เที่ยว Unseen อีสานเหนือ อุดร หนองคาย บึงกาฬ รีวิวโดย ฅนชอบเที่ยว

ติดตามไปเที่ยวกับเรา #ฅนชอบเที่ยว www.facebook.com/konchoptieow ........... ลายครั้งที่เรา.. อยากท่องเที่ยว.. อยากเดินทาง.. และก็หนีไม่พ้น ที่จะต้องขึ้นเหนือ ลงใต้.. เสมอ.. จนลืมคิดไปว่าเมืองไทยเรา.. ก็ยังมีอีกหลายๆ สถานที่.. ที่แอบซ่อนความ Unseen.. ไว้.. รอให้นักเดินทางอย่างเราๆ ได้ออกไปค้

เที่ยว Unseen อีสานเหนือ อุดร หนองคาย บึงกาฬ

เที่ยว Unseen อีสานเหนือ อุดร หนองคาย บึงกาฬ

 วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2561 เวลา 19.39 น.

 วันที่เดินทาง 29 มิ.ย. 2561

ติดตามไปเที่ยวกับเรา #ฅนชอบเที่ยว www.facebook.com/konchoptieow


...........

ลายครั้งที่เรา.. อยากท่องเที่ยว.. อยากเดินทาง..

และก็หนีไม่พ้น ที่จะต้องขึ้นเหนือ ลงใต้.. เสมอ..

จนลืมคิดไปว่าเมืองไทยเรา.. ก็ยังมีอีกหลายๆ สถานที่..

ที่แอบซ่อนความ Unseen.. ไว้..

รอให้นักเดินทางอย่างเราๆ ได้ออกไปค้นหา.. ได้ไปสัมผัส

....

และครั้งนี้ ผม #ฅนชอบเที่ยว จะขอพาทุกท่าน..

เดินทางไปพบกับความ Unssen ของทั้ง 3 จังหวัด..

นั่นคือ.. อีสานเหนือ อุดร หนองคาย บึงกาฬ

.....

จุดเช็คอินทริปนี้

  • จุดที่ 1 : วัดป่าภูก้อน จ.อุดรธานี
  • จุดที่ 2 : (Sky Walk) วัดผาตากเสื้อ จ.หนองคาย
  • จุดที่ 3 : ถ้ำเพียงดิน จ.หนองคาย
  • จุดที่ 4 : ภูห้วยอีสัน จ.หนองคาย
  • จุดที่ 5 : ภูทอก จ.บึงกาฬ
  • จุดที่ 6 : หินสามวาฬ ภูสิงห์ จ.บึงกาฬ
  • จุดที่ 7 : ทะเลบัวแดง จ.อุดรธานี

การเดินทาง

  • รถยนตร์ส่วนตัว สำหรับใครที่มีรถยนตร์ส่วนตัว มุ่งหน้า กทม. สู่อุดร แวะเที่ยวจุดต่างๆ ตามจุดเช็คอินและนอนที่หนองคาย 1 คืน ต่อด้วยบึงกาฬอีก 1 คืน
  • นั่งเครื่อง นั่งเครื่องลงอุดรธานี และเช่ารถเก๋ง เพื่อขับเที่ยว 3 จังหวัด เริ่มจากอุดร แวะเที่ยวจุดเช็คอินต่างๆ และนอนที่หนองคาย 1 คืน ต่อด้วยบึงกาฬอีก 1 คืน (สะดวกตรงไม่ต้องขับรถไป-กลับ กทม-อุดร ประมาณ 1,200 กม.)

