หน้าฝนนี้ลองนั่งรถไฟ ลุยอุทยานเเห่งชาติขุนตานกันไหม 3วัน2คืน รีวิวโดย Taeremix

...... กร๊าบบบ สวีดัส สวัสดีครับ พับกบ พบกับ !! กันอีกเเล้วกับ "#เดี๋ยวพาไป" เพจท่องเที่ยวที่จะทำให้คุณรู้ว่า " #โตเเล้วเที่ยวไหนก็ได้" ทริปนี้เราไปเดินป่าพิชิตยอดเขาขุนตาลมาเลยจะมารีวิวคร่าวๆให้ฟังกัน ...... โดยทริปนี้นั่งรถไฟกรุงเทพ-ขุนตาน ไปนอนบ้านพักอุทยาน ย.3 เเบบงงๆ 55 เเละเเวะเที่ยวแบบชิวๆ 3

หน้าฝนนี้ลองนั่งรถไฟ ลุยอุทยานเเห่งชาติขุนตานกันไหม 3วัน2คืน

หน้าฝนนี้ลองนั่งรถไฟ ลุยอุทยานเเห่งชาติขุนตานกันไหม 3วัน2คืน

 วันพุธที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2564 เวลา 17.26 น.

 วันที่เดินทาง 4 ส.ค. 2564

...... กร๊าบบบ สวีดัส สวัสดีครับ พับกบ พบกับ !! กันอีกเเล้วกับ "#เดี๋ยวพาไป" เพจท่องเที่ยวที่จะทำให้คุณรู้ว่า " #โตเเล้วเที่ยวไหนก็ได้" ทริปนี้เราไปเดินป่าพิชิตยอดเขาขุนตาลมาเลยจะมารีวิวคร่าวๆให้ฟังกัน

...... โดยทริปนี้นั่งรถไฟกรุงเทพ-ขุนตาน ไปนอนบ้านพักอุทยาน ย.3 เเบบงงๆ 55 เเละเเวะเที่ยวแบบชิวๆ 3 วัน 2 คืน เรียกได้ว่าเป็นทริปที่สนุกเเละงงๆ เเต่ก็ที่พักหลักร้อยวิวหลักล้านที่เรียกว่าดีมาก
..... ที่ขุนตาลเป็นเที่ยวคนไม่เยอะ เงียบสงบ เหมาะสำหรับนักเดินป่า นักถ่ายภาพนักล่าทางช้างเผือก ที่นี่เราจะได้สัมผัสกับธรรมชาติกันแบบเต็มๆ

...... เเละที่นี่ยังเป็นอุทยานแห่งชาติที่เดียวในประเทศไทยที่สามารถนั่งรถไฟมาถึงแล้วเดินเที่ยวขึ้นอุทยานได้เลย

เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่าครับ คือว่าทริปนี้เรารวมตัวกันเที่ยวเเนวเเบ็คเเพ็ค โดยโปรเเกรมของเราคือ นั่งรถไฟ เดินป่า เเว้นมอไซร์ นอนเต้นท์ หวยเลยมาออกที่ขุนตาน 1คืน - เชียงใหม่ 1คืน โดยที่เราจัดการติดต่อทุกอย่างไว้ล่วงหน้าก่อนวันเดินทางเพียง 1อาทิตย์เท่านั้น ก่อนมาต้องทำการจองคิวเข้าอุทยานผ่านเเอพ QUEQ ก่อน เพื่อเป็นการลงทะเบียนเข้าอุทยานด้วยนะครับ ว่าเเล้วเดินทางตามเรามากันได้เลยครับ

Day 0
....... ทริปนี้เรารวมตัวกันที่สถานีรถไฟหัวลำโพงในเวลา 18.00 น. เพราะเราจะเดินทางกันด้วยรถไฟไปลงที่สถานีขุนตานกับรถไฟรอบ 19.35 น.กันครับ

เราได้จองตั๋วรถไฟล่วงหน้าผ่านระบบการจองผ่านคอลเซ็นเตอร์ เบอร์ 1690 เพื่อสำรองที่นั่งล่วงหน้าครับ โดยโทรไปเเล้วเจ้าหน้าที่จะทำการจองตั๋วให้เรา เเล้วเเจ้งเลขรหัสให้เราไปรับตั๋วรถไฟที่สถานีไหนก็ได้ภายใน24 ชั่วโมงครับ เราว่ามันสะดวกดีนะ

