fahpawa* chapter 27 : Road Trip 5 วัน เชียงใหม่ไปแม่ฮ่องสอน รีวิวโดย Fahpawa - Travel and outing

คุณคิดว่า เสน่ห์ของการเดินทางคืออะไร? เราว่ามันเป็นเรื่องราวระหว่างทางที่เราพบเจอในแต่ละครั้ง เรื่องราวที่เกิดขึ้นโดยที่เราไม่ได้คาดคิด มักจะเป็นเรื่องราวที่ติดอยู่ในใจเราอยู่เสมอ และอดไม่ได้ที่จะต้องนำมาเล่าให้คนอื่นๆอ่านด้วย พร้อมจะอ่านกันหรือยัง? ทริปนี้เรียกได้ว่าเป็นทริปที่เราพลาดไปกับห

fahpawa* chapter 27 : Road Trip 5 วัน เชียงใหม่ไปแม่ฮ่องสอน

fahpawa* chapter 27 : Road Trip 5 วัน เชียงใหม่ไปแม่ฮ่องสอน

 วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561 เวลา 02.13 น.

 วันที่เดินทาง 31 มี.ค. 2561

คุณคิดว่า เสน่ห์ของการเดินทางคืออะไร?
เราว่ามันเป็นเรื่องราวระหว่างทางที่เราพบเจอในแต่ละครั้ง

เรื่องราวที่เกิดขึ้นโดยที่เราไม่ได้คาดคิด

มักจะเป็นเรื่องราวที่ติดอยู่ในใจเราอยู่เสมอ

และอดไม่ได้ที่จะต้องนำมาเล่าให้คนอื่นๆอ่านด้วย


พร้อมจะอ่านกันหรือยัง?



ทริปนี้เรียกได้ว่าเป็นทริปที่เราพลาดไปกับหลายสิ่งมาก

เรียกว่านกก็ได้

เราเริ่มต้นทริปที่กันที่เชียงใหม่ จากกรุงเทพมาเชียงใหม่ไม่ยากเลย

เราตั้งใจมาเชียงใหม่ 5 วัน

โดย 5 วันนี้ เราจะขับรถเที่ยวกัน

การเช่ารถไม่ได้ยากเสมอไป และบริษัทที่เช่ารถควรเป็นบริษัทที่เราเชื่อใจได้

ว่าเขาจะนำรถคุณภาพดีๆมาให้ใช้

ทางเราต้องขอบคุณ AVIS Thailand มากๆที่ทำให้เกิดทริปนี้ขึ้นมา

Honda City ที่ได้มานั้น ใหม่มาก เรียกได้ว่าระยะแค่หมื่นโล และเป็นรถที่ปล่อยให้ลูกค้าเช่าจริงๆ

และแน่นอน เราเอา City ขับขึ้นเขาเพื่อไปเยือนแม่ฮ่องสอนกัน

ใน 2 คืนแรกเราอยากพักผ่อนก่อนเพราะทำงานหนักมาทั้งอาทิตย์

ซึ่งเราเข้าพักกันที่ Brique Hotel Chiangmai

โรงแรมเปิดใหม่ ถึงไม่ได้อยู่ใจกลางเมืองอย่างนิมมาน แต่ก็อยู่ติดกับเซ็นทรัล เฟสติวัล

