จันทบุรี เที่ยวเมืองเดียวมีครบทั้ง น้ำตก ทะเล ภูเขา รีวิวโดย G-jee Jiraprapa

จันทบุรี เที่ยวเมืองเดียวมีครบทั้ง น้ำตก ทะเล ภูเขา มันมีจริงๆนะเออ เมื่อประมาณช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เราได้มีโอกาสไปเที่ยวจันทบุรี ด้วยความที่ว่า มีพี่ที่สนิทคนนึงเขาแท็กโพทย์ของ "ชิลไปไหน" ในเฟสบุ๊คเรามา จากนั้นแหละ เรา: "ไปดิพี่ ไปวันไหน" พี่ : "เสาร์นี้เลยปะหล่ะ" เรา : "เอาๆ จองๆ เ

จันทบุรี เที่ยวเมืองเดียวมีครบทั้ง น้ำตก ทะเล ภูเขา

จันทบุรี เที่ยวเมืองเดียวมีครบทั้ง น้ำตก ทะเล ภูเขา

 วันอังคารที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2561 เวลา 10.21 น.

 วันที่เดินทาง 12 พ.ค. 2560

จันทบุรี เที่ยวเมืองเดียวมีครบทั้ง น้ำตก ทะเล ภูเขา มันมีจริงๆนะเออ

เมื่อประมาณช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เราได้มีโอกาสไปเที่ยวจันทบุรี ด้วยความที่ว่า มีพี่ที่สนิทคนนึงเขาแท็กโพทย์ของ "ชิลไปไหน" ในเฟสบุ๊คเรามา จากนั้นแหละ

เรา: "ไปดิพี่ ไปวันไหน"

พี่ : "เสาร์นี้เลยปะหล่ะ"

เรา : "เอาๆ จองๆ เลย" ใจง่ายมากอะ 555

สักพักพวกเราก็หาที่พักกัน เอิ่ม!! เต็ม เต็ม เต็ม!! จ้า แต่เราก็ไม่ละความพยายาม ถามคนที่รู้จัก เขาแนะนำมาสถานที่ที่นึง บ้านพักว่าง ห๊ะ! ว่างหรอ? รีบเลยจ้า หลังสุดท้ายด้วย โชคเข้าข้างเราแล้ว และที่ที่นี่ก็คือ "บ้านสวนริมน้ำ โฮมสเตย์" นั่นเอง

เอาหล่ะ เรามาเริ่มออกเดินทางกัน ปล.เรื่องแผนที่เจ้าของกระทู้ไม่ค่อยถนัดนะค่ะ ขอผ่านค่ะ 5555

พวกเรามีสมาชิก 3 คนในครั้งนี้ ก่อนอื่นบอกก่อนเลยว่า เราสตองมากค่ะ ด้วยความที่ว่า แต่ละคนมีภารกิจ ติดงาน นู่นนี่นั่นวันอาทิตย์ เราเลยเลือกที่จะมาเย็นวันศุกร์หลังเลิกงานจ้า แล้วก็กลับวันเสาร์ค่ำๆ เห็นม๊ะ สตองมาก เที่ยวแบบมีเวลาแค่ไหนก็แค่นั้น 555

เย็นวันศุกร์เราออกเดินทาง ถึงตัวเมืองจันทบุรี เราก็จะผ่านร้านผลไม้เยอะแยะมากมาย ด้วยความที่ว่าพวกเรายังไม่ได้กินข้าวเย็นกันมา แล้วกว่าจะถึงที่พักก็ดึกแล้ว "เอ้า แวะค่ะแวะ"

พี่ : "เดี๋ยวเราซื้อไปกินในที่พักกันนะ"

