นาขั้นบันไดป่าบงเปียง ไปฟังเสียงหัวใจ รีวิวโดย นักเดินทางตัวน้อย

"เคยมั้ย ที่เราเดินทางไปสถานที่แห่งหนึ่ง ซ้ำๆกัน ที่นี่คงเป็นอีกที่หนึ่งที่เราคิดว่า เราจะกลับไปอีก ต่างเวลา ความสวยงามก็ต่างกัน ที่สำคัญ ความสุขของการเดินทางแต่ละครั้ง ก็ขึ้นอยู่กับว่า ไปกับใคร" ติดตามการเดินทางของแจ๊คได้ที่เพจ นักเดินทางตัวน้อย https://web.facebook.com/journeymemories ฝาก

นาขั้นบันไดป่าบงเปียง ไปฟังเสียงหัวใจ

นาขั้นบันไดป่าบงเปียง ไปฟังเสียงหัวใจ

 วันอังคารที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2561 เวลา 16.59 น.

 วันที่เดินทาง 21 ก.ค. 2561

"เคยมั้ย ที่เราเดินทางไปสถานที่แห่งหนึ่ง ซ้ำๆกัน
ที่นี่คงเป็นอีกที่หนึ่งที่เราคิดว่า เราจะกลับไปอีก
ต่างเวลา ความสวยงามก็ต่างกัน
ที่สำคัญ ความสุขของการเดินทางแต่ละครั้ง
ก็ขึ้นอยู่กับว่า ไปกับใคร"

ติดตามการเดินทางของแจ๊คได้ที่เพจ นักเดินทางตัวน้อย

https://web.facebook.com/journeymemories

ฝากกดไลค์เพื่อเป็นกำลังใจด้วยนะคะ

ครั้งหนึ่งเราเคยคิดว่าจะไปป่าบงเปียงคนเดียว หาข้อมูลไปมา โอ้วววววว ที่นี่ไปลำบากแฮะ คือต้องนั่งรถ4WD เข้าไป

ถ้าไปคนเดียวเสียค่ารถบานเลย

แต่มารู้เอาวันกลับ เพราะเห็นเก๋งวีออสจอดอยู่ ทำเอาพวกเรางงดิ่ว่ามาได้ไง เลยรู้ว่า มาทางแม่แจ่มค่ะ

อ้อมๆนะคะ ระยะทาง 30 กิโลเมตร

มีคลิปการเดินทางของพวกเราให้ดูค่ะ

คลิปการเดินทางทริปป่าบงเปียง

ดูหน้าดูตา อ้าวววววว คนคุ้นเคยกันทั้งนั้น การันตีความมันส์เลยค่ะเราเดินทางโดยการเหมารถตู้ ชวนเพื่อนๆในเพจไปละกัน 10 คน พอดิบพอดี ก็เป็นพี่ๆน้องๆที่เดินป่าด้วยกัน

แจ๊คเคยไปที่ป่าบงเปียง ครั้งหนึ่งแล้ว ช่วง กันยา-ตุลา ปี 60

พักที่บ้านม่อนนา(อยู่ติดกับ มาฉิโพ) เบอร์โทรค่ะ ชื่อลุงศิลป์ 0871754461

หัวละ 500 พร้อมอาหาร เย็น และเช้า กาแฟโอวัลติน บ้านมี 3 หลัง เราไปกัน 10คน ลุงยกให้เราหมดเลย 3 หลัง

ครั้งล่าสุด 21-22 กรกฎาคม 2561 พักที่บ้านพักน้องน้ำพุ บ้านอยู่ใกล้ๆบ้านม่อนนา ติดต่อพี่ดาค่ะ 0932206128

หัวละ 500 พร้อมอาหาร เย็น และเช้า กาแฟโอวัลติน บ้านมี 3 หลัง เราไปกัน 10คน พี่ดายกให้เราหมดเลย 3 หลัง

รายละเอียดเหมือนกันทุกประการ55555

ค่ารถ 4WD ไปกลับ1000 บาท ติดต่อตอนจองที่พักได้เลย

ถ้าถามว่า ป่าบงเปียงช่วงไหนสวย บอกเลยว่าสวยทุกช่วง

แผนทริปนี้ของเรา คือชมวิวดอยอินทนนท์ เราตั้งใจจะไปทานข้าวเช้ากันที่จุดชมวิว จุดพักรถที่กม 42 แต่ไปถึงร้านยังไม่เปิด

ฟ้าก็ปิด หมอกเยอะมากจนเรามองไม่เห็นอะไร ฝนก็เริ่มแบบเบาๆ

ถ้าฟ้าเปิด อากาศเหมาะสม ออเจ้าก็จะได้เห็นเจอทะเลหมอกสวยๆแบบนี้หนา นี่ภาพ ปลายๆกันยาปีที่แล้วค่ะ

