ซาปา สีเขียวของนาข้าวสีขาวของสายหมอก รีวิวโดย คน ฟ้า ป่า น้ำ

ซาปา สีเขียวของนาข้าวสีขาวของสายหมอก มันคือความทรงจำบางๆ แต่ตลบอบอวนไปด้วยเรื่องราวดีๆที่ ซาปา นึกถึงที่นี่ทีไร เหมือนสัมผัสกับไอเย็นๆของอากาศยามหน้าฝน มีหมอกลอยระรื่น ร่าเริง ความเขียวขจีขยี้ใจของทิวท้องทุ่งนา มีมากมายก่ายกองเป็นภูเขาเลากา ความสนุก เร้าใจ ชายชาติไทย ที่ต้องขับมอไซค์ฝ่าสายฝน

ซาปา สีเขียวของนาข้าวสีขาวของสายหมอก

ซาปา สีเขียวของนาข้าวสีขาวของสายหมอก

 วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 12.39 น.

 วันที่เดินทาง 16 ก.ย. 2561

ซาปา สีเขียวของนาข้าวสีขาวของสายหมอก


มันคือความทรงจำบางๆ แต่ตลบอบอวนไปด้วยเรื่องราวดีๆที่ ซาปา นึกถึงที่นี่ทีไร เหมือนสัมผัสกับไอเย็นๆของอากาศยามหน้าฝน มีหมอกลอยระรื่น ร่าเริง ความเขียวขจีขยี้ใจของทิวท้องทุ่งนา มีมากมายก่ายกองเป็นภูเขาเลากา



ความสนุก เร้าใจ ชายชาติไทย ที่ต้องขับมอไซค์ฝ่าสายฝน ปนไอหมอก ปะทะอากาศเย็นจนบางครั้งรู้สึกหนาวสั่น ถนนที่เราดำเนินไปตามไหล่เขา สภาพดีบ้างเหี้ยมบ้าง ส่วนใหญ่จะออกไปทางเหี้ยมนะ ขับมุ่งหน้าไปเรื่อยๆ บางครั้งรู้จุดหมายปลายทางบางครั้งก็มั่วไปเหอะ

ทุกอณุสัมผัสที่นี่ ไม่เคยลืมเลือนหายไปจากความทรงจำ บางครั้งอาจเลือนลาง แต่พอคิดถึงที่ไร มันก็ชัดขึ้นมาทุกครั้งนะ…


ชมภาพความทรงจำดีๆที่ซาปาได้ตรงนี้นะ…https://youtu.be/b1u2bn5ZXog


เรื่องราวการเดินทางครั้งนี้ ผ่านมาเมื่อครั้งหนึ่งนานมาแล้ว แต่ยังไม่เคยได้บอกเล่าท้าวความมาก่อนเลย เดือนกันยายน เมื่อครั้งกระโน้นคือ ช่วงเวลาดีๆที่ ซาปา ถึงวันนี้…มันเตือนขึ้นมาให้เราต้องกลับมาขีดเขียงเรื่องราวของ ซาปา สักครั้งเนอะ…



เราออกเดินทางโดยเรือบินจากประเทศไทย มุ่งหน้าสู่ ฮานอย มหานครแห่งความวุ่นวาย ที่นี่ขับมอไซค์กันสนุกมาก การเดินเล่นบนถนนหนทางในเมืองต้องคอยระวังทุกย่างก้าว ทุกย่างก้าวจริงๆนะ



ความวุ่นวายของการจราจรในเมืองฮานอย


ที่ฮานอย เราได้ติดต่อเอเย่นต์ เพื่อจัดการในเรื่องการเดินทางสู่เมือง ซาปา เอเย่นต์จะเป็นธุระ ในเรื่องต่อไปนี้...

รับเราที่สนามบิน จากนั้นจะพาไปที่ออฟฟิศ ให้คำแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในฮานอย 1 วันเต็ม เพราะต้องรอต่อรถไฟไปลาวไก รถไฟออกค่ำๆ

ลาวไก คือสถานีรถไฟปลายทาง ก่อนจะเดินทางต่อด้วยรถตู้อีกประมาณเกือบชั่วโมง ก็จะถึงเมืองซาปา…ไปต่อๆ

เมื่อเราเที่ยวตามคำแนะนำบ้าง มั่วไปเองบ้าง จนไม่รู้จะไปไหนแล้ว ก็กลับมาที่ออฟฟิศ เพื่อรอรถมารับไปส่งที่สถานีรถไฟกรุงฮานอย รถไฟออกประมาณสี่ทุ่ม


สะพานแดงที่ ทะเลสาปฮวานเกี๋ยม…


ถึงสถานีรถไฟลาวไก จะมีรถตู้บริการรับเราไปส่งยังจุดหมายปลายทาง ซาปา ให้มันชัดไปอีกคือไปส่งเราถึงโรงแรม ที่พักที่เราจองไว้ที่เมือง ซาปา จะอยู่นานกี่วัน กี่เดือน หรือจะเป็นปี ก็ไม่ว่ากัน

