ดอยม่อนจอง_มือใหม่หัดเดินป่า...เหนื่อยหน่อย แต่ สวยมาก รีวิวโดย การเดินทางของอีกา

ทำไมหลายๆคน ถึงยอมเหนื่อย ในการเดินป่า ขึ้นเนิน ลงเขา . .? ถ้าถามเรา เราจะตอบว่า เพราะเป้าหมาย ที่รออยู่ปลายทาง ปลายทางของเราครั้งนี้ คือ ดอยม่อนจอง จ.เชียงใหม่ เราได้ขึ้นไปเห็นผาหัวสิงห์ ได้เจอทะเลหมอก ได้เห็นดาวเป็นล้านๆดวง ในครั้งนี้ รอบนี้เราไม่ได้เดินทางไปเอง เราไปกับเพจ กูเที่ยวไปเรื่อย ร

ดอยม่อนจอง_มือใหม่หัดเดินป่า...เหนื่อยหน่อย แต่ สวยมาก

ดอยม่อนจอง_มือใหม่หัดเดินป่า...เหนื่อยหน่อย แต่ สวยมาก

 วันพฤหัสที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 เวลา 21.18 น.

 วันที่เดินทาง 17 พ.ย. 2561

ทำไมหลายๆคน ถึงยอมเหนื่อย ในการเดินป่า ขึ้นเนิน ลงเขา . .?

ถ้าถามเรา เราจะตอบว่า เพราะเป้าหมาย ที่รออยู่ปลายทาง

ปลายทางของเราครั้งนี้ คือ ดอยม่อนจอง จ.เชียงใหม่

เราได้ขึ้นไปเห็นผาหัวสิงห์ ได้เจอทะเลหมอก ได้เห็นดาวเป็นล้านๆดวง ในครั้งนี้


รอบนี้เราไม่ได้เดินทางไปเอง เราไปกับเพจ กูเที่ยวไปเรื่อย ราคา 2,890 บาท สะดวกดี ไม่ต้องจองเอง ไม่ต้องหาสมาชิกเอง ไปคนเดียวก็ได้ ไม่เหงาแน่นอน

ปล.ไม่ได้รับจ้างมาโฆษณา***

ข้อมูลคร่าวๆ ที่ควรจะรู้ ก่อนจะไป

1.ช่วงเปิดดอย พฤศจิกายน ถึง กุมภาพันธ์

2.ไม่ว่าจะเดินทางมาด้วยหนทางใด ต้องมาเริ่มต้นที่ ศูนย์บริการท่องเที่ยวดอยม่อนจอง

3.ต้องเช่ารถ 4W ชาวบ้านไปยังจุดเริ่มเดิน ราคาแล้วแต่จำนวนคน

-จำนวนคน 1-5 คน ราคา 2,500 บาท

-จำนวนคน 6-9 คน ราคา 3,000 บาท

-จำนวนคน 12-17 คน (2คัน) ราคา 6,000 บาท

4.มีลูกหาบ นอกจากช่วยหาบของแล้ว ยังช่วยกางเต้นท์ ก่อไฟ ทำกับข้าว ให้อีก

-จำกัด 20 กก. / 1ลูกหาบ

-2 วัน 1 คืน ราคา 600 บาท/คน

5.ข้างบนไม่มีไฟฟ้า มีห้องน้ำ มีลำธาร (พกไฟฉายไปด้วย สำคัญมาก)

6.น้ำดื่ม แล้วแต่จะแบกไหว ส่วนเรากินไป 3 ลิตร

7.ลานกางเต๊นท์ มี บน กับ ล่าง (แนะนำให้เลือก บน เพราะใกล้กับจุดชมวิว)

8.มีเต๊นท์ ถุงนอน ให้เช่าที่ศูนย์บริการ

ติดต่อ ศูนย์บริการท่องเที่ยวดอยม่อนจอง

https://web.facebook.com/doimonjong.omkoi/

โทร 092-5597201


ช่วงนั่งรถไปจุดเริ่มเดินนะ บอกเลย ไม่ธรรมดา มีปวดข้อมือ ปวดก้น แน่นอน

ระยะทาง 16 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

พอถึงจุดเริ่มเดิน ระยะทางต่อจากนี้อีก 4 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง

ก็เดินเรื่อยๆ สบายๆ เหมาะกับมือใหม่นะ เพราะเราเอง ก็มือใหม่

**มีไม้เท้าให้ด้วยตรงจุดเริ่มเดิน

จุดถ่ายรูประหว่างทางตรงนี้ คือ ภูหินช่อ

ใครๆเขาก็จอดถ่ายรูปกัน

หากมาถึงผาหินช่อแล้ว ก็อีกนิดเดียว จะมาถึงจุดที่โหดที่สุดก็ว่าได้

ก่อนหน้านี้ เนินนี้ถูกเรียกว่า "เนินหมาหอบ" แต่ปัจจุบัน กลายเป็น "เนินฮิบหอบ" ไปแล้ว

คำกล่าวจากชายคนหนึ่งที่ไม่มีทางเลือกมากนัก "งานบางอย่างมันยาก แต่จำยอมให้ครอบครัวลำบาก ไม่ได้"

เราได้ลานกางเต๊นท์ล่าง ก็เดินไกลหน่อย เพื่อไปยังจุดชมวิวด้านบน

ส่วนเต๊นท์นี้เหรอ เมื่อเดินมาถึง บรรดาลูกหาบก็กางให้พวกเราเรียบร้อยแล้วครับ ดี๊ดี

เราทำเพียงแค่ โยนกระเป๋าใส่เต๊นท์ ล้างหน้า ล้างตัว แล้วนอนพักสักหน่อย เย็นๆก็ค่อยขึ้นไปถ่ายรูป รอชมพระอาทิตย์ตก

**จากจุดที่กางเต๊นท์ เดินขึ้นไปจุดชมวิว ใช้เวลา 15 นาที แต่ๆ..หากจะเดินไปยังหัวสิงห์ ใช้เวลาประมาณ เกือบ 1 ชั่วโมง

จากเหตุการณ์ถ่ายรูปพระอาทิตย์ตก เราลากยาวยันรอดาวขึ้น ลงไปกินข้าวเป็นกลุ่มสุดท้าย

ลงไปก็ไม่ต้องทำอาหารเองเลยครับ ทางเพจเขาจัดการไว้ให้เรียบร้อย

จากนั้นก็นอนพักเถอะ คืนนั้นพระจันทร์ตก ราวๆตี 1 เราก็เดินขึ้นไปดูดาว ถ่ายรูปดาวอีกครั้ง

ขึ้นๆลงๆ อยู่หลายรอบ ครั้งนี้เป็นการขึ้นมารอดูพระอาทิตย์ขึ้น

ถ้าถามว่าเหนื่อยไหม เพลียไหม ก็คงต้องตอบว่า "เหนื่อยมาก แต่ มาถึงขนาดนี้แล้ว แล้วก็ไม่รู้ว่าจะได้มาอีกรึเปล่า" คำปลอบใจเวลาที่เราเหนื่อยๆ จนไม่อยากลุกออกจากเต๊นท์แล้ว

สมบูรณ์แบบ สิ่งที่อยากจะเห็นทั้ง หัวสิงห์ ทะเลหมอก ดวงดาว ฟ้าเปิด พระอาทิตย์ตก และ พระอาทิตย์ขึ้น

กับอีกหนึ่งสถานที่ ที่มาร์คไว้ ว่า "ชีวิตนี้จะต้องไปให้ได้"

ความคิดเห็น