โดยรถไฟที่เราใช้เดินทางเป็นขบวนรถด่วนพิเศษขบวนที่ 13 ต้นทางกรุงเทพ ปลายทางเชียงใหม่เเต่เราซื้อตั๋วลงที่สถานีขุนตาน
...... เราจองเป็นรถนอนปรับอากาศชั้น2 ในราคาเตียงบน 749 บาท เตียงล่าง 818 บาท โดยรถไฟจะออกจากกรุงเทพในเวลา 19.35 น.. เเละจะถึงสถานีขุนตานในเวลา 07.35 น.ครับ

Day 1
........ หลับเพลินๆก็ตื่นขึ้นมากับเช้าวันใหม่พร้อมกับวิวสวยๆสองข้างทางรถไฟ เเต่เเล้วก็มีเรื่องเซอร์ไพร์กับเราจนได้ 555 คือวันที่เราเดินทางมีขบวนรถไฟก่อนหน้าเราตกรางที่สถานีบ้านใหม่ จ.พิษณุโลกช่วงเย็นวันที่เราเดินทาง รถไฟเลยเสียเวลารอเปิดทาง ช้าร่วม 5 ชั่วโมง เเต่เรามารถเเอร์ไง เลยชิวๆ ถือว่าเเถมให้เราเเล้วกัน 555

เราชอบการเดินทางด้วยรถไฟนะ เราว่ามันปลอดภัยมาก ได้นอนเต็มอิ่ม ที่นอนกว้าง นุ่มสบาย ได้เห็นวิวสวยๆตลอดสองข้างทาง มันจะเพลินๆหน่อยเวลาเห็นรถไฟวิ่งผ่านภูเขาลูกนั้นที ลูกนี้ที สลับกับป่าสีเขียวๆ มันทำให้การเดินทางที่เหมือนจะยาวนานกลายเป็น " ระหว่างทางมันเพลิน" จนลืมไปว่า "ระยะทางมันไกลเเค่ไหน" เเล้วเราเชื่อว่าทุกการเดินทางมักมีเรื่องราวเเล้วเรื่องเล่าเสมอ ลองครับการเดินทางโดยรถไฟเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เราเเนะนำ

เเละเเล้วรถไฟก็มาถึงสถานีขุนตานในเวลา 12.20 น.จากกำหนดเวลาเดิม 07.35 น. ถึงจะช้าเเต่เราก็ถึงโดยปลอดภัยนะ 55

สถานีรถไฟขุนตานที่นี่นอกจากจะเป็นสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในประเทศไทยเเล้ว ที่นี่ยังมีอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทยในปัจจุบันคืออุโมงค์ขุนตาน​โดยในอนาคตอันใกล้นี้จะโดนทำลายสถิติลงกับอุโมงค์รถไฟเเห่งใหม่​เเต่ถึงอย่างไรอุโมงค์ขุนตานยังคงความขลังที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน ที่สถานีรถไฟ​ หากลงรถไฟที่สถานีขุนตานเเล้วเราสามารถเดินขึ้นไปยังอุทยานเเห่งชาติขุนตานที่อยู่ด้านบนได้​ หรือจะมาพักที่บังกะโลใกล้สถานีรถไฟก็ยังได้​ ทั้งนี้ทั้งนั้นเราสามารถได้ฟิวเสพบรรยากาศเเบบนี้โดยการเดินทางด้วยรถไฟเท่านั้น

ลงจากรถไฟเเล้วเราได้เเวะเติมพลังงานกันที่ร้านอาหารติดสถานีรถไฟขุนตานโดยเราตุนน้ำดื่มติดไปด้วย เเล้วเเวะไหว้ศาลเจ้าพ่อขุนตานก่อนที่จะเดินเท้าเข้าสู้เส้นทางเปิดป่ากันครับ

