" นั่งเรือเฟอร์รี่ " ข้ามอ่าวไทยไปเที่ยว " หัวหิน " l Royal Passenger Liner​ รีวิวโดย Once-a-month

" นั่งเรือเฟอร์รี่ " ข้ามอ่าวไทยไปเที่ยว " หัวหิน " Royal Passenger Liner ที่สุดแห่งทางลัด ตัดตรงสองเมืองริมทะเล ฮัลโหล .. นักท่องเที่ยวทุกๆ ท่าน วันนี้ once-a-month จะพาทุกคนไปเปิดประสบการณ์ใหม่ในการไปเที่ยวหัวหิน ถิ่นมีหอย ..... ทำไมต้องบอกว่าเปิดประสบการณ์ใหม่ แค่ไปเที่ยวหัวหินเอง บางคนไปจนนั

" นั่งเรือเฟอร์รี่ " ข้ามอ่าวไทยไปเที่ยว " หัวหิน " l Royal Passenger Liner​

" นั่งเรือเฟอร์รี่ " ข้ามอ่าวไทยไปเที่ยว " หัวหิน " l Royal Passenger Liner​

 วันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2561 เวลา 09.55 น.

 วันที่เดินทาง 24 พ.ย. 2561

" นั่งเรือเฟอร์รี่ " ข้ามอ่าวไทยไปเที่ยว " หัวหิน "

Royal Passenger Liner

ที่สุดแห่งทางลัด ตัดตรงสองเมืองริมทะเล

ฮัลโหล .. นักท่องเที่ยวทุกๆ ท่าน วันนี้ once-a-month จะพาทุกคนไปเปิดประสบการณ์ใหม่ในการไปเที่ยวหัวหิน ถิ่นมีหอย .....

ทำไมต้องบอกว่าเปิดประสบการณ์ใหม่ แค่ไปเที่ยวหัวหินเอง บางคนไปจนนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว แต่เรามั่นใจว่าบางคนยังไม่เคยไปเที่ยวหัวหินโดยการนั่งเรือข้ามจากฝั่งพัทยาไปแน่นอน วันนี้เราเลยจะพาทุกคนนั่งเรือจากพัทยาไปหัวหินด้วยกัน แต่ก่อนอื่นเลย เรามาทำความรู้จักกับเรือกันก่อนดีกว่า


Royal Passenger Liner พัทยา - หัวหิน

  • The Royal Ferry เป็น High Speed Catamaran ความเร็วสูงได้รับการรับรองด้านความปลอดภัย จากหน่วยงานภาครัฐ และเป็นไปตามมาตรฐานสากล
  • สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากกว่า 300 ที่นั่งโดยแบ่งออกเป็น 2 ชั้น คือ ชั้นประหยัด ชั้นธุรกิจ และห้อง VIP
  • ขับเคลื่อนด้วยระบบ Water Jet ความเร็ว 32 knots
  • โดยเส้นทางเดินเรือ พัทยา-หัวหิน มีระยะทางรวม 116 กิโลเมตร
  • ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมง แตกต่างจากการเดินทางด้วยรถยนต์ที่ต้องใช้เวลาถึง 5-6 ชั่วโมง


การสำรองที่นั่ง

  • จองออนไลน์ ไปที่ www.royalferrygroup.com
  • ซื้อตั๋วบริเวณท่าเรือในวันเดินทาง ( มาก่อนเวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง )

ฝั่งพัทยา : ท่าเรือแหลมบาลีฮาย อาคารจอดรถอัตโนมัติชั้น 2
ฝั่งหัวหิน : ท่าเรือเขาตะเกียบ


