บ า ห ลี เ บ บี๋ มาลองชีวิตติดหาดที่ Bubble Hotel @ Bali รีวิวโดย I'm on it

งๆแล้วเราเคยรีวิวโรงแรมนี้ส่วนนึงในเพจ แต่คราวนี้เราขอมาเจาะรายละเอียดในการจองและการเดินทาง รวมถึงข้อมูลที่ทุกๆคนควรรู้ก่อนที่จะเดินทางไปพักที่นี่ เพราะเท่าที่ได้ยินมา มีคนไทยไปพักที่นี่ยังไม่มากเท่าไหร่ และรีวิวยังไม่เยอะนัก เลยอยากจะมาช่วยแชร์ประสบการณ์ของเราเองที่ไปเจอมาบ้าง สำหรับรีวิวเต็มๆของทร

บ า ห ลี เ บ บี๋ มาลองชีวิตติดหาดที่ Bubble Hotel @ Bali

บ า ห ลี เ บ บี๋ มาลองชีวิตติดหาดที่ Bubble Hotel @ Bali

 วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2562 เวลา 14.52 น.

 วันที่เดินทาง 12 ก.ย. 2561

งๆแล้วเราเคยรีวิวโรงแรมนี้ส่วนนึงในเพจ แต่คราวนี้เราขอมาเจาะรายละเอียดในการจองและการเดินทาง รวมถึงข้อมูลที่ทุกๆคนควรรู้ก่อนที่จะเดินทางไปพักที่นี่ เพราะเท่าที่ได้ยินมา มีคนไทยไปพักที่นี่ยังไม่มากเท่าไหร่ และรีวิวยังไม่เยอะนัก เลยอยากจะมาช่วยแชร์ประสบการณ์ของเราเองที่ไปเจอมาบ้าง
สำหรับรีวิวเต็มๆของทริปนี้ เข้าไปดูในลิ้งค์ได้เลยค่ะ
https://www.facebook.com/2149720155258558/posts/23...

สำหรับทริปนี้เกิดขึ้นจากการที่เรานั่งเล่นมองหาที่เที่ยว แล้วก็ไปเจอที่พักอันนึงบนเวป booking ตอนนั้นเรามีความกดจองไปแบบ งงๆ เพราะรูปที่พักนั้นมันดูสวยมากจนอดใจไม่ไหว นั่นแหละ เราถึงค่อยมาหาตั๋วหาคนไปเป็นเพื่อนที่หลัง โรงแรมที่ว่านั้นก็คือ Bubble Hotel Bali
ตอนที่เราจองไป ตอนนั้นบุ๊คกิ้งยังไม่มีความคิดเห็นแสดงด้วยซ้ำ แต่อาศัยลองเปิดดูใน ig ก็เห็นคนเข้าพักดูแฮปปี้ รวมถึงรูปที่ถ่ายมาก็สวยมากๆ สุดท้ายเราก็ตัดสินใจเข้าพักในคืนสุดท้ายของทริปบาหลี
สำหรับราคาช่วงที่เราไปอยู่ที่ประมาน 3พันบาทต่อคืน (เฉพาะห้องเท่านั้น)
https://www.booking.com/hotel/id/bubble-bali.th.ht...
แนะนำว่า ถ้าใครจองผ่านบุ๊คกิ้ง ให้ติดต่อที่พักโดยตรงทาง ig หรือ whatsapp เพื่อขอรายละเอียดที่ตั้งและคำแนะนำต่างๆด้วยจะดีกว่า ซึ่งที่นี่จะมีบริการเสริมหลายอย่าง แต่ราคาก็สูงอยู่เหมือนกัน
เราขอลงรายละเอียดที่เราได้มาบางส่วนให้ดูนะคะ


สำหรับการเดินทาง ให้เราไปตามโลเคชั่นที่ที่ได้รับจากทางที่พักได้เลย เพราะงั้นถ้าเราเช่ารถขับเอง หรือมีคนขับรถให้จะสะดวกกว่ามาก เพราะว่าที่นี่มีแค่ป้ายเล็กๆเท่านั้นเอง และเราก็จะมาถึงจุดนัดพบ