จุดเริ่มต้นของการพิชิตยอดอุทยานขุนตาลคือที่นี่ครับ ทางขึ้นจะอยู่ฝั่งตรงข้ามสถานีรถไฟขุนตานครับ คือจากจุดนี้ถ้าจะขึ้นไปถึง ย.4 จะราวๆ 8กิโลครับ ถ้าใครมาช่วงนี้ ก.ค.-ต.ค.ก็ระวงฝนเเละเเนะนำให้หาเสื้อกันฝนติดมากันด้วยนะครับ

ขึ้นจากจุดเริ่มต้นที่สถานีรถไฟขุนตานมาเเล้วทางเดินช่วงเเรกจะเป็นบันไดสลับกับทางดินครับ บอกเลยว่าอากาศดีม๊ากกกก กอไก่ล้านตัว หญ้านี้เขียวอี๋กันเลยทีเดียวเชียว สดชื่นมาก ลองมาจิ๊เดี๋ยวจะหาว่าเราโม้

ส่วนเรื่องทางเดินขึ้นไม่ลำบากครับ ระยะทางจากสถานีรถไฟไปถึงจุดทำการอุทยานประมาณ 1.5 กิโลครับ เดินไปคุยไป ชิลๆเลย ระดับทางชันประมาณ 50 องศา เพราะมีเเต่ขึ้นเเละขึ้น 55

เมื่อเราเดินมาได้สัก 20นาที พ้นจากทางเดินดินที่ลัดเลาะป่าเขาเราจะเจอป้ายบอกทางไปที่ทำการอุทยานขุนตาล โดยถึงป้ายเราจะต้องเลี้ยวขวาเปลี่ยนจากทางดินเป็นเดินบนถนนเเทนครับ

จุดทางเดินถนนถ้ามาครั้งเเรกจะงงๆหน่อยครับ เพราะเดินมาสักพักมันจะมีทางเเยกขวาด้วยนะ ให้เราจำไว้ว่าเดินเลี้ยวซ้ายเเละตรงอย่างเดียวเลย รับรองไม่หลงเเน่

เหนื่อยไม่เหนื่อยดูเอานี่เเค่ 1กิโลเเรกเองนะ ไหวป่าวๆ 555

เดินมาสัก 40 นาทีเราก็ถึงทางเข้าจุดที่ทำการอุทยานขุนตาลครับ โดยเราจะต้องเสียค่าเข้าอุทยานคนละ 20 บาทถ้วนๆครับ เเต่ถ้าใครขับรถยนต์หรือมอไซร์มาก็ราคาตามป้ายเลย

มาถึงทั้งทีจะไม่เเวะจุดนี้ได้ไง มันคือไฮไลท์เลยเว้ย กับสโลเเกนที่ว่าก้าวเดียวเที่ยว2จังหวัด เจ๋งปะละ ^^

ผ่ามมม ผ้ามมมม !! พวกเรามาถึงที่ทำการอุทยานเเล้วเว้ยยย โดยเราจะต้องสวมหน้ากากอนามัย วัดไข้ เช็คอินเเอพไทยชนะ ตามกฏระเบียบของทางอุทยานด้วยนะครับ พี่ๆที่นี่ใจดีมากเเนะนำเราได้เยอะเลย
..... โดยที่ทำการอุทยานขุนตาลเราสามารถฝากปลาเก๋า เอ้ย!! ฝากกระเป๋าได้ด้วยนะ อะไรไม่จำเป็นฝากไว้ที่นี่ได้เลยรับรองไม่หายพี่ๆเค้าเฝ้าให้ครับ โดยเราเอาเเต่ของที่จำเป็นขึ้นไป
....... เเละใกล้ๆยังมีร้านค้าสวัสดิการด้วย มีขายทั้งอาหารตามสั่ง มาม่า ยากันยุง เเละน้ำต่างๆ เราเเนะนำเลยว่าให้ตุนน้ำเเละของกินเช่นมาม่าขึ้นไปด้วยเลย ถ้าใครคิดจะไปนอนที่ ย.3 เหมือนเราเพราะด้านบนจะไม่มีร้านค้าอะไรทั้งสิ้นครับ มีใจดวงเดียวเพรียวๆครับ อิอิ

จากบริเวณจุดที่ทำการอุทยานขุนตาลมีจุดที่เป็นไฮไลท์ คือจุดที่เราสามารถมองเห็นวิวทางรถไฟวิ่งเข้าอุโมงค์ขุนตานด้วยนะ

เมื่อเตรียมทุกอย่างเสร็จเเล้วจุดเริ่มเดินของการขึ้นไป ย.1.-ย.4 (ย.ย่อมาจากจุดยุทศาสตร์ เพราะอดีตที่นี่คือจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางทหารในสมัยสงครามครับ)​ ส่วนเรานู๊นนนนน ไปนอน ย.3 ต้องเดินเเละเดินอีก 6กิโลเมตร มองนาฬิกาตอนนี้บ่าย 2ครึ่งเเล้วจะทันไหม เอาละไปกัน Let Go !!

