กางเต็นท์ นั่งหนาว นอนดูดาว เคล้าสายหมอกที่ "ไร่อุ๊ยกื๋อ" รีวิวโดย เที่ยวให้ยับ : Crazy Journeys

จะดีแค่ไหน หากได้ลองไปใช้ชีวิตช้าๆ สัมผัสธรรมชาติ สัมผัสอากาศบริสุทธิ์กันดูสักครั้งที่ ตำบลแก่นมะกรูด อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี การมาของเราครั้งนี้ เราเลือกมาพัก ที่ไร่อุ๊ยกื๋อ แค่ฟังชื่อก็ดูมีความน่าสนใจแล้ว (แอบงงไง เอ๊ะ!! ชื่อไร่แปลว่าอะไร) รู้ไหมว่าชื่อของไร่มาจากภาษากระเหรี่ยง คำว่า “อุ

กางเต็นท์ นั่งหนาว นอนดูดาว เคล้าสายหมอกที่ "ไร่อุ๊ยกื๋อ"

กางเต็นท์ นั่งหนาว นอนดูดาว เคล้าสายหมอกที่ "ไร่อุ๊ยกื๋อ"

 วันศุกร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2561 เวลา 17.45 น.

จะดีแค่ไหน หากได้ลองไปใช้ชีวิตช้าๆ สัมผัสธรรมชาติ สัมผัสอากาศบริสุทธิ์กันดูสักครั้งที่ ตำบลแก่นมะกรูด อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี

การมาของเราครั้งนี้ เราเลือกมาพัก ที่ไร่อุ๊ยกื๋อ แค่ฟังชื่อก็ดูมีความน่าสนใจแล้ว (แอบงงไง เอ๊ะ!! ชื่อไร่แปลว่าอะไร)


รู้ไหมว่าชื่อของไร่มาจากภาษากระเหรี่ยง คำว่า “อุ๊ยกื๋อ” แปลว่า อร่อย และทุกเต็นท์ที่พักก็จะมีชื่อตามภาษากระเหรี่ยงที่แตกต่างกันไป พร้อมคำแปลภาษาไทยด้วยนะ แหน๊ะ!! ดูมีความเก๋ ไม่เบาเลย เจ้าของไร่ดูมีความใส่ใจในรายละเอียดดี

ตัวอย่างเต็นท์นี้ก็จะมีชื่อว่า "เยอเอ้เนอร์" แปลว่า "ฉันรักเธอ" ง่อว!!! ใครสนใจก็เอาไปบอกรักสาวได้อยู่นะ ฮ่าฮ่า

ภายในเต็นท์ที่พักเราก็จะประมาณนี้ค่ะ มีห้องน้ำรวมไว้บริการ แต่ไม่ต้องกังวลไปนะ เจ้าของที่พักดูแลห้องน้ำสะอาดมากๆค่ะ

ต้องบอกไว้ก่อนเลยนะว่า ที่ไร่แห่งนี้ไม่ได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเหมือนกับชีวิตในเมืองที่เราเคยชินกันทุกวันหรอกนะ ที่นี่มีก็แต่ธรรมชาติ ความเงียบสงบ สายลม แสงแดด หมอก น้ำค้าง ดวงดาวยามค่ำคืนที่สวยมว๊าก รวมไปถึงต้นไม้ใบหญ้า แปลงดอกไม้เมืองหนาว แปลงผักต่างๆ ไร่ข้าวโพด ไร่สับปะรด ไม่มีไฟฟ้าเข้าถึงแต่สิ่งที่ได้สัมผัสมันเหมือนกับการได้พาร่างกายมาชาร์ทแบตให้กับตัวเองจริงๆ


หลังจากเราเก็บของในที่พักของเราเสร็จแล้ว ก็ได้เวลาออกไปสำรวจบริเวณใกล้เคียงรอบๆ ไร่กันแล้ว มาๆ ตามเรามา เราจะไปหลง เฮ้ย!! พาไปทัวร์เส้...

