อส.43 เที่ยวชิลๆ ที่ปะทิว รีวิวโดย twingirl

ชวาหะร์ลาล เนห์รู รัฐบุรุษของอินเดียกล่าวไว้ว่า “เราอยู่ในโลกอันน่าประหลาดใจที่เต็มไปด้วยความงดงาม เสน่ห์และการผจญภัย ไม่มีคำว่าสิ้นสุดสำหรับการผจญภัยที่เราสัมผัสมันได้ ถ้าเพียงเราเปิดดวงตาค้นหาความงดงามเหล่านั้น ”

อส.43 เที่ยวชิลๆ ที่ปะทิว

อส.43 เที่ยวชิลๆ ที่ปะทิว

 วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 10.05 น.

 วันที่เดินทาง 8 ส.ค. 2561

ชวาหะร์ลาล เนห์รู รัฐบุรุษของอินเดียกล่าวไว้ว่า

“เราอยู่ในโลกอันน่าประหลาดใจที่เต็มไปด้วยความงดงาม เสน่ห์และการผจญภัย ไม่มีคำว่าสิ้นสุดสำหรับการผจญภัยที่เราสัมผัสมันได้ ถ้าเพียงเราเปิดดวงตาค้นหาความงดงามเหล่านั้น ”

และ เซนต์ ออกัสติน กล่าวไว้ว่า

“ โลกเปรียบเสมือนหนังสือเล่มหนึ่ง และคนที่ไม่เคยออกเดินทาง ก็เหมือนอ่านหนังสือเพียงหน้าเดียว ”

ขณะที่กำลังนั่งว่างและหาอ่านบทความเกี่ยวกับการท่องเที่ยวก็เผอิญเจอบทความดังกล่าวด้านบน และสำหรับคนที่เรียนท่องเที่ยวและรักในการท่องเที่ยวอย่างพวกเราอ่านแล้วรู้สึกมีแรงผลักดันอยากจะออกไปค้นหาความงดงามและความสุขที่ไหนสักที่ แล้วโชคก็เข้าข้างพวกเราค่ะ เมื่อทาง ททท. จัดทำโครงการ อส.Social พาเที่ยวชุมชน ซึ่งพวกเราได้มีโอกาสเข้าร่วมด้วยและเป็นส่วนหนึ่งในการโปรโมทการท่องเที่ยวแบบ One Night Stay With Local

และจุดหมายปลายทางของพวกเราก็คือชุมชนการท่องเที่ยวปะทิว (บางสน) จ.ชุมพรค่ะ

การเดินทางของฉันและเธอคือการเรียนรู้

พวกเราเลือกเดินทางโดยการขับรถไปค่ะ ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ 3 ทุ่มครึ่ง ขับรถไปเรื่อยๆเหนื่อยก็พักรวมระยะทางแล้วก็ประมาณ ประมาณ 483 กม. โดยจุดหมายปลายทางที่แรกของเราคือบ้านไม้ชายคลองโฮมสเตย์ที่พักของพวกเรานั่นเองค่ะ

7.30 น. ในที่สุดเราก็มาถึงจุดหมายปลายทางของเรา บ้านไม้ชายคลองโฮมสเตย์ บรรยากาศดีมากๆ เลยค่ะ ที่พักสมกับชื่อโฮมสเตย์เลยค่ะเป็นบ้านไม้ติดริมคลอง ลมโชยเย็นสบายเหมาะกับการมาพักผ่อนอย่าแท้จริง

จากนั้นพวกเราก็ไม่รอช้าค่ะ สำรวจบรรยากาศภายในโฮมสเตย์ เก็บกระเป๋าสำภาระต่างๆเข้าห้องพัก ซึ่งต้องขอบอกห้องพักได้มาตรฐาน มีเครื่องปรับอากาศ หมอนและผ้าห่มให้อารมณ์ความเป็นชุมชนและเตียงนุ่มมากๆเลยค่ะอยากจะทิ้งตัวลงนอนเสียตรงนี้ แต่ความคิดต้องหยุดชะงักทันทีค่ะ เพราะยอดเขาที่สูงที่สุดในอำเภอปะทิวรอให้พวกเราไปพิชิตอยู่ แอบหาข้อมูลมาว่าวิวสวยงามไม่แพ้ที่อื่นเลยค่ะ


ไปให้สุดอย่าหยุดความพยายาม.....เขาดินสอ

8.30 น. หลังจากพักหายเหนื่อยจากการเดินทางแล้ว ความสนุกและความสุขก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วค่ะ เราเดินทางมาถึงจุดชมวิวเขาดินสอโดยรถกะบะคันเก๋าของคุณลุงสมโชคเจ้าของโฮมสเตย์และผู้ดูแลเราตลอดทริปนี้ค่ะ


