ปาย Again_พักผ่อนสบายสบาย ณ อำเภอกลางหุบเขา | เที่ยวพ่อง Ep.1 Part 1 รีวิวโดย เที่ยวพ่อง

"ลำปายสายธาร นมัสการหลวงพ่ออุ่นเมือง ลือเลื่องกระเทียมพันธุ์ดี ป่าเขียวขจีรอบทิศ วิถีชีวิตสงบร่มเย็น" สวัสดีครับ วันนี้พวกเราสองหน่อ “เที่ยวพ่อง” จะพาเพื่อนๆ ไปแอ่วในฤดูฝนกัน ! แต่หลายคนอาจจะคิดว่า ฝนตกแบบนี้การจะออกไปนอกบ้านก็แทบจะลำบาก

ปาย Again_พักผ่อนสบายสบาย ณ อำเภอกลางหุบเขา | เที่ยวพ่อง Ep.1 Part 1

ปาย Again_พักผ่อนสบายสบาย ณ อำเภอกลางหุบเขา | เที่ยวพ่อง Ep.1 Part 1

 วันพฤหัสที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2561 เวลา 01.01 น.

 วันที่เดินทาง 14 มิ.ย. 2561

"ลำปายสายธาร นมัสการหลวงพ่ออุ่นเมือง

ลือเลื่องกระเทียมพันธุ์ดี ป่าเขียวขจีรอบทิศ วิถีชีวิตสงบร่มเย็น"


สวัสดีครับ วันนี้พวกเราสองหน่อ “เที่ยวพ่อง” จะพาเพื่อนๆ ไปแอ่วในฤดูฝนกัน ! แต่หลายคนอาจจะคิดว่า ฝนตกแบบนี้การจะออกไปนอกบ้านก็แทบจะลำบาก แต่พวกเราขอบอกเลยครับว่า ฝนไม่สามารถหยุดความอยากออกนอกบ้านของพวกเราได้หรอก ฮุฮุ



และทริปเที่ยวพ่องในทริปแรกนี้คือ "อำเภอปาย" จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่บอกได้เลยว่าการมาเที่ยวปาย อำเภอซึ่งอยู่กลางหุบเขาในฤดูฝนแบบนี้ มันช่างเหมาะขนาด เพราะเราจะได้เห็นความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ต้นไม้สีเขียว อากาศสดชื่น อาจจะมีฝนบ้างแต่ที่นี่ ฝนจะตกแบบน่ารัก น่ารักยังไง ? ก็ตกแบบเบาๆ ไงครับ รู้อย่างนี้แล้ว..ก็เก็บกระเป๋าแล้วออกไป “เที่ยวพ่อง” กันเลย !!!


Day 1

เราเริ่มออกสตาร์ทเวลา 7.00 น. จากตัวเมืองเชียงใหม่ เราเลือกขับรถส่วนตัวกันไปชิล ๆ ตามเส้นอำเภอแม่ริม ยาวไปถึงแยกแม่มาลัย วิ่งเส้นเชียงใหม่-ปาย ไปจนถึงอำเภอปาย จุดที่เราประทับใจกันระหว่างเดินทางเลยก็คือ เส้นทางที่เราขับรถกันไปจะประดับตกแต่งไปด้วยสีเขียวของธรรมชาติที่งดงาม อากาศที่สดชื่น เย็นสบาย ด้วยต้นไม้ตลอดเส้นทาง พูดได้ว่าเราแทบจะเปิดกระจกรถตลอดเส้นทางซึมซับอากาศเย็นตลอดทางกันเลยทีเดียว

ระหว่างทางก่อนออกจากจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อน ๆ จะพบกับ ร้าน "Coffee we กาแฟแม่มด" ที่ตัวร้านมีการตกแต่งที่เก๋ไก๋และบรรยากาศที่มากไปด้วยแม่มด เครื่องดื่มที่รสชาติดีเป็นเอกลักษณ์ อร่อย กลมกล่อม เพื่อนๆ จะได้นั่งจิบเครื่องดื่มร้อนและเย็นในบรรยากาศท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพร มีเสียงลมกระทบกับต้นไม้ยามเช้า พวกเราบอกเลยว่าโมเม้นท์แบบนี้เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอมเลยล่ะครับ นอกจากนี้บริเวณร้านก็มีมุมถ่ายรูปให้เราแปลงร่างเป็นแม่มดขี่ไม้กวาด และถ่ายรูปตีซี้เซลฟี่กับแม่มด

