SummeR นี้คนเดียวก็เป๊ะได้ที่ “เกาะหลีเป๊ะ” รีวิวโดย ล่ามติดเที่ยว

ซัมเมอร์นี้ไป Slow Life ณ ดินแดนอันไกลโพ้น "เกาะหลีเป๊ะ" (รีวิวเก่าเล่าใหม่) สวัสดีคร๊าบบบบบบบบบบบบ กลับมีอีกครั้งกับ "ล่ามติดเที่ยว" คนเดิม บางคนอาจจะสงสัยอะไรคือล่าม คืองี้ครับ "ผมทำงานเป็นล่ามแปลภาษาญี่ปุ่นที่บริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรีครับ" จบข่าว ฮ่ะๆๆๆ ทริปนี้ไปไกลมากกกกกกกกกกกกกเดินทางจน

SummeR นี้คนเดียวก็เป๊ะได้ที่ “เกาะหลีเป๊ะ”

SummeR นี้คนเดียวก็เป๊ะได้ที่ “เกาะหลีเป๊ะ”

 วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 เวลา 18.41 น.

 วันที่เดินทาง 13 เม.ย. 2560

ซัมเมอร์นี้ไป Slow Life ณ ดินแดนอันไกลโพ้น "เกาะหลีเป๊ะ" (รีวิวเก่าเล่าใหม่)

สวัสดีคร๊าบบบบบบบบบบบบ กลับมีอีกครั้งกับ "ล่ามติดเที่ยว" คนเดิม บางคนอาจจะสงสัยอะไรคือล่าม คืองี้ครับ "ผมทำงานเป็นล่ามแปลภาษาญี่ปุ่นที่บริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรีครับ" จบข่าว ฮ่ะๆๆๆ ทริปนี้ไปไกลมากกกกกกกกกกกกกเดินทางจนร่างแทบแหลกแต่ก็มันส์โคตรๆ เช่นกันครับ

ก่อนอื่นขอบอกก่อนนะครับว่า รีวิวทริปเกาะหลีเป๊ะครั้งนี้ค่อนข้างยาวมากครับ ถึงแม้จะเดินทางคนเดียวแต่ครั้งนี้เป็นทริปที่สนุกและประทับใจมากๆ จึงอยากจะบันทึกเหตุการณ์ต่างๆที่พบเจอเก็บไว้ให้มากที่สุดครับ

“เกาะหลีเป๊ะ” เมื่อเอ่ยถึงชื่อเกาะนี้แล้ว แน่นอนว่ามีคนจำนวนมากที่รู้จักเกาะนี้ เพราะ “เกาะหลีเป๊ะ” เป็นเกาะในฝันของใครหลายคนและอยากไปเยือนสักครั้งในชีวิต ซึ่งเหมือนกับตัวผมเองที่ได้ยินสมญานามความสวยงามของเกาะนี้ที่ว่า “Maldives of Thailand หรือ มัลดีฟส์เมืองไทย” มานานพอสมควร แต่ส่วนตัวผมไม่รู้นะว่าเกาะมัลดีฟส์นั้นเป็นอย่างไร เพราะไม่เคยไปมาก่อน จึงคิดว่ามันไม่ควรนำมาเปรียบเทียบกันนะ เพราะว่า“เกาะหลีเป๊ะ” มันก็มีดีและสวยงามในแบบของ “เกาะหลีเป๊ะ” เกาะนี้มันดีต่อใจมากๆ อิอิ
*รูปทั้งหมดนี้ถ่ายด้วย iPhone 6S & GoPro Hero 4 ครับ
*Video บันทึกการเดินทางเกาะหลีเป๊ะนั้นอยู่ล่างสุดเลยนะครับ



แต่กลับกันนั้นก็มีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่แทบไม่รู้จัก“เกาะหลีเป๊ะ”แห่งนี้ ไม่รู้จักถึงกับมีคำถามที่น่าตกใจว่า “เกาะหลีเป๊ะอยู่จังหวัดอะไร? ตอบ:จังหวัดสตูล” “เกาะหลีเป๊ะอยู่ภาคอะไร? ตอบ: ภาคใต้” “เกาะหลีเป๊ะอยู่ประเทศอะไร? ตอบ: ประเทศไทยนี่แหละครับ” “บนเกาะมีไฟฟ้าไหม? ตอบ: มีคับ” ง่ายๆคือบนเกาะมีร้านอาหาร มีบาร์ ร้านเหล้า มี7-11 มีที่พัก บลาๆๆๆอีกมากมายครับ ยกเว้น Shopping mall และสินค้าบนเกาะก็จะแพงกว่าราคาปกติหน่อย แต่ต้องเข้าใจว่าสินค้าต่างๆต้องเดินทางไกล แต่ผมว่าราคาอาหารหรือพวกเหล้าเบียร์มันก็ไม่ได้แพงมากนะ

