาเป็นเรื่องๆ ตามนี้นะครับ



การออกแบบ : เป็นหนึ่งเรื่องที่ผมชอบมากๆ ในการเข้าพักที่นี่ ห้องพักหลายๆ แบบนั้นดีไซน์มาได้สวยงามลงตัวมาก โดยเฉพาะห้องประเภท Hibiscus กับ Zeavola ส่วนการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางอย่างล็อบบี้, สปา และสระว่ายน้ำ รวมไปถึงสวนต่างๆ ผมก็ว่าทำได้ดีไม่แพ้กันครับ



ความสะอาด : สะอาดสะอ้านทั้งบริเวณส่วนกลางและภายในห้อง เรียกว่าไม่มีอะไรให้ต้องรู้สึกหงุดหงิดใจเลย ในส่วนที่ทางรีสอร์ทกำลังรีโนเวทอยู่นั้นก็มีการจัดการที่ดี ปลอดภัย ไม่มีฝุ่นและไม่ส่งเสียงรบกวนใดๆ ในการเข้าพักเลยครับ



สิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้อง : มีสิ่งของจำเป็นพื้นฐานภายในห้องมาให้ครบครัน เพียงพอต่อการใช้งาน ส่วนสัญญาณ wifi นั้น ถือว่าครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ภายในรีสอร์ท แต่คืนแรกที่ผมใช้แอบมีปัญหาเล็กน้อย (เฉพาะมือถือผมนะครับ ส่วนของภรรยาผมกลับไม่เป็น) ส่วนวันอื่นๆ หลังจากนั้นใช้งานดีไม่มีปัญหาเลย ความเร็วในการใช้งานอยู่ในเกณฑ์ดี และ 1 user สามารถต่อได้ถึง 4 เครื่องด้วยกัน แต่มีเรื่องนึงที่ผมรู้สึกไม่สะดวกในการใช้งานเท่าไหร่และอยากให้ทางรีสอร์ทปรับปรุงก็คือหากเราไม่ได้ใช้งาน wifi นานๆ เราต้องทำการกรอก user และ password ใหม่ แม้จะกดให้จำ password แล้วก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ ก็ถ้าเป็นไปได้อยากจะให้ต่อ wifi ได้แบบ Auto ตลอดการเข้าพักจะดีมากๆ ครับ



สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง : ถือว่าจัดเต็มมากมีสระว่ายน้ำถึง 4 สระ, ห้องสนุกเกอร์, ฟิตเนส, ห้องสมุด, Kid Club, สปา รวมไปถึงเก้าอี้และที่นั่งเล่นชายหาด ทั้งหมดนี้น่าจะตอบครบทุกความต้องการของทุกเพศทุกวัยที่เข้ามาพักที่นี่ได้เลยครับ



การเดินทาง : ในเรื่องนี้ถ้าเทียบกับโรงแรมหรือรีสอร์ทที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน ก็คงไม่มีอะไรที่แตกต่างกันมากครับ เพราะใช้รูปแบบการเดินทางเดียวกัน โดยสำหรับใครที่ขับรถไปเองนั้นก็น่าจะหา Moracea ได้ไม่ยากเพราะพิกัดใน google map รวมไปถึงป้ายรีสอร์ทก็ชัดเจนดี



การนอนหลับพักผ่อน : นอนหลับสบาย เตียง หมอน ผ้าห่ม นุ่ม แอร์เงียบและเย็นดีครับ ส่วนความแรงของน้ำนั้นก็อยู่ในเกณฑ์ดี ก็เอาเป็นว่าข้อนี้ผมไม่มีอะไรติเลย



การบริการของพนักงาน : บริการดี และอัธยาศัยดีมากครับ ยิ้มแย้มแจ่มใสดี ขอความช่วยเหลืออะไรก็ได้อย่างรวดเร็ว



อาหารเช้า : ปริมาณไลน์อาหารอยู่ในระดับปานกลาง รสชาติอยู่ในเกณฑ์ดี แต่หากเป็นไปได้ถ้าสามารถเพิ่มประเภทของอาหารอีกซักนิดน่าจะทำให้รู้สึกประทับใจยิ่งขึ้นครับ



สรุป : Moracea by Khao Lak Resort ถือเป็นหนึ่งในรีสอร์ทที่ผมจะนึกถึงและแนะนำเพื่อนๆ ในกรณีที่เค้าต้องการหาที่พักบริเวณเขาหลัก เพราะที่นี่มีความลงตัวตั้งแต่การดีไซน์ ขนาดห้อง สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมไปถึงการที่มีพื้นที่ติดหาดกับทะเล ซึ่งน่าจะสามารถตอบโจทย์คนที่ต้องการไปพักผ่อนได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะคนที่เน้นการพักผ่อนภายในรีสอร์ท ไม่ได้ออกไปทำกิจกรรมภายนอก และด้วยประเภทห้องของ Moracea ที่มีให้เลือกถึง 8 Type ก็น่าจะตอบโจทย์กลุ่มคนได้หลายกลุ่ม ทั้งคนที่มีงบประมาณจำกัด, คนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง หรือคนที่ต้องการจะมีสระว่ายน้ำส่วนตัวครับ



ก็จบลงแล้วสำหรับรีวิวนี้ หากขาดตกบกพร่องประการใดผมก็ต้องขออภัยด้วยนะครับ และการรีวิวนี้เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของผมจากวันที่ไปใช้บริการเท่านั้น แต่ละท่านที่ได้มีโอกาสไปใช้บริการอาจจะได้รับการบริการที่แตกต่างจากนี้ออกไปครับ สำหรับใครที่ชอบการรีวิวของผม สามารถไปติดตามหรือแนะนำเพิ่มเติมได้ที่นี่เลยครับ https://www.facebook.com/amazingcouples



ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านจนจบ แล้วพบกันใหม่ในรีวิวหน้า สวัสดีครับ



ความคิดเห็น