ใครว่ากระบี่..มีแต่ทะเล รีวิวโดย ของขวัญ

กระบี่. . .มีเขา. . .มีเรา. . .มีทะเล ไปกอดเขาที่ ก ร ะ บี่ . . . . . [email protected],@ กระบี่ เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคใต้ของประเทศไทย ที่ใครๆ ได้ยินชื่อแล้วต้องร้อง ว้าววววว เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในเรื่องหาดทรายขาว ทะเลใส ปะการัง ถ้ำ และหมู่เกาะน้อยใหญ่กว่า 100 เกาะ แต่นอกจากทะเลจะแสนสวยแล้วกระบ

ใครว่ากระบี่..มีแต่ทะเล

ใครว่ากระบี่..มีแต่ทะเล

 วันพุธที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 เวลา 12.45 น.

 วันที่เดินทาง 29 มิ.ย. 2561

กระบี่. . .มีเขา. . .มีเรา. . .มีทะเล

ไปกอดเขาที่ ก ร ะ บี่ . . . . . [email protected],@

กระบี่ เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคใต้ของประเทศไทย ที่ใครๆ ได้ยินชื่อแล้วต้องร้อง ว้าววววว เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในเรื่องหาดทรายขาว ทะเลใส ปะการัง ถ้ำ และหมู่เกาะน้อยใหญ่กว่า 100 เกาะ แต่นอกจากทะเลจะแสนสวยแล้วกระบี่ยังมีเขาด้วยนะ ฉันคิดถึงเขา ไปหาเขากันเถอะ ลุย ย ย ย ย ย


อะหึ่มๆ เริ่มเลยละกันเนาะ

ออกเดินทางวันที่ 29 มิถุนายน 2561 โดย เที่ยวบิน FD3215 (22.10 น.) ของสายการบิน AirAsia บินคุ้มคุณภาพครบ ที่รองรับการเดินทางสู่กระบี่ถึง 7 เที่ยวบินต่อวัน โอ้ววว จะบินตอนไหนก็ได้ ใครๆ เค้าก็บินกันทั้งนั้นแหละคุ๊นนน แต่เราเลือกบินดึกเที่ยวสุดท้ายละกัน แบบว่าหลังเลิกงานไรงี้ อิอิ ตามมาๆ

รอขึ้นเครื่องที่ทางออก 53

Now Everyone Can Fly

วาร์ปปปป ฟิ้ววววว

1 ชั่วโมง 30 นาที ไวเหมือนโกหก มาโผล่ที่กระบี่แล้ว

ที่นี่...สถานี...ก ร ะ บี

เหยียบแผ่นดินกระบี่ในเวลา 23.36 น. ก็ถือว่าดึกนะ ลูกเล็กเด็กแดงก็ง่วงเหงาหาวนอนกันแล้ว

สำหรับคนที่จะเดินทางด้วยเที่ยวบินดึกๆ ไม่ต้องกังวลใจไปที่นี่เค้ามีรถชัตเตอร์บัสสำหรับเดินทางเข้าตัวเมืองกระบี่เพียง 90 บาท อ่าวนาง 120 บาท ส่วนเราวันนี้มีน้องมารอรับ ก็เลยไม่ได้ลองนั่งชัตเตอร์บัส เดินทางจากสนามบินกระบี่ไปยังตัวเมือง ระยะทางเพียงแค่ 10 กว่ากิโล ถือว่าไม่ไกลมากนัก


เย้!...ถึงแล้วนะที่พักของเรา Amity Poshtel เป็นโฮสเทล ชิคๆ ในย่านตัวเมืองกระบี่ อยู่ใกล้ๆ ถนนคนเดินด้วย ขอบคุณน้องสาวที่พามาส่งถึงที่ เพราะดึกๆ ที่นี่เงียบเชียบเสียจริงเลย