ก่อนที่จะมาถึงไร่เพื่อเข้าเช็คอิน เราได้ขับรถผ่านแปลงดอกไม้เมืองหนาว ของบ้านแก่นมะกรูดกันไป

เราเห็นมีดอกไม้บานสะพรั่งกันหลากสีสันเลย ไม่รอช้า ขอสำรวจหน่อย



ดูสิ ดอกไม้บานสะพรั่งเยอะแยะไปหมดเลย

ใครอยากเป็นนางแบบ ก็กดชัตเตอร์กดกันไปรัวๆ อยากได้สักกี่ท่าก็จัดไปเลยค่ะ


พอถ่ายรูปกันจนพอใจแล้ว ก็ไปสำรวจดอกไม้กันต่อดีกว่าเน๊อะ

หลังจากเพลินเพลินอยู่กับดอกไม้กันสักพัก เราก็ย้ายตัวเองกันมาต่อตรงแปลงดอกไม้อีกที่นึง ตรงจุดนีัจะมีจัดเกี่ยวกับ ตำนานป่าแห่งวีระบุรุษ 7 ผู้ยิ่งใหญ่ แห่งป่าห้วยขาแข้งเพื่อชมความงามของดอกไม้กันต่อ ใครสายดอกไม้คงฟินกันไม่น้อยเลยแหละ

ชมความงามดอกไม้กันจนหนำใจ ก็ได้เวลากลับไปพักผ่อนกันแล้ว

บรรยากาศในยามค่ำคืนของที่ไร่ก็จะประมาณนี้แหละค่ะ ชิลล์ๆ มีลมเย็นๆ พัดผ่าน

ใครสายดูดาว คือต้องร้องว้าวอ่ะ บอกเลย คือหลัง 23.00 น. ทางไร่จะดับเครื่องปั่นไฟลง ทำให้ท้องฟ้ามืด และเราก็จะได้เห็นความงามของดาวบนท้องฟ้ากันแบบเต็มๆตาๆ เราเองประทับใจสุดๆ เพราะหาได้ยากมากกับการที่จะได้เห็นดาวบนท้องฟ้าเยอะขนาดนี้


ดวงดาวเยอะมากๆ ในค่ำคืนที่มืดมิด คือผู้เข้าพักคนอื่นๆ อ่ะ เค้านอนกันหมดแล้ว มีแต่พวกเราๆเนี่ยแหละ ที่ไม่หลับไม่นอน ไม่ยืนดูดาวกัน ฮ่าฮ่า

นี่คือวิวจากที่พัก หลังจากที่เราตื่นนอนในเช้าวันใหม่

ถ้าตื่นเช้ามาแล้วเจอวิวสวยๆ แบบนี้ทุกวันก็ดีสิ ว่าม๊ะ

แสงแดดมาแล้ว ไออุ่นๆ จากพระอาทิตย์ก็เริ่มมา

แสงอ่อนๆ ยามเช้า กับไร่ข้าวโพด


ในช่วงเช้าอากาศอาจจะเย็นสักนิด ทางไร่จะมีก่อกองไฟไว้ให้เราได้มานั่งผิงไฟแก้หนาวกันได้ด้วยนะ

อุ่นๆ เลย ไปนั่งผิงกับเขาบ้าง แฮร่!!!

อาหารเช้าของที่พัก จะเสิร์ฟพร้อมกับกาแฟสด ในบางครั้งก็จะมีผลไม้สดตามฤดูกาลเสิร์ฟมาให้เราด้วยนะคะ รอบนี้เราเจอกล้วยหอม รสชาติ หวาน อร่อย เลย ^^

ปล. อาหารเช้า เติมได้ไม่อั้นนะคะ ใครไม่อิ่ม ขอเติมได้เลย

บอกเลยว่ากินหมด ไม่มีเหลือ เพราะร่างกายเราต้องใช้พลังงานเยอะ หื้ม!!! ใช่หรอ (สายแดกแน่ๆ พวกนี้)

และนี่คือเจ้าของไร่ อุ๊ยกื๋อ ที่แสนใจดี กำลังขะมักเขม้นในการชงกาแฟสดให้เรา ในมื้อเช้านี้

แต่ว่า ทำไมน้องเขาทำหน้าแบบนั้นล่ะ นี่ไม่ได้รังเกียจพวกเราใช่ไหมคะ ฮ่าฮ่า

หลังจากกินข้าวเช้ากันเสร็จแล้ว พวกเราก็มีแพลนกันว่าจะไปสำรวจด้านหลังของไร่ซะหน่อย ก่อนจะเก็บข้าวของกลับบ้านกัน

ไปค่ะ ออกเดินทางกัน ...

