เกาะบรูเออร์ (Bruer Island) สวรรค์แห่งใหม่ของคนรักทะเล รีวิวโดย Somewhere Someone

พาเที่ยวเกาะเปิดใหม่ แห่งท้องทะเลพม่า เกาะบรูเออร์ (Bruer Island) ซึ่งใครที่ชอบดำน้ำ ไม่ควรพลาดที่นี่เด็ดขาด เพราะถือเป็นสวรรค์แห่งใหม่ของโลกใต้น้ำเลยทีเดียว ซึ่งนอกจากใต้น้ำจะสมบูรณ์ เต็มไปด้วย ปะการัง ดอกไม้ทะเล และปลาน้อย ใหญ่แล้ว ชายหาดของที่นี่ ยังมีทรายที่ละเอียด และนุ่มเท้ามากๆ เกาะบรูเออร

เกาะบรูเออร์ (Bruer Island) สวรรค์แห่งใหม่ของคนรักทะเล

เกาะบรูเออร์ (Bruer Island) สวรรค์แห่งใหม่ของคนรักทะเล

 วันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2561 เวลา 05.22 น.

 วันที่เดินทาง 25 มี.ค. 2561


พาเที่ยวเกาะเปิดใหม่ แห่งท้องทะเลพม่า เกาะบรูเออร์ (Bruer Island) ซึ่งใครที่ชอบดำน้ำ ไม่ควรพลาดที่นี่เด็ดขาด เพราะถือเป็นสวรรค์แห่งใหม่ของโลกใต้น้ำเลยทีเดียว ซึ่งนอกจากใต้น้ำจะสมบูรณ์ เต็มไปด้วย ปะการัง ดอกไม้ทะเล และปลาน้อย ใหญ่แล้ว ชายหาดของที่นี่ ยังมีทรายที่ละเอียด และนุ่มเท้ามากๆ

เกาะบรูเออร์ ( Bruer Island ) มีชื่อเรียกเป็นภาษาพม่าว่า “ซองก๊อก” ( Saung Guat ) แปลว่า พิณพม่า เพราะเมื่อมองจากมุมสูง จะเห็นว่ารูปลักษณ์ของเกาะบรูเออร์ นั้นคล้ายกับพิณพม่านั่นเอง

จุดเด่นของเกาะบรูเออร์ ที่ไม่เหมือนใคร ในจำนวนหลายร้อยเกาะของพม่า คือมีชายหาดที่คู่ขนานกัน โดยทั้ง 2 หาด สีของน้ำทะเลจะแตกต่างกัน ด้านนึงสีฟ้าน้ำทะเล อีกด้านออกเขียว และทั้ง 2 หาด สามารถเดินข้ามหากันได้เพียงไม่กี่เมตร จึงเป็นที่มาของชื่อ Twin Beach หรือ นั่นเอง

บนเกาะนี้อุดมสมบูรณ์มาก มีแหล่งน้ำจืดให้ใช้ตลอดทั้งปี เพราะมีแหล่งน้ำธรรมชาติ คือ น้ำตกถึง 3 แห่ง และทริปนี้เราได้ไปพักค้างคืนกันบนเกาะด้วย 1 คืน ซึ่งบนเกาะจะมีที่พักใช้ชื่อว่า Twin Beach Mergui Island Resort ซึ่งเป็นแบบเต้นท์ ริมชายหาด ส่วนจะเป็นยังไงตามเราไปเที่ยวด้วยกันค่ะ


ก่อนเดินทางมาเที่ยวที่เกาะบรูเออร์ นั้น ต้องจองทัวร์กับทาง บริษัท Seastar Ranong ซึ่งเป็นเจ้าเดียวที่จะพาเราเดินทางมาสัมผัสความงามบนเกาะนี้กันค่ะ