ปะๆ เช็คอินแล้วรีบไปนอนนน

ให้ภาพตัดไปเลยละกัน ฝันดีนะตัวเอง

Zzzz



"Good Morning Krabi ที่รักกกก"

สิ่งที่ต้องทำอันดับแรกคือต้องหายานพาหนะ อะไรก็ได้ที่พาเราไปทุกที่ แต่!!! ต้องไม่แพงนะยู้ววว แถ่นน แถ้นนน ได้แล้ว ที่โฮสเทลเค้ามีบริการเช่ารถมอเตอร์ไซต์ในราคา 200 บาท (24 ชม) เอาค่ะ เอาคันนี้ๆ


เรามาทักทายยามเช้ากันด้วยภาพอาหารสินะ มื้อเช้าสำคัญที่สุดเค้าว่างั้นนะ

มากระบี่ต้องมีติ่มซำ

ติ่มซำร้าน "สายไหม" เอ๊ะ ยังไงสรุปจะขายติ่มซำรึสายไหมกันแน่ อะๆ ล้อเล่งงงง เค้าขายติ่มซ้ำจ้าาา

อื้อหืออออ น่ากินไปหมดเลยอ่าาา จาเอาอันนี้ อันนั้น อันโน้นด้วย

แต่ว่ามันถ้วยละ 20 บาทเลยน้าา เอาไปแค่ 3 ถ้วยก่อนละกัน

ที่ร้านจะมีน้ำชาร้อนๆ ไว้ให้ด้วยนะ จิบน้ำชายามเช้า

ยังมีโจ๊กซี่โครงหมูตุ๋นและปาท่องโก๋ที่เราสั่งมา

พอกินไปจริงๆ แค่นี้ก็อิ่มพุงกางแล้วนะ ดีนะไม่สั่งมาเยอะกว่านี้ ไม่หมดแน่นวลลล

เอาละ! ทีนี้มาพูดถึงเรื่องรสชาติ โอ้ยยย เธอเอ้ยยย มันดี มันละมุน มันอร่อยมากจริงๆ เฮ้ย เอาจริง อันนี้ไม่ได้อวย ไม่ได้ส่วนแบ่งใดๆ จากทางร้าน 555 ความรู้สึกล้วนๆ ใครมากระบี่ต้องกินติ่มซำให้ได้นะถือว่าเราขอร้อง 555

กองทัพต้องเดินด้วยท้อง!! อันนี้จริง พอมีพลังก็ออกเดินทางได้ ลุยยยย



เรามุ่งหน้าไปสถานที่แรกคือ "สระมรกต" มรกตก็ต้องสีเขียว สระสีเขียวนั่นเอง ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ขึ้นชื่อของเมืองกระบี่อีกที่นึงที่ไม่ควรพลาด

เราเดินทางด้วยแมงกะไซต์ที่เช่ามาโดยเติมน้ำมันไป 80 บาท ไปสระมรกตระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร อึ้มมม ปะๆ เดินทางกัน ระหว่างเดินทางก็ลุ้นกันไปว่าจะเจอฝนรึป่าว ปรากฎว่า รอด!!! แดดร้อนดีจังงง


ถึงแล้วววววว เย้ ! !

“สระมรกต” สระน้ำสวยใสที่ซุกซ่อนตัวอยู่ใจกลางป่า ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม ซึ่งนักท่องเที่ยวที่จะเข้าชมบริเวณสระมรกตแห่งนี้ จะต้องเสียค่าธรรมเนียมการเข้าชมสำหรับคนไทย 20 บาท และชาวต่างชาติ 200 บาท จะเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวเข้าชมพื้นที่ได้ในเวลา 8.30 น. – 17.00 น. ของทุกวัน

มีอะไรจาบอกกก!! ห้ามนำอาหารทุกชนิดเข้าไปข้างใน ฝากเค้าไว้นะจ๊ะตัวเองงง

เก็บเอาไว้ในความทรงจำ

เมื่อเข้าไปจะเจอ 2 เส้นทางสำหรับเดินเท้าไปที่สระมรกต ไม่ต้อง งง เดี๋ยวเราจะเล่าให้ฟัง