พักเมื่อยระหว่างนั่งรถมาเป็นเวลานาน รวมไปถึงแวะพักเข้าห้องน้ำ ที่เป็นจุดสุดท้ายก่อนจะยิงยาวเข้าป่า ขึ้นเขากันเรียบร้อยแล้ว ... เราก็เดินทางต่อกันเลยครับ

เราเดินทางกันต่อจากร้านกาแฟแม่มดที่เราแวะพัก ใช้เวลาในการเดินทางไม่นาน เราก็เข้าเขต อำเภอปาย กันแล้ว เมื่อเข้าเขตอำเภอปายก็จะเจอกับ "สะพานประวัติศาสตร์ (ท่าปาย)" เราถึงจุดนี้กันประมาณ 10.00 น. เราขอเรียกสะพานฯ นี้ว่าด่านแรกดีกว่านะครับ เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต้องมาถ่ายรูป ปักธงว่าข้านั้นถึงปายแล้ว ต้องบอกเลยว่าใครที่มาปายแล้วไม่ได้มาถ่ายรูปกับสะพานท่าปายนั้น ก็ไม่เป็นไรครับ เพราะบางคนก็รีบไงครับ หรือก็อาจจะเคยถ่ายมาแล้ว ก็ไม่เป็นไรไงครับ (ฮ่ะ ๆ) แต่ต้องขอบอกเลยสะพาน ท่าปายนี้ นอกจากในช่วงพระอาทิตย์ขึ้นจะสวยงามพร้อมบรรยากาศรอบตัวแล้ว เราอยากแนะนำให้ลองกลับมาอีกครั้งในช่วงเย็นที่จะมีการเปิดไฟรอบตัวสะพาน ที่ทำให้ได้ความรู้สึกอีกแบบกันไปเลย รับรองว่าไม่มีทางที่จะไม่ได้รูปสวยๆ ไปอัพลงโซเชียลแน่นอนครับ


ถ่ายรูปจนหนำใจเต็มกล้องแล้ว เราก็ขับรถไปยังที่พักกันต่อเลยดีกว่า ในครั้งนี้เราเลือกพักที่ “Pai River Corner Resort and Restaurant’’ ทำไมเราเลือกพักที่นี่...มาครับเดี๋ยวพวกเราเล่าให้ฟัง


เรามาเริ่มต้นกันด้วยบรรยากาศก่อนดีกว่า ปายริเวอร์คอนเนอร์ฯ เป็นที่พักที่ตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำปายเลย มีที่พัก 16 ห้อง 2 ห้องต่อบ้าน 1 หลัง ราคาห้องพักต่อคืนอยู่ที่ประมาณ 1,000 – 2,000 บาท ตัวห้องพักแบ่งออกเป็นชั้นบนและชั้นล่าง ตัวห้องกว้างขวาง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น เครื่องปรับอากาศ ทีวี และห้องน้ำในตัว มีบรรยากาศที่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าธรรมชาติสีเขียว และยังสามารถพกชุดว่ายน้ำโดดลงเล่นน้ำที่สระว่ายน้ำกลางแจ้ง ฟังเสียงแม่น้ำปายไหลไปตามทาง

นอกจากนี้ยังมีส่วนร้านอาหารบริการตั้งแต่เช้ายันค่ำเลยทีเดียว อาหารเช้าก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจที่พักแห่งนี้ด้วยครับ คุ้มค่าคุ้มราคามากเลยทีเดียว ฟาลิมกับพี่ไมค์รับรองได้เลยครับว่าผู้ที่ต้องการมา พักผ่อนคลายปัญหาต่าง ๆ ต้องการแค่เรามาพักผ่อนนอนเล่นในห้อง นั่งชิลอยู่บริเวณรอบที่พัก ออกไปเดินเที่ยวชมบรรยากาศตัวเมืองปาย จะต้องเป็นหนึ่งในคนที่ประทับใจในความรู้สึกสงบนี้แบบพวกเรามากแน่นอนเลยครับ

หลังจากเช็คอินเข้าที่พัก สำรวจห้อง และรื้อของออกจากกระเป๋าแล้ว ต้องบอกก่อนว่าการมาปายครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก และด้วยความคิดถึงปายมาก ก็เลยรีบเปลี่ยนชุด แบกกล้อง ออกไปถ่ายรูปในตัวเมืองกัน !