อีกอย่าง มีรถแล้ว จะกลัวอะไรล่ะ


ห้องพักสีขาวสะอาดตา ทุกอย่างใหม่เอี่ยม เตียงนุ่มหลับสบาย

บางทีก็แค่นี้แหละที่ต้องการ

วันแรกที่มาถึงเราไม่มี activity อะไรในหัวเลย

นอกจาก .. ลูกชิ้นทอดทองสุกที่ หอพักนักศึกษาแพทย์ มช

แต่วันนี้เวลาไม่พอ เลยจะไปตามหากันที่ถนนคนเดิน

เราเลยเลือกใช้เวลาในช่วงบ่ายในโรงแรม รวมไปถึงอาหารเย็นด้วย

เดินทางเหนื่อยๆ นวดสักชั่วโมงเป็นอะไรที่ดีที่สุดแล้ว

เราเลือกนวดไทย

แต่ที่นี่ก็ยังมีนวดน้ำมันอีกหลากหลายแบบให้เลือกด้วย

ที่สำคัญ ราคาจับต้องได้



ที่ Brique hotel ที่บาร์ที่ชั้น 4 เป็นบาร์แบบ open air มองเห็นบรรยากาศรอบๆ

ยิ่งตอนพระอาทิตย์ตกดิน เรียกได้ว่า สวีทโรแมนติกสุด

วันนี้ทางโรงแรมยินดีที่จะให้เราได้ลองชิมอาหาร

จัดเต็มให้เรามาก

ใครไปทานที่โรงแรมกลับมาเล่าให้ฟังด้วยนะ ว่าชอบหรือเปล่า

อิ่มท้องแล้ว เราเรียกร้องที่จะไปถนนคนเดิน

ไม่ได้อยากซื้อของฝากอะไรหรอก

เราแค่อยากกินลูกชิ้นทอดเท่านั้นเอง

วันนั้นที่เราไปเป็นวันเสาร์ ดังนั้น จะมีแค่ถนนคนเดินวัวลาย

แต่เราดันไปท่าแพ ... วนรถกลับแทบไม่ทัน

เรามาเดินถนนคนเดินบ่อยมาก บ่อยจนไม่รู้จะซื้ออะไรแล้วนอกจากของกิน

และแน่นอน เรานกลูกชิ้นทอด เราหาไม่เจอ

ไหว้พระแทนก็ได้

เช้าวันต่อมา เป็นวันเที่ยวของเราแล้ว

แพลนของเราวันนี้ก็ยัง งงๆ ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะไปไหนกันดี

เรางอแงอยากกินขนมที่ร้าน Forest Bake

Forest Bake จึงเป็นจุดหมายแรกที่เราจะไปกัน

ร้านน่ารักมากมายเลยแหละ

และคานาเล่ก็อร่อยมากด้วย

น่ากินใช่ไหมล่ะ

ซื้อขนมเสร็จ ก็คงต้องออกเดินทางแล้ว

เราเลือกไป ออบขาน กันเนื่องจากดูไม่ไกล

และดูรูปในไอจีแล้ว พบว่ามีมุมเท่ห์ๆหลายมุมให้เราถ่ายรูป

แต่เราไม่รู้จริงๆ ว่าที่นี่เป็นที่ๆคนในเชียงใหม่มักมาปิกนิคกันในวันหยุด

สิ่งที่เราเจอคือ หลายๆบ้านปูเสื่อริมน้ำตก ทำส้มตำไก่ย่าง ส่วนเด็กๆก็เล่นน้ำไป

บรรยากาศก็น่ารักไปอีกแบบนะเราว่า


เราขับรถข้ามฟากมาที่ อำเภอ หางดง

เราอยากมานั่งชิลๆที่ร้านของ นิวจิ๋ว มากเลย

ร้านมีชื่อว่า Brand New Field Good

คนเยอะพอสมควร แต่ก็โอเค อย่างน้อยก็ได้ที่นั่งวิวดี

คนส่วนมากก็มาถ่ายรูปสะพานไม้ไผ่แหละ

แต่ด้วยความอิ่ม เลยสั่งอะไรได้ไม่เยอะ

นอกจาก น้ำคนละแก้ว และ ยำรวมมิตรทะเล

อร่อยดีนะ

หลังจากนั้นเราก็กลับไปพักผ่อนที่โรงแรมเพราะ อยากเก็บแรงไว้ขับรถไปแม่ฮ่องสอนในวันรุ่งขึ้น

