เที่ยวหาดใหญ่-ปีนัง(มาเลเซีย) เเบบหารเฉลี่ย 4วัน3คืน ด้วยงบเบาๆใครๆก็ไปได้ รีวิวโดย เเบกเป๋า-เที่ยว

สวัสดีคร๊าบบบบบ พบกับเราเพจ เเบกเป๋า-เที่ยว ทริปนี้เราไปเที่ยวเกาะปีนังประเทศมาเลเซียกันในรูปแบบ backpack เป็นการเที่ยวปีนังครั้งเเรก ศึกษาการเดินทางจากการดูรีวิวเเละยูทูปเพื่อเป็นข้อมูลการเดินทาง เเต่ครั้งนี้เราจะนำเสนอรีวิวในรูปเเบบของเรา ปีนังเที่ยวง่ายๆ เเต่ไปไม่ยาก จะเที่ยวครบตามโปรแกรมไหม จะมี

เที่ยวหาดใหญ่-ปีนัง(มาเลเซีย) เเบบหารเฉลี่ย 4วัน3คืน ด้วยงบเบาๆใครๆก็ไปได้

เที่ยวหาดใหญ่-ปีนัง(มาเลเซีย) เเบบหารเฉลี่ย 4วัน3คืน ด้วยงบเบาๆใครๆก็ไปได้

 วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 05.05 น.

 วันที่เดินทาง 15 มิ.ย. 2561

สวัสดีคร๊าบบบบบ พบกับเราเพจ เเบกเป๋า-เที่ยว ทริปนี้เราไปเที่ยวเกาะปีนังประเทศมาเลเซียกันในรูปแบบ backpack เป็นการเที่ยวปีนังครั้งเเรก ศึกษาการเดินทางจากการดูรีวิวเเละยูทูปเพื่อเป็นข้อมูลการเดินทาง เเต่ครั้งนี้เราจะนำเสนอรีวิวในรูปเเบบของเรา ปีนังเที่ยวง่ายๆ เเต่ไปไม่ยาก จะเที่ยวครบตามโปรแกรมไหม จะมีอุปสรรคอะไรในต่างเเดน กับงบเพียง 5000 บาทมีทอน ว่าเเล้วก็เดินทางตามเรามาได้เลยครับ

Day 1 กรุงเทพ - หาดใหญ่

Day 2 เกาะปีนัง - PenangHill- ถนนคนเดิน LoveLand

Day 3 วัด Kekleksi -Street Art - สตรีทฟู๊ด Gurney Drive

Day 4 หมู่บ้านชาวประมง Chew Jetty -หาดใหญ่ตลาดกิมหยง - กรุงเทพ

ทริปนี้เราเน้นเที่ยวเเนว backpack กับงบที่จำกัดตลอดทริปน๊าาาาาา

วันที่ 15 มิ.ย.61 เรารวมพลกันที่สนามบินดอนเมืองกันในเวลา 18.00 น.เครื่องออก 19.55 น.เอาเข้าจริงเครื่องออกจากสนามบินดอนเมือง 20.55น. ถึงหาดใหญ่ 22.05 น. เล่นถึงซะดึกเลยเหมือนเป็นการต้อนรับทริปเราซะงั้น

▶️เราลงเครื่อง ก็จะมีรถตู้ของโฮลเทลมารอรับไปยังที่พัก เราพักกันที่ Hat yai dee hostel พิกัดใกล้สถานีรถไฟเพียง200 เมตร เท่านั้นใกล้เเหล่งของกินด้วยนะ ที่พักเป็นโฮสเทลสำหรับนักเเบ๊คเเพ๊ค มีทั้งห้องเดี่ยวเเละเตียง2ชั้น ห้องน้ำรวมเเต่อยากบอกว่าสะอาดมากกกก อ่อ เป็นห้องแอร์ด้วยนะ ทีวี เคเบิ้ลพร้อม ตอนเช้าๆฟรี ชา กาเเฟ ด้วยนะ สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 091-0492737,074818737 หรือที่เฟสบุค▶️▶️ https://www.facebook.com/HATYAIDEEHOSTEL/ ◀️◀️

▶️วันเสาร์ที่ 16-6-61 เราออกจากโรงเเรมเเต่เช้าเพื่อเดินทางไปสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ ระยะทางเพียง200 เมตร เลยเดินกันชิลๆ