- เส้นทางที่ 1 : เส้นทางศึกษาธรรมชาติที่มีสะพานไม้ทอดตัวไปตามแนวป่าอันร่มรื่น สามารถเดินได้สะดวกและมีระยะทางประมาณ 1,400 เมตร

- เส้นทางที่ 2 : เส้นทางเดินลูกรัง ระยะทาง 800 เมตร

เราเลือกเดินเข้าด้วยเส้นทางที่ 1 แล้วขาออกใช้เส้นทางที่ 2

ซึ่งตลอดสองข้างทางนั้น จะมีป้ายบอกข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับพรรณไม้ต่างๆ เป็นระยะๆ

สำหรับจุดที่น่าสนใจจุดแรกซึ่งอยู่ระหว่างเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่เราอยากแนะนำให้ได้รู้จักกันก็คือ “สระแก้ว” ซึ่งเป็นสระน้ำขนาดใหญ่ ที่มีน้ำใสจนสามารถมองเห็นปลาเล็กปลาน้อยที่แหวกว่ายอยู่ในสระได้อย่างชัดเจน แต่สระแก้วแห่งนี้ทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำเนื่องจากต้องการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมและรักษาพันธุ์สัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นเอาไว้ ให้คงอยู่ในสภาพเดิมนั่นเอง

เอ๊ะๆ อะไรเขียวๆ มีแสงกระทบวาบๆ เจอแล้วววว สระมรกต

เป็นสระน้ำสวยใสกลางใจป่า ที่มีน้ำใสเป็นสีเขียวอมฟ้า เปลี่ยนสีไปได้ตามวันเวลาและสภาพแสง

ในส่วนของเรื่องการเล่นน้ำนั้นนนน เราว่ายน้ำไม่เป็น แถมยังกลัวน้ำอีก ก็ได้แค่เอาเท้าจุ่มน้ำก็ฟินแล้วววว


น้ำมันก็ไม่ได้ลึกนะ แต่มันกลัว เข้าใจมั้ยยย โธ่วววว

***แนะนำ*** ให้ไป "ช่วงเช้า" เพราะญาติยังไม่มากัน (หมายถึงกรุ๊ปทัวร์ อิอิ) แล้วสระแห่งนี้จะเป็นของเรา 5555 หัวเราะแบบจอมยุทธ์

ขากลับก็ใช้เส้นทางที่ 2 คือเส้นทางถนนลูกรัง

แต่เดี๋ยว!! เกือบลืม ในนั้นมีร้านค้าสวัสดิการนาจาาา ใครใคร่ซื้อ ก็ซื้อนะจ๊ะ

เส้นทางขากลับก็จะเป็นทางลูกรังโล่งๆ มีต้นไม้ใหญ่ๆ อันแสนร่มรื่นทั้ง 2 ข้างทาง

ทั้งเย็น ทั้งใส ก็น้ำในสระมรกตนี่แหละค่ะ

ออกเดินทางกัน


สถานีต่อไป > > > เขาหงอนนาค

เพิ่มความตื่นเต้นให้กับการท่องเที่ยวเมืองกระบี่ คือการไปชมวิวทะเลและภูเขาหินปูนกว้างใหญ่ ที่ทำเอาใจสั่นนิดๆ เป็นความงดงามแต่แฝงไปด้วยความหวาดเสียวของชะง่อนผาสูงกว่า 500 เมตร

เขาหงอนนาค อยู่ภายใต้การควบคุมของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ห่างจากตัวเมืองกระบี่ประมาณ 30 กิโลเมตร