ความจริงก็ไม่ได้แปลกใจไรมากกับคำถามเหล่านี้ เพราะเป็นเกาะฝั่งอันดามันที่อยู่ใต้สุดของประเทศเลยก็ว่าได้ เพราะเกาะนี้ตั้งอยู่ใกล้เกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย และขอยืนยันอีกเสียงเลยว่า “เกาะหลีเป๊ะ” เป็นเกาะที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในบรรดาเกาะต่างๆในประเทศไทยที่ผมเคยไปมา (เพิ่งไปมาไม่กี่เกาะเองเหอะ 555+)

เกริ่นมายาวมากละ เดี๋ยวคนอ่านจะก้าย (ก้าย = เบื่อ ภาษาเหนือ) งั้นขอเล่าเป็นลำดับเหตุการณ์ละกันนะ แต่คงไม่เล่าทุกโมเม้นนะ โอเค ทริปนี้ผมก็ยังคงเดินทางคนเดียว 4D3N ( 14-17 เมษายน 2017 ) ไม่ใช่ว่าไม่ชวนใครนะ ชวนเพื่อนทั้งไทยทั้งฝรั่งหลายๆคนแล้ว ไม่ได้ชวนแบบกระทันหันด้วย ชวนล่วงหน้าก่อนจองตั๋วเครื่องบินด้วย แต่ก็หาคนร่วมทริปบ่ได้ว่ะ ในเมื่อไม่มีใครไปก็ต้องไปคนเดียวดิ ไม่รอใครแล้ว ถ้าให้รอก็คงไม่ได้ไปไหนกันพอดี ซึ่งส่วนตัวก็ชินและชอบมากกับการเดินทางคนเดียว ป่ะได้เวลาพาทุกคนไปเที่ยว “เกาะหลีเป๊ะ” ด้วยกันแล้ว

มาดูแผนที่ "เกาะหลีเป๊ะ" กันว่ามันใหญ่มากกกกกกกกกกกกแค่ไหน ความจริงคือเกาะมีพื้นที่ขนาดเล็กมากครับ เดินประมาณ20นาทีก็น่าจะเดินได้ทั่วเกาะละ ความยาวประมาณ2กิโลเมตรนิดๆ ความกว้างไม่ต้องพูดถึงแระมาณ500เมตรได้ (ตัวเลขอาจจะไม่ตรงเป๊ะๆแบบหลีเป๊ะ แต่ใกล้เคียงคับ แหะๆ)
อย่างที่บอกครับเกาะหลีเป๊ะนั้นมีขนาดเล็กมากกกกกกก ดูจากแผนที่นี้เอาละกันครับว่าเล็กแค่ไหน ;)

Day1: 14 APRIL 17
มาเริ่มวันแรกกันเลย วันนี้บินกับสายการบินThai Smile และบินไฟท์ 06.15AM เช้ามากกก คืนที่13 จึงไปนอนรอที่สนามบินสุวรรณภูมิ หามุมที่มีปลั๊กไฟแล้วนอนวนไป พอตี4ก็ไป Check in ผ่าน ตม. แล้วเข้าไปนอนรอใน Gate 9 ต่อเพื่อรอขึ้นเครื่อง พอถึงเวลาก็ขึ้นเครื่อง เลือกที่นั่งติดหน้าต่างตั้งแต่จองตั๋วเลย เพราะบินเช้าคงได้เห็นวิวสวยๆแน่ๆ ต้องบอกเลยว่าบินกับ Thai Smile ครั้งแรกและประทับใจกับการบริการรวมถึงอาหารบนเครื่องก็สวดยวดเช่นกัน

เที่ยวบิน 06:15 TG 2259 HATYAI ( Thai Smile นะ ไม่ใช่ Thai Airway )

กินอาหารเช้าบนเครื่องเสร็จเท่านั้นแหละเผลอหลับซะละ 555+ ตื่นมาอีกทีก็ตอนกัปตันประกาศว่าอยู่เหนือหาดใหญ่แล้ว พอเปิดหนเต่างขึ้นเท่านั้นแหละ พระเจ้าจอร์ช มันงามมมมมมขนาดดดดดดด หมอกบางๆลอยเต็มน่านฟ้าหาดใหญ่ รอช้าอยู่ทำไม หยิบไอโฟนถ่ายไปถ่ายช็อตมาก ทั้งรูปถ่ายทั้งวิดีโอ เอาให้เต็มที่ ฮ่ะๆๆ