ตอนเเรกจะตัองเป็นรถไฟแดวูปรัอากาศรถนั่งชั้น2 เเต่เนื่องจากรถปรับอากาศพ่วงเเค่3ตู้จึงไม่เพียงพอต่อความหนาเเน่นของผู้โดยสาร จึงเปลี่ยนมาใช้รถชั้น3 เน้นรับลม อิอิ รถไฟที่วิ่งจาก หาดใหญ่ - ปาดังเบซาร์ จะมีวิ่งวันละ 2รอบ คือไป-กลับ วันละ4 ขบวน ออกจากหาดใหญ่ 07 30 น. เเละ 13.05 น. ค่าโดยสารคนละ 50 บาท

▶️รถไฟออกจากสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ในเวลา 07.30 น. ถึงปาดังเบซาร์ในเวลา 08.25 น.


▶️08.25 น.เราถึงสถานีปาดังเบซาร์ตามเวลา เเต่มาถึงที่นี่อย่าลืมปรับเวลาเป็นของประเทศมาเลเซียนะ เค้าจะเร็วกว่าประเทศไทย +1ชั่วโมง (เวลามาเลยตอนนี้คือ 09.25 น)
หลังจากลงรถไฟขั้นตอนเเรกที่จะทำคือ
▶️1 วิ่งไปชั้น2ของสถานีเพื่อซื้อตั๋วรถไฟไปลง บัตเตอร์เวิธ ค่ารถคนละ 11.40 RMY (ริงกิต)
▶️2 หลังจากซื้อตั๋วเเล้วลงมาชั้น1 เพื่อทำเรื่องปั้ม Pass sport ออกจากประเทศไทย เเล้วต่อเเถบปั้ม Pass sport เข้าประเทศมาเลเซีย 2ขั้นตอนนี้ใช้เวลาราวๆ 30นาที เสร็จเเล้วก็มายืนชิลๆรอรถไฟที่ชานชลาที่2 ได้เลย



▶️ 10.25 น (เวลา มาเลเซีย) รถไฟออกจากสถานีปาดังเบซาร์ ถึงปลายทางสถานีบัตเตอร์เวิธ ในเวลา 12.15 น. รถคันที่เราโดยสารมาจะเป็นรถชานเมือง KOMUTER คล้ายๆ BTS บ้านเรา 1ขบวนมี6 ตู้ เเบ่งเป็นตู้เลดี้คาร์2ตู้ด้วยนะ ช่วงเช้ารถมีวิ่งทุก1ชั่วโมง/ขบวน ช่วง10.25 น.-14.25 น. จะวิ่งทุก2ชั่วโมง/ขบวน หลัง 15.25น. -21.25น. ก็จะวิ่งทุก1ชั่วโมง/ขบวนเหมือนเดิม


▶️หลังจากลงรถไฟเเล้ว เราก็เดินไปขึ้นรถเมล์ฟรีรับส่งจากสถานีรถไฟบัตเตอร์เวิธไปยังท่าเรือเพื่อข้ามไปเกาะปีนัง


▶️วันที่เราไปคือเพิ่งหมดเทศกาล "ฮารีรายอ" พอดีคนเลยเยอะมากๆคล้ายเทศกาลปีใหม่หรือสงกรานต์บ้านเรา ก็รอต่อเเถวเพื่อขึ้นเรือข้ามฟากกันนานเลย เราได้ขึ้นเรือในเวลาราวๆ 14.00 น. ค่าเรือคนละ 1.20 RMY ตั๋วนี้ซื้อเฉพาะขาไปนะ ขากลับไม่ต้องซื้อเเล้ว เรือที่ใช้ข้ามเป็นเรือขนาดใหญ่บรรทุกรถยนต์ได้ด้วยนะ เรือใช้เวลาข้ามเกาะราวๆ20นาที บนเรือมีขนมขายด้วยละ ^^



เห็นเกาะเเว้ววววววว



▶️ลงจากเรือ เราก็งงๆกันเลย ต้องเพิ่งพา google map เพื่อนำทางไปยังที่พักที่เราจองไว้ล่วงหน้า (เเนะนำโหลดเเผนที่ google เเบบ off line ไว้ล่วงหน้า) ที่พักห่างจากท่าเรือราวๆ 700 เมตรเท่านั้น