ว่ายน้ำ นอนเล่น พักผ่อน น่าจะดีกว่า

เพราะที่ Brique Hotel Chiang mai มี Facilities ให้เราได้ใช้ครบ

ทั้งสระว่ายน้ำ และฟิตเนส

ก่อนเดินทางไกล เราควรอิ่มท้องก่อน

เราชอบการตกแต่งห้องอาหารของที่นี่มาก

ถ่ายรูปออกมาดู Minimal สุด

แถมของกินก็ยังมีให้เลือก ถึงไม่เยอะมากมายแต่ก็ตามมาตรฐานโรงแรม

อ้อ มีอาหารเช้าแบบเหนือด้วยนะ

เริ่มต้นวันด้วยแคปหมูน้ำพริกหนุ่มก็ดีไม่น้อย



ทานข้าวเสร็จเราก็รีบออกจากเชียงใหม่ทันที

เพราะว่าวันนี้เรามีหลายที่จะไปเหลือเกิน

ทั้ง สวนสนบ่อแก้ว ดอยอินทนนท์

แล้วขับขึ้นไปทางอำเภอ ขุนยวม ไปดอยแม่อูคอ แล้วเข้าตัวเมืองแม่ฮ่องสอน

แค่นึกก็เหนื่อยน่าดู

เราแวะสวนสนบ่อแก้วเพราะอยากถ่ายรูปอย่างเดียว

ก้ไม่คิดว่าถ่ายออกมาแล้วจะเกาหลีได้ขนาดนี้

สวนสนบ่อแก้วเที่ยวได้ทั้งปี ที่นี่จะเป็นศูนย์อนุรักษ์สนสามใบ

ใกล้ๆกันจะเป็นอุทยานแห่งชาติออบหลวง อำเภอ ฮอด

ใครที่อยากมาเที่ยวดอยอินทนนท์ก็แวะมาได้เช่นกัน

เราตั้งใจจะไปไหว้พระธาตุที่ดอยอินทนนท์

ไปเดินกิ่วแม่ปานในเดือนเมษา (บ้าไปละ)

แต่ .. เราดันเจออุบัติเหตุรถหกล้อคว่ำขวางถนนอยู่

เลยได้ลงไปช่วยคนเจ็บ หมดเวลาพอดี

กว่าจะออกมาได้ ... เราเลยตัดสินใจไปแม่ฮ่องสอนเลยดีกว่า

เราตั้งใจไปดอยแม่อูคอ และน้ำตกแม่สุรินทร์

แต่ดูจากเวลาแล้ว คงได้แค่ดอยแม่อูคอ

อยากรู้เหมือนกัน ว่าดอยแม่อูคอในวันที่ไม่ใช่ ฤดูทุ่งบัวตอง จะเป็นดอกอะไรขึ้นมาแทนนะ

สิ่งที่เราพบเจอทั้งดอยคือ

ต้นบัวตอง ตัวดอกได้กลายเป็นสีดำหมดเลย

เราขับรถขึ้นมา และเดินไปจุดชมวิว พยายามหาดอกบัวตอง

เชื่อไหม ... เราพบดอกนี้ดอกเดียวทั้งดอย

และเรารู้สึกว่ามันเด่นมาก จนอดถ่ายรูปไว้ไม่ได้จริงๆ

อากาศที่ดอยแม่อูคอในวันนั้นประมาณ 23-24 องศา

มีเพียงรถเราคันเดียวเท่านั้นที่ขึ้นไปถึงดอยแม่อูคอในวันนั้น

ถนนและภูเขาทั้งลูกเป็นของเรา

การเดินทางแบบนี้สิ ที่เราชอบ

ขับรถบนดอย สนุกกว่าขับรถบนทางด่วนอีกนะ : )

เราซึมซับบรรยากาศบนดอยแม่อูคอสักพักใหญ่

เพราะเชื่อว่า อากาศแบบนี้หาไม่ได้ในกรุงเทพแน่นอน

แต่เราก็ต้องรีบลงจากดอยแม่อูคอ เพื่อที่จะเข้าแม่ฮ่องสอนไม่ให้ดึกเกินไป

ด้วยความที่ในแม่ฮ่องสอนหาที่พักที่ถูกจริตกับเราค่อนข้างยาก

เพราะรีสอร์ทสวยๆมากไปอยู่ที่ อำเภอ ปาย

เราเลยเลือกนอนง่ายๆอย่าง B2 Premier แม่ฮ่องสอน

จองผ่าน Traveloka ด้วยโค้ด ราคาเหลือ 500 นิดๆเอง

เตียงแข็งไปหน่อยแต่ห้องโอเคนะ

อยู่ใกล้ๆกับวัดพระธาตุดอยกองมูเลย

สาเหตุที่เราเลือกพักในตัวเมืองแม่ฮ่องสอนคือ เราอยากไปเดินถนนคนเดินและไปไหว้พระธาตุจอมทองมาก