ตอนมาถึงเราก็อึ้งเบาๆ แต่ตรงนี้จะมีพนักงานมารับและรับฝากกระเป๋าใบใหญ่ เพราะเราต้องเดินเท้าต่อไปอีกไกล เพราะงั้นจะเอาของไปแค่ที่จำเป็นสำหรับ 1 คืนเท่านั้นค่ะ หลังจากนั้นเค้าจะมีเอกสารให้เซ็นยินยอม กรณีที่เกิดอุบัติเหตุจากการเดินทาง หรือการเล่นผาดโผนทางที่พักไม่รับผิดชอบค่ะ

ถามว่าต้องเดินต่ออีกไกลแค่ไหน? ก็คือเดินลงเขาไปที่ชายหาด จากรูปข้างล่างคือเราถ่ายตอนถึงครึ่งทาง มีจุดแวะพัก ก้อกลมๆใสๆที่เห็นนั่นแหละคือที่พักของเรา สรุปคือใช้เวลาเดินเท้าขาลงเขาประมาน 40 นาทีได้ ทางลงค่อนข้างชันมาก ใครร่างกายไม่แข็งแรงหรือมีโรคประจำตัว ไม่แนะนำเลยนะคะ

พอเดินมาถึงชายหาดแล้วเราต้องเดินต่อไปอีก ข้างทางก็จะเป็นพุ่มไม้รกๆหน่อย บั้บเบิ้ลแต่ละหลังจะอยู่ไกลกัน แต่ใช้ทางเดินเดียวกันนี่แหละ เพราะงั้นถ้าใครอยู่อันต้นๆ ก็จะมีผู้เข้าพักคนอื่นเดินผ่านบ่อย เราได้หลังที่ 4 เดินต่อไปอี๊กกกก แต่ก็ถึงในที่สุด!!! จังหว่ะนั้นคือหอบแดกไปแล้ว

สำหรับข้างในบั้บเบิ้ล ก็จะมีเตียงนอน ผ้าขนหนู ปลั๊กไฟ พัดลม ประมานนี้ ไม่ค่อยมีอะไรมาก ที่สำคัญคือ เวลาเข้าออกต้องรวดเร็ว จะมียืดยาดไม่ได้ ไม่งั้นแฟ่บนะจ๊ะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน เพราะมันใช้การเป่าลมเข้าไป

มาฝั่งห้องน้ำกันบ้าง อยู่ข้างๆถัดไปจากบั้บเบิ้ลนิดหน่อย มองเข้าไปจากฝั่งชายหาดจะมีพุ่มไม้บังสายตาอยู่ ถือว่าโอเค เพราะบังได้พอสมควร คนที่เล่นน้ำจะมองเข้ามาไม่เห็นเรา แต่ๆๆๆๆ แต่ด้านหลังนั้นช่างเปิดโล่ง ซึ่งมันเป็นทางเดินสำหรับคนที่จะไปห้องต่อๆไป หรือพนักงานที่เค้าเดินเอาของลงมาส่งให้เรานั่นแหละ ตอนที่เราเดินผ่านห้องอื่น ก้อมองเห็นห้องน้ำก่อนเลย 5555




เนี่ยยยย โล่งมาก ข้างหลังชักโครกนั่นคือทางเดินแล้ว ให้ฟีลประหนึ่งคนใส่เสื้อแล้วดันลืมนุ่งกางเกงอะ



พักสายตาจากชักโครกไปเดินเล่นดูบ้าง




เราไปถึงประมาน 4 โมง แดดยังร้อนมาก และแน่นอนว่าไปหลบในบั้บเบิ้ลไม่ได้ ก็เลยไปนั่งหลบที่ศาลาหลังเล็ก ที่เค้าเตรียมไว้ให้หลบแดด รอจะแสงเริ่มอ่อนลง เราถึงออกมาถ่ายรูปต่อค่ะ




ชายหาดตรงนี้น้ำใสมากก คลื่นแรงเหมาะกับการเซิร์ฟ แอบเห็นคนแบกกระดานมาเล่นด้วยแหละ
ส่วนวิวพระอาทิตย์ตกคือดีงามมากนะ