ข้อมูลที่สำคัญ

  • มีเวลา 3 วัน 2 คืน เที่ยว 3 จังหวัด อีสานเหนือ ได้สบายๆ
  • สำหรับการเดินขึ้นภูทอก จ.บึงกาฬ จะใช้เวลาพอสมควรครับ เพราะต้องเดินขึ้นบันไดตลอดทาง ควรเผื่อเวลาประมาณ 2-3 ชม. ครับ หรือขึ้นอยู่กับกำลังแรงเรา 555+ (เหนื่อยมากที่นี่)
  • หินสามวาฬจำเป็นต้องนั่งรถ 4x4 หรือกระบะยกสูงเท่านั้น สามารถติดต่อเหมาได้ในราคา 500 บาท


ประกันการเดินทาง

ถ้าต้องบินไปต่างจังหวัด ส่วนใหญ่ผมจะเลือกใช้ ประกันเดินทางในประเทศ TIP FLY SURE

ของทิพยประกันภัย เพราะถ้าให้เทียบถึงความคุ้มค่าเงินในกระเป๋าแล้ว คือความคุ้มครองสูง ราคาดี

ซื้อง่าย ผ่านเว็บหรือแอพฯ ได้เลย สาย Bagpack อย่างเราๆ ที่ต้องเดินทางไกลอยู่ตลอด

เดินป่า.. ขึ้นเขา.. ประกันเดินทางคือสิ่งที่ผมไม่เคยมองข้าม

แผนความคุ้มครองมีให้เลือก 2 แผนด้วยกัน

1. แบบเที่ยวเดียว 55 บาท

2. แบบไป-กลับ 129 บาท คุ้มครองตลอดทริป

ราคาแค่ร้อยนิดๆ ถูกกว่าซื้อกาแฟเจ้าแพงๆ กินซะอีก แต่ได้ความคุ้มครองสูงถึง 4 ล้านบาท

กรณีเสียชีวิต เจ็บป่วย สัมภาระเสียหาย.. เครื่องดีเลย์.. แถมมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชม.

อีกด้วย.. ราคาและความคุ้มครองดีขนาดนี้ ขอแอบกระซิบว่า ประกันเดินทาง ที่ซื้อกับสายการบินโดยตรง ให้ไม่ได้สูงขนาดนี้นะครับ

**TIPS** ง่ายๆ แค่ตอนจองตั๋วบิน ให้ “ติ๊กประกันเดินทางออก” แล้วหาซื้อเอง กับบริษัทประกันทางออนไลน์ TIP FLY SURE ได้ราคาถูกว่าครึ่ง.. ในความคุ้มครองที่แทบไม่ต่างกัน เอาเงินส่วนที่เหลือไปซื้อกาแฟกิน.... นี่แหละประเด็นสำคัญผมเลย 555+

แผนความคุ้มครอง


จบเรื่องทริค ข้อมูลการเดินทางแล้ว มีประกันให้อุ่นใจ มาเริ่มออกเดินทางกันครับ..

จุดที่ 1 : วัดป่าภูก้อน จ.อุดรธานี

วัดที่ตั้งอยู่บนเขา รายล้อมไปด้วยป่านายูงและป่าน้ำโสม

พระพุทธรูปหินอ่อน

จุดที่ 2 : (Sky Walk) วัดผาตากเสื้อ จ.หนองคาย

เดินทางจากวัดป่าภูก้อน 50 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. เป็นอีกจุดชมวิวที่ได้รับความนิยม

ช่วงปรายฝนต้นหนาว จุดนี้คือจุดชมทะเลหมอกที่สวยที่สุด..ที่หนึ่งเลยก็ว่าได้ครับ

แม่น้ำที่เห็นคือ แม่น้ำโขง

นู่น!! ประเทศลาว ไง..

จุดเช็คอินต่อไป จุดที่ 3 : ถ้ำเพียงดิน จ.หนองคาย

อยู่ห่างจาก Sky Walk วัดผาตากเสื้อ เพียงเล็กน้อย “ถ้ำดินเพียง” หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ถ้ำพญานาค”

มีความเชื่อกันว่า ภายในถ้ำมีทางเชื่อมถึงกันระหว่างประเทศไทยลอดใต้แม่น้ำโขงไปยังเมืองลาว

ภายในถ้ำติดไฟได้สวยงามลงตัวมากๆ


จุดนี่บอกเลยมาสุดมาก ทางเข้าเล็กมาก ต้องคานกันเลยทีเดียว 55+

หลังจากตะลุยกันมาทั้งวัน ก็ได้เวลาเดินทางไปที่พักแล้วครับ

มุ่งหน้าจากถ้ำเพียงดินเข้าสู่ อ.สังคม ใช้เวลาเดินทาง 45 นาที ประมาณ 50 กม.