จากจุดทำการอุทยานเราเดินเท้าขึ้นเขามาตามถนนประมาณ 2000 เมตร ก็จะถึงจุดนี้ครับ จุดที่เป็นจุดเริ่มเดินป่าเเบบจริงจังเเล้ว โดยเส้นทางต่อจากนี้จะมีเเต่ ป่า ป่า ป่า เเละ ป่า ครับ
...... โดยที่เราจะต้องลงชื่อ เบอร์โทรให้กับทางเจ้าหน้าที่ก่อนเริ่มเดินด้วยนะครับเพื่อความปลอดภัยเเละง่ายต่อการนับจำนวนคนขึ้นคนลงอุทยานครับ

จากจุดนี้เราจะต้องเดินเท้าไปอีก 300 เมตรเพื่อไปถึง ย.1 ทางเดินจะเป็นบันไดยาวๆเลยครับ เมื่อยไหม โครตเมื่อยเลยถ้าเราบอกว่าไม่เมื่อยบอกเลยว่า ตอเเหลชัวร์ 55

เมื่อเดินถึง ย.1 เเล้วจะมีป้ายบอกด้วยนะ จากจุดนี้เดินไปย.2 อีกประมาณ 1000 เมตร จะเป็นบันไดปูน สลับกับทางดินครับ

...... ย.1 สูงจากระดับน้ำทะเล 900 เมตร ในปี พ.ศ.2460 การรถไฟแห่งประเทศไทยสร้างบ้านพัก ย.1 เพื่อเป็นพลับพลาที่ประทับของกรมพระกำแพงอัครโยธิน เมื่อครั้งเสด็จมาเป็นแม่งานในการก่อสร้างอุโมงค์ขุนตานในปัจจุบันการรถไฟได้เปิดบริการแก่นักท่องเที่ยวครับฃ

จุดระหว่าง ย.1 ถึง ย.2 จะเป็นเส้นทางที่เหนื่อยเอาการเลยนะ เพราะการขึ้นบันไดมันกินเเรงใช่เล่น เเต่ก็ยังมีทางเดินธรรมชาติให้เห็นบ้างสลับกันไปครับ

........จาก ย.1.มาถึง ย.2 กับระยะทาง 1000 เมตร เราใช้เวลาเดินราวๆ 30 นาที
....... ย.2 สูงจากระดับน้ำทะเล 1,034 เมตร พื้นที่บริเวณ ย.2 เป็นที่พักของบริษัทตัดไม้ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 พื้นที่นี้กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนต์ จึงได้ซื้อพื้นที่ดังกล่าวเพื่อสร้างบ้านพักและทำสวน โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เคยเสด็จประพาสเมื่อปี พ.ศ.2512 และ พ.ศ.2516 ปัจจุบัน บริเวณ ย.2 มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย 

จาก ย.2.ไป ย.3 จะเป็นระยะทาง 3000 เมตร ระหว่างทางจะมีที่พักให้เป็นระยะๆครับ เหนื่อยก็พักครับ ไม่ต้องรีบเดินมาก อิอิ

........ระหว่างทางเดินมา ย.3 คือมันเป็นทางเดินธรรมชาติล้วนๆ บอกเลยเเม่งโครตสดชื่นหนีความวุ่นวานในเมืองกรุงมาเจอเเบบนี้ โดยความชันระดับ 40 องศา ไม่ชันมาก ถ้าจะบอกว่าเฮ้ย เเม่งเดินเล่นๆชิวๆได้เหมือนสวนหลังบ้านก็คงโกหก เพราะมันเหนื่อยจริงจังเอาเรื่องเลยละ
....... ย.3 สูงจากระดับน้ำทะเล 1,225 เมตร หลังจากการสน้างทางรถไฟเสร็จเรียบร้อยแล้ว คณะมิชชันนารีอเมริกันคริสจักร ได้มาทำการสร้างบ้านในบริเวณนี้ ละจะมาพักผ่อนในเดือนเมษายนของทุกปีปัจจุบันบ้านพักดังกล่าวอยู่ในความดูแลของมหาวิทยาลัยพายัพและเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวมาพักค้างคืนได้ครับ