โดยการออกไปสำรวจด้านหลังไร่อุ๊ยกื๋อครั้งนี้ เราได้น้องๆ จากที่ไร่อาสาเป็นไกด์พาเราไปเดินทัวร์ ชมไร่สตอเบอร์รี่ ไปชมลำธาร และไปชมตลาดกระเหรี่ยงยามเช้าของที่นี่กัน

ระหว่างทางที่เราเดินไป ก็จะเจอกับซังข้าวที่เก็บเกี่ยวแล้ว ข้าวที่ชาวบ้านที่นี่นิยมปลูก คือสายพันธุ์ข้าวกระเหรี่ยง ซึ่งเม็ดจะมีลักษณะสั้น แต่เนื้อข้าวจะมีลักษณะเหนียวนุ่ม มีรสชาติไม่เหมือนกับข้าวหอมมะลิที่เรากินกันอยู่ทั่วไปในทุกวัน สำหรับเรา เราว่ามันอร่อยนะ ใครที่่อยากกินข้าวกระเหรี่ยงแบบเรา ต้องลองมาเที่ยวที่นี่ดูนะ มาพิสูจน์กัน ว่ารสชาติของข้าวกระเหรี่ยงนั้นเหมือนที่เราเล่าให้ฟังไหม

และแล้วเราก็มาถึงไร่สตอเบอร์รี่ และไร่กะหล่ำปลีหัวใจของชาวบ้านกันแล้ว

น่าเสียดาย ช่วงที่เรามา สตอเบอร์รี่กำลังออกดอกเลย

หากใครอยากมาชิมสตอเบอร์รี่ของที่นี่ ต้องมาช่วงเดือน กุมพาพันธ์ และ ต้นเดือน มีนาคมค่ะ

และนี่คือเจ้ากะหล่ำปลีหัวใจค่ะ ชาวบ้านที่นี่นิยมปลูกสายพันธุ์นี้กันเยอะมาก

ผักชนิดอื่นๆ ก็มีนะ

ถัดจากไร่ผัก และผลไม้ของชาวบ้าน เราก็จะเจอธารน้ำเล็กๆ

น้ำใสไหลเย็นของแท้เลยนะ

ตอนเราเอาเท้าจุ่มน้ำคือรู้สึกดีมากๆเลย

ตอนเราไปเดินทัวร์ก็มีแค่เรากับเพื่อนอีก 3 คน และน้องไกด์นำทาง 2 คน แต่!! ไปๆมาๆ เราเจอบิ๊กบอส 4 ขามานำทางเดินสโลไลฟ์ในลำธารเพิ่มอีก 1 ตัวด้วยนะ ฮ่าฮ่า แต่บิ๊กบอสน่ารักนะ เดินนำเราต้อยๆเลย

เราเดินมาเรื่อยๆ จากหลังไร่ สักพักเราก็มาโผล่กันอยู่แถวๆ บริเวณด้านหน้าทางเข้ากันแล้ว

วิวเหมือนเมืองนอกม๊ะ อิอิ

เดินกันมาเรื่อยๆ เราก็เจอตลาดกระเหรี่ยง ที่จะเปิดขายในช่วงเช้า มีผักสดๆ ข้าวสาร ต่างๆ จากชาวบ้านมาขายกันมากมาย

ในช่วงเช้าจะมีการแสดงรำตรง จากเด็กๆ ในหมู่บ้านด้วยนะคะ

น้องๆ ตั้งใจ ร้องเพลง และเต้นมากๆ น่ารักทุกคนเลย

จะบอกว่าที่ไร่อุ๊ยกื๋อ มีร้านกาแฟเปิดให้บริการตรงใกล้ๆ กับแปลงดอกไม้เมืองหนาวด้วยนะ

เครื่องดื่มรสชาติดีเลยล่ะ ที่สำคัญราคาไม่แพงด้วยนะ ใครผ่านไปแถวนั้น ลองไปแวะอุดหนุน ชิมกันได้