เมื่อถึงวันกลับ รถตู้ก็มารับเราที่หน้าประตูโรงแรมที่พักนั้นแหละ นำเราสู่สถานีรถไฟลาวไก เราก็ขึ้นรถไฟกลับ ฮานอย

ยัง ยังไม่จบหน้าที่ของเอเย่นต์ครับ เมื่อถึงฮานอย ก็จะมีราชรถมารับต่อไปส่งยังสนามบินฮานอย หน้าที่ของเอเย่นต์ จบครับ

เรื่องการติดต่อเอเย่นต์ เป็นหน้าที่ของน้องที่ร่วมทางไปด้วยกัน เราไม่รู้เรื่องอะไรเลย ใครสนใจคงพอหาข้อมูลได้ไม่ยาก แต่ในที่นี่จะไม่ลงรายละเอียด เพราะอ่านมาหลายเรื่องราว ทุกๆเอเยนต์ ก็ให้บริการคล้ายๆกัน ดีเหมือนกันหมด ไปว่าเรื่องเที่ยวกันต่อ....


ชอบรูปนี้น่ารักดี มีนักท่องเที่ยวเข้ามาแจมด้วย…


เริ่มที่ฮานอยเราต้องรอขึ้นรถไฟ ที่จะเดินทางต่อไป สถานีรถไฟลาวไก รถไฟจะออก เกือบสี่ทุ่ม บินมาถึงฮานอยตั้งแต่เช้า ทำไรล่ะที่นี่...


เที่ยวสิครับ เอเย่นต์ก็พอจะแนะนำได้บ้าง เราก็มีข้อมูลมาบ้าง สรุป หาเฟอกินก็กินตามแบบชาวเวียดนามเลย ร้านไหนคนเยอะกินร้านนั้น จากนั้นก็เดินมันอยู่โซน ทะเลสาปฮวานเกี๋ยมนั้นแหละครับ ไปชมสะพานแดง เดินดูของขายพวกเสื้อผ้า เป้ เป๋า รองเท้ามีเพียบ ก๊อปเกรด A B C D สุดท้ายหาร้านกาแฟนั่งดื่มด่ำ ชมบรรยากาศรอบๆทะเลสาป...


เฟอ อาหารหลักที่นี่…






ประมาณเกือบทุ่มก็กลับมาที่ออฟฟิศ มีเวลาอาบน้ำทำร่างกายให้สดชื่น รอรถมารับไปส่งที่สถานีรถไฟฮานอย สามทุ่มกว่าๆ รถก็มาส่งที่สถานีรถไฟ เรามากัน 4 คนพอดีเป๊ะ 1 ห้องนอน รถออกปุ๊ปก็ได้เวลานิททรา เจอกันพรุ่งนี้เช้าที่ ลาวไก...


สี่คนสี่เตียงพอดีเป๊ะ นอนแล้วนะพรุ่งนี้เช้าเจอกันที่ลาวไก


เสียงสัญญาณปลุกก่อนจะถึงสถานี ลาวไก ซัก 20 นาที รถไฟตรงเวลามั๊กมาก หกโมงเช้า เราก็มายืนอยู่ที่ลาวไกแล้ว รอไม่นานก็มีคนจากเอเย่นต์มาเชิญเราขึ้นรถตู้มุ่งสู่จุดหมายปลายทางใช้เวลาเดินทาง 45 นาที ถึงแล้ว...ซาปา


สถานีรถไฟลาวไก เพิ่งลงจากรถเลยนะเนี่ย…


ด้านหลังคือรถตู้ที่จะนั่งต่อไปซาปา…


เราจองที่พักไว้ที่ Cat Cat View Hotel รถจะมาส่งถึงหน้าโรงแรมเลย อากาศที่นี่ดีมากเลย เย็นสบายๆ มีหมอกบางๆปกคลุมตลอดเวลา


มองจากดาดฟ้าที่พัก แค่นี้ก็อิ่มแล้ว…


มีที่พักแล้วก็ลุยสิครับ...เราทานอาหารเช้าที่โรงแรมก่อนเลย หลังจากนั้นก็เช่ามอไซค์ ที่อยู่หน้าโรงแรมนั้นแหละ ราคาต่อวัน 200 บาท น้ำมันเติมเอง


จัดมื้อเช้ากับวิวขั้นสุด เตรียมตัวลุย เดี่ยวรู้จักกัน ซาปา…


นิดนึงทั่วทั้ง ซาปา มีปั๊มอยู่ปั๊มเดียว จะไปไหนก็ต้องขับไปเติมน้ำมันก่อน (ปัจจุบันน่าจะมีปั๊มเพิ่มแล้วนะ)