พอถึงสนามบินก็เดินตรงออกไปรอรถตู้ที่จะมารับ ทริปนี้จองรถตู้+เรือสปีดโบ๊ทของ Lipe Ferry & Speed Boat ซึ่งจะรับส่งสนามบินหาดใหญ่-ท่าเรือปากบารา และ ท่าเรือปากบารา-เกาะหลีเป๊ะ ไปกลับ 1,500บาท สำหรับช่วง Peak Season แล้วราคานี้ก็คือว่าไม่แพงมากนะ ใครเจอถูกกว่านี้ก็ขออิจฉาด้วยคับ อิอิ

สิ่งหนึ่งที่ชอบระหว่างเดินทางไปท่าเรือคือวิวธรรมชาติตลอดข้างทาง คือมันเขียวววววววววววขจีไปหมด ดูแล้วสดชื่นมาก เพลินไปกับการชมวิวข้างทาง อ่อผมนั่งข้างคนขับรถเลยได้เห็นทุกสื่งอย่างนะ ใช้เวลาเดินทางจากสนามบินไปท่าเรือก้เกือบ2ชั่วโมงได้ นานอยู่นะเนียะ

Welcome to สตูลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลครับ

พอถึงท่าเรือแล้วก็เดินไปแลกตั๋วเรือกับบริษัทที่จองไว้ จากนั้นก้ไปนั่งรอที่ Gate ขึ้นเรือ ตอนแรกตั๋วที่จองคือเดินทางรอบ10.30AM แต่ช่วงนั้นเป็นช่วงที่คนเดินทางไปเกาะหลีเป๊ะเยอะมว๊ากกกกกก เรือจึงดีเลย์ ได้รอบ11.30AM แต่ก็นะกว่าจะได้เดินทางจริงๆก็ปาเข้าไป12.30แล้ว 555+

ได้เวลาออกเดินทางสู่เกาะหลีเป๊ะกันแล้ววววว ขึ้นเรือก็หลับเลย เพราะนั่งสปีดโบ๊ทจึงชมวิวไรไม่ได้ ก็นอนวนไป จนเรือไปจอดที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา แต่คนเยอะจึงไม่มีใจอยากถ่ายรูป แวะจอด15นาที

จากนั้นก็ออกเดินทางสู่เกาะต่อไป คือ เกาะไข่ ก่อนมาก็จินตนาการไว้ว่าจะตั้งกล้องแล้วไปอยู่ใต้ซุ้มหินเกาะไข่แล้วถ่ายรูป แต่พอไปถึงจริง OMGGGGGG ทำไมคนเยอะจังแว๊ เลยไม่ได้ไปถ่ายรูปมุมนั้น แต่เดินไปอีกฟากของเกาะที่ไม่มีใครมาเลย กรูก็บ้าเดินไปคนเดียวนะ 555+

จากนั้นก็ออกเดินทางสู่เกาะหลีเป๊ะของจริงแล้ว นอนวนไปจนถึงเกาะหลีเป๊ะ ใช้เวลาเดินทาง1.30Hrs นี่ขนาดสปีดโบ๊ทนะ ถ้านั่งเฟอรี่ไปคงนั่งจนตูดแฉะแน่ๆ พอถึงเกาะหลีเป๊ะก็เดินดิ่งตรงไปที่พักก่อนเลย กระเป๋าหนักเหลือเกิน กรูแบกไรมาเยอะแยะแว๊ Check in โรงแรมแล้วก็นอนพักสักแป๊บ

พอ5โมงเย็นก็ไปเดินเล่น+ว่ายน้ำชายหาดซันไรซ์ วันนี้ไปเล่นน้ำที่จุดชมวิวพระอาทิตย์ตก ตอนเย็นๆมันจะมีเกาะกลางน้ำโผล่ขึ้นมา สามารถเดินข้ามไปเล่นน้ำได้ เห็นแบบนั้นแล้วก็ไม่รอไรแล้ว วางของไว้ที่ฝั่ง (ผมใช้ทรายถมกระเป๋าตังค์+มือถือแล้วเอากระเป๋าวางทับไว้ ป้องกันไว้ดีกว่า ถ้ามีคนขโมยมันก็ได้ไปแค่กระเป๋า อิอิ) เอาล่ะมาต่อที่เกาะกลางน้ำต่อ ดำน้ำดูปลาน้อยปลาใหญ่จนเพลินเลย

จากนั้นพอ6โมงกว่าๆพระอาทิตย์ค่อยๆตกดินแล้ว ผมว่าวิวพระทิตย์ตกดินจากหาดซันไรซ์มันสวยงามกว่าหาดที่ชื่อว่าหาดซันเซตด้วยซ้ำไปนะ ถ้ามีเบียร์นี่คงฟิยมากแน่ๆ 555+ จากนั้นก็กลับที่พัก อาบน้ำแล้วออกไปเดินเล่นถนนคนเดินเกาะหลีเป๊ะ วันนี้เหนื่อยมากแล้วจึงไม่ได้อยู่ดึก หาข้าวกิน ดื่มCocktail2แก้ว แล้วกลับไปพักผ่อนเก็บแรงไว้สำหรับทริปดำน้ำพรุ่งนี้ Sunset แต่ละวันก็จะแตกต่างกันออกไป