ละแล้วการเดินทางพิชิตยอดเขาก็ได้เริ่มต้นขึ้น คุณลุงสมโชคบอกว่าขึ้นไปแค่ 800 เมตรเอง ซึ่งพวกเราก็กำลังมีไฟเลยค่ะพลังล้นมากลุยสิค่ะไม่รอช้า ทางเดินขึ้นไปก็จะมีบันไดเป็นช่วงๆแต่จะมีหิน มีปูนเป็นทางให้เดินตลอดทางค่ะ ซึ่งเป็นการเดินขึ้นเขาอย่างจริงจังครั้งแรกในชีวิตของพวกเราเลยค่ะ อาจจะมีหวาดเสียวบ้างแต่สนุกและท้าทายมากกับการเดินฝ่าต้นไม้ พร้อมกับสังเกตธรรมชาติรอบๆว่ามีอะไรสวยงามบ้าง



เดินขึ้นไปสักพักเราก็จะเห็นความอุดมสมบูรณ์ของที่นี่ เห็นดอกไม้ป่า เห็ด สีสันสวยงามที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่เขียวชะอุ่มแห่งนี้

เดินไปได้ถึงประมาณครึ่งทางจากการคาดเดาและให้กำลังใจตัวเอง เราผ่านจุดชมวิวมาแล้วประมาณสองจุด ความเหนื่อยเริ่มกินจิตใจและร่างกาย แต่เมื่อมาถึงทั้งที และไม่รู้ว่าเราจะมีโอกาสได้มาอีกรึป่าว จึงรวมพลังและสู้ต่อไปให้สุดค่ะ คุณลุงสมโชคก็ให้กำลังใจตลอดทางว่าอีกแค่ประมาณ 20 ก้าวเอง ซึ่งลองนับดูแล้วนับก้าวไม่ถ้วนเลยค่ะ ฮ่าๆ คุณลุงเป็นคนน่ารักค่ะ



ในที่สุดความพยายามของเราก็สำเร็จแล้วค่ะ ซึ่งมันคุ้มมากๆ พวกเราก็ไม่ลังเลที่จะสูดหายใจเข้าลึกๆรับอากาศบริสุทธิ์อย่างเต็มปอด ปกติแล้วภาพที่พวกเราคุ้นชินคือรถที่ติดแน่นทั่วท้องถนนและเต็มไปด้วยฝุ่นควัน แต่ภาพข้างหน้าของเราคือสีเขียวของต้นไม้ ป่าภูเขา สีฟ้าของน้ำทะเลที่เรามองเห็น สีขาวของหมอกที่ลอยผ่านตัวเราเลยค่ะ คุณลุงบอกว่าวันนี้หมอกค่อนข้างเยอะเลย อากาศกำลังเย็นสบายความเหนื่อยนี่หายไปทันทีเลยค่ะ

กองทัพต้องเดินด้วยท้อง....บ้านเกาะเสม็ด


11.00 น. จากการขึ้นเขาดินสอได้ดูดพลังของพวกเราไปไม่ใช่น้อย คุณลุงสมโชคจึงพาเรามาเพิ่มพลัง ที่บ้านเกาะเสม็ด มีผู้ใหญ่กร และคุณป้าให้การต้อนรับเราอย่างอบอุ่น

ผู้ใหญ่กรได้สอนพวกเราทำขนมจีนเส้นสด ตั้งแต่การนวดแป้ง จนถึงการบีบแป้งให้เป็นเส้นขนมจีนลงในกระทะ ซึ่งแป้งทำมาจากข้าวเหลืองปะทิวที่เป็นพันธ์ข้าวที่โดดเด่นของปะทิวเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้เครื่องบีบขนมจีนเป็นแบบสมัยก่อนที่ทำมาจากทองเหลืออีกด้วยค่ะ นอกจากจะได้ทำขนมจีนแล้ว ยังได้เป็นแม่ค้าขายขนมด้วยค่ะ ทำไปก็หิวไปเลยค่ะ



สำหรับอาหารมื้อแรกของที่นี่ต้องยกนิ้วให้เลยค่ะ อร่อยทุกอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นขนมจีนน้ำยากุ้งที่คุณลุงสมโชคบอกว่าเป็นการนำท้องนากับท้องทะเลมารวมเป็นหนึ่งเดียวกัน หรือแม้กระทั้งน้ำเคยที่เปรียบเสมือนพริกน้ำปลาของบ้านเรา แต่น้ำเคยที่ทำมาจาก และน้ำมาปรุงรสนิดหน่อยอร่อยจนอยากจะห่อกลับกรุงเทพไปด้วยเลยค่ะ