แต่วันนั้นเราไปถึงทุ่มนิดๆ

พนักงานบอกว่า

" ถนนคนเดินตอนนี้ไม่มีแล้วครับ"

อ่าว นกอีกแล้วหรอ เสียใจจัง อุตส่าห์ขับมาตั้งกี่พันโค้ง

เลยได้แต่หาอะไรง่ายๆกินแล้วเข้านอน

เพราะพรุ่งนี้เราจะ Road Trip กลับเชียงใหม่กัน : )


ตอนเช้าเราแวะเติมน้ำมัน และหาอะไรง่ายๆรองท้องแก้หิว

เชื่อมั้ยว่า จากเชียงใหม่ มา แม่ฮ่องสอน เราหมดน้ำมันไปไม่ถึงครึ่งถังเลย

ฟินดี : )

เราแวะปางอุ๋งก่อนเข้าปางมะผ้า เพราะเราตั้งใจจะไปกินก๋วยเตี๋ยวห้อยขาบ้านจ่าโบ่

ปางอุ๋งเมษา ที่ไม่มีคนเลย มันฟินแบบนี้นี่เอง



มันแฮปปี้ที่ เราจะถ่ายตรงไหนก็ได้ มุมไหนก็ได้

และมันไม่ติดคนเลย

เราฟินตรงนี้

อากาศที่ปางอุ๋งเย็นๆ ประมาณ 27 องศา

แต่ด้วยความรีบไปกินก๋วยเตี๋ยวทำให้เราไม่ได้แวะบ้านรักไทย

ไม่เป็นไร ไว้มาใหม่ก็ได้

เราขับรถ 2 ชั่วโมงถึงบ้านจ่าโบ่ และเราหิวกันมาก

เราฝากความหวังไว้ที่ร้านก๋วยเตี๋ยว

และแน่นอน มันปิด

และเราได้ความรู้ใหม่ว่า ร้านก๋วยเตี๋ยว เปิดเป็นซีซั่น จะเป็นช่วงเดือน กันยายน - มีนาคม เท่านั้น

และเราไปวันที่ 3 เมษายนไง

เออ นกอีกแล้ว

หิวก็หิว ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องลงไปกินที่ตัวเมืองปางมะผ้า

ดันแจ๊กพอตเจอร้านไม่อร่อยอีก

แต่ก็ถือว่าให้แพลนมันเฟลบ้าง ก็สีสันชีวิตดีนะ : )

หลังจากนั้นเราเลยเข้าตัวเมืองปาย

มีคนอยากไปน้ำตก บ่อน้ำพุร้อน และสะพานปาย

ได้เลย เราจัดให้

เราไปถึงน้ำตกหมอแปง และพบว่า

เออ ไม่มีน้ำเลยแม้แต่นิดเดียว

โอเค มูฟ

แต่ชาวต่างชาติชอบขี่มอไซค์แวะเข้ามานะ อาจจะเพราะมันเงียบไม่มีคนก็ได้มั้ง

นอกจากนี้เราก็แวะ บ่อน้ำพุร้อนท่าปาย

แต่ด้วยความที่มันเย็นแล้ว คนก็เลยไม่มี

คนขายไข่ก็เช่นกัน



เราออกจากปายแล้วมุ่งเข้าเชียงใหม่ทันที

ทริปของเราจบลงแล้ว และวันรุ่งขึ้นก็เตรียมตัวกลับไปเจอชีวิตจริง

เป็น 5 วันที่เราต้องคิดแผนใหม่ทุกวัน

เปลี่ยนใจในทุกๆนาที

แต่รู้อะไรไหม การที่เราได้เดินทางนานๆกับใครสักคน

เราจะเห็นตัวตนที่แท้จริงของเขา

และของเราด้วย

เราหวังว่าการเดินทางจะทำให้เราได้รู้จักกันมากขึ้น สนิทกันมากขึ้น

เขาถึงบอกไง ... ชอบใครให้ชวนเขาไปเที่ยว

จะได้รู้ว่าเราใช้ชีวิตกับเขาได้หรือเปล่า


fahpawa*

31 March - 4 April 2018


Special Thanks

AVIS Thailand


ความคิดเห็น