..

และนี่คือที่พักของเราในคืนนี้ นอนติดริมโขง : 1 หลัง นอนได้ 4 คน ราคา 800 บาท เท่านั้น

ชั้น 2 มีระเบียงให้นั่งรับลมเย็นๆ

เช้าวันใหม่ ได้เวลาลุย จุดที่ 4 : ภูห้วยอีสัน จ.หนองคาย

ตี 4 ครึ่งเสียงนาฬิกาปลุกดัง เตรียมตัวขึ้นภู.. ขับรถไปยังจุดขึ้นรถอีแต๊นของชาวบัาน

ซึ่งห่างออกไปจากที่พักเพียง 5 นาทีเท่านั้น ไปถึงตี 5 มีรถอีแต๊นของชาวบ้านมาเข้าคิวรอกันแล้ว

5-6 คัน จ่ายเงินแล้วก็โดดขึ้นรถเลยจ้า.. ช่วงเช้ามืด ทางห็จพมืดๆ ตลอดทาง จังหวะนี้ขอแอบงีบสักหน่อย

วันนี้พระอาทิตย์ขึ้นได้สวยมากๆ

นั่งชมวิว

ยืนชมวิว

และนี่ก็คือพระเอกของเรา "รถอีแต๋น" แต๊กๆๆๆ พาขึ้นภูมากอย่างปลอดภัย..^^

ขอบคุณ คุณลุงคนขับที่ถ่ายภาพให้เราด้วยจ้า..

8.30 น. ได้เวลาลงภูแล้ว

ใช้เวลานั่งรถอีแต๋นลงมาจากภูประมาณ 20 นาที

เรารีบเก็บของเพื่อเดินทางต่อ เพื่อไปภูทอก ซึ่งอยู่ไกลพอสมควร

เดินทาง ราวๆ 4 ชม ประมาณ 250 กม.

และนี่ก็คือ จุดที่ 5 : ภูทอก จ.บึงกาฬ เห็นภาพแล้วรู้สึกปวดขา จี๊ด!! ขึ้นมาเลย 555+


ด้วยความที่เป็นคนกลัวความสูง ตอนถ่ายรูปมือนี่ต้องจับราวตลอด 55+

ระหว่างทางขึ้น-ลง ถือว่าร่มรื่นดีครับ

จุดที่ 6 : หินสามวาฬ ภูสิงห์ จ.บึงกาฬ จุดนี้เรามาถึงประมาณบ่าย 3 โมง

สำหรับใครที่จะเดินทางไปที่นี่จำเป็นต้องมีรถ 4x4 หรือรถกระบะยกสูงเท่านั้นครับ

สำหรับใครที่นำรถเก๋งไป สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่เหมารถขึ้นไปได้ครับ แค่ 500 บาท เท่านั้น

......

หินสามวาฬเป็นหนึ่งไฮไลท์ของทริปนี้เลยก็ว่าได้

เมื่อเรามองจากมุมสูง จะเห็นว่ามีหิน 3 ก้อน คล้ายปลาวาฬ พ่อ แม่ ลูก

พระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ได้เวลาเดินทางกลับที่พัก

จุดที่ 7 : ทะเลบัวแดง จ.อุดรธานี

จุดเช็คอินสุดท้ายของทริปนี้ จากบึงกาฬ เราตัดสินใจออกกันตั้งแต่เช้ามืด..

เพื่อให้ทันดอกบัวที่จะบานในช่วงเช้าเท่านั้น


ติดตามไปเที่ยวกับเรา #ฅนชอบเที่ยว

Facebook : www.facebook.com/konchoptieow

instagram : www.instagram.com/konchoptieow




ความคิดเห็น