เราเดินทางด้วยการจับ GPS ด้วยโทรศัพท์ แต่ทำไมพาเราไปป่ายางพาราอ่าาา โอ้ววว ม่ายย นี่เรากำลังหลงทางหรอเนี่ยยย เวลาก็มีน้อย น้ำมันในถังก็เช่นกัน

ครั้งแรกกับการเติมน้ำมันด้วยตู้หยอดเหรียญ แอบแพงนะ ลิตรละ 40.99 แหนะ แต่ก็ไม่มีทางเลือกละ ของมันต้องมี


ในที่สุดเราก็มาถึง เขาหงอนนาค ในเวลา บ่าย 3 โมง บ้าจริง!!! มาถึงแล้วยังไงก็ต้องขึ้น เราต้องเดินขึ้นแข่งขันกับเวลาแล้วหล่ะ สู้โว้ยยยยยย

ทางขึ้นจะมีป้อมเล็กๆ ของเจ้าหน้าที่อุทยานสำหรับลงชื่อเพื่อขึ้นเขา แต่ไม่มีค่าทำเนียมใดๆ อย่าลืมจดเบอร์พี่เจ้าหน้าที่ไปด้วยนะเผื่อมีเหตุฉุกเฉินพี่เค้าจะได้ไปช่วยเหลือได้

เส้นทางศึกษาธรรมชาติเขาหงอนนาค ระยะทาง 3.7 กม.

เอาสิ ! ! แค่ 3.7 ต้องไหวสิ

เริ่มเดินไม่กี่ก้าวก็สวนกับสาวฝรั่ง ถามเราว่าใกล้ถึงจุดป้อมอุทยานแล้วใช่ไหม? ฉันขอให้คุณโชคดีมากๆ นะ คำอวยพรที่แฝงมากับความกังวลนิดๆ ทำไมต้องอวยขนาดนี้ด้วยเนี่ยยย มันคงไม่ไม่โหดหรอกน่าาาา

เส้นทางช่วงแรกจะเป็นเส้นทางลูกรัง ความชันมีเป็นระยะๆ

ทำไมเราไม่มีแรงแบบนี้นะ ทำไมขาอ่อนแรง เหนื่อยเร็วไปปะเนี่ย

อ่อๆ เรายังไม่ได้กินข้าวเที่ยงนี่หน่าา ปัดโธ่ววว ตัดกำลังกันนี่หว่า เราแวะกินข้าวตรงจุดที่เป็นบันได โดยที่เราหิ้วไก่ย่างห้าดาวกะข้าวเหนียวมาด้วย รอดแล้วว้อยยยย ไปต่อสิรออะไร เดี๋ยวก็มืดค่ำหรอก

เส้นทางจะเป็นลูกรังบ้าง ทางลาดชันบ้าง ทางราบ และทางบันได สลับกัน

ระหว่างทางก็จะมีจุดพักชมวิว เป็นหน้าผาโล่ง สามารถมองเห็นวิวด้านล่างที่สวยงาม

พอมาถึง 1 กิโลเมตรสุดท้าย นอกจากความมืดของเวลาที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามา เรายังต้องเจอกับสายฝนที่โปรยปราย มันก็ฉ่ำดีนะ แต่เราว่าไม่ตกจะดีกว่าเพราะจะทำให้ฟ้าปิด มองไม่เห็นอะไรเลย

แล้วเราก็เจอกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มสุดท้ายประมาณ 3 คน ซึ่งพวกเขากำลังจะกลับ เนื่องจากฝนตกทำให้ฟ้าปิด มองไม่เห็นวิว เค้าแนะนำให้เรากลับเถอะพวก อย่าไปเลย ไม่มีประโยชน์ มันเป็นสีขาวหมดแล้ว ประมาณว่าเชื่อกรูเถอะเมิงงง 555

แต่เราไม่เชื่อ!!! ยังไงก็ต้องไปให้ถึงยอดให้ได้ ปิดก็ปิดสิ ฝ่าฟันมาถึงขนาดนี้ละ จะมายอมแพ้กันง่ายๆ ได้ยังไง

ฝนก็ยังคงโปรยปรายมาเรื่อยๆ ฟ้าก็เริ่มปิด ทุกอย่างกลายเป็นสีขาวโพลน พลีสสส ขอเถอะนะ หยุดเถอะ

ในที่สุดฝนก็หยุด ด ด ด ด

สำเร็จ ! ! !