▶️เราพักกันที่ "Red inn court" เป็น holtel ห้องแอร์เตียง2ชั้น ราคาไม่เเพงมาก เเต่ที่เเพงคือค่าเซอร์วิสชาร์จชาวต่างชาติ อย่างพวกเราไปก็เจอชาร์จนอกเหนือจากชาร์จค่าหัวชาวต่างชาติคนละ 10 RMY เพิ่มมาคือค่า ภาษีชาวต่างชาติ5% ค่าภาษีท้องถิ่น2% ที่นี่มีอาหารเช้าเป็นพวกชา กาเเฟ ขนมปังปิ้ง ผลไม้ ให้ฟรีด้วยนะ


▶️16.00 น. เราจะไป penang hill ซึ่งต้องเดินไปป้ายรถเมล์ใกล้ที่พัก เรามองป้ายไหนเขียน komtra เราก็ขึ้นหมด 55 เพื่อไปลงที่ Komtra ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมรถเมล์ของเมืองปีนัง รถเเทบทุกสายต้องมาเริ่มต้นที่นี่ ราคารถเมล์ที่ปีนัง จะเริ่มต้นที่ 1.40 RMY /1เที่ยว 1 คน

▶️ ถึง komtra เรารอรถเมล์สาย 204 ยืนรอเลนที่2 เพื่อไปลงสุดสายที่ penang hill รถใช้เวลาวิ่งราวๆ 40 นาที ค่ารถ 2.00 RMY (ลืมบอกรถเมล์ที่ปีนังจะไม่มีการทอนเงินนะ ต้องหาไปให้พอดี )



▶️16.40 น.เราถึง penang hill ก็ไปซื้อตั๋วคนละ 30 RMY เพื่อขึ้นรถรางไปยังด้านบนของ penang hill เเต่............ คนเยอะม๊ากกกกกกก ถึงมากที่สุด เรายืนรอนานม๊ากกกก บอกเเล้วอย่าตกใจนะ เรายืนกัน 3ชั่วโมง เพื่อต่อคิวขึ้นรถราง ด้านบนจะมี Sky walk ให้ถ่ายรูป อยากบอกว่าสวยมากๆกับบรรยากาศ 360° ยามค่ำคืนของเมืองปีนัง Penang hill ยังมีจุดให้เที่ยวอีกเยอะมากกกก

▶️จุดๆนี้ sky walk จะเป็นจุด High light ที่ใครๆมา penang hill ต้องมาถ่ายรูปที่นี่ ไม่เชื่อลองมาเเล้วใครมาถึงที่นี่เเล้วไม่ถ่ายรูปที่นี่เราไม่เชื่อเลย ^^


▶️Penang hill เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในปีนัง รู้จักกันดีในนามของ Bukit Bendera ยอดเขาแห่งนี้มีความสูงประมาณ 833 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นจุดชมวิวเมืองปีนังและท้องทะเลโดยรอบที่สวยที่สุด โดยนักท่องเที่ยวสามารถที่จะนั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นไปยังด้านบน มีระยะทางประมาณ 1,996 เมตร จะมีสถานีย่อยระหว่างทางเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมในจุดต่าง ๆ


หลังจากเที่ยว Penang hill เสร็จเราก็ต่อเเถวเพื่อที่จะลงรถรางกลับที่พัก ขากลับไม่ธรรมดาอีกต่อเเถวลงอีก 1ชั่วโมง รถเมล์รอบสุดท้ายจาก penang hill คือ 22.00 น.ถ้าไม่ทันต้องเรียก Geab อย่าเดียวน๊าาาา 😁


ตกดึกเราไปเดินย่านถนนคนเดิน Love Land กันซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พัก

ถนนเส้นนี้มีของกินล้วนๆ 55วันอาทิตย์ที่ 17-6-61 ตอนเช้าเราออกกันเเต่เช้าเพื่อไปเเวะกินอาหารเช้าเเละเที่ยวชมวัด kek lok si (หรือวัดเขาเต่า) ซึ่งเป็นวัดจีนที่ใหญ่ที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาอีร์อิตัม