ทุกอย่างที่เมืองปายก็ยังคงไว้ซึ่งความรู้สึกไม่ต่างจากที่ผ่าน ๆ มา เป็นความรู้สึกสงบ เรียบง่าย ผู้คนน่ารัก เวลาเดินช้าซึ่งอีกสักนิดคงรู้สึกได้ว่าเวลาหยุดนิ่ง มีแต่ตัวเราที่ขยับไปมา รอบข้างมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งช่วงเดือนมิถุนายนที่พวกเราไปจะหนักไปทางชาวต่างชาติที่แบกเป้จากเชียงใหม่มาใช้ชีวิตช้า ๆ ในอำเภอกลางหุบเขาแห่งนี้ จะว่าไปแล้วคนไทยที่เดินไปมาแทบจะมีแค่พวกเราเท่านั้นเอง ที่เดินไปตามถนนเส้นน้อยดูข้าวของ ร้านรวงต่าง ๆ ที่เปิดให้เข้าไปเสียค่าใช้จ่ายโดยที่ยังเหยียบอำเภอนี้ไม่ถึง 1 ชั่วโมงเลยด้วยซ้ำครับท่าน ต้องบอกเลยว่าของแต่ละอย่างช่างเป็นเอกลักษณ์ งานทำมือซึ่งหาซื้อที่ไหนไม่ได้เลยทีเดียว

เดินมาอีกสักพักเราก็มาหยุดที่ร้าน “แอ๋วกาแฟสด” ของพี่แอ๋ว (เราเดาชื่อพี่เขาจากชื่อร้าน เพราะไม่เคยถามฮ่ะ ๆ) ร้านกาแฟจุดหมายแรกของเรา ตอนที่มาครั้งแรกพวกเรามาแวะซื้อเครื่องดื่มร้านพี่แอ๋วเพราะด้วยตัวร้านที่น่าสนใจ เป็นร้านชาวบ้านผู้อาศัยในเมืองนี้ และด้วยราคาที่ไม่แพง พอเรากลับมาครั้งต่อ ๆ มา พี่แอ๋วก็ยังจำเราได้ ถึงขั้นต้องคิดว่าพวกเราสองคนมีเอกลักษณ์ขนาดนั้นเลยเหรอ (ก็ว่าไปนั้น ฮ่ะ ๆ) พี่แอ๋วเป็นคนน่ารักมากครับ อัธยาศัยดี ชวนพวกเราคุยตลอดเวลาเลย และจุดเด่นคือร้านของพี่เขามีทั้งน้ำผลไม้ และเครื่องดื่มชงต่าง ๆ ที่รสชาติดีเหมาะแก่การเข้าไปลองลิ้มชิมรสกันเลยทีเดียว รวมถึงขนมโฮมเมดแสนอร่อย พวกเราแนะนำเลยครับถ้าเพื่อน ๆ ได้มีโอกาสไป

การที่ไปเที่ยวไหนครั้งหนึ่ง แล้วกลับมาอีกครั้งมีคนจำเราได้ เราว่ามันให้ความรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะครับ มันให้ความรู้สึกเหมือนกลับมาบ้าน กลับมาที่ที่มีคนรู้จักเรา ยิ้มให้เรา ต้อนรับเรา มันรู้สึกที่ดี มาก ๆ เลยล่ะครับ