ว้าววววววววว คำเดียวว่า ว้าววววววววววววว มันสวยมากกกกกก ก. ล้านตัว

ฟ้าหลังฝนย่อมงดงามเสมอ

"เธอเห็นสายรุ้งนั่นไหม...ฉันเก็บมันไว้ให้เธอ"

มันคุ้มค่ากับความเหนื่อยที่แลกมา

WARNING ! ! !

ตรงนี้แหละ!!!! อันตรายกน้าผาสูงชัน


จุดไฮไลท์ สุดเสียว

ข า สั่ น น น น ! ! !

หมดเวลาสนุกแล้วสิ กลับเถอะนะ เพราะมันเริ่มมืดแล้ว เราใช้เวลาเดินขึ้นมา 2 ชั่วโมง สำหรับ 3.7 กิโลเมตรเพื่อถึงยอดดอย ถือว่าทำเวลาได้ดีในระดับนึงนะ

ขากลับก็จะเร็วกว่าขาขึ้นเสมอ 555 แทบวิ่ง เพราะมันจะมืด เราไม่ควรให้มืดเพราะอาจหลงป่า ไม่ชำนาญทาง และอันตรายจากสัตว์ป่าด้วย

ในที่สุดเราก็ลงมาถึงก่อน 1 ทุ่ม เย้ ! ! !

และเป็นกลุ่มสุดท้ายที่ลงมา เหลือรถเราคันเดียวจริงๆ 555

ราขับมอไซต์กลับด้วยเวลาเกือบมืดสนิท

ระหว่างทางด้านขวามือหลังจากออกจากเขาหงอนนาค

เราได้เจอแสงสุดท้ายที่กำลังจะหมดลงขอบทะเล มันสวยงามมากอย่างบอกไม่ถูก เหมือนภาพวาดที่เราเคยเห็นตามผนัง ตะวันกำลังยอแสงลงเรื่อยๆ ค่อยๆ ลับเหลี่ยมภูเขาและขอบทะเลอันแสนกว้างใหญ่ มันช่างเป็นภาพที่สวยงามลงตัวเสียจริงๆ

เมื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศตะวันลับขอบทะเลกันแล้ว

เราก็รีบมุ่งหน้ากลับไปแปลงร่างเพื่อไปเดินถนนคนเดินกระบี่กันต่อ

ถนนคนเดินจะอยู่ตรงสี่แยกคิงคอง ตลาดก็จะขายของทั่วๆ ไป งานแฮนเมด เสื้อผ้า ของฝาก รวมไปถึงอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ

จุดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวของตลาดนี้คือ เวทีถนนคนเดินกระบี่ เวทีนี้ใครจะขึ้นไปก็ได้ เพราะเค้ามีไว้ให้คนที่ต้องการมาแสดงความสามารถ ส่วนใหญ่คนที่ขึ้นไปก็จะร้องเพลง

เอาละค่าาาาา

เดินๆ ตลาดอยู่ก็จะได้ยินเสียงเพลงแบบนานาชาติ ไทย จีน ฝรั่ง มีหมดดดดด โอ้ยยย นี่มันอะไรกันเนี่ยยยย 5555 แต่ก็สนุกดีนะ สร้างสรรค์ดี