เรา : "โอเคเลยพี่ กำลังหิว ทุเรียนๆด้วยนะพี่" ฟินแหละทีนี้

จากนั้นเราก็เดินทางมาถึงที่พัก ซึ่งไมไกลมากจากที่เราแวะซื้อผลไม้ ก่อนอื่นบอกก่อนว่า เราตกลงกับทางโฮมสเตย์ว่า ให้เตรียมอาหารให้เราด้วย เรามาถึงดึกนะ เขาก็โอเค โดยคิดค่าอาหารหัวละ 100 บาท แต่ด้วยความมาช้า เราก็คิดว่าอาหารคงเป็นแบบ ข้าวจานเดียว นี่คือสิ่งที่คิดนะค่ะ แต่สิ่งที่เห็นคือ นี่เลยค่ะ "โห น่ากินจัง มีผลไม้ด้วย" 3 คนยังกินไม่หมดเลยค่ะ คิดในใจ ไม่น่าซื้อผลไม้มาเยอะเลยตู 555

เนื่องจากว่าบ้านพักเหลือหลังสุดท้าย เราก็เลยไม่ได้พักติดริมน้ำตก แต่ที่เราพักอยู่ก็ไม่ไกลเลย เดินไป 10 ก้าวก็ถึงน้ำตกและ เช้านี้ตื่นมา พวกเราก็รับประทานอาหารเช้ากัน น้ำไม่อาบ แต่ฟันแปรงค่ะ 555 อาหารเช้าที่นี่คือ ข้าวต้มค่ะ มีขนมปัง โอวัลติน กาแฟ ให้ด้วยนะค่ะ ลืมบอกไปว่านอกห้องพักมีตู้เย็นใส่น้ำดื่มไว้ให้เราค่ะ ถ้าจะเอาอาหารมา แช่ได้เลยค่ะ

รับประทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว เราก็เดินไปเล่นน้ำที่น้ำตกกันค่ะ โชคดีที่เรามาช่วงนี้ กำลังมีน้ำให้เล่นพอ แต่ช่วงเช้ามีฝนตกปอยๆ แต่ก็ได้บรรยากาศอีกแบบดีค่ะ

ถ้าเราเดินไปอีกหน่อยก็จะมีมุมแบบนี้ ที่นี่น้ำตกก็ยาวอยู่ค่ะ เล่นได้สบายเลย

เราเล่นน้ำจนพอใจและ จากนั้นเราก็ไปอาบน้ำ แต่งตัวเตรียมตัวออกไปเที่ยวที่อื่นกันดีกว่า ปะๆเช็คเอ้าค่ะ

ระหว่างทางที่ออกมาจากโฮมสเตย์ก็แวะถ่ายรูปกันซะหน่อย

ในระหว่างทางเราก็แวะทานอาหารกลางวันกันค่ะ เขาว่ามาเมืองจันทร์ต้องกินปู ร้านนี้เลยค่ะ อาหารอร่อย บรรยากาศดี ราคาก็ไม่แพง แถมการบริการยังดีด้วยค่ะ ร้านนี้ "บางมะนาว"

มีที่นั่งโซนริมทะเลด้วยค่ะ บรรยากาศดีมาก บอกเลยยย…

หลังจากรับประทานอาหารอิ่มท้องกันแล้ว ทีนี้เราก็ได้เวลาเที่ยวกันแล้ว เย่ๆ ไปไหนดีนะ เราเที่ยวกันแบบว่าอยากไปไหนก็ไป อยากแวะไหนก็แวะ และเราก็อยากแวะที่นี่ นี่เลย "ชุมชนริมร้ำจันทบูร"ชุมชนที่นี่เป็นชุมชนเก่าแก่กว่า 300 ปีค่ะ ตั้งอยู่ในตัวเมืองจันทบุรี ริมน้ำจันทบูร (แม่น้ำจันทบุรี) ที่นี่มีบ้านเรือนเก่าแก่ หลายแบบทั้งบ้านริมน้ำแบบไทย ตึกสถาปัตยกรรมแบบยุโรป ผสมกับจีน

