Tourists Runner : คิวชู กู...Chill (Day 1-2 Beppu) รีวิวโดย Pink Yangmatoy

หลังจากดองไว้หลายเดือนก็ได้ฤกษ์รีวิวย้อนหลังเสียที กับทริปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น งดซ้อมวิ่ง แล้วมาซิ่ง กิน ชิว เที่ยว และหาซากุระชมที่คิวชู ทริปนี้เราเดินทางไปพร้อมกับผองเพื่อนทั้งหมดรวมแล้ว 5 ชีวิต ก็ต้องมีการมาคุยกันก่อนว่า เราจะไปที่ไหนกันบ้างใน Kyushu นั่นเอง แต่ถ้าจะให้เที่ยว Kyushu ทั้งภาค 10

Tourists Runner : คิวชู กู...Chill (Day 1-2 Beppu)

Tourists Runner : คิวชู กู...Chill (Day 1-2 Beppu)

 วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562 เวลา 23.06 น.

 วันที่เดินทาง 6 เม.ย. 2561

หลังจากดองไว้หลายเดือนก็ได้ฤกษ์รีวิวย้อนหลังเสียที กับทริปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น งดซ้อมวิ่ง แล้วมาซิ่ง กิน ชิว เที่ยว และหาซากุระชมที่คิวชู ทริปนี้เราเดินทางไปพร้อมกับผองเพื่อนทั้งหมดรวมแล้ว 5 ชีวิต ก็ต้องมีการมาคุยกันก่อนว่า เราจะไปที่ไหนกันบ้างใน Kyushu นั่นเอง แต่ถ้าจะให้เที่ยว Kyushu ทั้งภาค 10 วันก็ไม่น่าจะพอ เลยตัดตอนเหลือแค่คิวชูตอนเหนือ และน่าจะมีที่เที่ยวเยอะเพียงพอแล้วล่ะ

จากนั้นก็มากำหนดวัตถุประสงค์ของการเที่ยวครั้งนี้ก่อน ก็คือ รู้อยู่แล้วว่าคิวชูเป็นเมืองทะเลโอบภูเขา และเป็นเมืองธรรมชาติ ค่อนไปทางบ้านนอกของญี่ปุ่น ดั่งนั้น เรื่องช้อปคงไม่ได้ไปเน้นมากนัก ที่จะหนักหน่อยคือการเที่ยวชมธรรมชาติ และการกิน!!!

เราเลือกที่จะเดินทางโดยสายการบินเวียดนาม แม้จะต้องเสียเวลาต่อเครื่องรวมเวลาเดินทางกว่า 10 ชม. Tranfer เครื่องที่โฮจิมินท์ขาไป และที่ฮานอยขากลับ แต่ข้อดีก็คือเป็นสายการบิน Full Service มีอาหารให้บนเครื่องทั้ง 2 รอบ และให้น้ำหนักกระเป๋าถึง 30 kg. แน่นอนว่าราคาก็ไม่ได้แพง (แต่สำหรับใครที่อยากเดินทางเร็วๆ แนะนำบินตรงดีกว่าครับ แพงกว่านิดหน่อย แต่เร็วกว่า)

อาหารบนเครื่องครับ

ในเมื่อแวะโฮจิมินท์แล้ว ก็ต้องขอลองเบียร์เวียดนามซักหน่อย ... พอดื่มได้ ขึ้นเครื่องอีกรอบหลับสบายครับ


และนี่คือแผนการคร่าวๆ ครับ

Friday April, 6 (Day 1) - Go to Fukuoka By Vietnam Airline 18.55 pm. นอนบนเครื่องบิน

Saturday April, 7 (Day 2) - ถึง Fukuoka ตอนเช้า เดินทางไป Beppu เที่ยวในเมือง Oita / Beppu ออนเซ็นทรายร้อน **เจอซากุระที่ไหน จิบสาเกที่นั่น - นอน Beppu