อัตราค่าโดยสาร

** เอกสารที่ต้องใช้ในการการซื้อตั๋วโดยสาร : บัตรประชาชน หรือ Passport


ตารางเวลาการเดินเรือ


** ในวันเดินทางจะต้องมาถึงท่าเรือก่อนเวลาประมาณ 30 นาที เพื่อ check in และตรวจสัมภาระ

เอาละครับ สาระทางการเยอะและ เราไปเที่ยวกันดีกว่าครับ

Let's go

เราเดินทางกันวันเสาร์ครับ ตอนเช้าเราก็ขับรถไปที่พัทยาถึงที่พัทยาประมาณ 11 โมง ก็เลยแวะเข้า Terminal 21 Pattaya เข้าไปหาอะไรรองท้องกันก่อนเดินทางซะหน่อย ราคาอาหารที่นี่ ก็ถูกและดีเหมือนที่กรุงเทพเลยครับ ทานข้าวอิ่มแล้วก็รีบออกไปหาที่จอดรถก่อน เพราะเรือนี้เป็นเรือ Passenger จึงไม่สามารถเอารถขึั้นไปได้ บริเวณท่าเรือแหลมบาลีฮายจะมีอาคารจอดรถอัตโนมัติอยู่ เรารถมอเตอร์ไซต์ก็ฝากไว้ด้านข้างได้ครับ ฝากรถเสร็จเราก็วิ่งไปท่าเรือเพราะจะเลทแล้ว เราต้องไปถึงที่ท่าเรือก่อนเวลาประมาณ 30 นาที เพื่อจะเข้าไป check in และตรวจสัมภาระก่อนขึ้นเรือนะครับ อย่าลืมเผื่อเวลากันด้วยนะครับ

ตั๋วของเรา ไปขึ้นเรือที่ท่าเรือ C จะเห็นเรือของเราจอดอยู่ สังเกตได้ไม่ยาก ลำเบอเร่อเลยครับ

เข้ามาแล้วก็ไปที่เค้าเตอร์เพื่อ check in เรียบร้อยก็เดินเข้ามาด้านในเพื่อตรวจสัมภาระ ที่นี่ มีการตรวจเข้มพอสมควร ทั้งตรวจโลหะ X-ray เหมือนกำลังจะขึ้นเครื่องบินเลยครับ ตรวจสัมภาระเสร็จก็เดินเข้าไปนั่งรอขึ้นเรือด้านในกันเลย

เข้ามาแล้วก็เอากระเป๋าสัมภาระมาวางไว้ตรงจุดที่จัดไว้ให้ เดี๋ยวพี่เจ้าหน้าที่จะขนไปวางบนเรือให้เอง

อ้อ .... เราสามารถนำรถจักรยานขึ้นเรือได้นะครับ ตอนที่เราไปก็มีคันนึง

พอใกล้เวลาพี่ๆ เจ้าหน้าที่ ก็จะมานำกระเป๋าสัมภาระของพวกเราขึ้นไปจัดวางบนเรือ หลังจากนั้นก็จะเปิดให้เราขึ้นเรือ

เดินเข้ามาด้านในเรือเราจะเจอกับห้องที่มีเก้าอี้ที่นั่งเรียงราย ห้องแรกที่เราเจอก่อน คือห้องของตั๋วโดยสารชั้น Economy

เดี๋ยวเราพาไปเดินดูห้องชั้นบนบ้างดีกว่า ว่าบรรยากาศเป็นยังไง
ห้องชั้นบนจะเป็นที่นั่งโดยสาร Business Class และห้อง VIP

ไปดูที่นั่งโดยสาร Business Class ก่อนเลยแล้วกัน



ถัดจากที่นั่งโดยสาร Business Class ไปทางหัวเรือก็จะเป็นส่วนของห้อง VIP





ต่อไปไปดูห้องน้ำกันบ้างดีกว่า เพราะอยู่บนเรือตั้ง 2 ชั่วโมง เกิดปวดท้องขึ้นมาจะทำยังไง ไม่ต้องเป็นห่วงเลย ห้องน้ำบนเรือมีหลายห้อง พร้อมรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวแน่นอน ห้องน้ำก็จะอยู่ด้านหลังของเรือ


สำรวจเรือจนครบเท่าที่จะไปได้แล้วก็ได้เวลาออกเรือพอดี เรากลับมานั่งที่ของเราดีกว่า

อ้อ ... บริเวณใต้ที่นั่งของเราจะมีเสื้อชูชีพอยู่ทุกที่นั่งนะครับ


ระหว่างที่เรือออกจากท่า จะมีพี่พนักงานบริการนำน้ำเปล่ามาแจกให้ฟรี



หลังจากนั้นถ้าใครหิวก็สามารถสั่งของมาทานได้ ก็จะมีพี่ๆ มารับออเดอร์ไป ส่วนการจ่ายเงินจะรับแค่เงินสดนะครับ

ในขณะที่เรือแล่นอยู่ เราจะไม่สามารถออกไปข้างนอกห้องโดยสารได้ เนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัย

อย่างที่บอกตอนแรกว่าเราใช้เวลาเดินทางกันประมาณ 2 ชั่วโมง เราเลยฆ่าเวลาด้วยการพักสายตาซะเลย 555 แล้วไปเจอกันที่หัวหินเลยแล้วกันเนาะ


หัวหิน น น น น น น

ตื่นขึ้นมาเจอวิวด้านนอกหน้าต่างเป็นเขา ใช่แล้ว เรามาถึงแล้วเขาตะเกียบ หัวหิน จุดหมายของเรา เรามาถึงที่หัวหินกันประมาณ 16.10 น.

ระหว่างที่เรือกำลังเข้าเทียบท่า เราได้รับอนุญาตจากพี่เจ้าหน้าที่ออกไปเก็บบรรยากาศนอกเรือมาฝากเพื่อนๆ ด้วย

เมื่อเรือเทียบท่าเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะเปิดประตูเรือและทยอยนักท่องเที่ยวออกจากเรือก่อน

หลังจากที่นักท่องเที่ยวลงจากเรือหมดแล้ว พี่ๆ ก็จะทยอยเอากระเป๋าออกมาวางตรงจุดวางกระเป๋า นักท่องเทีย่วก็สามารถมารับกระเป๋าของตัวเองได้เลย

ส่วนเรือก็จะตีกลับไปพัทยาเลย ก็จะมีนักท่องเที่ยวมารอขึ้นเรือกัน เราอยู่จนถึงเรือออกจากท่า พรุ่งนี้เจอกันใหม่นะ

ไม่นานหลังจากเรือออก เรือก็ลับสายตาเราไป ใช้เวลาไม่นานเลย วิ่งเร็วเหมือนกันนะเนี่ย

ถึงแล้วก็ถ่ายรูปเช็คอินก่อนแล้วกัน

ไปโรงแรมกันดีกว่า เราเดินออกจากท่าเรือไปปากซอย แล้วก็ติดต่อเช่ารถมอเตอร์ไซต์ เราไม่ได้แพลนจะเช่ารถตั้งแต่แรก มาหากันตอนนั้นเลย โชคดีที่เจอร้านที่เค้าสามารถเอารถมาส่งเราได้ เราก็เลยให้พี่เค้าเอารถมาส่งให้ตรงปากทาง แล้วก็ขี่ไปโรงแรม ( ค่าเช่ารถก็ 250 บาท )


โรงแรม ไวท์ วิลล่า

ครั้งนี้เราพักกันที่ " โรงแรม ไวท์ วิลล่า " อยู่ตรงข้ามกับ Huahin Market Village อยู่ห่างจากท่าเรือประมาณ 5 กิโลเมตร

** เราลืมหน้าโรงแรมตอนกลางวันเลย ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

check in เรียบร้อยก็ไปดูห้องกันดีกว่า

ภายในห้องครับ ห้องกว้างทีเดียวเลยครับ มีระเบียงหลังห้อง พร้อมเก้าอี้

เครื่องใช้ไฟฟ้าก็มีให้ครบ ทีวี ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ กาต้มน้ำร้อน เครื่องทำน้ำอุ่น ไดร์เป่าผม

ที่จอดรถจะอยู่ด้านหลังของโรงแรม สามารถรองรับได้หลายคัน

พวกอุปกรณ์อาบน้ำก็จัดเตรียมไว้ให้ครบ

เรานั่งพักตากแอร์อยู่ในห้องกันสักพัก เพราะอากาศร้อนมาก รอเวลาไปหาอะไรทานตอนเย็นๆ มืดๆ เลยทีเดียว

ระหว่างที่รอเวลา เราก็มานั่งหากันว่าจะกินอะไรดี ถกไปถกมา สุดท้ายก็มาลงเอยที่ บุฟเฟ่ต์ทะเลเผา 555 ทางของเราเลยล่ะ ส่วนร้านที่เราจะไปชื่อว่า " หัวหินซีฟู้ดบุฟเฟ่ต์ " ซึ่งก็อยู่ระหว่างทางจากท่าเรือมาโรงแรมนั่นแหละ ประมาณ 6 โมงนิดๆ แดดเริ่มหุบแล้ว เราก็เตรียมตัวไปร้านกัน