หลังจากเล่นน้ำถ่ายรูปแล้ว เราสั่งบาบีคิวกับทางที่พัก ซึ่งนัดกันไว้ที่ 6 โมงเย็น แต่ปรากฎว่ากว่าจะมาก็ทุ่มครึ่งแล้ว รอจนเบื่อเลย กะว่าจะได้ถ่ายรูปบาบีคิวกับแสงสวยๆหน่อย สรุปมืดตื๋อ แล้วบาบีคิวก็ไม่น่ากินและไม่ค่อยอร่อย ฮาาา ทั้งๆที่ราคาออกจะแสนแพง สงสัยบวกค่เดินมาส่ง




สำหรับค่ำคืนนี้ไม่ต้องกลัวว่าจะเหงา เพราะเรามี รปภ คอยดูแล!!


ในส่วนของน้องวัวนี่ เห็นตั้งแต่เดินลงมาแล้ว นางอาจจะปล่อยบุ๊งทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์บ้าง แต่โดยรวมแล้วน่ารัก คอยอยู่เลมหญ้าเฉยๆ พอดึกๆ นางก้อนอนมันตรงประตูทางเข้าบั้บเบิ้ลนั่นแหละ

ส่วนความพีคในคืนนี้ของเราอยู่ที่ ตอนที่เราไปอาบน้ำกลับมา จู่ๆไฟก็ดับ นี่ก็คิดว่าไฟตกธรรมดา ไม่นาน
คงมา ก็แมสเสจไปบอกเจ้าของ รอไปสิบห้านาทีไฟก็ยังไม่มา แถมบั้บเบิ้ลก็ฟีบจนอยู่ไม่ได้ ต้องออกมารอข้างนอก สรุปคือรอต่อไปอีกครึ่งชั่วโมง คนดูแลถึงมา(เข้าใจว่าพักอยู่ข้างบนเขา) แล้วก็ไปจัดการซ่อมอยู่ซักพักไฟถึงมา รอจนบั้บเบิ้ลฟูอีกครั้งถึงเข้านอนได้ = =;
และนี่คือวิวตอนเช้าของเราค่ะ

ฮัลโหลลลล ชาวบ้านเดินจับหอยจับปูกันเต็มไปหมดเลยจ้าา ความส่วนตัวไม่มีจริงนะจ๊ะ 555
เอาจริงคือมีเดินยาวไปตลอดชายหาด เฉพาะหน้าบั้บเบิ้ลเราก็เห็น 7-8 คนแล้ว

ซึ่งวันนี้เราต้องกลับไทยแล้ว เลยรีบเก็บของเพราะต้องเผื่อเวลาให้ขาเดินขึ้นเขาด้วย ขาลงยังเกือบชั่วโมง ขาขึ้นไม่ต้องสงสัย ล่อไปชั่วโมงนิดๆ เป็นผู้หญิงสตรอง แบกของขึ้นหลังปีนเขาด้วยรองเท้าแตะ!!! ใครจะมา อย่าลืมเอาชุดเดินป่ามาด้วย

สรุปการเข้าพักที่นี่ก็คือ มันไม่เสียหาย ถ้าเราจะลองมาซักครั้ง ฟิตร่างกายมาหน่อย วิวตรงหน้ามันสวยมากจริง แต่ก็อย่าไปหวังความเป็นส่วนตัวอะไรมาก ให้ระวังตัวเองด้วยนิดนึง ในส่วนของอาหาร เราไม่มีทางเลือกมากนักนอกจากสั่งของที่พัก แต่ถ้าใครแบกไหว แบกลงมากินด้วยก็ดีนะ

แล้วเจอกันใหม่รีวิวหน้าค่า
-------------------------------------------------------------------------------------------------

หากมีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ค่ะ
ฝากติดตามทั้งใน readme ::https://th.readme.me/id/imonit.story
และเพจในเฟสบุ๊คด้วยนะคะ :: https://m.facebook.com/imonit.story/


ความคิดเห็น