Sunday April, 8 (Day 3) - ออกแต่เช้าเพื่อไป Beppu ฝากกระเป๋า ไปนั่งรถไฟ Aso Boy รอบ 9.15 เพื่อไป Oita เล่น 20 นาที เที่ยวในเมือง Oita / Nakatsu / หาของกิน หาข้าวเย็นกินที่ Yufuin - นอน Yufuin

Monday April, 9 (Day 4) - ออกแต่เช้า เที่ยวในเมือง Yufuin ครึ่งเช้า บ่ายกลับ Kumamoto หาร้านเนื้อม้ากิน - นอน Kumamoto

Tuesday April, 10 (Day 5) - เที่ยวคุมาโมโต้ ปราสาทคุมาโมโต้ครึ่งเช้า แล้วไปเที่ยว Saga ช่วงบ่าย (ใช้เวลาเดินทาง 2 ชม. กว่า) - นอน Saga

Wednesday April, 11 (Day 6) - เที่ยว Saga ครึ่งวันเช้า หรือจนกว่าจะพอใจ กลับ Fukuoka - นอน Hakata

Thursday April, 12 (Day 7) - เที่ยว Fukuoka หาร้าน Craft Beer กิน นอน Hakata

Friday April, 13 (Day 8) - เที่ยว Dazaifu นอน Hakata

Saturday April, 14 (Day 9) - เที่ยว Fukuoka นอน Hakata

Sunday April, 15 (Day 10) - เดินทางกลับไทย

และในแผนการคร่าวๆ ก็จะมีแผนการเดินทางโดยละเอียดทั้งหมด ทั้งการจองรถด่วน ชิงคันเซ็น สถานที่จะต้องลง และที่พัก เผื่อไว้ให้ ตม. ถามว่ามีแผนเที่ยวที่ไหนบ้าง ก็สามารถยื่นแผนนี้ให้ดูได้เลย สบายหายห่วง

แต่ ... แน่นอนว่า มันไม่เป็นตามแผนทุกอย่าง ส่วนจะเป็นอย่างไรบ้างนั้น ไว้คอยติดตามกัน

มาในเรื่องของการเดินทาง แน่นอนว่าการเดินทางในภูมิภาคคิวชูในแต่ละที่นั้นค่อนข้างไกล การเลือกใช้ JR Pass น่าจะช่วยทุ่นค่าเดินทางได้ไม่มากก็น้อย พาสจะมีให้เลือกใช้ตั้งแต่ JR Kyushu Pass แบบ All Kyushu Area และ แบบเฉพาะ Northern Kyushu Area ซึ่งราคาจะแตกต่างกัน เราเที่ยวเฉพาะทางเหนือของคิวชู ก็เลือก Northern Kyushu Area ราคาพาสต่อคน 10,000 เยน ใช้ได้ 5 วัน

หน้าตาของ Northern Kyushu Area JR Pass

และเมื่อวันที่เข้าฟุกุโอกะก็จะมีพาสที่ชื่อว่า Fukuoka Tourist City Pass มี 2 ราคาให้เลือกคือ 1,340 เยน ในกรณีที่ไปไกลหน่อย เช่น Dazaifu และ 820 เยน คือเที่ยวพื้นที่รอบๆ เมืองฟุกุโอกะ เป็นราคาต่อวันนะครับ

Fukuoka Tourist City Pass จ้า

เอาล่ะ ทีนี้มาที่วิธีการเข้าเมืองของคิวชูกัน ซึ่งไม่ยากครับ หากเราลงเครื่องที่สนามบินฟุกุโอกะ ก็สามารถนั่งรถบัส หรือรถไฟไปที่สถานี Hakata ซึ่งเป็นสถานีศูนย์กลางของที่นี่ได้เลย โดยใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที

เมื่อมาถึงสถานี Hakata แล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำคือแลกพาสครับ และถ้าวางแผนมาดี เราสามารถจองที่นั่งรถไฟชิงคันเซน หรือขบวนด่วนพิเศษได้เลย แน่นอนว่าเราวางแผนการเดินทางมาค่อนข้างละเอียดพอสมควร จึงสามารถจองที่นั่งได้หมดทุกขบวน และทุกการเดินทาง