.......เห้ยยย อีก 1000 เมตรเว้ย บอกเลยจาก ย.2 เราเดินมาถึงจุดนี้ ใช้เวลาราวๆ1ชั่วโมงครึ่ง จุดนี้เล่นเอาเราเหนื่อยจริงจัง ........ระหว่างทางบอกเลยว่ามันฟิน ฟิ้น ฟิน กับการได้เดินเสพธรรมชาติ ฟังเสียงนกร้อง ลมพัดเย็นๆ อากาศดีๆ คือดี

เวลา17.10 น เราเดินมาถึง ย.3 ก็รีบหาบ้านพักที่จองไว้ พอไปถึงบ้านพักเท่านั่นเเหละ ถึงเชร๊ดดดด คือบ้านที่เราจองมันคือโซน3 เว้ย ไม่ใช่ ย.3 งานเข้า!! 55 โดยบ้านพักที่เราจองไว้มันห่างจากจุดทำการอุทยาน 1,500 เมตรเอง โดยจะลงกลับไปตอนนี้ก็คงไม่ทัน เลยตกลงนอนกันที่นี่ (บ้านพักมิชชั้นนารี เป็นบ้านพักเเห่งเดียวบน ย.3 ไม่มีร้านค้าใดๆครับถ้ามาต้องเตรียมเสบียงมาเองเด้อ )​

บ้านพักมิชชั้นนารี จะเป็นส่วนการดูเเลของ ม.พายับ ไม่ใช่ส่วนของอุทยานขุนตาลนะครับ ถ้าจะจองเราสามารถจองได้ที่เว็บไซต์ของ ม.พายับครับ ที่นี่ไม่มีไฟฟ้านะ เเต่จะมีเครื่องปั่นไฟที่จะเปิด 17.00-21.30 น. โดยจะมีพี่เจ้าหน้าที่คอยดูเเลเรา เเละเราสามารถจ้างพี่ๆเค้าลงไปซื้อของที่หมู่บ้านชาวเขาด้านล่างได้ หรือใครนำอาหารมาก็นำมาทำกินได้เลยครับ ที่นี่มีครัว มีเตาย่าง มีที่กรองน้ำ มีถ้วยจาน มีด ครก เตาเเก๊สสำหรับทำอาหารครบเลย ส่วนเราก็จ้างพี่เค้าลงไปซื้อหมูไก่มาหมักเเล้วปิ้งย่างกินกันฟินๆ 55

........ถึงเเม้เราจะเข้าที่พักผิดเเต่เรากลับดีใจเเละชอบที่นี่มากกก เพราะมันดูดาว ถ่ายดาวได้เว้ย มันเป็นชานไว้ปูเสื่อ ไว้นั่งกินข้าว นอนดูดาวฟินๆได้เลย
...... เราว่าที่นี่เหมาะสำหรับมาพักเป็นกลุ่มครับ เพราะมีทุกอย่างพร้อมกว่าบ้านพักของทางอุทยานซะอีก ที่สำคัญวิวสวยกว่าบ้านพักอุทยานมาก สามารถมองเห็นดาวได้เต็มท้องฟ้าเลยละ นักล่าทางช้างเผือกน่าจะชอบกัน

Day 2
....... เราตื่น04.30น.เพื่อเตรียมออกเดินเท้าไปยัง ย.4 อีก1000 เมตร ซึ่งต้องเริ่มเดิน 05.00 น.เพื่อไปให้ทันเเสงเเรกของวันใหม่
...... โดยเป็นการเดินที่โครตมืดมากต้องอาศัยใจเพรียวๆกับไฟฉายจากมือถือเเละสปอร์ทไลท์เเบบพกพานำทางเอาครับ