ราคาทัวร์

แบบ One day trip ไปเช้า เย็นกลับ ผู้ใหญ่ 3900 บาท เด็ก 2900 บาท

แบบ Over night นอนพักบนเกาะ 1 คืน ผู้ใหญ่ 6900 บาท เด็ก 5900 บาท

กิจกรรม พาดำน้ำ 3 เกาะ

-เกาะย่านเชือก

-เกาะดอกไม้

-เกาะบรูเออร์ใต้

ราคานี้รวม

-ไกด์ผู้ชำนาญทาง

-ค่าผ่านแดนไทย พม่า (สำหรับคนไทยใช้บัตรประชาชนใบเดียว )ถ้าต่างชาติ ต้องทำ Visa ค่ะ

-ค่าประกันอุบัติเหตุ

-รถรับส่ง จากที่พักในเมืองระนอง ยังท่าเรือ

-อาหารทุกมื้อ

-อุปกรณ์ ดำน้ำ หน้ากาก ตีนกบ ผ้าเช็ดตัว

ใครสนใจติดต่อได้ตามนี้เลยค่ะ

Facebook : https://www.facebook.com/seastarranong/

Tel : 061-2354959

การเดินทาง

จากกรุงเทพเราต้องไปขึ้นเรือ ที่ท่าเรือ Seastar เคียงเล จ.ระนอง

โดย มีสายการบิน ให้บริการ อยู่ 2 เจ้า คือ NokAir และ Air Asia ซึ่งทริปนี้เราเลือกเดินทางกับ NokAir

หรือถ้าใครไม่สะดวกนั่งเครื่องบิน เค้าก็มีรถทัวร์ให้บริการอยู่หลายเจ้า

ทั้ง ทั้งโชคอนันต์ , นิมิตรทัวร, สมบัติทัวร์ อันนี้มีคนรู้จักเคยนั่งเค้าว่ามีรถแบบ Vip เบาะปรับเอนนอนสบายๆ และมีผ้าห่มให้ ราคาอยู่ที่ประมาณ 627 บาท



จากกรุงเทพ ถึง จ.ระนองใช้เวลาบินประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า ๆ หลังจากถึงสนามบินระนอง จะมีรถตู้ของบริษัท Seastar ที่เราได้จองไว้มารอรับ เพื่อพาไปส่งยังที่พัก ที่จองไว้ ที่พักของเราชื่อ ภูธารา รีสอร์ท อยู่ไม่ไกลจากท่าเรือที่เราจะเดินทางไปในวันรุ่งขึ้นมากนัก ที่นี่มีห้องพักหลายแบบ ราคาไม่แพง และอยู่ในโซนที่ไกลจากตัวเมืองออกมานิดนึง ซึ่งค่อนข้างสงบมากๆ






คืนนี้เราสั่งอาหารจากห้องอาหารของที่พักมาทานแบบง่ายๆ ซึ่งอาหารที่นี่รสชาติอร่อย แถมราคาไม่แพงด้วย


เช้าวันรุ่งขึ้น รถตู้ของ Seastar มารอรับที่โรงแรม ไปยังท่าเรือ Seastar เคียงเล ถึงท่าเรือ เค้าจะมีอาหารเช้า เป็นพวกข้าวต้ม ไส้กรอก ขนมปัง ไว้คอยบริการ เมื่อทานอาหารเสร็จ ไกด์จะเรียกมารวมกันเพื่อ อธิบายรายละเอียดของทริป กฏระเบียบ และสอนวิธีการใช้อุปกรณ์ดำน้ำ ก่อนเดินทางค่ะ









จากท่าเรือ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที เราต้องไปแวะทำเรื่องยื่นเอกสารผ่านแดนที่นี่กันก่อน โดยเราสามารถรออยู่บนเรือได้เลย เพราะเจ้าหน้าที่เค้าจะจัดเตรียมให้หมด ใช้เวลาประทับตรา ตม. ใครจะถ่ายรูปเล่นรอไปพลางๆก็ได้ค่ะ




