ตามรอย "๕ ขุนเขาแห่งธรรม" ณ เมืองโบราณอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี รีวิวโดย วิ ศ ว ะ พ า เ ที่ ย ว

๕ ขุนเขาแห่งธรรม ศูนย์กลางพุทธศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดของแผ่นดินสยาม ณ เมืองโบราณอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเส้นทางตามรอยบุญมหากุศลอันยิ่งใหญ่ ของพระโสณเถระ และพระอุตตระเถระ อัครสาวกขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งการตามรอย ๕ ขุนเขาแห่งธรรมนี้ นั่นคือที่ไหนบ้าง ประวัติเป็นมายังไง

ตามรอย "๕ ขุนเขาแห่งธรรม" ณ เมืองโบราณอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี

ตามรอย "๕ ขุนเขาแห่งธรรม" ณ เมืองโบราณอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี

 วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2561 เวลา 20.44 น.

 วันที่เดินทาง 26 มี.ค. 2561

๕ ขุนเขาแห่งธรรม ศูนย์กลางพุทธศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดของแผ่นดินสยาม ณ เมืองโบราณอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเส้นทางตามรอยบุญมหากุศลอันยิ่งใหญ่ ของพระโสณเถระ และพระอุตตระเถระ อัครสาวกขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งการตามรอย ๕ ขุนเขาแห่งธรรมนี้ นั่นคือที่ไหนบ้าง ประวัติเป็นมายังไง เดินทางไปยังไง ตามผมมา ผมจะพาทุกคนเข้าไปยังหุบเขาแห่งธรรมนั่นเอง อย่ารอช้า ตามมาเลยดีกว่า

ปล. ภายใน ๑ วันเท่านั้น คุณก็สามารถเที่ยว ๕ ขุนเขาแห่งธรรม นี้ได้ครบถ้วนกระบวนความแน่นอน ฟันธงครับผม

และนี่ก็คือแผนที่ ๕ ขุนเขาแห่งธรรม ที่ผมจะไปตามรอยในครั้งนี้ แผนที่พร้อม GPS พร้อม กล้องพร้อม ร่างกายพร้อม แล้วก็ขับรถมุ่งหน้าไปขุนเขาแรกกันเลยครับ


ขุนเขาที่ ๑ "วัดเขาดีสลัก"


ขับรถตาม GPS มาเรื่อยๆ เราก็มาถึงวัดแรกแล้วครับ นั่นก็คือ

"วัดเขาดีสลัก" แดนดินถิ่นธรรมะ "เบญจอารามห้าขุนเขาทวารวดี"

ตั้งอยู่ ตำบลดอนคา อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งห่างจากอำเภออู่ทอง 8 กิโลเมตร

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับวัดนี้คือ รอยพระพุทธบาทจำลองสร้างด้วยหินทรายสีแดง และรอยพระพุทธบาทนูน เป็นต้น และด้านบนยอดเขาดีสลักยังสามารถชมวิวทิวทัศน์สวยงดงามสุดลูกหูลูกตาอีกด้วย

ปล๑. บันไดขึ้นไปยังบนยอดเขามีทั้งหมดประมาณ ๕๕๑ ขั้น ต้องใช้คำว่าประมาณ เพราะหอบแดกตลอดทาง นับไปหอบไป เกือบไม่รอดซะแล้ว
ปล๒. การขึ้นไปยังบนยอดเขามีทางเลือกให้สองทางนะครับ ทางที่ ๑ คือ เดินขึ้นไป ทางที่ ๒ คือ ขับรถขึ้นไป ซึ่งทางขึ้นจะอยู่ด้านข้างขนาบไปกับกำแพงวัดเลยครับผม

ทางขึ้นเขาดีสลัก มีบันไดทั้งหมดประมาณ ๕๕๑ ขึ้น เหนื่อยมั้ย ถามขาดู แทบคลานกันเลยทีเดียว โคตรเหนื่อย

เดินขึ้นมาสักพักเราก็มาถึงด้านบนยอดเขากันแล้วครับ

อย่ามัวชักช้า เดินสำรวจพื้นที่กันเลยดีกว่า





รอยพระพุทธบาทจำลอง ขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า

รอยพระพุทธบาทเป็นสัญลักษณ์ หมายแทนถึงการปรากฎพระองค์ของพระพุทธเจ้า และยังเป็น "อุเทสิกเจดีย์" ที่ผู้คนในอดีตได้กราบไหว้บูชาอีกด้วย

วิวทิวทัศน์ ๓๖๐ องศา และบรรยากาศพระวิหารด้านบนยอดเขาดีสลัก สวยงามสุดลูกหูลูกตา


นอกจากจะมีทิวทัศน์ที่สวยงาม ยังมีดอกไม้สวยๆ ไว้คอยให้ชมกันอีกด้วยครับ

เที่ยวชม ถ่ายรูปที่วัดเขาดีสลักกันเสร็จแล้ว ก็ได้เวลาไปเข้าหุบเขาต่อไปกันดีกว่าครับ ตามมาครับผม