มาถึงร้านคนยังไม่ค่อยเยอะเท่าไร และโชคดีของเราอีกแล้วที่ไม่ได้จองโต๊ะมาก่อนล่วงหน้า ยังพอมีที่ว่างให้เราบ้าง หลังจากนั้นไม่นาน คนก็ทะยอยมา จนแน่นร้านเลยครับ

บุฟเฟ่ต์ท่านละ 399 บาท ราคานี้รวมเครื่องดื่มแล้วนะ และที่สำคัญเลยไม่จำกัดเวลาด้วย

อาหารก็จะมีหลากหลายนะ มีโซนที่เป็นซีฟู้ด กุ้ง หอย ปู ปลาต่างๆ และก็มีโซนที่เป็นอาหารพร้อมทานพวกข้าว ของทอด บาร์บีคิวต่างๆ

นั่งกินไปเพลินๆ จนอิ่มแปร่ รู้ตัวอีกทีมองนาฬิกาก็ปาเข้าไป 2 ชั่วโมงแล้ว ไปจ่ายตังแล้วไปหาที่เดินย่อยกันดีกว่า เราจะพาไปเดินตลาดกัน เผื่อได้ของกินเพิ่ม เอ้ย..ไม่ใช่ เผื่อได้ของฝากติดไม้ติดมือกลับไปบ้าง

เรามาเดินกันที่ตลาด Cicada ตลาดก็อยู่ใกล้ๆ กับร้านบุฟเฟ่ต์เลย ตลาดจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับร้านนะ ส่วนใครที่เอารถมาสามารถเข้าไปจอดรถในที่จอดรถของตลาดได้ ฟรี ที่จอดรถจะอยู่ฝั่งเดียวกับร้าน จอดรถก่อนแล้วค่อยเดินข้ามไป

เข้ามาก็จะมีเป็นเหมือนลานกิจกรรมต่างๆ มีทั้งน้องๆ ที่มาเล่นดนตรี เต้น หรือจะเป็นละครเวทีเลยก็มี


ในตลาดก็จะมีทั้งของคาว ของหวาน สามารถมาเลือกซื้อของกินได้ กินเสร็จก็เดินหาของฝากได้ มีแต่ของสวยๆ น่ารักๆ เต็มไปหมดเลย

เราเดินกันอยู่สักพักดูของไปเรื่อยๆ ก็แอบเมื่อยแล้ว เลยชวนกันกลับไปที่โรงแรม

พอกลับมาโรงแรม เห็น Huahin Market Village จัดไฟอย่างสวยงามอลังการ เราก็เลยไปเก็บบรรยากาศไฟตอนกลางคืนมา

ถ่ายรูปกันเสร็จ เริ่มง่วงแทนและ เดินกลับโรงแรมกันดีกว่า
ขึ้นไปอาบน้ำ พักผ่อนกันดีกว่า เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องลุยกันต่ออีก


เช้านี้ที่หัวหิน

ตื่นแล้วก็ชวนกันไปเดินทะเลตอนเช้ากันดีกว่า โรงแรมเราก็อยู่ใกล้ๆ หาดนะ สามารถเดินไปได้ แต่เราขี่รถไป หาดก็จะอยู่หลังโรงแรม ที่จริงเดินไปดีกว่าเพราะตรงนั้นไม่มีที่จอดรถ มาถึงก็จะเห็นได้กั้นไม่ต้องตกใจนะมันเดินเข้าไปได้

บรรยากาศชายหาดตอนเช้าก็จะมีทั้งคนมาออกกำลังกาย คนขี่ม้าตามชายหาด พ่อแม่พาเด็กๆ มาเล่นน้ำ

บรรยากาศยามเช้าที่หาด รู้สึกสดชื่น แต่เริ่มสายแดดก็เริ่มจะร้อน แล้วก็เริ่มหิวแล้วด้วย เรากลับไปทานอาหารเช้าที่โรงแรมกันดีกว่า

ที่โรงแรมก็จะมีอาหารเช้าให้ ห้องอาหารก็จะอยู่ชั้น 5 อยู่ชั้นบนสุดเลย

ทานข้าวเสร็จก็กลับลงไปอาบน้ำ เก็บของ แล้วเราก็ check out ออกจากโรงแรมเลย แต่เราฝากของไว้ที่โรงแรมก่อน เพราะเดี๋ยวจะพาออกไปหาของกินในหัวหินกัน แล้วจะแวะกลับมาเอาก่อนไปขึ้นเรือ