นั่งเรือ มาประมาณ 1 ชั่วโมง ก็จะถึง จุดแรกที่เราจะดำน้ำกันค่ะ คือ เกาะย่านเชือก ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของพม่า เกาะนี่ใต้น้ำมีปลา และปะการัง อุดมสมบูรณ์มากๆ ทั้งปะการังเขากวาง ปะการังโขด ปะการังสมอง ปะการังผักกาด และยังมีปลานีโม่ น่ารักๆ ถึง 4 สายพันธุ์ ทั้ง ส้มขาว ,ลายปล้อง ,อินเดียนแดง , และปานดำ ซึ่งหาดูยาก แต่ที่พม่านี่ถือว่าเยอะมาก อยู่รวมกันเป็นครอบครัวเลย สำหรับคนที่ดำน้ำไม่เป็น ไม่ต้องกังวลค่ะ เค้ามีชูชีพให้ใส่ และมีไกด์ ที่ชำนาญคอยดูแล และพาไปดำตลอดทริปค่ะ จุดนี้เราชอบมากๆ ปลาเยอะจน อดใจไม่ไหวถ่ายรูปมารัวๆเลย















จุดดำน้ำที่สอง ที่เราแวะกัน คือ เกาะดอกไม้ หรือ Flower Island จุดนี้เต็มไปด้วยทุ่งดอกไม้ทะเล พริ้วไหวเป็นบริเวณกว้าง ดำลงไปจะเห็นสีสัน ตอนที่ดอกไม้ทะเลหุบจะเป็นสีม่วงๆ เหลืองๆ สวยมาก นอกจากดอกไม้ทะเลยังมีปลานีโม่ และปลาเล็ก ปลาน้อย หลายพันธ์ว่ายกันเต็มไปหมด สวยงามยังกับตู้ปลาเลย












หลังจากดำน้ำ ช่วงเช้าไป 2 จุด เรือก็จะพามาที่ เกาะบรูเออร์ ซึ่งเป็นเกาะที่เราจะพักกันในทริปนี้นั่นเอง และบนเกาะนี้ ยังเป็นที่พักทานข้าวเที่ยงด้วยค่ะ ทั้งลูกค้า แบบ One day trip และแบบพักค้างคืน ก็จะทานอาหารที่เดียวกันค่ะ ซึ่งอาหารกลางวัน จะเป็นบุฟเฟ่ต์ อาหารไทย ทั้งแกงจืด ผัดผัก ผัดกระเพรา ปลาทอด น้ำพริกกะปิ ซึ่งใครมาที่นี่ห้ามพลาดนะคะ น้ำพริกที่นี่เด็ดจริงๆ




อิ่มจากมื้อเที่ยง ไกด์จะให้ไปรับกุญแจเต้นท์ แล้วนำสัมภาระไปเก็บไว้ที่เต้นท์ค่ะ ที่พักบนเกาะจะเป็นเต้นท์ ติดทะเล ยกพื้นสูง สามารถนั่งชมวิวทะเลได้แบบใกล้ชิดเลย ฟินมาก ภายในเต้นท์ มีพัดลม และ ไฟฟ้าให้ใช้ทุกหลังค่ะ อ้อ!! บนเกาะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์นะคะ เหมาะสำหรับคนที่ชอบความสงบ ตัดขาดโลกโซเชียล หนีมาติดเกาะกับบรรยากาศชิลๆให้ร่างกายได้ชารตพลังซักคืน รับรองกลับไปมีแรงลุยงานหนักต่อแน่นอนค่ะ






ระหว่างนี้เราก็ชิลกันบนเกาะ ซึ่งมีกิจกรรมให้ทำ ไม่ว่าจะพายเรือคายัค เล่นน้ำหน้าหาด ถ่ายรูปเล่น ซึ่งบนเกาะมีมุมให้ถ่ายรูปเพียบ ทั้งมุมชิงช้าตามต้นไม้ให้นั่งเล่น มีเปลให้นอนเล่นพักผ่อน วันที่เราไปโชคดี อากาศดีมาก แดดแรง ทำให้น้ำทะเลสีฟ้าใส หาดทรายก็ละเอียดนุ่ม แถมเกาะนี้คนไม่เยอะ เหมาะแก่การพักผ่อนโดยแท้จริง