สำหรับอาหารมือนี้นอกจากจะอิ่มท้องแล้วพวกเรายังได้รับประสบการณ์ดีๆที่พวกเราไม่เคยได้ทำมาก่อน ผู้ใหญ่กร และคุณป้าทุกคนน่ารักมากๆเลยค่ะ



ปอปูมีไข่.....โรงรับจำนำปู


หนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มหย่อนแล้วละค่ะ ยังมีอีกหนึ่งที่ ที่รอให้พวกเราไปเยือนอยู่ นั่นก็คือธนาคารปู ดูแล้วเหมือนจะไม่มีอะไรที่น่าสนใจนอกจากปูและลูกปูใช่ไหมคะ สำหรับพวกเราแล้วที่นี่นอกจากจะมีน้องปูเป็นล้านๆตัวที่รอคอยการถูกปล่อยให้เจริญเติบโตตามธรรมชาติแล้วนั้นยังมีเรื่องราวของการก่อตั้งธนาคารปู ที่กว่าจะได้มาเป็นธนาคารปูที่ประสบผลสำเร็จอย่างวันนี้ ต้องต่อสู้กับคำดูหมิ่น ต้องก้าวข้ามผ่านวิกฤตค่าใช้จ่ายที่ต้องรับผิดชอบกันเอง การไม่ให้ความร่วมมือของคนในชุมชน จนทุกคนเห็นว่าสิ่งที่ทำได้ช่วยให้ทุกคนมีรายได้เพิ่มขึ้นและฟื้นฟูระบบนิเวศ จนกระทั่งมีทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชนมาให้การสนับสนุนในที่สุด ฟังแล้วเป็นอะไรที่ปลื้มใจและมีความสุขไปกับคนที่นี่เลยค่ะ


เข้าวัดทำบุญ....วัดแหลมยาง



ชาร์จพลัง....โฮมสเตย์บ้านไม้ชายคลอง

และแล้วก็ถึงเวลาที่พวกเราจะได้พักผ่อนและดื่มด่ำกับบรรยากาศรอบๆโฮมสเตย์ ถึงแม้ว่าวันนี้จะมีฝนตกทั้งวันแต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเที่ยวของพวกเรา และไม่ได้ทำให้ความสุขของพวกเราลดน้อยลงเลยค่ะ แค่ช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมง พวกเราก็สำผัสได้ถึงความอบอุ่น ความใจดีของทุกคนที่นี่ที่มีให้กับพวกเรา สำหรับวันนี้ก็ยังไม่จบแต่เพียงเท่านี้นะคะ เพราะยังมีอาหารเย็นที่คุณลุงบอกว่าจัดเต็มรอเราอยู่ค่ะ


นอนอิ่มแล้วท้องก็อยากอิ่มบ้างแล้วค่ะ สำหรับอาหารเย็นวันนี้มีทั้งของคราวและของหวาน ได้เป็นแม่ศรีเรือนก็คราวนี้ละค่ะ พวกเราได้ทำแกงหอยพู่กันและ ได้ขูดมะพร้าวจากกระต่ายด้วยค่ะแอบเกร็งไม่เคยทำมาก่อนมะพร้าวก็จะเละๆหน่อยแต่ทุกอย่างที่ทำออกมาอร่อยมาก เพราะมีคุณแม่และพี่แก้วคอยดูแลการปรุงรสอยู่เลยรอดมาได้ค่ะ



ได้เวลาสังหารสำรับอาหารที่วางอยู่ตรงหน้า ตามแพลนของคุณลุงคือจะให้พวกเราทานอาหารและล่องแพชมบรรยากาศริมคลองบางสนจนถึงปากอ่าว แต่ฝันของเราก็ต้องสลายเพราะพี่ฝนได้ตกลงมาอีกแล้วค่ะ แต่ก็ไม่มีสิ่งใดเป็นอุปสรรคต่อความหิวโหยในครั้งนี้ พวกเราจึงทานอาหารกันที่โฮมสเตย์บนโต๊ะอาหารที่สามารถห้อยขาลงไปให้น้องปลาเสือดีดน้ำใส่ ฟินสุดๆไปเลยค่ะ


แจวมาแจวจ้ำจึก.....ล่องแพ


ฝนฟ้าเริ่มสงบลง คุณลุงสมโชครีบพาพวกเราไปชมวิถีชีวิตของผู้คนริมคลองบางสน บรรยากาศเต็มไม้ด้วยบ้านไม่ที่ดูร่มรื่นมีป่าชายเลนอยู่ข้างๆ เรือปะมงที่เป็นเครื่องมือทำมาหากินของผู้คนที่นี่