จะบอกว่าพาสคิวชูนี่ดีกว่าภูมิภาคอื่นตรงที่ เราสามารถขึ้นรถไฟชิงคันเซ็นได้ทุกขบวน และสามารถจองได้ถึง 16 เที่ยว ซึ่งมันประหยัดได้ทั้งเวลา และเงินในกระเป๋าได้อย่างดีเลย กับการเดินทางไปในแต่ล่ะที่

ส่วนแอพฯ ที่ผมเลือกเป็นตัวช่วยในการเดินทางนอกจาก hyperdia ก็คือ Japan Travel ครับ จะหารูทรถไฟเดินทาง ผมว่าเข้าใจง่ายกว่าด้วยซ้ำ ผมเลยใช้ hyperdia ในการทำการบ้านก่อนมา ส่วนหน้างานก็ใช้ Japan Travel จ้ะ



แลกพาส ทำธุระซื้อข้าวกล่องไปกินบนรถไฟเสร็จแล้วก็ถึงเวลาเดินทาง โดยที่แรกที่เราจะไปเที่ยวคือ Beppu ใช้เวลาเดินทางจาก Hakata 2 ชั่วโมง

LTD. EXP SONIC Rapid ที่เรานั่งไป Beppu ครับ จริงๆ มี SHINKANSEN MIZUHO ให้นั่งไปด้วยนะครับ แต่ต้องไปต่อสถานี เราขี้เกียจยกกระเป๋าขึ้นลงบ่อยๆ ถึงแม้จะถึงช้าไปหน่อย แต่ก็สบาย เลยขึ้นขบวน Rapid มาแทน

ข้าวกล่องมาพร้อมเครื่องดื่ม ซึ่งตอนแรกคิดว่ามันคือเบียร์ แต่ไม่ใช่ครับ มันคือวิสกี้ที่ผสมมิกเซอร์เรียบร้อยแล้ว ตายแต่เช้าเลยสิทีนี้

ถึง Beppu แล้ว เราเอากระเป๋าเข้าที่พักก่อน ขอบอกว่าประทับใจที่พักที่นี่ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามา ไว้เป็นยังไง เดี๋ยวค่อยบอกนะครับ เราขอออกไปเที่ยวกันก่อน

ภายในสถานี Beppu

เดินออกจากสถานี สิ่งหนึ่งที่ยืนยันว่าถึง Beppu ชัวร์ๆ ก็คือรูปปั้นของผู้พัฒนาเมืองนี้ให้เป็นที่ท่องเที่ยวตั้งอยู่ด้านหน้าสถานีรถไฟก็คือรูปั้นของคุณลุง Aburaya Kumahachi นั่นเองงงง

Beppu มีอะไรน่าเที่ยว ... ตามแผนที่วางไว้คือ ไปออนเซ็นทรายดำ ชมบ่อนรกจิโกกุ ซึ่งเป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ ที่มีความแตกต่างกันถึง 8 บ่อ และถ้ามีเวลาก็จะไปชมซากปราสาทที่ Oita

แต่ก่อนเริ่มเดินทางเราก็แวะ Information ก่อน เพื่อความชัวร์ในเรื่องของการเดินทาง การนั่งรถเมล์ และขอแผนที่ พอไปถึงปุ๊บเราเดินเข้าไปหากำลังจะเอ่ยถาม ก็มีเสียงจากข้างในทักทายมาว่า "คนไทยใช่ไหมคะ?" เท่านั้นแหล่ะ ... ถามแหลกเลยครับ 555 เพราะเราเจอคนไทยเป็น Information อยู่ที่ Beppu Station ชื่อพี่จิตดี น่ารักมากกก รู้สึกโชคดีมากที่ได้เจอ เพราะง่ายต่อการถามทาง และพี่เค้าอธิบายได้เคลียร์มาก แถมแนะนำที่ที่ควรไป กับไม่ต้องไปให้ด้วย

ใครมาที่นี่สงสัยตรงไหน แวะไปถามแกได้เลยคับ ที่ Information East Gate Beppu Station

เอาล่ะ ได้เวลาออกเที่ยว แต่ ...