ขุนเขาที่ ๒ "วัดเขากำแพง”


"วัดเขากำแพง" แดนดินถิ่นธรรมะ "พระสุเมรุปล่องภูเขาไฟ ที่เผาไหม้ดับกิเลสด้วยแสงธรรม"

ตั้งอยู่ที่ ตำบลดอนคา อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี
เป็นวัดเก่าแก่ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๐ ซึ่งมีซากเจดีย์ และวิหารเก่าแก่ อยู่บนยอดเขา เมื่อประมาณปี ๒๕๐๘ ได้มีพระครูศุภการโกศล เจ้าอาวาสวัดดอนคา ได้เขามาบูรณะวัดร่วมกันกับชาวบ้านมาจนถึงทุกวันนี้

ปล.ผมไม่ได้ขึ้นไปบนยอดเขานะครับ แรงหมดแล้ว ฮ่าๆ จากการไปขึ้นเขาดีสลักมา บันได 500 กว่าขั้น

หลังจากนั้นเราก็ขับออกจากขุนเขาแห่งที่ ๒ วัดเขากำแพง มุ่งหน้าสู่ขุนเขาแห่งต่อไ
สังเกตมั้ย ดูจากรูปสิ เหมือนเราอยู่ในขุนเขาแห่งนั้นจริงๆ จะขับไปทางไหนก็เจอแต่เขา ทางหน้าก็เขา ทางหลังก็เขา แต่ถ้าข้างๆ อะ เป็นเราเองนะ แฮร่ ถ่ายรถถ่ายรูปเสร็จแล้ว ก็รีบสิครับ รีบเลยแดดมาแล้ว


ขุนเขาที่ ๓ "วัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม"


"วัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม" แดนดินถิ่นธรรมะ "เมืองอู่ทองศรีทวารวดี"
ตั้งอยู่ที่ ตำบลอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี


เป็นดินแดนพุทธคุณหลวงพ่อสังฆ์ ณ เพิงผาหน้าถ้ำบนยอดเขามานานนับพันปี ได้คอยปกปักษ์รักษาพุทธศาสน ิกชนชาวอู่ทอง ชาวสุพรรณบุรี และชาวไทยที่เคารพนับถือ


โดยวัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม แต่เดิมชาวบ้านเรียกว่า "เขาพระ" เนื่องจากมีพระพุทธไสยาสน์ป ระดิษฐานอยู่ภายในเพิงผาที่บริเวณไหล่เขาด้านทิศตะวันออก จนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๕๐๙ จึงมีการเปลี่ยนวัดเป็น วัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม ในปัจจุบัน


ซึ่งด้านบนยอดเขา ก็จะมี "โบราณสถานเจดีย์บนยอดเขาพระ"
เจดีย์บนยอดเขาพระ เป็นเจดีย์ก่ออิฐสอปูน ที่มีการก่อสร้างและบูรณะมาแล้วอย่างน้อย ๒ สมัย โดยสมัยแรกเป็นเจดีย์สมัยทวารวดีที่คงเหลือเฉพาะส่วนฐานราก และต่อมาในสมัยอยุธยา ได้สร้างเจดีย์ทรงกลมทับบนฐานเดิมเอาไว้ สำหรับเจดีย์สมัยอยุธยาดังกล่าวเป็นเจดีย์ที่มีฐานล่างเป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสและมีการก่อซุ้มขนาดเล็กยื่นเป็นห้องออกมาทางทิศตะวันออก อย่างไรก็ตาม ส่วนขององค์ระฆังและยอดด้านบนพังทลายหมดแล้ว

ด้านบนยอดเขาพระยังสามารถชมวิวทิวทัศน์เมืองอู่ทองได้อีกด้วยครับ


ขุนเขาที่ ๔ "พระพุทธรูปแกะสลักภูผา"


"พระพุทธรูปแกะสลักภูผา"
สมเด็จพระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ วัดเขาทำเทียม
ตั้งอยู่ที่ ตำบลอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี
แดนดินถิ่นธรรมะ
"เทียมสวรรค์ ปุษยคีรี ขุนเขาดอกไม้"
การก่อสร้างพุทธมณฑลประจำจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อใช้เป็นอุทยานทางพระพุทธศาสนา และยังเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาประจำจังหวัดสุพรรณบุรี โดยการออกแบบพระพุทธรูปที่จะใช้แกะสลักบนหน้าผาของเขาทำเทียม จะเป็นพระพุทธรูปที่มีลอยนูน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสมัยอู่ทอง
ลักษณะทั่วไปของพระพุทธรูปแบบอู่ทองนั้น จะมีไรพระศก ชายจีวร หรือสังฆาฏิตัดเป็นเส้นตรง ประทับขัดสมาธิราบ ปางมารวิชัย และมีฐานเป็นหน้ากระดานแอ่นเป็นร่องเข้าข้างใน

นอกจากจะมีพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาแล้ว
ใครที่ชอบถ่ายรูปฮิปๆ ชิคๆ คูลๆ แนวบ้าง ไม่แนวบ้าง
ผมขอแนะนำ
"อ่างเก็บน้ำเขาพระ" เลยครับ เด็ดมาก แต่ช่วงนี้น้ำแทบไม่มีเลยครับ แต่บริเวณโดยรอบ เด็ดมากจริงๆ ล้อมรอบไปด้วยเขา ยิ่งถ่ายยิ่งฟินเลยครับ

ถ่ายรูปพระแกะสลักเสร็จแล้ว ก็รีบขับรถไปจุกต่อไปกันเลยครับ แต่ระหว่างทางที่เราขับรถออกมา เราก็จะผ่านหมู่บ้านสุวรรณภูมิ อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นหมู่บ้านเก่าแก่โบราณของเมืองอู่ทองเลย


ขุนเขาที่ ๕ "วัดเขาถ้ำเสือ"


"วัดเขาถ้ำเสือ"

แดนดินถิ่นธรรมะ
"ศิล สมาธิ ปัญญา จิต กาย ใจ ให้เป็นปัจจุบัน"
ตั้งอยู่ที่ ตำบลเขาถ้ำเสือ อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี
ซึ่งวัดเขาถ้ำเสือ เป็นพุทธสถานสถิตประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณตัวแทนแห่งพุทธองค์แกะสลักลอยนูนเด่นเป็นสง่า และด้านบนยอดเขายังมีจุดชมวิวทิวทัศน์บ้านเมืองอันสวยงามอีกด้วย

พระพุทธรูปแกะสลัก วัดเขาถ้ำเสือ

เสือไง จะอะไรละ ฮ่าๆ

เมื่อเราเดินขึ้นเขาไปเรื่อยๆ เราก็จะเจอ เสืออยู่ตรงปากทางเข้าถ้ำ วัดเขาถ้ำเสือ วันที่ไปไม่สามารถเข้าไปในถ้ำได้เนื่องจากมีพระ ท่านกำลังทำพิธีอยู่ครับ

หลังจากนั้นเราก็เดินขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงยอดเขาวัดเขาถ้ำเสือ


ดูวิว สิครับ สวยอีกแล้ว

สุดท้าย แต่ไม่ท้ายสุด

ผมหวังว่ารีวิว " ๕ ขุนเขาแห่งธรรม " นี้จะเป็นแหล่งข้อมูล และช่วยเผยแพร่เมืองโบราณนี้ ให้คนทั่วๆไป ได้รับรู้ว่ายังมีจุด Unseen ของประเทศไทยที่ยังคงน่าสืบค้น น่าค้นหา น่าเรียนรู้ประวัติความเป็นมาของประเทศไทย กัน ที่อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ

ยัง

ยัง

ยัง

ยังไม่จบ

นอกจากจะมาตามรอย ๕ ขุนเขาแห่งธรรม แล้ว ถ้าเวลาเหลือ สามารถแวะไปเที่ยวชมสวนดอกไม้ตามช่วงฤดูกันได้ที่ "ศูนย์พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง" อำเภออู่ทอง กันได้นะครับ

"ศูนย์พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง" หรือสวนสวรรค์สุพรรณบุรี จะมีการจัดแสดงพันธุ์พืชต่างๆมากมายหลายชนิด ตามช่วงฤดู ช่วงเวลา และช่วงเทศกาลต่างๆ ตลอดทั้งปี ทั้งดอกไม้ของไทยและต่างประเทศ สีสัน สดใส สวยงามตระการตา ทั้งไม้ผล ไม้ใบ


ใครที่สนอยากจะเข้าชมสามารถเข้าเว็บ ศึกษาข้อมูลก่อนนะครับ ว่าช่วงนี้ เดือนนี้ ทางศูนย์จัดแสดงดอกไม่อะไรบ้าง มีการจัดเทศกาลอะไรบ้าง สามารถดูได้ในเว็บ www.suphan.biz เลยนะครับ จะมีปฏิทินแสดงไว้ ถ้าไม่ศึกษาไปก่อน ระวังจะใสเจีย เสียใจ นะคร๊าฟ จะบอกให้

ปล. ไม่เสียค่าเข้าชม ย้ำว่า ฟรี นะครับ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดสุพรรณบุรี ต.พลับพลาชัย อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ๗๒๑๖๐ Email : [email protected]


สุดท้ายนี้ ผมฝากรีวิวนี้ไว้ในความทรงจำไว้ในหัวใจ ด้วยนะครับ หวังว่าสถานที่นี้จะทำให้คุณสนใจ ถึงแม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆแต่ก็มีอะไรต่างๆ มากมายรอให้คุณมาสัมผัสอยู่ มาเถอะครับ แล้วคุณจะรู้จักเมืองโบราณแห่งนี้มากขึ้น

ขอบคุณครับ

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.suphan.biz

#อพท #DastaTravel #อพทโดนใจ #เมืองโบราณอู่ทอง #วิศวะพาเที่ยว

ความคิดเห็น