พวกเราจึงตัดสินใจขึ้นไปถ่ายรูปบนป้ายจุดสุงสุดของประเทศไทยกันเลย



หมอก ฝน มาเต็มๆ

น้องเอื้อย ช่างภาพขวัญใจนางแบบ ถ่ายให้เขาหน่อย เดี๋ยวจะไม่มีรูปตัวเอง


ขอบคุณภาพเซทนี้จากน้องเอื้อยผู้ช่วยเลขา ช่างภาพประจำทริป ขวัญใจนางแบบ

ฝนลง เราต้องดูแลช่างภาพค่ะ ห่วงกล้อง55555

photo by ครูภาษาไทย

ถ่ายภาพกันจนหนำใจ และพวกเราก็หนาวกันมาก ขึ้นรถไปหาข้าวเช้าทานกัน

แล้วไปเดินน้ำตกผาดอกเสี้ยว หรือน้ำตกรักจังนั่นเอง อยู่ที่ บ้านแม่กลางหลวง ดอยอินทนนท์ เชียงใหม่

การจะมาเที่ยวที่น้ำตกแห่งนี้ ต้องติดต่อไกด์ท้องถิ่นนำทาง โทรไปเบอร์นี้ค่ะ 0812872910 ราคา300บาทต่อนักท่องเที่ยว1กลุ่ม

เริ่มเดินจาก ถนนช่วงกม.29 ลงไปน้ำตกชั้นต่างๆ แล้วไปจบที่หมู่บ้าน ให้รถไปรอในหมู่บ้านได้เลย ระยะทาง 5 กิโลเมตร

เส้นทางก็ประมาณนี้



และนี่ก็คือฉากในหนังเรื่องรักจังค่ะ

เดินง่ายค่ะ ชิลๆ เป็นอีกน้ำตกบนดอยอินทนนท์ ที่ไม่ควรพลาดค่ะ

ถ่ายภาพเสร็จ เดินกันต่อค่ะ ขอบคุณภาพนี้จากน้องโอม

หลังจากออกจากน้ำตก เราเดินเข้าไปที่หมู่บ้าน ถ่ายภาพกันตลอดทาง

เลขา คนคูลๆ

เจ้ปุ่ม แปดหลอด

นางแบบเยอะค่ะทริปนี้ 5555

เดินเข้าไปในหมู่บ้าน จุดนัดพบอยู่ที่โรงคั่วกาแฟสมศักดิ์

ขอถ่ายภาพเท่ๆสักหน่อย

ขอบคุณภาพจากน้องเอื้อย

เราขึ้นรถตู้กันที่นี่

แล้วเดินทางไปยังป่าบงเปียง เลี้ยวเข้า อ.แม่แจ่มตรงด่าน 2

ขับไปเรื่อยๆจะเจอป้ายหน่วยพิทักษ์ ฯ

ให้เลี้ยวขวาเข้าไปเลยค่ะ

เราต้องเอารถไปจอดที่หน่วยพิทักษ์ฯ แม่แจ่ม น้ำตกแม่ปาน แล้วโทรหาพี่ดา รถก็จะมารับเรา ใช้เวลาประมาณ15 นาที