ถนนสุขาภิบาล

บ้านไม้โบราณ

เดินมาถึงบ้านหลังนี้ “บ้านเลขที่ 69 ขุนอนุสรสมบัติ บ้านเรียนรู้ชุมชน ชุมชนริมน้ำจันทบูร” เป็นบ้านเก่าแก่ที่รวบรวมประวัติของชุมชนริมน้ำจันทบูร มีภาพเก่า และข้าวของเครื่องใช้ในสมัยก่อนให้ได้ชม

บ้านชั้นล่างจัดแสดงภาพถ่ายชุมชนริมน้ำจากอดีตสู่ปัจจุบัน

มีชุดแบบจีนให้เช่าถ่ายรูปในราคาเบาๆ 20 บาท

ผนังห้องนี้ฉาบด้วยผนังปูน แล้วเว้นช่องให้เห็นแนวอิฐแบบดิบๆ

เมื่อเราเดินไปข้างบนก็จะได้เห็นรูปถ่ายสมัยก่อน มีข้อมูลของชุมชนริมน้ำจันทบูร และ ประวัติของบ้านหลังนี้

นี่ก็อีกสถานที่หนึ่งที่ใครๆมาต้องแวะถ่ายรูป

หลังจากเราเดินชมชุมชนเก่าแล้ว เราก็ข้ามสะพานไปชมความงามของโบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมลสะพานนิรมลกัน

โบสถ์คาทอลิกจันทบุรี หรือ อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล เป็นสิ่งก่อสร้างเก่าแก่อายุ 100 กว่าปีของชุมชนริมน้ำจันทบูร

ชมโบสถ์เสร็จ เราก็ข้ามสะพานกลับมากินเกี๋ยวเตี๋ยวร้านนี้ค่ะ "ร้านเจ๊อี๊ด" คนเยอะมาก

เมื่อเดินเที่ยว ถ่ายรูปจนพอใจแล้ว เราก็ออกเดินทางไปสถานที่ต่อไปกันค่ะ สถานที่ที่เราจะไปกันก็คือ "จุดชมวิวเนินนางพญา" ค่ะ

จุดชมวิวเนินนางพญา ตั้งอยู่ริมทะเล ซึ่งเราจะสามารถมองห็นวิวแบบหน้าผาริมทะเล และถนนโค้งสวย ที่เป็นจุดถ่ายทำภาพยนต์โฆษณามาแล้วหลายเรื่อง และกลายเป็นภาพติดตาของนักท่องเที่ยวกันไปแล้ว

ถ้ามองมาอีกด้าน เป็นวิวน้ำทะเล สวยไปอีกแบบค่ะ

บรรยากาศระหว่างทางก็จะเป็นจุดชมวิวให้เราจอดรถ ชมพระอาทิตย์ตกในยามเย็นและถ่ายรูปสวยๆกัน

จบแว้วทริปนี้ จะว่าไปเรามีเวลาเที่ยวแบบเต็มที่กันแค่ 1 วันเองนะ แต่เที่ยวได้แค่นี้ก็ถือว่าคุ้มสำหรับเราแล้ว

ค่าใช้จ่ายทริปนี้

ค่าที่พักบ้านสวนริมน้ำโฮมสตเตย์ คนละ 700 บาท (บ้านพัก 1 หลัง ห้องแอร์ มีทีวี ห้องน้ำในตัว 2 ห้อง มีตู้เย็น ไวไฟ ครบเลย)

ค่าอาหารกลางวัน 1 มื้อคนละ 500 บาท (กินแบบอิ่มเปรม ยิ่งกว่าบุ๊ปเฟ่อีก อาหารทะเลล้วนๆ)

ค่าน้ำมันไป-กลับตลอดการเดินทาง คนละ 300 บาท (ไม่รู้พอไหม แต่เราจ่ายแค่นั้น 555 คนขับพาไปใจดี แฮะๆ ถ้าไม่พอไว้เลี้ยงคืนนะ อิอิ)

นอกนั้นจิปาฎะ อยากซื้อะไร ทานอะไรก็งบตัวเองค่า

ความคิดเห็น