ฅนชอบเที่ยว x พังงา Green Season รีวิวโดย ฅนชอบเที่ยว

ในฤดูที่ฝนโปรยปราย ผมเชื่อว่าหลายคน มองว่าเป็นอุปสรรคในการท่องเที่ยว แต่จริงๆ แล้ว หน้าฝนนี่แหละครับ ช่วงที่ธรรมชาติสวยที่สุด สีเขียวของต้นไม้ใบหญ้า สายหมอกยามเช้า เย็นชุ่มฉ่ำใจ ………… และวันนี้ ผม ฅนชอบเที่ยว ขอพาทุกคน เที่ยวพังงา แบบกรีนๆ 3 วัน 2 คืน ที่ผมเชื่อว่า คุณเองต้องหลงรักฤดูฝน เหมือนกับผ

ฅนชอบเที่ยว x พังงา Green Season

ฅนชอบเที่ยว x พังงา Green Season

 วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 เวลา 17.30 น.

 วันที่เดินทาง 9 ก.ค. 2563

ในฤดูที่ฝนโปรยปราย ผมเชื่อว่าหลายคน มองว่าเป็นอุปสรรคในการท่องเที่ยว

แต่จริงๆ แล้ว หน้าฝนนี่แหละครับ ช่วงที่ธรรมชาติสวยที่สุด

สีเขียวของต้นไม้ใบหญ้า สายหมอกยามเช้า เย็นชุ่มฉ่ำใจ

…………

และวันนี้ ผม ฅนชอบเที่ยว ขอพาทุกคน เที่ยวพังงา แบบกรีนๆ 3 วัน 2 คืน

ที่ผมเชื่อว่า คุณเองต้องหลงรักฤดูฝน เหมือนกับผม ^^


จุดเช็คอินทริปนี้

  • จุดชมวิวเสม็ดนางชี อีกหนึ่งไฮไลท์ ของพังงา
  • เขาไข่นุ้ย ชมทะเลหมอกยามเช้า
  • คลองสังเน่ห์ หรือ Little Amazon ตะกั่วป่า ล่องเรือชมธรรมชาติ และชมน้องงูนอนหลับบนต้นไม้ ^^
  • สะพานเหล็กบุญสูง ตะกั่วป่า
  • บ้านท่าดินแดง พายเรือคายัค ชมป่าโกงกางผืนใหญ่ของพังงา

การเดินทาง

  • สายการบิน Thai Smile กรุงเทพ << — >> กระบี่
  • เช่ารถ Avis Thailand (02 251 1131)

ที่พัก

  • Hotel Gahn Khao Lak

Day : 1

ทริปนี้เราเดินทางด้วยเครื่องบิน สายการบิน Thai Smile

จากกรุงเทพ บินตรงสู่กระบี่ และต้องบอกว่า เป็นการนั่งสายการบิน Thai Smile ครั้งแรก

ที่นั่ง กว้าง นั่งสบาย แถมคนอ้วนอย่างผมขาไม่ชนเบาะ^^

เวลาบ่ายโมง เราก็มาถึงสนามบินกระบี่ และทริปนี้เพื่อความสะดวกในการเดินทาง

เราเช่ารถกับ Avis Thailand สามารถรับรถได้ที่สนามบินกระบี่ได้เลย

เจ้าหน้าที่แนะนำข้อมูลที่จำเป็น ใช้เวลารับรถเพียง 10-15 นาทีสะดวก รวดเร็ว พร้อมน้ำมันเต็มถัง

จุดแรก เราเดินทางจากกระบี่ แวะถ่ายภาพ

#จุดชมวิวเสม็ดนางชี จุดนี้เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ ของพังงา

สำหรับการขึ้นไปบนจุดชมวิวมี 2 ทางเลือกครับ

ใครกำลังดีๆ ก็เดินขึ้นครับ ใช้เวลาเดินประมาณ 20-30 นาที ทางก็จะชันๆ หน่อย

และถ้าใครเป็น สายชิล สายเปย์ มีรถบริการรับ-ส่ง 60 บาท (ไม่รวมค่าเข้า 30 บาทครับ)

จ่ายเงินแล้วเกาะแน่นๆ 10 นาทีครับ 555+

ช่วงเย็นๆ นอกจากวิวจะดีมากแล้ว แถมอากาศยังสดชื่นมาก ถ่ายรูปกันแบบรัวๆ

ขออนุญาตถ่ายรูปกับ “เขา” สักรูปนะครับ ^^

Day : 2

เช้าวันใหม่ วันนี้จะพาไปคลองสังเน่ห์ หรือ Little Amazon ตะกั่วป่า

ล่องเรือยางชมธรรมชาติ ส่องน้องงูนอนหลับบนต้นไม้ ^^ ใช่ครับ น้องงู!!