ระยะทางไม่ไกลค่ะ แต่ทางเละมาก รถตู้ รถเก๋ง ไปไม่ได้นะจ๊ะ

ทางช่วงแรกๆยังดีอยู่ค่ะ แต่ไปเรื่อยก็เริ่มแย่ค่ะ



ในที่สุดเราก็ถึงแล้วค่ะ บ้านพักน้องน้ำพุ

นี่มิใช่แม่น้องน้ำพุแต่อย่างใด แต่เป็นเจ้ปุ่มแปดหลอดของพวกเรานั่นเองค่ะ อิอิ

จัดการเก็บข้าวของสัมภาระเข้าบ้าน ไม่รีรอ ถ่ายภาพกันค่ะ

ขณะนั้นฝนก็ลงมาอีก ทริปนี้ชุ่มฉ่ำมากค่ะ ฝนลงเป็นระรอกๆ

ถึงป่าบงเปียง เราก็มีกิจกรรมหลักคือถ่ายรูป ทริปนี้เรามาเพื่อถ่ายรูป 5555

รูปเยอะมาก นางแบบ นายแบบเยอะค่ะ เพราะมีเจ้าเอื้อยช่างภาพและเลนส์ที่ถ่ายคนสวยมาก

ส่วนกล้องเราก็เก็บภาพวิวค่ะ

ทริปนี้นัดกันใส่แนวสีเหลือง ฝนตก หาได้แคร์ไม่ ถ่ายภาพกันที่ระเบียงบ้านนี่แหละค่ะ

ฝนซาค่อยลงไปในนากัน

ขอบคุณภาพเซทนี้จากน้องเอื้อยผู้ช่วยเลขา ช่างภาพประจำทริป ขวัญใจนางแบบ


แม่เป็ดพาลูกๆกลับบ้าน ขอบคุณภาพจากพี่หน่อยค่ะ


มาดูวิว ช่วงเย็นกันบ้างเนาะ เดี๋ยวจะเบื่อนางแบบ นายแบบซะก่อน

ที่นี่ไม่มีไฟฟ้า สัญญาณโทรศัพท์มีอยู่ค่ะ

เตรียมแบตสำรองกันไปดีๆล่ะ เดี๋ยวอดเช็คอินไม่รู้ด้วยน๊า



จริงๆทริปนี้ ตั้งใจจะมาเก็บภาพ ทุ่งนาที่มีแสงเย็นสวยๆและเงาสะท้อนน้ำ แต่แสงเย็นก็หามีไม่

ก็เลยได้ภาพประมาณนี่ล่ะค่ะ

เริ่มหิวกันแล้วค่ะ

พอได้เวลาอาหาร ก็จะมีคนมาส่งข้าวให้

ยอดฟักแม้วน้องเต้ซื้อไปให้พี่ดาผัดค่ะ โอ้ยยยยยยชอบมาก

กับข้าวบ้านพี่ดาอร่อยมาก เยอะด้วยขนาดหิวๆกัน กินไม่หมดเลยค่ะ


หลังจากกินข้าวเย็นกันจนอิ่มหนำสำราญ บางคนก็แยกย้ายไปอาบน้ำ บางคนก็นั่งชมวิว

ขณะนี้เวลา 19.10 หมอกมารอเราแล้ว

เป็นนิมิตรหมายอันดีที่เราคิดว่าตอนเช้าพรุ่งนี้ เราจะได้ดูทะเลหมอกกันหน้าบ้าน

สำหรับคืนนี้ เรานั่งคุย สังสรรค์ ย่างมันกินกัน

คืนนี้บรรยากาศดี แถมเป็นคนที่รู้จักกันทั้งหมดเลย เป็นพี่เป็นน้องที่เป็นมากว่าเพื่อนร่วมทริป

การคุยกันในคืนนี้ มันสบายใจ มีความสุข บรรเทาทุกข์ ดีต่อใจ

ขอบคุณภาพเซ็ทตั้งวงจากครูภาษาไทย

ดึกๆแยกย้ายกันเข้านอน รอรับวิวสวยๆ และหมอกยามเช้า


DAY-2 เช้าๆ เรายังไม่ทันจะตื่น กาแฟกับกระติกน้ำร้อนก็มาตั้งรอ

ยังไม่ทำอะไรค่ะ ขอฟินกับทะเลหมอกก่อน สมาชิกยังหลับสบายกันอยู่ มีแจ๊คกับน้องเอื้อย ตื่นมา

ไหนๆก็ตื่นละ มาถ่ายรูปให้พี่หน่อยดิ๊เอ็ง

เช้านี้เราต้มกาแฟสดกินกันค่ะ มีม็อคค่าพ็อทจาก K2 อยู่ 2 ชุด แจ๊คกับพี่หน่อย นัดกันขนมา

เช้าๆ กาแฟหอมๆกับวิวทะเลหมอก โอ้ยยยยยยยย อยากอยู่ตรงนี้นานๆ

สักพักอาหารเช้าก็มาส่งค่ะ มื้อเช้าเป็นข้าวต้มค่ะ



หมอกยามเช้า น้ำตาจะไหล สวยค่ะ

หลังจาก ออกจากป่าบงเปียง แวะน้ำตกวชิรธาร และไปหาข้าวกลางวันกินกันค่ะ

ทริป 2 วัน 1 คืน ของพวกเราก็ประมาณนี้ค่ะ จบทริปด้วยความประทับใจ ขอบคุณพี่น้องทั้ง 9 คน ที่ร่วมเดินทางกับเรา

บางอย่างเราไม่สามารถอธิบายด้วยคำพูดได้ เราขอใช้คำว่าดีต่อใจ

ความสนุก ความสุขครั้งนี้ มันจะเป็นเรื่องราวที่ประทับใจ และเราจะยิ้มได้ทุกครั้งที่คิดถึง

หวังว่าเรื่องราวการเดินทางครั้งนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้หลายๆคนออกเดินทาง

ประสบการณ์ไม่มีขาย อยากได้ต้องเดินทาง

LIFE IS A JOURNEY

แจ๊ค นักเดินทางตัวน้อย

https://web.facebook.com/journeymemories

ปล.เรื่องเล่าจบแค่นี้ แต่เดี๋ยวจะเอาภาพมาเพิ่มให้นะคะ

ความคิดเห็น