Turkey - ตอนที่ 2 อิสตันบูลกี่วันถึงจะพอ รีวิวโดย Aood Around

Istanbul.. วันที่สองของเมืองนี้ ตื่นมาพร้อมกับเช้าที่สดใส วันนี้เราจะพาไปหลายที่หน่อยนะ เช้านี้เรารีบมุ่งหน้าไปที่ Hagia Sophia เลยค่ะ เพื่อไปต่อแถวเข้าไปด้านใน Hagia Sophia ถือว่าเป็น 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลางค่ะ ประวัติของสถานที่นี้น่าสนใจมากๆ ทีเดียว... เราต้องซื้อ Istanbul Muse

Turkey - ตอนที่ 2 อิสตันบูลกี่วันถึงจะพอ

Turkey - ตอนที่ 2 อิสตันบูลกี่วันถึงจะพอ

 วันพุธที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 12.55 น.

 วันที่เดินทาง 20 ก.ค. 2561

Istanbul.. วันที่สองของเมืองนี้





ตื่นมาพร้อมกับเช้าที่สดใส วันนี้เราจะพาไปหลายที่หน่อยนะ เช้านี้เรารีบมุ่งหน้าไปที่ Hagia Sophia เลยค่ะ เพื่อไปต่อแถวเข้าไปด้านใน Hagia Sophia ถือว่าเป็น 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลางค่ะ ประวัติของสถานที่นี้น่าสนใจมากๆ ทีเดียว...


เราต้องซื้อ Istanbul Museum Pass ก่อน ราคา 125 TL (ราคานี้อัพเดท ณ ก.ค. 61) ซื้อได้ที่ตามจุดท่องเที่ยวเลย เราซื้อที่ Hagia Sophia ค่ะ เพราะบัตรเดียวจะสามารถเข้าได้หลายที่

สถานที่ ที่ใช้บัตร Istanbul Museum Pass เข้าได้ ดังนี้ค่ะ

  • Topkapi Palace Museum and Harem
  • Hagia Sophia Museum
  • Archaeology Museum
  • Hagia Irene
  • Turkish and Islamic Arts Museum
  • Chora Museum
  • Museum of the history of science and technology in Islam
  • Galata Mevlevi House Museum
  • Yildiz Palace Museum
  • Rumeli Hisari Museum
  • Fethiye Museum


บัตร Istanbul Museum Pass ค่ะ มีอายุ 120 ชั่วโมง (5 วัน)



Hagia Sophia (ใช้ Istanbul Museum Pass ได้) ผ่านการสร้างมาแล้วถึง 3 ครั้งด้วยกันค่ะ ที่น่าสนใจคือจากเดิมที่เป็นโบสถ์คริสต์ต่อมาถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นมัสยิดค่ะ เพราะอาณาจักรโรมันได้พ่ายแพ้ให้กับสุลต่านเมห์เมดที่ 2.... สุลต่านเห็นว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่สวยงามมากจึงไม่ได้ทำลาย และเปลี่ยนสถานที่แห่งนี้ให้กลายเป็นมัสยิดแทน โดยการที่เอาแผ่นป้ายขึ้นไปแขวนและเอาปูนมาโบกทับรูปภาพเดิม....



จะเห็นได้ว่าในรูปนี้ รูปพระเยซูอยู่ตรงกลาง ระหว่างแผ่นป้ายภาษาอิสลาม


แต่เมื่อเวลาผ่านไปสีที่ทาทับรูปพระเยซูได้ถูกลอกออก Hagia Sophia นี้ด้านในจึงกลายเป็นสถานที่ที่มีทั้งศาสนาคริสต์และอิสลามรวมอยู่ในที่เดียวกันค่ะ


รูปนี้คือรูปยอดฮิตของสถานที่แห่งนี้ค่ะ... จะเห็นได้ว่าปูนได้ลอกออก




Blue Mosque... ถ่ายจากทางออก Hagia Sophia ตั้งอยู่ตรงข้ามกันค่ะ


ต่อไปเราจะพาไปเชยชมพระราชวัง Topkapi กันค่ะ(ใช้ Istanbul Museum Pass ได้) อ่านว่า ทอปกาปี แปลว่าประตูปืนใหญ่ พระราชวังนี้สร้างโดยสุลต่านเมห์เมดที่ 2 ตรงจุดพระราชจะมีส่วนที่ติดกับทะเล