พวกเราล่องแพมาจนถึงปากอ่าวแล้วค่ะ ก็ถ่ายภาพเป็นความทรงจำว่าครั้งนึงเราได้มาถึงที่นี่แล้ว ที่ปะทิว



หลังจากเต็มอิ่มจากการดื่มด่ำกับบรรยากาศท่ามกลางทะเลยามพลบค่ำแล้วก็ถึงเวลาที่พวกเราจะได้กลับที่พักชาร์จพลังให้เต็มที่สำหรับวันพรุ่งนี้


Day 2

ลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับวันใหม่กระเพาะอาหารก็เริ่มทำงานเหมือนรู้ว่าคุณลุงได้เตรียมอาหารเช้ารอไว้แล้ว อาหารเช้าวันนี้เป็นข้าวต้มปลาค่ะ เนื้อปลาเน้นๆ ทานกันแบบจุกใจไปอีกมื้อเลยค่ะ



รีบๆโตมาเจอกันนะ.....เจ้าปูน้อย


หลังจากเมื่อวานที่พวกเราได้ไปธนาคารปูแล้ววันนี้พวกเราเลยได้มาปล่อยน้องปูให้เจริญเติบโตตามธรรมชาติกันค่ะโดยมีพี่ช้างและคุณลุงชลเป็นผู้ดูแลการปล่อยน้องๆปูในครั้งนี้ค่ะ


โอ้ทะเลแสนงาม....เกาะไข่


ไปค่ะ ไม่พูดพร่ำทำเพลงไปดำน้ำกันค่ะ จุดหมายปลายทางของเราคือเกาะไข่ค่ะ เดินทางโดยเรือประมงก็จะลุยๆหน่อย ยังไม่ทันถึงเกาะก็เปียกแล้วค่ะ


เกาะไข่เป็นเกาะที่ระบบนิเวศอุดมสมบูรณ์มากค่ะ และมีหาดทรายสีขาว เมื่อพวกเราเดินมาถึงบนเกาะก็พบกับซากปะการัง หอยมือเสือ ปลาดาว ปลิงทะเล เป็นต้น


เนื่องจากว่าช่วงที่พวกเรามามีพายุเข้าพอดีค่ะ คลื่นลมก็จะค่อนข้างแรง น่าเสียดายมากที่พวกเราสู้คลื่นไม่ไหวเลยไม่สามารถเก็บภาพปะการังมาฝากทุกๆคนเลยค่ะ แต่แอบเห็นว่าปะการังก็สวยนะคะน้องๆปลาเยอะมากเลยค่ะ ที่เห็นชัดๆก็จะมีน้องปลานกแก้วค่ะ

หลังจากไปดำน้ำเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาที่เราต้องกลับไปพบความจริง ไปต่อสู้กับรถติด ต่อสู้กับงานที่น่าปวดหัวอีกตามเคย สำหรับเวลาสองวันหนึ่งคืนนี้ พวกเราได้รับความสุขแบบเต็มอิ่มมากๆ ที่นี่ เป็นโฮมสเตย์ที่ไม่ได้เป็นแค่บ้านพักสำหรับมาท่องเที่ยวหรือมาพักผ่อน แต่เหมือนกับเป็นบ้านของพวกเราเองเพราะพวกเราได้รับการดูแล เอาใจใส่ที่อบอุ่นและเป็นกันเองมากๆเหมือนเราเป็นลูกหลานของพวกเขาเลยค่ะ ต้องขอขอบคุณโครงการ อส.Social โครงการดีๆจาก ททท. ที่ทำให้พวกเราได้รู้จักที่นี่ค่ะ มีคนกล่าวไว้ว่าจุดหมายปลายทางนั้นไม่ใช่สถานที่ใดที่หนึ่ง หากแต่เป็นการมองเห็นสิ่งต่างๆ ด้วยมุมมองใหม่ต่างหาก ลองมาเที่ยวกันนะคะ แล้วจะหลงเสน่ห์การท่องเที่ยวแบบ One Night stay With Locals



การเดินทางอื่นๆ

  • รถทัวร์ กทม – ชุมพร
  • รถไฟ กทม. – สถานีรถไฟปะทิว
  • เครื่องบิน กทม – ท่าอากาศยานชุมพร

ค่าใช้จ่ายตลอดการเดินทาง

  • ค่าแพ็คเกจทัวร์ 1500 บาท
  • ค่าแก๊ส LPG ขาไปและกลับ รวม 1,060 บาท
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 500 บาท

การติดต่อจองที่พัก

ติดต่อ 080-779-1650 คุณสมโชค

https://m.facebook.com/homestaybangson

ดูรายละเอียดโปรแกรมทัวร์ได้ที่

https://www.1nightstaywithlocals.com/

ความคิดเห็น