ระหว่างทางเดินเราจะเจอวิวสวยๆเยอะมาก เเต่ก็ต้องระวังกันด้วยนะครับเพราะจาก ย.3 ไป ย.4 ทางเดินบางช่วงจะเป็นเหวด้านซ้าย ด้านขวาเป็นภูเขาครับ เราใช้เวลาเดินมาประมาณ 800 เมตรจะเจอ "เนินวัดใจ" เพราที่นี่เป็นเนินสูงเเละมีเเต่บันได บันได เเละโครตบันได บอกเลยว่าเหนื่อยจริงจัง ถ้าใครบอกว่าไม่หอบนี่ไม่เชื่อเลยนะ

.......เดินพ้นเนินวัดใจก็ถึงจุดสูงสุดของอุทยานเเห่งชาติขุนตาลกันเเล้วครับ บอกก่อนว่าที่นี่อากาศหนาวเย็น เเละลมเเรงมากครับ
.......จุดป้ายผู้พิชิต ย.4 เป็นจุดสูงสุดของยอดดอยขุนตาลสูงจากระดับน้ำทะเล 1,373 เมตร ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ใช้บริเวณนี้เป็นที่ส่องกล้อง ซึ่งเรียกว่า "ม่อนส่องกล้อง"สามารถมองเห็นพื้นที่จังหวัดลำพูนและลำปางได้อย่างชัดเจน

เราอยู่บนนี้ราวๆ 1ชั่วโมงครับ เพื่อก็ภาพบรรยากาศให้สมกับที่ต้องเดินขึ้นลงมากกว่า 14 กิโลเมตรเพื่อมาถึงจุดๆนี้ครับ

เมื่อเสพบรรยากาศจนอิ่มเเล้ว เราเดินลงจากจุดสูงสุดเพื่อกลับไปเก็บของออกจากที่พัก ย.3 ครับ เชื่อไหมขามามันมืดพอขากลับมันเช้าเเล้วไง เท่านั้นเเหละเห็นวิวสองข้างทางกันเเบบเต็มๆว่าเมื่อตี5เราเดินกันมาเเบบไหน ขาลงเเอบสบายเดินลงกันตัวปลิวเลย อิอิ

ลงจาก ย 4 มาถึงบ้านพักมิชชั่นนารี ย.3 เเล้วเราก็จัดการธุระส่วนตัวเเล้วตบท้ายก่อนออกจากที่พักด้วยการ
กินมาม่าคัพกับวิวที่โครตสวยยยยยย

เส้นทางระหว่างลงมาที่สถานีรถไฟช่วงเช้าเราจะเห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ชุ่มชื้นของผืนป่ากันตลอดทาง ผมขอเเนะนำว่าเรามาเที่ยวป่าก็ควรรักษาป่าไม่เด็ดใบไม้กิ่งไม้เเละทิ้งขยะกันนะครับ

ทางลงระหว่าง ย.1 มาจุดที่ทำการอุทยานขุนตาล ก็เป็นอีกจุดที่เรามองว่าสวยมากเลยนะ สามารถถ่ายภาพเก๋ๆกลับบ้านไปอวดเพื่อนๆกันได้เลย

ก่อนถึงจุดทำการอุทยานขุนตาล เราขอเเวะถ่ายภาพเป็นที่ระทึก เอ้ยระลึกกันก่อนกลับสักหน่อย อิอิ

สรุประยะทางเดินทั้งหมด

.....เริ่มการเดินเท้าจากสถานีรถไฟขุนตานไปอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล 1,300 เมตร