▶️เราใช้วิธีเดินทางเเบบเดิมคือหารถเมล์ไปลงที่ Komtra เเล้วรอรถเมล์สาย 201,202 เเต่เราเลือกสาย 203 เพราะจะไปสุดสายที่วัด kek lok si เลย ยืนรอเลนที่2 ค่ารถคนละ 2.00 RMY รถใช้เวลาวิ่งราวๆ 30 นาที เราสามารถลงหน้าวัด Kek lok si ได้เลย หน้าวัดจะเป็าคล้ายๆตลาดเช้าบ้านเรา เน้นอาหารจีนเป็นส่วนใหญ่ เราเเวะกินข้าวกันที่นี่



▶️หลังจากกินข้าวเช้ากันอิ่มเราก็ใช้วิธีเดินเท้าขึ้นมายังวัด kek lok si ระหว่างทางเดินขึ้นมีจุดถ่ายรูปเยอะม๊ากกก จุด high light ของที่นี่คือรูปปั้นเจ้าเเม่กวนอิมองค์ใหญ่ อยู่บนจุดสูงสุดของวัด การที่จะขึ้นไปนมัสการรูปปั้นเจ้าเเม่กวนอิมจะต้องเสียค่าขึ้น ลิพท์คนละ 6.00 RMY ด้วยนะ


▶️วัด kek lok si เป็นวัดจีนที่มีสถาปัตยกรรมชาวจีนเเบบ 100% ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศรอบๆวัดหรือสิ่งปลูกสร้างทำให้คิดว่าอยู่เมืองจีนจริงๆ มีสิ่งที่น่าสนใจ อาทิ หอสวดมนต์ เจดีย์ หอระฆัง และสระเต่า เที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี วัดแห่งนี้สามารถเข้าได้ตั้งแต่เวลา 07.00-21.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชม


▶️วัด kek lok si มีสถานที่ให้ถ่ายรูปเยอะมาก อยู่ครึ่งวันก็ไม่เบื่อ เชื่อไหม เพราะที่นี่มีทั้งจุดขายของฝาก เเละของที่ระลึกเยอะมาก เราใช้วิธีเที่ยวกันตามอัธยาศัยเเล้วนัดเวลาเจอกัน

▶️ตอนกลับจากวัด kek lok si เราก็มายืนตรงจุดที่เราลงรถเมล์ตอนเเรก รอขึ้นรถเมล์สาย 202, 203 เพื่อกลับไปยัง Komtra ค่ารถขากลับ คนละ 2.00 RMY


▶️Komtra เป็นศูนย์รวมการคมนาคมและช็อบปิ้ง
รถเมลทุกสายจะผ่านมาที่ตึกนี้ สามารถต่อรถเมลไปยังที่ต่างๆได้จากที่นี่ ตึกคอมต้าเป็นตึกทรงกระบอกที่ดูสูงโดดเด่นกว่าตึกอื่นๆ และบริเวณรอบก็เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า ด้านบนมี Sky walk สำหรับชมวิวด้วยนะ


▶️จาก komtra เรานั่งรถเมล์ฟรี (สังเกตุคำว่า CAT เเสดงว่าเป็นรถเมล์ฟรี ) นั่งมาลงใกล้ที่พักเเล้วก็เเยกย้ายกันเดินเล่น Street art ในเมือง "George Town” ลักษณะของอาคารก็จะเหมือนกับเมืองชิโน – โปรตุกีสที่ภูเก็ตบ้านเรา


จากนั้นก็เดินเเยกย้ายเก็บภาพบรรยากาศของ George Town ในแบบฉบับออเดิร์ฟกันเล็ก ๆ น้อย ๆ เเต่เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันน

▶️ภาพเขียนผนังก็จะมีอยู่ตามจุดต่าง ๆ หากใครมีแผนที่เพื่อมาตามล่าถ่ายภาพเหล่านี้ให้ครบก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนุกสุดๆเลยละ



▶️ตกเย็นเรามาเดินเล่น Gurney Drive หรือ Street food โดยเริ่มต้นจากตึก KOMTAR นั่งรถเมล์สาย 103 ค่ารถ 1.40 RM ไปลงที่ห้าง Gurney plaza เเล้วเดินตรงไแทะลุหลังห้างก็จะเจอ Gurney Drive ซึ่งเป็นแถบชายทะเลของเกาะปีนัง


สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจะเป็นอาหารพื้นเมืองของที่นี่ครับ และย่านนี้เป็นอีกย่านที่นักท่องเที่ยวจะชอบมาพักกัน เพราะทั้งบรรยกาศดีในแบบชานเมืองไม่แออัดนัก แต่มีทั้งห้างสรรพสินค้า (Gurney Plaza) ร้านอาหารหลายสิบร้านที่สามารถหาอะไรกินได้ตลอดทั้งคืน มาแถวนี้เที่ยวคุ้มแน่นอน ของกินที่ Gurney Drive จะเริ่มขายตั้งแต่ช่วงเย็นๆ บรรยากาศครึกครื้นมาก มีผู้คนเดินผ่านไปมา เสียงตะโกนขายของจากพ่อค้าแม่ค้า ได้บรรยากาศสำหรับการมาท่องเที่ยวดีครับ


▶️ที่นี่ไม่ได้ขึ้นชื่อในเรื่องของทะเลสักเท่าไหร่ จริงๆก็ตั้งใจมาเดินดูทะเลด้วยเเกละ เเต่พอมาถึงจริงๆ อ่าววว เฮ้ย !! ทะเลโดนถมเรียบร้อย T__ T เเต่วันที่เรามาดันเจอฝนตกหนักเลย

อ้าวเห้ย ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่นา !! กำลังนั่งกินอยู่ดีๆพายุเข้าซะังั้นเลยต้องวิ่งมาหลบกันในห้าง

▶️ขากลับเราออกมาหน้าห้าง ที่ห้าง Gurney plaza เเล้วเดินข้ามถนนเเล้วเดินตรงไปสุดซอยจะเจอสามเเยก ให้เลี้ยวซ้ายก็จะเจอป้ายรถเมล์ โดยเรานั่งสาย 102 มาลงที่ KOMTAR ค่ารถ 1.40 RMY เเล้วก็เดินเล่นๆมาเรื่อยๆกลับมายังที่พัก



ค่ำคืนนี้เราฝากท้องกันที่ Love Land ที่เดิมเพิ่มเติมเข้ามาคืของกินยร้านค้ามากกว่าเมื่อวาน



▶️เช้าวันที่18 มิ.ย สถานที่แรกที่วันนี้เราจะไปสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งปีนังก็คือ “Chew Jetty” เป็นชุมชนชาวบ้านที่มีการสร้างบ้านอยู่ริมทะเล ลักษณะคล้าย ๆ ตามท่าเรือขนาดย่อม ๆ บ้านเราที่ใกล้แหล่งประมงโดยเป็นทางเดินไม้เดินเข้าซอยไปเดินชมได้จนสุดซอย เปิดให้เที่ยวตั้งเเต่ 09.00 - 21.00 น.


▶️Chew Jetty ชุมชนแห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณจอร์จทาวน์ ใกล้กับ Penang Ferry Terminal บ้านเรือนต่าง ๆ จะเป็นอาคารไม้เก่าแก่ ผสมผสานกับศิลปะแบบจีน สามารถเดินเที่ยวชมได้ตลอดทั้งวัน มีร้านค้า ร้านขายของที่ระลึก พร้อมทั้งยังมีบรรยากาศเงียบสงบ ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ชุมชนแห่งนี้น่าหลงใหล
▶️การเดินทางไปหมู่บ้านชาวประมงนั้นก็ง่ายมากๆ สามารถขึ้นรถที่ตึก Komtar ในเมืองจอร์จทาวน์ได้เลย โดยให้ขึ้รถที่มีป้าย CAT Jetty ที่หน้ารถ ค่าโดยสารคนละ 2 MYR ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที...... เเต่เราใช้การเดินไปนะ อิอิ


▶️เราเช็คเอาท์จากโฮลเทลในเวลา 09.30 น. เเล้วเดินเท้ามายังท่าเรือเพื่อข้ามเกาะไปขึ้นรถไฟที่สถานีบัตเตอร์เวิธ ขากลับไม่ต้องซื้อตั๋วเเล้วนะ เรือออกทุก 20-30 นาที



▶️ขากลับเรานั่งรถเมล์ฟรีจากท่าเรือมายังสถานีรถไฟบัตเตอร์เวิธ ซื้อตั๋วคนละ 11.40 RMY