เราข้ามเวลามาช่วงหลังการเดินเล่นตัวเมือง แล้วกลับมาโดดน้ำเล่นในสระว่ายน้ำ และถ่ายรูปเล่นช่วงบ่าย มาถึงช่วงเย็นเวลา 5 โมงเย็นกันเลยดีกว่าครับ มีกิจกรรมหนึ่งที่พวกเราปลาบปลื้มกันเป็นที่สุดเลย คือการไปชมพระอาทิตย์ตกดินที่ิ "วัดพระธาตุแม่เย็น" วัดที่ตั้งอยู่บนภูเขาและมีพระพุทธรูปสีขาว ประดิษฐานอยู่ ซึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันตก เราจะสามารถชมทิวทัศน์บรรยากาศจากข้างบนตัววัด ที่ตั้งบนภูเขาลงมาเห็นวิวธรรมชาติ และตัวเมืองปาย พร้อมกับพระอาทิตย์ตกระหว่างภูเขา 2 ลูก มีแม่น้ำไหลไปตามทาง ลองคิดดูสิครับภาพนี้คุ้น ๆ กับภาพวาดเราสมัยเด็กกันหรือเปล่า ตอนนี้ภาพที่เราเห็นมันเหมือนดังภาพวาดนั้นเลยแหละ

รอบข้างเราพอเดินขึ้นบันไดวัดขึ้นบนภูเขาเพื่อดูวิวนั้นรายล้อมไปด้วยชาวต่างชาติที่มาจับจองพื้นที่ที่ดีที่สุดที่จะสามารถดูพระอาทิตย์ตกดินได้ เราเช่นกันพอขึ้นมาถึงก็รีบนั่งบนขั้นบันไดขั้นบนสุด นั่งลง รอเวลาดูพระอาทิตย์ตกดินอย่างใจจดใจจ่อ เวลาที่พระอาทิตย์กำลังจะตกนั้นบอกเลยว่าเวลามันเดินช้ามาก เป็นความรู้สึกที่พวกเราอยากจะสัมผัสมาก ทุกอย่างมันค่อย ๆ เป็นไป ไม่รีบร้อน บอกได้เลยครับว่าภาพที่พระอาทิตย์กำลังจะตกสวยมาก สวยจนอธิบายไม่ถูก เราเคยไปดูพระอาทิตย์ตกดินมาหลายที่มากแล้วนะครับ แต่พวกเราบอกได้เลยว่าพระอาทิตย์ตกดินแต่ละมันให้ความรู้สึกที่แตกต่างและน่าประทับใจที่ไม่เหมือนกันเลยจริง ๆ ประทับใจถึงขั้นนั่งอยู่เฉย ๆ มองมันเป็นชั่วโมงให้ตราตรึงใจ


สุดท้ายฝากไว้ให้ได้คิดนะครับ (ฮ่ะ ๆ) ถึงแม้วัดพระธาตุแม่เย็นนั้น เราจะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามได้ แต่ควรมาตอนเย็นดีกว่านะ ไม่ควรมาช่วงสายถึงบ่ายเลย เพราะมันจะร้อนมาก ๆ เชื่อพวกเราเถอะครับ พวกเราเคยมาตอนบ่ายแล้ว พี่ไมค์เดินขึ้นบันไดแทบจะเป็นลมกันเลยทีเดียว (ฮ่ะ ๆ แอบเผา) แต่ถ้าพกร่มมา มันก็อาจจะช่วยได้ (มั้ง) นะครับ #เตือนแล้วนะ


ค่ำแล้วก็ถึงเวลาออกหาของกินเข้ากระเพาะดีกว่าครับ หมดเรี่ยวแรงไปกับกิจกรรมที่ทำกันทั้งวันแล้วก็ออกไปเดิน "ถนนคนเดินปาย" หาของกินนานาชาติกันดีกว่าเนาะ

เราเริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการเดินออกจากที่พัก ซึ่งเราก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าอยู่ต้นหรือปลายทางกันแน่ งั้นเอาเป็นว่าต้นทางละกันนะครับ (ฮ่ะ ๆ) เดินออกจากที่พักไม่ถึง 5 วินาทีก็เข้าสู่พื้นที่ถนนคนเดินกันแล้ว สำหรับใครที่ไม่เคยมาต้องบอกก่อนเลยว่าถนนคนเดินปายจะเริ่มตั้งร้านกันตั้งแต่ 6 โมงเย็น ยาวไปจนตลาดวายเวลา 4 ทุ่ม ประดับประดาไปด้วยร้านอาหารนานาชาติ เสื้อผ้า ของฝาก โปสการ์ดและงานทำมือมากมาย

มาครั้งนี้ให้เหมาะสมกับทัวร์กินจุ๊บจิ๊บ (กินจุ๊บกินจิ๊บ กินจุ๊บจิ๊บ ตือดึงตือดึงดึง !)