กินข้าว นั่งฟังเพลงจีน ฝรั่ง อีสาน ไทย ลาว ปนๆ ไป มันก็เพลิดเพลินไปอีกแบบดีนะ

แล้วก็นึกอยากกินโรตี มาภาคใต้ต้องกินโรตีสิ ขอสักแผ่นนะ

โรตีแผ่นกลมๆ อันนี้ใส่นม อันนี้ใส่ไข โรตีแผ่นใหญ่ๆ อันนี้ใส่ไข่ อันนี้ใส่นม ฮิ้วววววว

หมดไป 1 วันกันโปรแกรมแน่นๆ ร่างกายต้องการพักผ่อน

เจอกันพรุ่งนี้เช้านะจ๊ะตัวเองง ฝันดีครัช


Hello Oh Yeah Krabi

เราจองทัวร์เรือหางยาวในราคา 400 บาท โปรแกรมทัวร์ 4 เงาะ เอ้ย!! เหาะ เอ้ย!!! เกาะ เอ้ยย!! ถูกแล้ววว แฮร่ เล่นคนเดียวก็ได้แฮะ

บริษัททัวร์นัดเวลา 8.00 น. มารับที่หน้าโฮสเทล สะดวกมากๆ ไปทะเลกันๆ มีคนมารับละ

เมื่อไปถึงก็ไปที่จุดลงทะเบียน และรับฟังคำชี้แจงจากลูกเรือ และรับสายรัดข้อมือสีชมพู

เราชอบฟังพวกเขาพูดภาษาอังกฤษกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ พูดไปเลยไม่ต้องอาย ไม่ต้องเป๊ะหรอก แค่รู้เรื่องก็พอ เออดีๆ ชอบๆ

เราเริ่มเดินทางด้วยเรือทางยาว

จุดมุ่งหมายที่แรกคือ ทะเลแหวก

ไหนอ่าทะเลแหวก พี่เค้าบอกว่าวันนี้ไม่แหวกนะ ตึ่งโป๊ะ ช๊อควงการ!!ไม่แหวกก็ไม่แหวก โด่วววว

พี่คนเรือบอกว่าทะเลจะแหวกไม่แหวกต้องดูที่ข้างขึ้นข้างแรมอะไรสักอย่าง เอาเป็นว่าถ้าใครอยากไปแล้วให้เจอทะเลแหวกแบบแฮปปี้ก็ลองศึกษากันดูละกันว่าช่วงไหน วันไหน ที่ทะเลจะแหวก

แล้วก็นั่งเรือไปอีก 1 เกาะเพื่อไปดำน้ำดูปะการัง คือ เกาะไก่ ที่นี่จะเป็นจุดสำหรับดำนำ จะมีเรือของหลายๆ บริษัทจอดพานักท่องเที่ยวดำน้ำบริเวณนี้

ไหนอะรูปดำนำ?....^#!-/+$&=?> ไม่มีค่ะ สรุป กลัววว เหมือนเดิม ไม่กล้าลง ถ่ายรูปคนอื่นก็ได้


เมื่อดำน้ำเสร็จก็ไปแวะกินมื้อเที่ยงกันที่เกาะปอดะ ในทัวร์จะรวมค่าอาหารเที่ยงด้วย อาหารก็จะเป็นบุปเฟ่ต์ มีข้าวสวย ต้มข่าไก่ ผัดผัก และไก่ทอด แล้วบนเรือก็มีบริการน้ำดื่มและผลไม้ (แตงโมกับสับปะรด) ถือว่าใช้ได้ ในราคานี้ และบริการขนาดนี้ โอเคเลย

เกาะปอดะ เป็นเกาะที่อยู่ในอยุทยานแห่งชาตินพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เราจะเสียค่าเข้าคนละ 40 บาท เกาะนี้ค่อนข้างร่มรื่น มีต้นไม้เยอะ เหมาะแก่การมาพักผ่อนมาก มีร้านค้าสวัสดิการของอุทยานด้วย ค่อนข้างสะดวก