มื้อเย็นวันนี้ก็ง่ายๆ ไม่รู้จะกินไร เลยสั่งพิซซ่ามากิน1ชิ้น 100บาท กับไอศครีมมะพร้าว อร่อยมากกกกกกกกก

เบื่อจริงๆเวลาจะถ่ายรูปแล้วลืมกดโฟกัส 555+ รู้ตัวอีกทีอ่าว ลืมโฟกัสเหรอวะเยียะ

Day2: 15 APRIL 17
เช้านี้ตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นไม่ทัน เพราะหลับเพลิน แหะๆ วันนี้นัดพี่ชัยนาท(คนขับเรือหางยาว)ไว้9โมง แต่ตื่นตอนพี่ชัยนาทโทรมาถามว่าออกมาเจอที่หาดนะ ดูเวลาอีกทีเชี้ยยยแล้วไงนี่มัน 8.30AMแล้ววววว รีบทำธุระส่วนตัวแล้วดึงกระเป๋าออกไปตามนัด ดีนะจัดกระเป๋าตั้งแต่เมื่อคืนละ ซื้อข้าวกล่อง+น้ำ สำหรับ2 เลยเวลา9โมงมานิดๆ พอไปถึงเรือ มีลูกพี่ชัยนาทไปด้วย ทำไมพี่ไม่บอกผมก่อนนะว่าน้องมืดจะไปด้วย จะได้ซื้ออาหารเผื่อน้อง แต่พี่ชัยบอกว่า ไม่เป็นไรเพราะพี่ชัยเองก็เตรียมอาหารมาเหมือนกัน งั้นก็โอเคคับ ออกเดินทางกันเลยยยยยยยยยยย

อ่อลืมบอกไปครับว่าผมเหมาเรือหางยาวแบบส่วนตัว หาเบอร์โทรจากอินเทอเน็ตครับ ไปดำน้ำโซนนอก+โซนใน 2,000บาท ราคานี้ผมว่าไม่แพงนะครับ เพราะเคยคุยกับแอดมินเพจเกาะหลีเป๊ะ ราคาดำน้ำโซนนอก+โซนใน 2,700บาท ผมว่ามันแพงเกินไปเลยติดต่อหาเองครับ ติดต่อจองโดยตรงเจ้าของเรือกือว่าเป็นการกระจายรายได้ให้กับชาวบ้าน เพราะไม่โดนหักนายหน้าด้วย

ถึงตอนนี้ก็ได้เวลาออกไปดำน้ำจริงๆแล้ว ถ้าจำไม่ผิดที่แรกที่ไปดำน้ำโซนนอกคือเกาะหินซ้อน ส่วนเกาะอื่นๆที่ไปมาจำชื่อและลำดับที่ไปไม่ได้ละ เพราะเพลินกับการดำน้ำ พี่ชัยพาไปไหนก้ไปนั่น ไม่มีลิสว่าไปนี่แล้วไปนั่นต่อ ดำไปเรื่อยๆ

พอเที่ยงก็ไปพักทานข้าวที่เกาะราวี จำชื่อได้เพราะเป็นเกาะที่คนไปดำน้ำจะมาพักทานข้าวที่เกาะนี้กัน แต่มันมีหาดที่คนส่วนใหญ่จะไปจอดกัน ซึ่งผมก็มองว่าทำไมต้องไปกระจุกอยู่ตรงนั้น คนเยอะเกินไป ตอนแรกพี่ชัยจะพาผมไปตรงนั้นแล้ว ผมเลยบอกพี่ชัยว่าไปหาดข้างนี้ไหมพี่ คนน้อยดี น่าไปนั่งพัก จากนั้นก็มีเรืออีก2ลำมาจอดที่เดียวกัน และนี่คับมื้อเที่ยงง่ายๆ นั่งกินคนเดียว เพราะพี่ชัยกับน้องมืดอยู่บนเรือ นึกว่าจะลงมากินด้วยกัน 555+ (รูปอาหารมีแต่รูปนี้จริงๆ อิอ)