ซึ่งเราเลือกกลับรถไฟรอบ 12.25 น.จากสถานีบัตเตอร์เวิธ เพื่อที่จะถึงปาดังเบซาร์ในเวลา 14.15น. (เวลามาเลเซีย หรือ 13.15 น.เวลาไทย)


▶️เมื่อรถไฟมาถึงสถานีปาดังเบซาร์ 14.15น. (อย่าลืมปรับเวลา -1ชั่วโมงเป็นเวลาประเทศไทยนะ เวลาไทยคือ 13.15 น.) เราก็ทำเรื่อง ปั้ม Pass sport ออกจากประเทศมาเลเซีย เเล้วทำเรื่อง ปั้ม pass sport เข้าประเทศไทย เอ่อ !! ลืมบอกว่าขากลับนี้เราจะต้องยืนรอให้คนที่โดยสารรถไฟมาจากหาดใหญ่ ทำเรื่องออกนอกประเทศให้เสร็จก่อนนะ เราถึงจะทำเรื่องเข้าประเทศไทยได้



เมื่อรถไฟถีงหาดใหญ่เเล้วเราได้เดินไปฝากกระเป๋าที่โรงเเรม Hat yai dee hostel เพื่อที่จะเดินเล่นตลาดกิมหยงเพื่อรอเวลาไปสนามบินหาดใหญ่เพื่อกลับกรุงเทพ กราบบบบบ ขอบคุณ Hat yai dee hostel อีกครั้งครับที่อำนวยความสะดวกในการเที่ยวครั้งนี้


▶️20.30 น.รถตู้ของทาง Hat yai dee holtel ก็พาเรามาส่งที่สนามบินนานาชาติหาดใหญ่เพื่อกลับกทม (ดอนเมือง)



▶️เรากลับโดยสายการบินนกเเอร์เที่ยวบิน 21.55 น. ถึงสนามบินดอนเมืองในเวลา 23.05 น. โดยสวัสดิภาพ


▶️ทริปนี้จบทริปอย่างสมบุรณ์เเละปลอดภัยเพราะเกิดจากความร่วมมือ เกิดจากเที่ยวกันอย่างมีวินัย ของสมาชิกทั้ง22 คน เป็นอีก1ทริปที่สนุกเเละตื่นเต้นกับบางสถานการณ์ที่นอกเหนือการคำนวนไว้ เเต่เราก็เที่ยวกันได้กลับที่พักกันถูก ต่างคนต่างที่มา บางคนไปครั้งเเรก บางคนไปคนเดียว บางคนไปเป็นคู่ เเต่สุดท้ายเราเที่ยวด้วยกันเราเป็นเพื่อน เป็นพี่เป็นน้องร่วมเที่ยวกัน ขอบคุณครับ #เที่ยวครบใช้งบน้อย




ทริปนี้ขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีที่สนับสนุนการเดินทางในครั้งนี้ด้วยกับ "Boost up"➡️➡️ Boost up อุปกรณ์ประหยัดน้ำมัน 15-35% ทางเลือกของคนยุคใหม่ ไอเท็มในปี 2018 ที่รถทุกคันต้องมี /ไม่ต้องเจาะรถ /ไม่ต้องจูนเครื่อง /ไม่ต้อง Remap /ไม่ต้องเสี่ยงเครื่องพัง /รถใหม่ไม่หมดประกัน.➡️เครื่องแรง รอบนิ่ง ลดปัญหาควันดำ ผู้คิดค้นอุปกรณ์ประหยัดน้ำมัน #นวัตกรรมเปลี่ยนโลก สนใจคลิ๊กเพจ ⬇️https://www.facebook.com/boostupbydudeeclub/.....ขอบคุณที่ทนอ่านจนจบ หรือจะดูเเต่ภาพเราก็ดีใจเเล้ว รีวิวนี้อาจจะเป็นประโยชน์สำหรับเป็นเเนวทางให้ผู้ที่รักการท่องเที่ยวไม่มากก็น้อย

......เเล้วพบกันใหม่กับพวกเรา "เพจเเบกเป๋า-เที่ยว" กับสโลเเกน "เที่ยวครบ ใช้งบน้อย" กดติดตามพวกเราได้ที่ เพจเฟสบุค https://www.facebook.com/Taeremixinfinitys/ ....ขอบคุณครับ เจอกันใหม่ในทริปหน้าครับ⬅️

ความคิดเห็น