.....จากอุทยานไปย.1 ระยะทาง 2,300 เมตร

.....จากย.1 ไป ย.2 ระยะทาง 1,000 เมตร

.....จากย.2 ย.3 ระยะทาง 3,000 เมตร

.....จากย.3 ไป ย.4 ระยะทาง 1,000 เมตร จุดนี้เป็นทางชันซึ่งจะพบกับจุดเนินวัดใจ

......รวมทั้งหมดระยะทางจากสถานีรถไฟไปย.4 ประมาณ 7,300 เมตร

......ไปกลับประมาณ 14,600 เมตร

 .......หมายเหตุสำหรับคนที่ไม่ต้องการเดินเยอะ เราสามารถนั่งรถเพื่อนย่นระยะทางได้ครับ
- รถสามารถเดินทางเข้าไปถึงที่จุดเริ่มต้นเดินขึ้น ย.1 โดยค่าบริการจากอุทยานไปตรงนั้น 50 บาท/คน (โดยแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตรงจุดที่ทำการอุทยานว่าต้องการบริการรถไปส่ง)
- จุดจากสถานีรถรถไฟขุนตานมาที่ทำการอุทยานขุนตาลและกลับจากอุทยานไปสถานีรถไฟขุนตานมีบริการรถส่ง โดยคิดค่าบริการรอบละ 50 บาท/คน (จากสถานีรถไฟขุนตานแจ้งที่ร้านค้าได้เลยครับ)
- ขากลับมีบริการรถมาส่งถึงสถานีรถไฟ ค่าบริการ 100 บาท/คน (ติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ว่าเราต้องการบริการรถ)

เราเดินมาถึงสถานีรถไฟขุนตานเเล้วก็ได้ทำการซื้อตั๋วรถไฟจากขุนตานไปลงที่สถานีรถไฟเชียงใหม่ โดยเราเดินทางกับขบวนรถไฟท้องถิ่น ขบวนที่ 407 ต้นทางนครสวรรค์ ปลายทางเชียงใหม่ ค่าตั๋วสุดถูก 15 บาทเท่านั้น ตามเวลารถไฟจะถึงขุนตานในเวลา 13.35 น. ถึงปลายทางเชียงใหม่ 14.35 น.ครับ
........ คือเรายังไม่กลับ กรุงเทพเรามีโปรเเกรมเเว้นมอไซร์ไปกางเต้นท์นอนที่ม่อนเเจ่มต่ออีก1คืน (อ่านรีวิวม่อนเเจ่มได้ที่รีวิวต่อไปครับ)​

ตารางรถไฟจากสถานีหัวลำโพงไปสถานีขุนตาน สามารถเช็คดูได้จากเว็บไซค์ของการรถไฟเนื่องจากสถานการณ์โควิดที่ผ่านมาทำให้เที่ยววิ่งรถไฟหยุดวิ่งไปแต่ตอนนี้น่าจะเริ่มกลับมาวิ่งเหมือนเดิมแล้วครับ

วิธีการจองตั๋วรถไฟนะครับ
จองผ่านเว็บ https://www.thairailwayticket.com/eTSRT/ เราว่ามันง่ายเหมือนกันนะ สามารถจ่ายผ่านบัตรและเลือกที่นั่งเองได้ ข้อมูลจะส่งเข้าเมลล์เรา

เเละเเล้วขบวนรถไฟก็มาถึงสถานีขุนตานตามเวลา เรากำลังจะเเบกเป้เดินทางไปเชียงใหม่เเล้วเช่ารถมอไซร์ลุยม่อนเเจ่ม , นอนกระโจม, ล่าหมอก ,ซัดหมูกระทะ, ลุยตลาดน้ำหมีเขียว กันต่อครับ
....... อุทยานเเห่งชาติขุนตาลเป็นอีก1สถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่ไม่ควรพลาด ซึ่งนอกจากการท่องเที่ยวได้ภาพถ่ายสวยๆกลับบ้านกันเเล้วเรายังได้เรียนรู้กับธรรมชาติรอบๆตัวเรา ได้เห็นมิตรภาพระหว่างการเดินทาง
...... ลองมาครับ อุทยานเเห่งชาติขุนตาลเที่ยวง่ายๆ มาไม่ยาก
...... ขอบคุณที่อุตสาห์นั่งทนอ่านรีวิวไก่เขี่ยของเราจนจบครับขอบคุณจริงๆ รีวิวนี้อาจจะเป็นเเนวทางของใครหลายๆคนที่ค้นหาข้อมูลไปเดินป่าที่อุทยานเเห่งชาติขุนตาลนะครับ
...... หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยวไม่มากก็น้อยครับ ขอบคุณที่ชื่นชอบการเดินทางของพวกเรา เเล้วพบกันใหม่ในรีวิวหน้าหน้าครับ กับเราเพจเดี๋ยวพาไป https://www.facebook.com/Taere...

#โตเเล้วเที่ยวไหนก็ได้

ความคิดเห็น