บรรยากาศแบบคลิปสั้นๆ


สำหรับคนที่ยังไม่เบื่อการดำน้ำ ที่หน้าหาดของเกาะบรูเออร์ ยังมีจุดดำน้ำอีกจุด ซึ่งสามารถว่ายออกไปได้ไม่ไกลมากค่ะ จะพบกับ ปลาหมึก ปลาสิงโต รุ่นคุณปู่ เห็นไกด์เค้าว่างั้นนะ และปลาน้อยใหญ่ อีกหลายชนิดเลย รับรองดำกันเพลินเลยทีเดียว อย่างเรากว่าจะขึ้นจากน้ำก็เกือบๆเย็นเลยค่ะ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็ไปรอทานมื้อเย็นกันค่ะ ( ห้องอาบน้ำ และห้องน้ำเป็นแบบรวมนะคะ มีรองรับพอกับจำนวนนักท่องเที่ยวค่ะ แต่เราลืมถ่ายรูปมา แต่จะบอกว่า สะอาดมากๆ และมีแชมพู ครีมอาบน้ำขวดใหญ่ เตรียมไว้ให้ทุกห้องเลย แถมมีไดร์เป่าผมให้ใช้ด้วย )








บนเกาะมีจุดชมวิวพระอาทิตย์ตก ที่สวยงาม สามารถเดินไปได้ไม่ไกลมากค่ะ บรรยากาศโรแมนติกสุดๆ





ได้เวลามื้อค่ำแล้ว เมนูอาหารค่ำจะเป็น บุฟเฟ่ต์ซีฟู๊ดค่ะ ทั้งกุ้ง ปลาหมึก หอย ปลา กับน้ำจิ้มซีฟู๊ดรสแซ่บ ทานกับข้าวผัดอิ่มสุดๆ ที่นี่กลางคืน สำหรับคนที่ชอบนั่งชมดาว ที่นี่ยังสามารถเห็นดาวได้อย่างสวยงามเลยทีเดียว แต่เราไม่ได้ถ่ายรูปมาค่ะ เพราะมัวปาร์ตี้กันกับเพื่อนๆ





เช้าวันใหม่ ตื่นมาพร้อมกับวิวทะเลสวยๆ นั่งเล่นซักพักเริ่มหิว เราไปดูมื้อเช้ากันค่ะ ว่ามีอะไรกินบ้าง มื้อเช้าจะเป็นพวกข้าวต้มกุ๊ย ผัดผักบุ้ง กุนเชียงทอด ร้อนๆอร่อยมากค่ะ




ทานมื้อเช้าเสร็จเราก็ไปเดินเล่น ชายหาด ถ่ายรูปเล่นกัน อย่างที่บอกมุมถ่ายรูปที่นี่เยอะจริงๆ ไม่ต้องแย่งกันถ่ายเลย มุมใครมุมมันชอบมาก แถมหน้าเต้นท์ที่เราพัก (เต้นท์ เบอร์ 2 ) จะมีโต๊ะอยู่ริมหาด เอากาแฟมานั่งจิบไปด้วยชมวิวทะเลไปก็ฟินไม่น้อย






สำหรับคนที่จะไปดำน้ำในช่วงเช้า ไกด์จะมาเรียกให้ไปรวมตัวกัน แนะนำห้ามพลาดจุดนี้นะคะ เพราะจุดนี้สวยมากๆ และมีแค่ทัวร์ของ Seastar เท่านั้นที่พาไป ทัวร์อื่นๆจะไม่มีไปที่นี่ค่ะ จุดดำน้ำจุดนี้เรียกว่า เกาะบรูเออร์ใต้ ซึ่งจะอยู่ไม่ไกลจากหาดที่เราพักมาก นั่งเรือไปประมาณ 15 นาทีก็ถึงแล้วค่ะ ใต้น้ำที่นี่ เต็มไปด้วยปะการังแน่นๆ หลากหลายชนิด และน้ำค่อนข้างตื้นสามารถเห็นปลา และปะการังได้แบบใกล้ชิดเลยทีเดียว

















กลับจากดำน้ำจุดสุดท้ายที่ บรูเออร์ใต้ เราก็มาอาบน้ำเก็บสัมภาระออกจากเต้นท์ และทานข้าวเที่ยงกัน อาหารเที่ยงก็จะเป็นบุพเฟ่ต์คล้ายๆกับวันแรกค่ะ