หลังจากเดินทัวร์กันในช่วงเช้ากันเหนื่อยแล้ว เราก็เลยขออาศัยรถส่งน้ำกลับไปที่ไร่กันค่ะ ได้ไม่ต้องเดินกลับกันให้เมื่อย อิอิ


วิวสองข้างในบรรยากาศสายๆ ระหว่างติดรถส่งน้ำกลับไร่อุ๊ยกื๋อ

ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนผ่านไปไวมาก ถึงเวลาที่เราจะต้องเก็บของกลับกันเสียแล้ว ฮือ.... ทำไมหมดเวลาพักผ่อนเร็วจังเลย

ว้ายยย เราเล่าไปตั้งเยอะ ลืมเล่าถึงเรื่องอาหารการกินไปเลย ฮ่าฮ่า...

มาๆ พูดถึงเรื่องอาหารการกินกันบ้างซะหน่อย สำหรับ ใครที่ชอบทำอาหารกินเอง เป็นพ่อครัวแม่ครัว ก็ไม่ควรพลาดกับการซื้อของสด มาปิ้ง มาย่างกันได้ตามสะดวกเลยนะ สำหรับอาหารมื้อเย็น ที่ไร่เขาใจดี มีบริการเตาปิ้งและถ่านให้ใช้ฟรีๆ ด้วยนะคะ และสำหรับใครที่ไม่ถนัดทำอาหาร ก็มีบริการอาหารตามสั่งจากทางไร่ไว้บริการด้วย จะบอกว่าราคาไม่แพงและที่สำคัญรสชาติอร่อยด้วย

หลายคนอาจจะบอกว่า จะเอาตัวเองไปลำบากทำไม ? แต่เชื่อสิ ถ้าได้ลองไปสักครั้ง กลับมาแล้วจะคิดถึงบรรยากาศแบบนั้นแน่ เพราะในความรู้สึกของเรา เราคิดว่า ไร่อุ๊ยกื๋อ คือความผสมผสานที่ลงตัวของธรรมชาติจริงๆ ของการมาพักผ่อนอย่างแท้จริง

สำหรับการพาทัวร์ของเราที่ไร่อุ๊ยกื๋อนั้น ก็คงต้องจบแต่เพียงเท่านี้แล้วค่ะ

แวะไปติดตามรีวิวและทักทายพวกเราเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/TeawHaiYab/ เลยจ้า

ขอบคุณที่ติดตามพวกเรานะคะ

#เที่ยวให้ยับ

#TeawHaiYab


พิกัด : ไร่อุ๊ยกื้อ

ตั้งอยู่ที่ ตำบลแก่นมะกรูด อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี

Facebook : ไร่อุ๊ยกื๋อ

เบอร์โทรติดต่อ : 093-0485302

ราคาที่พัก : 1 เต็นท์ราคา 1,000 บาท พักได้ 2 ท่าน และราคา 1,200 บาท พักได้ 3 ท่าน พร้อมอาหารเช้าและกาแฟสด ** ห้องน้ำจะเป็นห้องน้ำรวม -

การเดินทาง : สามารถเดินทางมาได้ทั้งรถยนต์ส่วนตัวและรถโดยสาร

*** ในกรณีที่มาด้วยรถโดยสาร สามารถเดินทางได้ด้วยวิธีนี้ มีรถประจำทางจากตัวเมืองอุทัย สามารถมาขึ้นรถที่ บขส. เป็นรถบัส รถหมดเวลา 18:00 น.

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ช.ม. ระยะทาง 80 ก.ม ถึงบ้านไร่ จากนั้นจ้างมอเตอร์ไซค์รับจ้างให้มาส่ง ควรมาถึงบ้านไร่ภายในช่วงเช้าเพราะจะมีรถของชาวบ้านกะเหรี่ยงลงมาซื้อของทุกวัน (ในกรณีที่เราจะโบกรถ)

**สามารถสอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : ไร่อุ๊ยกื๋อ และ แก่นมะกรูด บ้านไร่ อุทัยธานี แหล่งท่องเที่ยว






































ความคิดเห็น