เยี่ยมชม "นิทรรศการ จากบ้านสู่เมือง : รัฐแรกเริ่มบนแผ่นดินไทย" รีวิวโดย Adventure-of-St

นิทรรศการ จากบ้านสู่เมือง : รัฐแรกเริ่มบนแผ่นดินไทย" นิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พ.ศ 2561 นิทรรศการแห่งการเรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของแผ่นดินไทยที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ตื่นตาตื่นใจไปกับการรวบรวมและจัดแสดงโบราณวัตถุล้ำค่าจากทั่วทุกสารทิศในประเทศไทย ที่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในการบ

เยี่ยมชม "นิทรรศการ จากบ้านสู่เมือง : รัฐแรกเริ่มบนแผ่นดินไทย"

เยี่ยมชม "นิทรรศการ จากบ้านสู่เมือง : รัฐแรกเริ่มบนแผ่นดินไทย"

 วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 เวลา 12.27 น.

 วันที่เดินทาง 12 ก.ย. 2561

นิทรรศการ จากบ้านสู่เมือง : รัฐแรกเริ่มบนแผ่นดินไทย"

นิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พ.ศ 2561

นิทรรศการแห่งการเรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของแผ่นดินไทยที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

ตื่นตาตื่นใจไปกับการรวบรวมและจัดแสดงโบราณวัตถุล้ำค่าจากทั่วทุกสารทิศในประเทศไทย

ที่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในการบ่งบอกถึงการมีอยู่ของรัฐต่างๆในดินแดนไทย

"ปรับเปลี่ยนมุมมองและความรู้สึกอันน่าเบื่อหน่ายกับการเรียนรู้

เป็นความตื่นเต้นและจดจำความรู้สึกอันล้ำค่าที่ตนเองได้สัมผัส"

นิทรรศการนี้แบ่งเนื้อหาการจัดแสดงออกเป็น 5  หัวเรื่อง
จากบ้านสู่เมือง – เรื่องเล่าจากต่างแดน – แกนเชื่อมโลกการค้า – ศาสนา ความเชื่อ – เกื้อกำเนิดรัฐโบราณ


"เริ่มการเดินทางด้วยเข็มทิศประจำเส้นทางที่นำเราไปเรื่อยๆ"

1. จากบ้านสู่เมือง

นำเสนอความเปลี่ยนแปลงของชุมชนหมู่บ้านเกษตรกรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์

พัฒนาเข้าสู่การเป็นสังคมเมืองที่มีผู้นำปกครองในช่วงราวพุทธศตวรรษที่ 6 - 11

"บรรยากาศการเข้าสู่ห้องจัดแสดงห้องแรก"

"สินค้านำเข้าจากต่างแดนไกล"

หวีงาช้าง นำเข้าจากอินเดีย พบที่เมืองโบราณจันเสน

อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์

เครื่องประดับหินมีค่า นำเข้าจากเวียดนาม  

ลูกปัดหินกึ่งอัญมณี รูปสัตว์ นำเข้าจากอินเดีย

และลูกปัดลายฝังสี หินคาร์เนเลียนและหินอาเกต

"โบราณวัตถุกึ่งก่อนประวัติศาสตร์"

(1,500 - 2,000 ปีมาแล้ว)

"ภาชนะสำริด"

พบที่แหล่งโบราณคดีดอนตาเพชร

อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี

"ระหว่างทางเราก็สังเกตการจัดแสดง เรียนรู้เทคนิคเล็กๆน้อยๆจากการสำรวจดู"

"กลองมโหระทึก"

"เห็นรายละเอียดเทคนิคการจัดแสดงวัตถุชิ้นเล็กๆ"

2. เรื่องเล่าจากต่างแดน
นำเสนอความหลากหลายของผู้คนและวัฒนธรรมของบ้านเมืองแรกเริ่ม
ที่ปรากฏขึ้นในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย
จากเอกสารโบราณในมุมมองของชนต่างถิ่นโพ้นทะเลไกลและหลักฐานทางโบราณคดี

"ตะเกียงโรมัน สำริด"
กึ่งก่อนประวัติศาสตร์ พุทธศตวรรษที่ 9 - 11
พบที่แหล่งโบราณคดีพงตึก อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี

"การได้จับจ้องไปกับลายละเอียดอันสวยงามและพื้นผิวของโบราณวัตถุ ช่างน่าสนใจเหลือเกิน"

3.แกนเชื่อมโลกการค้า

นำเสนอบ้านเมืองและชุมชนที่เป็นเมืองท่าตั้งอยู่ท่ามกลางเส้นทางการค้าโบราณ

ระหว่างโลกตะวันออกและโลกตะวันตก

รวมทั้งเรื่องราวเกี่ยวกับเรือโบราณพนม – สุรินทร์

ที่จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นเรือโบราณที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยเท่าที่ค้นพบในปัจจุบัน

"จัดแสดงแผนที่เส้นทางการค้าและเมืองท่าที่สำคัญ"

"บรรยากาศการจัดแสดงและการจัดแสงไฟ"

"เครื่องประดับต่างๆ"

"ตราหรือตราประทับ"