ที่แรกเลยจะพาไปที่ seen space เป็นโรงแรมที่มีร้านหลากหลายอยู่ในนั้น เราจะพาไปดูบรรยากาศภายในโรงแรมกันครับ

บรรยากาศด้านใน ก็สวนดีแบบสไตล์ Loft หน่อยๆ เดินถ่ายรูปกันพอแล้ว ก็กลับไปหากาแฟกินกันดีกว่า ร้านที่เราตั้งใจมา ชื่อว่า studio by the sea ซึ่งก็อยู่ภายในโรงแรมนั้นแหละครับ

ภายในร้านก็เป็นสไตล์ปูนเปลือยแบบนี้เราชอบเลย แล้วก็มีการจัดแต่งเป็นแกลลอรี่แสดงภาพถ่าย ซึ่งไปหาข้อมูลมาเจ้าของร้านก็เป็นช่างภาพด้วย มีมุมให้ถ่ายรูปเท่ๆ มีกล้องฟิล์มให้ถือเล่น

ของหวานจบไปก็เที่ยงพอดี ไปปต่อของคาวกันเลย เราก็ขี่วนเล่นไปเรื่อย ตอนที่อยู่ร้านกาแฟก็หาร้านข้าวไปพลาง สรุปได้ว่าไปหาก๋วยเตี๋ยวกินกันดีกว่า ชื่อว่า ก๋วยเตี๋ยวเป็ดระตะมา (ปล.อ่านชื่ออยู่สี่ห้ารอบ ระตะมา มะตะรา ตะรามะ โอ้ยยยย ฮ่าๆ)

เมนูก็จะเป็นเป็ดซะส่วนใหญ่นะ อยากกินหลายอย่างเลย ก็เลยสั่งมากันคนละอย่าง มีข้าวหน้าเป็ด ข้าวกะเพราเป็ดไข่ดาว แล้วก็เกาเหลามาซดน้ำ สั้นๆเลย ร้านที ทีเด็ด ครับผม ต้องมาลอง

หนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มหย่อนอีกแล้ว แต่ก็เหลือเวลาไม่มากไม่น้อยที่จะต้องไปขึ้นเรือ พอถึงเวลาก็จะได้ไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ที่โรงแรมไปท่าเรือกัน

15.00 ติดต่อคืนรถมอเตอร์ไซค์เสร็จ ก็ไป check in ขึ้นเรือกัน ถึงเวลากลับแล้ว ก็มารอที่ท่าเดิมเลยนะ ไม่นานเรือก็มาจอดเทียบท่า เราก็รอให้นักท่องเที่ยวลงจากเรือ เจ้าหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยก่อน ถึงจะขึ้นเรือได้

พอขึ้นเรือได้ เจอแอร์เย็นๆ ก็วาร์ปไป รู้สึกตัวอีกทีก็ใกล้จะถึงพัทยาแล้ว

คิดไปคิดมา โรงแรมที่เราไปพัก มันสะดวกมาก ไม่ไกลจากท่าเรือ ไม่ไกลเมือง อยู่ตรงข้ามห้าง มีทางเดินลงไปทะเล ตอนมา ก็ไม่ได้คิดว่าจะสะดวกขนาดนี้จริงๆ ติดต่อไปได้นะครับ โรงแรมไวท์วิลล่าหัวหิน

อย่าลืมนะ สามารถสำรองที่นั่งได้ที่ royalferrygroup.com

หมดเวลาสนุกแล้วสิ .... จบไปอีก 2 วันหยุดของเรา ทริปเปิดประสบการณ์เที่ยวหัวหิน 2 วัน 1 คืน โดยการนั่งเรือข้ามจากฝั่งพัทยาไปหัวหิน เป็นทริปที่ตื่นเต้น ตื่นตา สนุก อิ่ม สบาย แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้า
มาติดตามกันว่าเราจะพาไปเที่ยวไหนอีก

เข้าไปติดตามพวกเราได้ที่ once-a-month นะคร๊าบบบบบบ

ปล. ค่าใช้จ่ายที่เราฝากรถเอาไว้ 270 บาท หรือคิดเป็น วันกว่าๆ นะครับ

ความคิดเห็น