จากนั้นก้ไปดำน้ำกันต่อ ดำน้ำวนนนนนนนนนนนนนนนนนนไป ตอนเริ่มต้นดำน้ำก็ดำได้นานอยู่ 35-40วินาที แต่พอดำไปเรื่อยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆหลายครั้ง อย่างมากก็ดำได้15วิ/ครั้ง เพราะมันเหนื่อยเจี้ยๆเลย 555+ ว่าแล้วก็ไปดูรูปดำน้ำกัน รูปเยอะมากกกกกกกกกก เสื้อชูชีพไม่ใส่นะ มันเกะกะ ดำน้ำไม่สะดวก แต่คนว่ายน้ำไม่เป็นควรใส่ชูชีพนะจ๊ะ ณูปทั้งหมดนี้ตัดออกมาจากกล้องโกโปร คือถ่ายเป็นวิดีโอแล้วค่อยตัดออกมาเป็นรูป สะดวกสบายจริงๆ

และน้ำทะเลบริเวณเกาะรอกลอยนั้นใสสสสสสสมากกกกกกคับ คือแบบไม่ไปละเกาะรอกลอย จอดเล่นน้ำกลางทะเลก่อนถึงเกาะรอกลอยนี่แหละ 555+

และจุดสุดท้ายที่ดำน้ำคือ “ร่องน้ำจาบัง” ไม่ได้เกาะคับ แต่อยู่กลางทะเลเลย น้ำก็เชี่ยวมาก แนะนำคนที่ต้านแรงน้ำไม่ไหวให้สวมชูชีพดีกว่า แต่ผมชอบความท้าทายเลยไม่ใส่ชูขีพ อีกอย่างถ้าใส่ชูชีพก็จะไม่ได้ดำน้ำลงไปดู ”ปะการัง7สี” แบบนี้ครับ ปะการัง7สีนั้นสวยมากกกกก ตอนนั้นคนเยอะ น้ำจึงไม่ค่อยใส แต่ก้เห็นปะการังอยู่

พอขากลับก็ให้พี่ชัยแวะจอดกลางทะเลที่มีน้ำใสสสสสส คืออยากลงไปเล่นน้ำ พี่ชัยบอกน้ำเชี่ยวนะน้อง แต่ไอ่เราก้ไม่อยากพลาดจุดที่น้ำใสอย่างกับคริสตัล เลยให้พี่จอดและลงเล่นน้ำ เอ่อว่ะน้ำเชี่ยวจริง ตอนว่ายกลับขึ้นเรือ เรือก็ลอยหนีเพราะกระแสน้ำแรง แสรสสสสสส ว่ายไปใกล้ๆแล้วก็ยังลอยหนี แรงกรูจะหมดละ 555+ สุดท้ายก็เร่งสปีดว่ายน้ำไปขึ้นเรือ

แต่ๆก่อนกลับฝั่ง ต้องผ่านเกาะกระ เกาะเล็กๆหน้าหาดชาวเล ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เลยขอให้พี่แวะอีก 555+ หลายแวะมาก พี่ชัยก็ไปแวะจอดให้ ผมก็ออกไปเดินเล่นถ่ายรูป ส่วนพี่ชัยและน้องมืดก็ล้างเรือและเล่นน้ำกัน ส่วนผมก็ปีนขึ้นไปชมวิว360องศาด้านบน ซึ่งวิวข้างบนสามารถมองเห็น เกาะหลีเป๊ะ เกาะอุเสน เกาะอาดัง ที่อยู่บริเวณรอบๆ

จากนั้นก็กลับเกาะหลีเป๊ะ ทริปดำน้ำนี้หมดไป2,250บาท ความจริงเหมา2,000บาท แต่ให้เพิ่มเป็น2250บาท ให้น้องมืดเอาไปซื้อขนมกิน และเย็นวันนั้นตอน6โมง พี่ชัยโทรมาชวนไปกินข้าวเย็นที่บ้าน ตอนแรกไอ่เราก็เกรงใจ แต่พี่แกบอกว่ามากินข้าวด้วยกัน เห็นมาคนเดียวก็เลยชวน ผมก็เลยไปทานข้าวร่วมกับแต่ไม่ได้ถ่ายรูปเพราะเกรงใจ แหะๆจากนั้นก็กลับที่พักไปนอนพักผ่อน และนี่ครับพี่ชัยนาทกับน้องมืดที่พาผมออกทริปดำน้ำวันนี้ เราไปกัน3คนครับ ขอบคุณทั้ง2พ่อลูกที่ลงมาดำน้ำเป็นเพื่อนด้วยกัน และช่วยถ่ายรูปให้ด้วย โอกาสหน้าจะไปใช้บริการใหม่ครับ