ยังเหลืออีก 1 เกาะที่ต้องไปคือ หาดไร่เลย์ และถ้ำพระนาง

ออกเรือต่อได้

ถึงละนะ หาดไร่เลย์

ที่นี่จะขึ้นชื่อเรื่องปืนหน้าผา เป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ และมีชื่อเสียงมากของที่นี่


ด้านในจะเป็นถ้ำพระนาง สามารถเข้าไปไหว้สักการะพระพุทธรูปที่อยู่ภายในถ้ำได้

หลายคนอาจเข้าใจว่าหาดไร่เลย์นั้นเป็น "เกาะ" แต่จริง ๆ แล้ว หาดไร่เลย์ตั้งอยู่บนแผ่นดิน แต่การเดินทางไปนั้นต้องนั่งเรือไปเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เนื่องจากชายหาดนั้นล้อมรอบด้วยภูเขาสูงชันทุกด้าน จึงไม่มีทางเข้าจากทางอื่นได้เลย

เรือขายของ เก๋ๆ

เราได้ทัวร์ครบทั้ง 4 เกาะแล้ว ขึ้นฝั่งกัน

ได้ Vitamin Sea กลับมาเต็มๆ


แล้วรถบริษัททัวร์ก็พาเรามาส่งที่โฮสเทลอย่างปลอดภัย

สำหรับใครที่ชอบการพักแบบโฮสเทล ถ้ามากระบี่ก็มาพักที่นี่ได้นะ Amity Poshtel เป็นโฮสเทลชิคๆ ที่อยู่ใจกลางเมืองกระบี่ ใกล้ถนนคนเดินและย่านของกิน เตียงนุ่ม มีหมอนให้ 2 ใบ แอร์ฉ่ำ นอนหลับสบาย มีผ้าขนหนูให้ มีสบู่และแชมพูให้ด้วยไม่ต้องพกไปให้หนัก และที่สำคัญมีมอเตอร์ไซต์ให้เช่าราคาถูกๆ

เราฝากกระเป๋าไว้ตั้งแต่เช้า แล้วแอบมาขออาบน้ำก่อนกลับด้วยแหละ อย่าบอกใครนะ อุปส์สสไว้ อิอิ

เวลาเรายังเหลือเพราะไฟล์ทที่เราจองกลับ 20.30 น.

งั้นเดินเล่นแถวนี้แล้วก็หารถไปส่งที่สนามบินกันดีกว่า เราเดินตุเลงๆ มุ่งหน้าไปแยกคิงคอง แล้วเลี้ยวไปทางตลาดขายของสด จนสุดซอยลานปูดำ เจอคิวรถสองแถวคัน สีฟ้า ที่จะพาเราไปถึงสนามบินด้วยราคาคนละ 50 บาท ตกลงไปรถสีฟ้านี่แหละ ระหว่างรอก็เดินข้ามฝั่งไปรับลมก่อนละกัน

ลมพัดเบาๆ บรรยากาศดี๊ดี

ที่นี่คือลานปูดำ...แต่เราไม่ได้เดินไปหาเจ้าปูดำ (แอบเสียดาย)

ต้องสีฟ้าเท่านั้นนะตัวเอง ป้ายด้านข้างจะเขียนว่า กระบี่ - สนามบิน - เหนืองคลอง


ภาพตัดมาที่สนามบินกระบี่

งือๆๆ ต้องกลับ กทม. แล้ว ยังสนุกอยู่เลย

เราเลือกบินกับ AirAsia เหมือนเดิม เที่ยวบินที่ FD3216 (20.30) เวลากำลังดี

วาร์ปปปป ฟิ้วววว

แล้วเราก็กลับถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ



ทุกครั้งที่ออกเดินทาง เราได้พบเจอเรื่องราวมากมาย สิ่งเหล่านั้นได้ถูกบันทึกไว้ในความทรงจำหมดแล้ว

แล้วเจอกันใหม่นะ "กระบี่"

Bye Bye

See You Again


ความคิดเห็น