เราเริ่มออกตัวด้วยขนมโตเกียวและแพนเค้ก จาก “ร้านแพนเค้กคุณยาย” ที่มีเอกลักษณ์คือแป้งแพนเค้กที่อร่อยมาก เนื้อแป้งนุ่ม หอม และอร่อยนวลลิ้นมาก ๆ ทีเดียว คุณยายท่านเป็นคนน่ารักมากครับ ตลอดเวลาระหว่างรอขนมฯ คุณยายก็ชอบเล่าประวัติเมืองปาย เล่าเรื่องต่าง ๆ ให้เราฟัง คุณยายตั้งร้านอยู่ตรงข้ามกำแพงวัดป่าขาม ต้องลองมาชิมขนมร้านคุณยายให้ได้เลยทีเดียว รับรองว่าเด็ดแน่นวล

เดินมาเจอ "ร้านพิซซ่าโฮมเมด" แนวอิตาเลี่ยนเยื้องๆ ทางเข้าวัดป่าขาม แวะซื้ออีก เพราะเราทนกับกลิ่นไม่ได้จริงๆ ร้านนี้พลาดไม่ได้ พิซซ่าที่ร้านนี้จะเป็นลักษณะ ขนมปังหนาๆ แล้วโรยหน้าด้วยชีสและหน้าต่างๆ เช่น แฮม เบคอน ผักโขม สับปะรด มะเขือเทศ พูดแล้วน้ำลายไหล ราคาเบา ๆ เพียง 50 บาทเท่านั้น ชิ้นเดียวสามารถกินกันได้สองคนพอดีเลย และก็มีอีกหลายรายการที่พวกเราควักเงินจ่ายไปเพื่อความอยากลิ้มลองรสชาติอาหารเหล่านั้นไปตลอดเส้นทาง

มาถึงร้านสุดท้ายที่เราแนะนำมาก ๆ และมาทีไรก็ต้องมาร้านนี้ "หม่าล่าต้าฟาซิง" ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าหม่าล่า ร้านปิ้งย่างหลากหลายเมนูทั้งเนื้อสัตว์ ผัก และอื่น ๆ อีกมากมาย ปาดด้วยพริกที่เผ็ดชาลิ้นถึงรสชาติจริง ๆ พี่เขาบอกว่าร้านเขาเป็นร้านหม่าล่าร้านแรกของเมืองปายนี้เลย พริกหม่าล่าก็เป็นสูตรเฉพาะของทางร้านเขาเลย เราสามารถสั่งความเผ็ดระดับต่างๆ ได้ แต่น้องฟาลิม ก็ต้องจัดแบบเผ็ดระดับหนึ่ง ขนาดระดับนี้ยังบอกว่าเผ็ดเลย (ก็น้องกินเผ็ดบ่ได้ไง) ร้านนี้บอกได้เลยว่าเด็ดจริงๆ ตัวร้านจะตั้งอยู่สุดปลายทางของถนนคนเดิน หาไม่ยากครับ


ถนนคนเดินยังมีร้านค้าอีกเพียบ ที่รอให้ทุกคนมาช็อปปิ้งและมากินกันอย่างอิ่มหนำสำราญ เป็นอีกหนึ่งสีสันและไฮไลท์ยามค่ำคืนที่สำคัญและห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

แต่ถ้าใครเป็นคอนอนดึกหน่อย ที่ปายก็ยังมีบาร์เล็กๆ มากมาย ที่ทั้งเล่นดนตรีสด เพลงคันทรี่หรืออินดี้ เป็นแหล่งนัดพบของนักท่องเที่ยว มาพบปะสังสรรค์ แชร์ความสุขได้ดีมากๆ


สำหรับในวันที่ 2 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการมาเที่ยว "ปาย" ในครั้งนี้ เราจะไป "เที่ยวพ่อง" ที่ไหน ต้องรอติดตามกันเน้อเจ้า.....


ฝากติดตามเพจ "เที่ยวพ่อง" กดไลค์ กดแชร์ กันเยอะๆ นะคร้าบบบ

ttps://www.facebook.com/tiewpongthailand


ความคิดเห็น