และนี่คับเบอร์โทรพี่ชัยนาท 080-546-4076 เจ้าของเรือหางยาวที่ผมใช้บริการ แต่ผมขออย่างหนึ่งสำหรับคนที่จะโทรจองเรือหางยาวนะครับ อย่ากดราคาพี่เค้ามากนะครับ เพราะคนบนเกาะเหมือนใชีชีวิตอยู่ในเมืองที่มีค่าครองชีพราวกับอยู่สวิสญี่ปุ่นที่ค่าครองชีพสูง เพราะข้าวของต่างๆค่อนข้างแพงมากครับ เปลี่ยนจากการต่อราคา ควรเป็นการให้ทิปมากกว่าครับ (ในกรณีที่บริการประทับใจแบบที่ผมได้รับมาก)

Day3: 16 APRIL 2017

ไม่ทันไรก็เข้าสู่วันที่ 3 ของทริปแล้ว ทำไมเวลามันช่างเดินไวเหลือเกิน วันนี้ตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นได้เว้ยเห้ย ตื่นตั่งแต่5.30AM แล้วก็เดินไปที่หาดซันไรซ์ เวลานั้นคนน้อยมากๆ พอเตรียมกล้องเตรียมไรเสร็จก็นั่งรอวนไปจน6โมงเช้า พระอาทิตย์ก็ค่อยๆโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำทะเลและเรือหางยาวของขชาวเกาะที่จอดเรียงกันอย่างเป็นระเบียบสวยงาม

ตอนนั้นใช้กล้อง2ตัวในการเก็บภาพแห่งความทรงจำ คือ iPhone 6S & GoPro Hero 4 แต่ส่วนตัวแล้วชอบใช้กล้องGoProถ่ายมากกว่า เพราะเก็บรายละเอียดและเก็บภาพได้ในแนวกว้าง กล้องไอโฟนที่ตั้งอยู่บนพื้นทราบนี้กำลังถ่ายเป็น Time-lapse อยู่นะ ผลของมันคือสวยงามมาก บันทึกได้ตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่โผล่ขึ้นมาจนขึ้นมาเต็มดวง

จากนั้นก็กลับไปนอนต่อ นอนเพลินจนรู้สึกตัวอีกทีก็ปาเข้าไป11โมงเข้าแล้ว ไปเหนื่อยไรมากันนะ ก็ทำธุระส่วนตัว หาข้าวกินแล้วออกไปเดินเล่น เพิ่งรู้ว่ากลางวันที่เกาะหลีเป๊ะคือเงียบสงบมากกกกกกก เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่คงไปออกทริปดำน้ำกันหมดแน่ๆ ทำให้ช่วงกลางวันเกาะดูโล่งลึ๊งไปหมดเลย

และแพลนช่วงบ่ายวันนี้คือตั้งใจไว้แล้วว่าจะไป "เกาะกระ" อีกครั้ง กะไปอยู่ที่เกาะนั่นครึ่งวันเลย ตอนแรกก็ตั้งใจจะเช่าคายัคพายข้ามไป แต่ค่าเช่านั้นแพงเหลือเกินชั่งโมงละ150บาท ไป5ชั่วโมงก็750บาทละ แผน1ล้มเลิกๆ แผน2คือยังคิดไม่ออก พอนั่งไปสักพักมีลุงขับเรือหางยาวมาส่งคนไปดำน้ำกลับเกาะ เลยวิ่งไปถามลุงว่า ถ้าให้ไปส่งเกาะกระคิดเท่าไหร่ ลุงบอก150บาท ก็เลยตกลง จากนั้นก็รีบวิ่งไปเอาของขึ้นเรือหางยาวอีกครั้ง

นั่งไม่ถึง2นาทีก็ถึงเกาะกระ ตอนนั้นก็พอมีคนเล่นน้ำอยู่บ้าง แต่น้อยมาก ส่วนมากจะพายคายัคมากัน เลยบอกลุงว่าจะให้มารับกลับตอน 5โมงเย็น แต่ลุงบอกว่า ถ้า5โมงเย็นสามารถเดินกลับฝั่งได้ เพราะน้ำจะลดลง ไอ่เราก็เลยยืนยันกับลุงอีกทีว่าจริงไหม ถ้าไม่ลดจะกลับยัง ลุงก็ยังยืนยันอีกครั้งว่า จริงๆ เดินกลับได้จริงๆ โอเค งั้นเดินกลับดีกว่าาาา แล้วลุงก็แล่นเรือจากไปปปปป ลุงให้น้ำดื่มมา1ขวด หารู้ไม่ว่าโชคชะตาอีกไม่กี่ชั่วโมงที่จะถึงนี้จะเกิดไรขึ้น

และตลอดครึ่งวันที่อยู่บนเกาะกระก็เดินสำรวจรอบๆเกาะตั้งแต่เข้าป่า ปีนเขา ว่ายน้ำ ดำน้ำ และไฮไลท์ของเกาะกระคงเป็นจุดชมวิวบนโขดหินขนากใหญ่นี้ เพราะสามารถมองเห็นวิวได้เต็มๆแบบ360องศา เหมือนที่บอกก่อนหน้านี้ เกาะเล็กๆโน่นนนนนนนนน คือเกาะอุเสนคับ ไม่รู้เป็นไงบ้าง ไม่ได้ไป