หลังมื้อเที่ยงเรายังมีเวลาชิลบนเกาะกันอีกซักประมาณ ชั่วโมงกว่าๆ ไกด์จะพาไปดูรากไม้พันปี ซึ่งเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ว่ากันว่า รากขนาดใหญ่ของต้นนี้เลื้อยพันไปทั่วทั้งเกาะ ใครที่อยากเห็นก็ลองเดินตามไกด์ไปดูนะคะ เดินไม่ไกลมากค่ะ




แล้วก็ถึงเวลากลับกันแล้วค่ะ พนักงานจะยกสัมภาระของเราไปไว้ที่เรือ

ออกจากเกาะ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆ ก็จะถึงที่ท่าเรือ ฝั่งระนองแล้วค่ะ แต่ก่อนกลับเรือก็จะแวะที่เกาะสอง เพื่อประทับตราขาเข้า ใช้เวลาไม่นานค่ะ

**หมายเหตุ โปรแกรมทริปดำน้ำแต่ละจุด ทั้ง 3 จุด อาจมีสลับสับเปลี่ยนกันบ้างเป็นบางวัน เพราะไกด์แจ้งว่าต้องดูช่วงน้ำขึ้น น้ำลงด้วยค่ะ

ถึงท่าเรือทาง Seastar เค้าจะมีอาหารว่างเตรียมไว้ให้ค่ะ จะเป็นพวกขนม เครื่องดื่ม




หรือถ้าใครไม่อิ่มอยากทานอาหารเย็น ใกล้ๆท่าเรือ จะมี ร้านอาหาร เคียงเล ซึ่งช่วงเย็นร้านนี้จะบรรยากาศดีมากๆค่ะ แถมอาหารก็รสชาติดี เราชอบแกงส้มของที่นี่มาก รสชาติเข้มข้นดีค่ะ เมนูอื่นๆก็อร่อยทุกอย่างเลย





จากนั้นรถตู้ ของ Seastar Ranong ก็ไปส่งที่โรงแรมที่เราพักคือ โรงแรม Tinidee ภายในโรงแรมมีบ่อน้ำร้อนให้แขกที่เข้าพักได้แช่ผ่อนคลายกันด้วย และมีบริการครบวงจร ทั้งนวด สปา และห้องอาหาร นอกจากบ่อน้ำร้อนในโรงแรมที่แขกสามารถใช้บริการได้ฟรีแล้ว ทางโรงแรมเค้ายังมีรถรับส่งฟรี ไปยังบ่อน้ำร้อนรักษะวารินอีกด้วย




จบเรียบร้อยกับทริปทะเลพม่า ที่เดินทางง่ายใครๆก็มาได้ ซึ่งเราชอบมาก อยากแนะนำให้คนที่อยากเที่ยวทะเลใหม่ๆ ได้ลองมาเที่ยวดู ซึ่งโลกใต้น้ำของที่นี่จัดว่ายังอุดมสมบูรณ์มากๆ และเกาะนี้ต้องยอมรับเลยว่า เงียบ สงบ น้ำใส จุดดำน้ำสวยทุกจุด สายทะเลห้ามพลาดค่ะ

ใครสนใจทริป เกาะบรูเออร์ ติดต่อได้ตามนี้เลยค่ะ

Facebook : https://www.facebook.com/seastarranong/

Tel : 061-235-4959

ภาพใต้น้ำเราใช้กล้อง Olympus TG 5 แนะนำที่นี่เลยจ้า https://www.facebook.com/Prodiveimaging/ อุปกรณ์กล้องใต้น้ำเยอะ แถมแนะนำการใช้งานดีมาก

ทริปหน้าเราจะพาไปเที่ยวไหนอีก รอติดตามน๊า

https://www.facebook.com/somewheresomeone/

หากรีวิวถูกใจเพื่อนๆอย่าลืมแวะเข้าไปกดติดตามเพจเป็นกำลังใจให้เราบ้างนะคะ

ความคิดเห็น