ประตูพระราชวัง Topkapi


เราสามารถมองเห็น Istanbul (ตุรกียุโรปโซนใหม่) และ ตุรกี (โซนเอเชีย)ได้เลย



ภายในพระราชวัง Topkapi สวยงามค่ะ ตกแต่งเป็นสไตล์อิสลาม



ออกจากพระราชวังทอปกาปีแล้วเราแวะไปจิบชาบน Seven Hills Restaurant กันดีกว่า... ร้านอาหารนี้สามารถมองเห็นวิวทั้ง Hagia Sophia และ Blue Mosque เลยนะ สวยงามมากๆ สำหรับใครที่มาตุรกีห้ามพลาดเลยกับชาแอ๊ปเปิ้ล หอมอร่อยมากค่ะ

มุมนี้เห็น Hagia Sophia เลยค่ะ


ขนม Balcava และชาแอปเปิ้ลค่ะ


สถานที่ต่อไปคือ Archaeology Museum (ใช้ Istanbul Museum Pass ได้) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวมวัตถุโบราณหลายยุคหลายสมัยของประเทศนี้เลยค่ะ โดยสถานที่นี้จะอยู่ใกล้ๆ กับพระราชวังทอปกาปี แต่ช่วงที่เราไปกำลังปิดซ่อมหลายตึกเลย

ใครที่ชอบดูพวกวัตถุโบราณพลาดไม่ได้เลยค่ะ


หัวงูของเสาต้นนั้นที่เราเจอวันแรกอยู่ที่นี่เองค่ะ


รูปปั้นเทพโพไซดอน



พอเห็นจุดนี้แล้วทำให้เรานึกถึงซีรี่ย์เรื่อง Game of Thrones ค่ะ

ในฉากห้องที่เก็บพวกใบหน้าที่อารยาเอาไว้เปลี่ยนเป็นคนอื่น



โลงศพสมัยก่อนจะหน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ ทำจากหินอ่อน รูปที่แกะสลักบนโลก และขนาดของโลง

จะต่างกันไปตามยศถาบรรดาศักดิ์ของคนที่อยู่ข้างในโลงค่ะ


หลังจากนั้นเราก็ไปต่อที่ อุโมงค์หรืออ่างเก็บน้ำใต้ดิน Yerebatan Sarnici (ใช้ Istanbul Museum Pass ไม่ได้) ราคาค่าเข้าคนละ 20 TL สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยของจักรพรรดิ์จัสติเนียน ซึ่งปัจจุบันไม่ได้ใช้เก็บน้ำแล้ว แต่ก็เปิดให้นักท่องเที่ยวไปเข้าชมได้ ตอนลงไปแอบกลัว เพราะมันทั้งมืดและชื้นๆ ด้านล่างมีเสาหลายต้นมาก




แต่เสาที่เป็นจุดเด่นสำคัญต้องยกให้เสานี้เลย เสาเมดูซา แต่เมดูซาที่นี่เค้าสร้างไว้แบบกลับหัวบ้าง ตะแคงข้างบ้าง เป็นเพราะว่าความเชื่อสมัยก่อนถ้าเราจ้องตาเมดูซาเราจะกลายเป็นหิน

จุดเด่นของที่นี่ค่ะ เสาเมดูซา แต่อันนี้เป็นตะแคงข้างค่ะ


จุดต่อไปถือเป็นไฮไลท์ของวันเลยจ้า เราจะพาทุกคนไปล่องเรือกัน ระหว่างที่รอเวลาเรือจะออก เราก็แวะไปทานขนมหวานของตุรกีที่ร้านดังประจำประเทศกัน “Hafiz Mustafa” ร้านนี้เป็นร้านเก่าแก่ม๊ากกก


คุณลุงคนนี้น่าจะเป็นคนก่อตั้ง


Turkish Delight ค่ะ... ออกหวาน


โดยส่วนตัวเราชอบ Rice Pudding มากกกก แต่ไม่ค่อยชอบ Orange Pudding เท่าไหร่

ส่วน Turkish Coffee ขมมากค่ะ...