จุดนี้เป็นจุดชมวิวที่สวยงามมาก แต่ต้องเดินเข้าป่าเล็กน้อย ความจริงคือไม่ค่อยมีใครมาเดินนะ นี่ก็บ้าเดินไปสำรวจจุดต่างๆบนเกาะคนเดียว มันมีของดีซ่อนอยู่ในป่า ไม่ไปก็ไม่รู้นะ เพราะเกาะเล็กมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เดิน5นาทีก็ทั่วเกาะแล้ว แต่ทางเดินอาจจะลำบากเล็กน้อย มั้ง!!!

คือวันนี้บาดเจ็บจากซากหอยที่เกาะติดอยู่กับก้อนหินมาเล็กน้อย ตอนโดนบาดก็ไม่ปวดหรอก ชิวๆสบายๆ ตอนกลับที่พักแล้วอาบน้ำเท่านั้นแหละ แม่งเอ้ยยยยยยยยยยโคตรปวดเลย แต่ก็ปวดไม่นาน 555+ ปล.ขออภัยสำหรับภาพนี้คับ แหะๆ

เจอบ้านนีโม่ที่เกาะกระด้วย มีมองกล้องเล่นกล้องด้วยนะ น่ารักไปอีกกกกกกกกกกกกก 555+

คือเล่นน้ำถ่ายรูปไปเรื่อยๆ เพื่อรอเวลาจนถึง 5โมงเย็น น้ำก็ลดลงแล้ว จะเห็นได้ว่าที่ก้อนหินมีรอยน้ำลดลงอยู่ คงได้เวลากลับฝั่งเกาะหลีเป๊ะแล้ว เลยเก็บของพร้อมเดินกลับฝั่ง แต่แล้ว แต่แล้ว แต่แล้ว แต่แล้ว ทำไมน้ำมันไม่ลดพอที่จะให้เดินกลับเลยว๊าาาาาาา ก็เลยรออีกสักพักจน5.30PMได้แล้ว ตั้งใจจะไปดูพระอาทิตย์ตกสุดท้ายก่อนจะกลับพรุ่งนี้ เชี้ยยยยยยยยยย น้ำก็ยังลดลงไม่พอให้เดินกลับอีก เอาไงดี โดนลุงเททททททททททหรือโดนหลอก กูไม่รู้รู้แต่ว่าตอนนั้นกังวลมาก

พระอาทิตย์ก็ใกล้ตกแล้วด้วย ซึ่งตอนนั้นก็ต้องดูรอยน้ำลด มันจะมีรอยน้ำที่โขดหินต่างๆ พอลดลงเรื่อยๆ จึงตัดสินใจจะว่ายกลับฝั่ง ระยะทางประมาณ200เมตรได้ จึงรีบเก็บของ ชิ้นเล็กๆใส่กระเป๋า ตามรูปนี้แหละครับ

ตอนนั้นเดินลุยน้ำก็ได้แต่คิด แม่งเอ้ยยยยย น้ำยังลึกอยู่เลย เดินไปก็ไม่ได้เพราะมีแต่ปะการัง แต่ก็ไม่ได้เครียดไรมาก เพราะคิดว่าถือว่าเป็นประสบการณ์อย่างหนึ่งละกัน แต่เวลามันเดินไม่รอกรูแล้ว จึงต้องค่อยๆว่ายน้ำข้ามไป จะยืนได้ก็ตรงที่ไม่มีปะการัง ว่ายยยยยยยยยยยยยยวนนนนนนนนนไป น้ำก็ยังลดลงไม่มาก

พอว่ายกลับถึงฝั่งเท่านั้นแหละ เหนื่อยยยยยยคับพี่น้อง หันกลับไปดูเกาะกระ นี่กรูว่ายมาไกลเหมือนกันนะเนียะ จากนั้นก็ดูเวลา นี่มัน6โมงเย็นแล้วววววว พระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว จึงต้องเร่งสปีดการเดิน+วิ่ง แต่ยังไงก็ต้องไปให้ทัน My last Sunset in Lipe ให้ได้ สุดท้ายก็ไปได้ทันจังหวะพอดี

วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะได้ดูพระอาทิตย์ตกที่เกาะหลีเป๊ะ จึงอยู่ที่หาดซันเซตจนตะวันลับขอบฟ้าเลย ดูให้มันหน่ำใจเต็มที่ไปเลย ตอนนั่งชมตะวันตกดินก็มีสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ สอบถามข้อมูลแล้วเป็นสาวสวีเดน มาเที่ยวคนเดียวเหมือนกัน ได้คุยกันไม่นานมากเพราะเริ่มมืดแล้ว ใจจริงนะอยากชวนไปนั่งดริ๊งมากๆ แต่ก็ไม่ได้ชวน แหะๆ แล้วก็แยกย้ายกันกลับที่พัก

ตอนกลับถึงที่พัก เนื่องจากว่าเป็นโฮสเทล ใช้ห้องน้ำแชร์ ตอนเข้าที่พักมีฝรั่งคนหนึ่งเดินออกมาจากห้องน้ำผู้หญิง ไอ่เราเลยบอกมันว่า ยูเข้าห้องน้ำผิดนะ นั่งมันห้องน้ำหญิง ห้องน้ำชายอยู่ด้านนี้ มันก็หัวเราะบอกว่า เอ้าเหรอ ไม่ได้สังเกตป้าย เห็นว่าใกล้ห้องพักเลยเข้า จากนั้นอาบน้ำแต่งตัวเสร็จพร้อมออกไปหาไรกิน ไอ่ฝรั่งคนนี้ชื่อ แดเนียล เป็นคนเดนมาร์ก อายุ34ปี ก็มาถามว่าคืนนี้มีแพลนจะออกไปไหน มาคนเดียวเหมือนกัน ไม่รู้จะไปไหน เลยชวนกันออกไปกินข้าวแล้วไปบาร์เบียร์ที่หาดพัทยากันต่อ

คืนนั้นที่ร้าน Art Beach Club ซึ่งเป็นร้านที่ดนตรีมันส์สุดๆละ อ่อผมกับแดเนียลชอบเพลงสไตล์เดียวกัน สไตล์แบบ Tropical House ของ KYGO, Avicii, Alan Walker, Arizona และเพลงRemix No Original version 555+ ทั้งร้านนี่ก็มีดื่มไปแดนซ์ไปกันแค่2คนนี่ล่ะ เมาไหม เมานะ กว่ากลับที่พักกันก็ตี2 อยู่กันจนร้านปิด จากนั้นก็เดินกลับที่พัก แต่ร้านยังคงเปิดอีกหลายร้านนะ เนียะแหละคับถึงบอกว่าไปคนเดียวก้เฟี๊ยวได้ หาเพื่อนข้างหน้าเอา อีกอย่างมีภาษาอังกฤษมีชัยไปกว่าครึ่งนะคับ ฝึกๆเข้าไว้คับภาษาอังกฤษไปทั่วโลกได้แน่นอนและอย่าไปอายที่จะพูดผิด ไม่ใช่ภาษาแม่เราครับ สื่อสารได้คุยกันรู้เรื่องก็เป็นพอละครับ ทุกวันนี้คุยภาษาอังกฤษสนุกกว่าคุยภาษาญี่ปุ่นที่ใช้หาเงินอีกครับ 555+

Day4: 17 APRIL 2017

วันนี้วันสุดท้ายที่เกาะหลีเป๊ะแล้ว ตื่นไม่ไหวก็ต้องตื่น ต้องตื่นไปขึ้นเรือรอบ11โมง แต่ดูเวลาผิด คิดว่า11.30โมง เลยไม่ได้เร่งรีบ กว่าจะจัดกระเป๋า เช้คเอ้าท์ก็10.30โมงกว่าๆ

พอดูตั๋วเรืออีกที เอ่าเชี้ยยยยยยยย ต้องไปขึ้นรอบ11โมงนี่หว่า เหลือเวลาอีกแค่10นาทีเท่านั้น ก็เร่งฝีเท้าเดินไปเช็คอินเรือพลอยสยาม สุดท้ายก็ไปทันเกือบๆคนสุดท้าย มีคนช้ากว่ากรูอีกนะเนียะ

ระหว่างรอพี่ๆขนย้ายกระเป๋าขึ้นเรือก็เดินชมวิวเล็กน้อย ก็ยังอุตส่าห์ถ่ายรูปช็อตที่พี่เขาโยนกระเป๋าตัวเองได้อยู่นะ

ลาแล้วเกาะหลีเป๊ะที่รัก ขอขอบคุณสภาพอากาศที่แจ่มใส แดดแรงทุกวัน ทำให้ได้เห็นความสวยงามของทะเลสีฟ้าใสกิ๊กกกกกกกก ความสมบูรณ์ของทะเลอันดามันที่เกาะหลีเปีะแห่งนี้ เป็นทริปที่ประทับใจมากและแน่นอนว่าจะกลับมาเยือนดินแดนอันไกลโพ้นแห่งนี้อีกแน่นอน


ความคิดเห็น