ออกจากที่พักประมาณ 7 โมง เดินทางประมาณ 40 นาทีเท่านั้น

ค่าบริการเรือยางพร้อมคนพาย 500 บาท นั่งได้ 2 คน + คนพายอีก 1 คน

พอได้มาเยือนที่นี่ ถึงได้เข้าใจว่าทำไมเค้าถึงเรียกกัน

Little Amazon ตะกั่วป่า เพราะที่นี่ยังคงมีความสมบูรณ์ของป่าอยู่มากๆ

เป็นบ้านของสัตว์นานา ชนิด และมนุษย์อย่างเราๆ อยู่ร่วมกันอย่างลงตัว

ด้วยต้นไทรที่ปกคลุมตลอดเส้นทาง ทำให้บรรยากาศร่มรื่น อากาศสดชื่น

และนี่ก็จะเป็นสีหน้า เหมือนเจออะไรบางอย่าง ใช่ครับเราเจอสัตว์กันตลอดทาง^^

และนี่ก็จะเป็นสัตว์ที่จะสามารถเจอได้ ระหว่างเส้นทางที่เราล่องเรือชมคลองสังเน่ห์ กันครับ

จะบอกว่าทริปนี้นอกจากจะกล้องคู่ใจ 1 ตัวแล้ว

ก็มีเจ้า KEEN.CNX คู่นี้อีกคู่ ที่เรียกว่าไปกันทุกที่ตลอดทั้งทริป

ด้วยความที่เป็นคนไม่ชอบพกของเยอะ เลยต้องหารองเท้าที่สามารถ

จบในคู่เดียว จะใส่เดินปกติ จะใส่เดินในป่า หรือจะใส่ลุยน้ำ

ก็เลยมาจบที่ KEEN.CNX นี่แหละ นุ่ม เบา สบาย

#เดินได้ทุกที่ที่มีทาง


จากคลองสังเน่ห์มาไม่ไกล จะมีจุดเช็คอินอีกที่ คือ สะพานเหล็กบุญสูง

เป็นสะพานเหล็กเล็กๆ ที่ถูกสร้างขึ้นจากการนำเหล็กของเรือขุดแร่

ที่เคยรุ่งเรืองของเหมืองดีบุก เมื่อปี พ.ศ.2511 มาสร้างเป็นสะพานเหล็กแห่งนี้

ซึ่งมีความยาวกว่า 200 เมตร เพื่อข้ามแม่น้ำตะกั่วป่า

ช่วงบ่ายเราไปกันต่อที่ #ชุมชนบ้านท่าดินแดง พายเรือคายัค

ชมป่าโกงกาง ป่าที่ชุมชนร่วมกันปลูกมาหลายสิบปี

ถือป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่หนึ่งของพังงา

Day 3

เขาไข่นุ้ย ชมทะเลหมอกยามเช้า

เป็นวันที่ผมตื่นเช้ามาก และก็เป็นรางวัลของคนตื่นเช้าจริงๆ

สำหรับคนที่จะเดินทางมาบนเขาไข่นุ้ยนั้น จำเป็นต้องจ้างรถ 4WD ขึ้นมาครับ

เพราะทางจะชันมากๆ สามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 0932278671 (บังไข่)

ค่าบริการไป-กลับ 800 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาทีจะถึงยอดเขาไข่นุ้ย

#หมอกประมาณช่วง 8 โมงเช้า

#หมอกประมาณช่วง 6.30 โมงเช้า

และนี่คือ #โรตีน้ำแกง เมนูพิเศษบนเขาไข่นุ้ย

บนเขาไข่นุ้ยจะสามารถมองเห็นวิวได้ 360 องศา

หากใครพักบนเขา ก็จะสามารถเห็นทั้งพระอาทิตย์ตกฝั่งทะเล

และพระอาทิตย์ขึ้นฝั่งเขาครับ

หลังจากชมทะเลหมอกยามเช้าที่เขาไข่นุ้ย

ก็เดินทางกลับมาที่พัก ทริปนี้ผมเลือกพักที่ Hotel Gahn Khao Lak

เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากสถานที่ท่องเที่ยวของทริปนี้มากนัก

เป็นโรงแรมใหม่ ขนาด 20 ห้อง ตกแต่งภายในเรียบหรู ย้อนยุคเชิงร่วมสมัย

มีมุมถ่ายรูปเยอะมากๆ

การเดินทางครั้งนี้ของเรา ถือเป็นเรื่องแปลกใหม่ เป็นการท่องเที่ยวแบบ New Normal

หลังจากที่มีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ แหล่งท่องเที่ยว และโรงแรมกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง มีการยึดหลัก Social Distancing และคัดกรองสุขภาพของนักท่องเที่ยว

เพื่อสร้างความมั่นใจ ทำให้ผมรู้สึกท่องเที่ยว ได้อย่างอุ่นใจ.

และเราเองก็ควรปฏิบัติตามหลักอย่างเคร่งคัด

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการท่องเที่ยวไทย จะกลับมาคึกคัก อีกครั้งนึง

…..

ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับเรา #ฅนชอบเที่ยว เจอกันใหม่ทริปหน้าครับ


ความคิดเห็น