ได้เวลาไปล่องเรือกันละ การล่องเรือนี้เราจะผ่านจุดช่องแคบบอสฟอรัส (ที่เคยเรียนมาในอดีตด้วย แอบตื่นเต้นเล็กน้อย) และเห็นจุดตุรกีโซนเอเชีย และ Istanbul ยุโรปโซนใหม่ ใช้เวลาล่องเรือโดยประมาณ 1 ชั่วโมง ราคาอยู่ที่ 15 TL ลมตีใส่หน้าเย็นสบาย เพลินดี

Bosphorus bridge และ Ortakoy ฝั่งยุโรปค่ะ


ฝั่งเอเชียค่ะ


Maiden's Tower หอคอยกลางทะเล


แล้วเรือก็จะจอดส่งเราที่ใกล้ๆ จุดเดิม เราเลยไปเดินเล่นแถว Galata Bridge เป็นสะพานที่เชื่อมระหว่าง Istanbul ยุโรปโซนเก่า และยุโรปโซนใหม่ เราสามารถเดินข้ามได้เลย บนสะพานก็จะมีคนตกปลามากมาย และใต้สะพายก็จะมีร้านอาหารเยอะมาก แต่เท่าที่สำรวจมาเค้าบอกว่าอย่าไปกิน คนตุรกีชอบมานั่งกันริมน้ำ บ้างก็ตกปลา ตกเสร็จก็โยนให้แมวแถวนั้นกินบ้าง (ที่นี่น้องแมวจรจัดเยอะมากค่ะ แทบไม่ค่อยเห็นน้องหมาเท่าไหร่) แมวนี่กินปลากันสดๆ เลยจ้า บางคนก็กระโดดเล่นน้ำกันตรงนั้นเลย คือออ... ไม่กลัวตัวไปเกี่ยวเบ็ดตกปลากันเลยหรอไง แอบงง




มาต่อกันกับที่บอกเอาไว้ในตอนที่แล้ว Turkey - Istanbul Day 1

เรื่องคนขัดรองเท้าวันนี้ระหว่างทางเดินกลับที่พักตอนกลางคืนเช่นเคยค่ะ เหมือนเดิมเลยค่ะ คนขัดรองเท้าเดินตัดหน้ามา แฟนเราก็พูดว่าเนี่ยๆ เดี๋ยวคอยดูนะเค้าจะทำแปรงตกอีกละ ซ้ากพ้ากกกกก โอ้ยยยย ตกจริงๆ ค่ะ ตกใจดิ แฟนเรานี่ร้องวี๊ดดดดเลย ละก็ไม่มีใครกล้าไม่ช่วย หรือไม่ยุ่งเลยค่ะ กลัวววว แบบอะไรจะเดจาวูขนาดนั้น พอกลับถึงโรงแรมแฟนรีบเสิช google หาข้อมูลทันทีเกี่ยวกับเรื่องคนขัดรองเท้าซึ่งก็ได้ความว่าเค้าจะทำกันแบบนี้แหละ และถ้าเราไปเก็บให้เค้าแล้ว เค้าจะทำท่าเป็นว่าจะขัดรองเท้าเพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจเรา ถ้าเราให้เค้าขัด พอขัดเสร็จเค้าจะเรียกเก็บเงินเรา.... ถ้าเราตุกติกไม่ให้ พวกของเค้าที่แอบอยู่ระแวกนั้นก็จะกรูววววกันออกมาค่ะ โอ้ยยยย ดีนะที่ไม่โดน แต่ตุรกีเป็นประเทศที่ปลอดภัยค่ะ ตั้งแต่เราไปเราไม่เจอคนที่ไม่เฟรนลี่เลย ทุกคนดีหมด ยกเว้นแก๊งค์ขัดรองเท้าเนี่ยแหละ



ความคิดเห็น