"ตราหรือตราประทับรูปเรือ"

ศิลปะทวารวดี พุทธศตวรรษที่ 11 - 13

"แผ่นดินเผารูปท้าวกุเวรและคชลักษมี"

ศิลปะทวารวดี พุทธศตวรรษที่ 13 - 14

อีกส่วนหนึ่งของห้องจัดแสดงเรือโบราณพนม-สุรินทร์

เป็นการจำลองให้เห็นและเข้าใจถึงลักษณะของเรือโบราณ

- พ.ศ 2556 มีการพบเรือที่จมอยู่ในพื้นที่โคลนตมน้ำขัง ที่ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร

และมีการเรียกชื่อตามเจ้าของที่ดิน สามี-ภรรยา

"เทคนิคการต่อเรือที่พบในเขตทะเลอาหรับ อินเดียและตะวันออกกลาง"

- แผ่นไม้กระดานเปลือกเรือผูกติดกันด้วยเชือกซึ่งทำจากเส้นใยมะพร้าว

ซึ่งเป็นวัสดุที่นิยมใช้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น

เรียกวิธีการยึดโครงเรือและเปลือกไม้แบบนี้ว่า 'การหมันเรือ' หรือ 'การเย็บเรือ'

"ภายในเรือพบโบราณวัตถุและภาชนะดินเผาเป็นจำนวนมาก"

"ชิ้นส่วนภาชนะดินเผา"

- เป็นชิ้นส่วนของภาชนะก้นแหลมที่เรียกว่า 'แอมเฟอรา' ในวัฒนธรรมอาหรับ

"งาช้างและเขากวางป่า"

พบจากการขุดค้นแหล่งเรือโบราณพนม-สุรินทร์

4. ศาสนา ความเชื่อ

นำเสนอหลักฐานการเข้ามาพร้อมกับการค้าของศาสนาพราหมณ์ (ฮินดู)

และศาสนาพุทธจากอินเดียโดยเฉพาะรูปเคารพ ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 9-11

"พระพิมพ์แสดงภาพพระพุทธรูปปางสมาธิ

ขนาบด้วยเสาธรรมจักรและสถูป"

"ศิวลึงค์ทองคำบนฐานเงินสี่เหลี่ยมจตุรัส"

(พุทธศตวรรษที่ 11 - 12)

พบภายในถ้ำเขาพลีเมือง อ.สีชล จ.นครศรีธรรมราช

"พระวิษณุและศิวลึงค์"

"ส่วนฐานของพระวิษณุ"



5. เกื้อกำเนิดรัฐโบราณ
นำเสนอเรื่องราวของบ้านเมืองโบราณขนาดใหญ่ระดับรัฐหรือนครรัฐ
ที่ปรากฏขึ้นบนแผ่นดินไทยในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12-18
เช่น ทวารวดี เจนละ ลวปุระหรือละโว้ ศรีวิชัย

"บรรยากาศการเดินชมห้องสุดท้าย"

"เอกมุขลึงค์บนฐานโยนี"

(ศิลปะทวารวดี พุทธศตวรรษที่ 13 - 14)

ได้จากการขุดแต่งโบราณสถานคอกช้างดิน 5

เมืองโบราณอู่ทอง จ.สุพรรณบุรี

"จารึกเหรียญเงิน ศรีทวารวดีศวรปุณย"

"พระพิมพ์ปางสมาธิมีจารึก"

(พุทธศตวรรษที่ 13 - 14)

- ศิลปะทวารวดี อักษรหลักปัลลวะ ภาษามอญโบราณ

พระพิมพ์มีจารึกว่า "บุญนี้(เป็นของ)กษัตริย์มะระตา(ผู้สร้าง)พระพุทธรูป"

เป็นหลักฐานยืนยันว่ากษัตริย์ทวารวดีทรงนับถือศาสนาพุทธเป็นหลัก

"ฐานรูปเคารพจารึกเรื่องพระเจ้าจิตรเสน"

"รัฐเจนละ"

"รัฐละโว้"

"พระพุทธรูป สถูปจำลอง และสิ่งของเครื่องใช้เนื่องในพุทธศาสนา"

(พุทธศตวรรษที่ 17 - 18)

- ศิลปะลพบุรี

" ความพิเศษคือการที่เราได้สังเกต จับจ้อง และสัมผัสความรู้สึกอันล้ำค่าต่อโบราณวัตถุเหล่านี้

ที่เรียงร้อยด้วยเรื่องราวที่ก่อเกิดแก่ประวัตศาตร์ของแผ่นดินไทยอันน่าเหลือเชื่อ

สิ่งเหล่านี้เองคือสิ่งที่ควรค่าแก่การศึกษาต่อไป

ได้สัมผัสบรรยากาศการจัดแสดงที่น่าตื่นเต้น

พบเจอการจัดแสดงโบราณวัตถุในน้ำ อันจะต้องรักษาสภาพเดิมไว้ให้ได้มากที่สุด

เกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆจากหลายๆเรื่องที่พบเจอ

อีกทั้งยังสนุกกับการเรียนรู้เทคนิคเล็กๆน้อยๆของการจัดแสดงวัตถุชิ้นต่างๆด้วย "

ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็น