ฝนตกจ้าาาา และทำตามโปรแกรมเที่ยวไม่ได้เลย ทรายดำก็ไม่ได้อบ บ่อนรกที่มี 8 บ่อก็ได้เที่ยวแค่บ่อเดียว และเข้าผิดบ่อด้วย เพราะไฮไลท์คือบ่อที่ 1 แต่เราไปเข้าบ่อที่ 3 ฮ่าๆ (แต่อย่างน้อย ก็ยังได้ชิมไข่ต้มบ่อนรก ที่มีรสชาติแตกต่างจากไข่ดำจากบ่อกำมะถัน Owakudani ที่ฮาโกเน่พอสมควรเลยล่ะ และผมว่ามันอร่อยกว่า 55)

มาถึงแล้ว 8 บ่อนรก จิโกกุ Jigoku Meguri Beppu ค่าเข้าบ่อละ 400 Yen (เหมาจ่าย 2,000 Yen)

หน้าทางเข้าบ่อนรก

บ่อเดือดปุดๆ ควันขโมง และกลิ่นกำมะถันฉุนตลอด

น้ำจากบ่อ ร้อนขนาด 80 องศา และดื่มได้

ไข่ต้มจากบ่อนรก อร่อยดีนะครับ หอมกลิ่นกำมะถันนิดๆเสร็จจากบ่อนรก ระหว่างทางก็ลองเดินไปทางจุดชมวิวที่พี่จิตดีแนะนำ แกบอกว่า เดินเลาะด้านหลังไปเรื่อยๆ จะเจอจุดชมวิว เห็นผู้เขา แม่น้ำ และควันจากน้ำร้อนพวยพุ่งให้เห็นตลอด (รูปปกแหล่ะครับ) ซึ่งจุดนี้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่คนไม่ค่อยรู้ จะตรงไปบ่อนรก แล้วก็กลับเลย

มาญี่ปุ่นต้องไม่พลาดในการถ่ายภาพฝาท่อครับ ... และนี่คือ ฝาท่อที่ Beppu

ในส่วนของที่พัก คืนนี้เราพักเรียวกังที่มีชื่อว่า ยามะดะ เบสโซ (山田別荘) ราคาคืนละ 40,500 เยน

ถึงแล้ว ... นี่คือด้านหน้าของที่พักครับ

ร่มรื่นดีมากๆ

ภายในจ้ะ

เป็นที่พักที่ค่อนข้างประทับใจ นอกจากสาวแว่นน่ารักที่บริการดีแล้ว (ไม่กล้าขอถ่ายมา ฮืออ) ยังมี Welcome Set ที่ประกอบด้วยขนมดังโงะ ที่มาพร้อม Sakura Tea Salt

และจุดเด่นของที่นี่ก็คือบ่อออนเซ็น outdoor และสามารถแช่รวมชายหญิงได้ เพียงแค่ไปจองที่หน้าเคานท์เตอร์ และลงเวลาได้ โดยจำกัดครั้งละ 30 นาท (ไม่ค่อยชัด ใช่มือถือภ่าย ขออภัยด้วยครับ)

Onsen outdoor แบบบ่อรวม

อันนี้คือ Onsen Indoor ครับ

ที่สำคัญมาเจอกับน้องคนนึงที่พูดภาษาไทยได้ คุยไปคุยมาเลยรู้ว่า น้องเป็นคนกัมพูชา อยู่ญี่ปุ่นตั้งแต่เด็ก และชอบดูละครไทยด้วยนะ น้องเค้าชื่อว่า "นาวิน" ยังไงหากใครได้มีโอกาสพักที่นี่ก็ทักทายน้องได้ครับ หน้าตาเหมือนคนไทยเราเลย น่ารักด้วยนะ

และการเดินทาง 2 วันแรกก็จบลง วันที่ 3 จะเป็นอย่างไร ไว้จะมาเล่าให้ฟัง และทยอยอัพรูปลงต่อไปจ้ะ


ความคิดเห็น