Cat Cat Village…


ได้รถแล้วจะไปไหนก็ได้...วันแรกขอเบา เบาก่อน ไป Cat Cat Village ขับมอไซค์จากที่พักไปไม่ไกลมาก ที่นี้จะเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ไม่ใหญ่มาก เป็นหมู่บ้านนาขั้นบันได เหมือนทำไว้เพื่อการท่องเที่ยว เสียค่าเข้าชมด้วยนะ สามารถเดินชมได้รอบหมู่บ้าน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก็แล้วแต่นะบางคนอาจจะนานกว่านั้น เดินลึกเข้าไปจะมีน้ำตกซิลเวอร์ น้ำตกขนาดกลางๆ เดินวนจนรอบหมู่บ้านก็จะกลับมาทางเข้า จบไปหนึ่ง Cat Cat Village









เพลิดเพลินเจริญใจจริง…



น้ำตกซิลเวอร์ น้ำตกขนาดกลางๆ ใน Cat Cat Village


ทางเดินลงน้ำตก…



ชาวเขา เอาลูกมาช่วยขายของที่ระลึก น่ารักดี…



sapa lake…


ออกจาก Cat Cat Village ก็เข้าใจกลางสู่เมืองซาปา ไปเดินเล่นริมทะเลสาป saps lake ไปนั่งเพลินเพลิน ไปหาหนมปังกิน คือแค่นั้นก็มีความสุขแล้วล่ะ อากาศดี พอใกล้ๆค่ำก็ไปหาไรกิน ก่อนกลับที่พัก พรุ่งนี้แว้นซ์กันยาวๆ…






เช้าวันใหม่ วันนี้เราตั้งเป้าแบบไม่ค่อยจะมีเป้าหมาย สอบถามจากผู้เคยมาบอกให้ มุ่งหน้าสู่โทปาส…




เราขับมอไซค์เช่าออกจากซาปา ฝ่าสายฝนโปรยปราย ไม่หนาเม็ดมากนัก จุดหมายปลายทางคือ โทปาส ถามว่า โทปาส คืออะไรเหรอ หมู่บ้าน ตำบล เมือง ไม่ใช่ มันคือ บูติครีสอร์ท แล้วทำไมต้องไป…


คำตอบคือ สิ่งที่ได้เห็นระหว่างทางมันอือหือออออ มันฮือฮาาา มันสุดยอด ไม่รู้จะบรรยายยังไง ไปดูรูปเอาแล้วกันเนอะ มันคือไฮไลต์ของการมาซาปาครั้งนี้เลยทีเดียว…







ต้องใช้คำว่าตะลึงพรึงเพริด สะกดสายตา…ไปชมกันต่อยังไม่หมด












สุขจนล้น…


ใช้เวลา 1 วันเต็มๆ จาก ซาปา ไปโทปาส และโทปาสกลับเข้าเมือง โดยที่หนทางข้างหน้าก็ไม่รู้ว่ามีอะไร แต่พอกลับมาทำให้ทุกวันนี้ไม่เคยลืมเรื่องราวในวันนั้นเลย…


วันนี้เหนื่อยทั้งวันเหนื่อยมาก กลับเข้าเมืองหาสุกี้ซาปากิน ก่อนเดินเล่นในเมือง ในเมืองยามค่ำคืน ก็คึกคักอยู่นะ มีทั้งชาวเขามานั่งขายของที่ระลึกริมทางเท้า ร้านค้าขายพวกกระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า สำหรับนักเดินทางก็มีเยอะมาก คล้ายๆที่ฮานอย สุดท้ายเหนื่อยมากแล้วกลับเข้าที่พัก นอนยาว…


สุกี้ซาปา ร้านอยู่ติดริมทะเลสาบเลย…


เช้าวันนี้เราต้องกลับบ้านแล้ว แต่ก็ยังพอมีเวลาให้ร่อนไปร่อนมา เหมือนเดิม มอไซค์เช่าร้านเดิมคันเดิม


วันนี้เปลี่ยนเส้นทาง ขับไปเรื่อย ไปทางฟานซิปัน วันนี้ฝนค่อนข้างจะหนาเม็ด บรรยากาศก็จะขมุกขมัวหน่อย ที่ฟานซิปัน มีกระเช้าให้นั่งข้ามเขาชม สุดยอดทัศนียภาพของซาปาด้วยนะ แต่เราไม่ได้ขึ้นหรอก เนื่องจากด้วยเวลาและสภาพอากาศ ไม่เสี่ยงดีกว่า ไว้คราวหน้ามาใหม่…


ออกแว้นซ์กันอีกวัน…




แวะไปเรื่อย…



เรื่องราวการเดินทางครั้งนี้ผ่านมาก็นานมาก แต่ไม่นานเกินกว่าความทรงจำที่ยังติดตราตรึงใจ ก่อนกลับสัญญาไว้ในใจว่าจะกลับมาอีกครั้ง เพราะหลงไหลในความอัศจรรย์ของ ซาปา มากมาย…





ความคิดเห็น