ถ้าใจโดนเท ให้เซไป “เชียงดาว” รีวิวโดย บันทึกจากฉัน

การเดินทางครั้งนี้เริ่มจาก มหาสารคาม – เชียงใหม่ นั่งรถทัวร์ เพชรประเสริฐ รอบแรก 16.10 น. เพื่อจะได้ไปถึงเช้าๆที่เชียงใหม่ จะได้มีเวลาเที่ยวเยอะๆนะเอออออ 04.30 น. ถึงสถานีขนส่งอาเขต ก็นั่งรอกันไปฮ่ะ เพราะร้านเช่ารถใกล้ๆเปิดเวลา 06.00 น. ใครที่แบตหมดก็ชาร์จแบตรอได้ที่นี่เลย มีห้องน้ำให้เข้า (น่าจ

ถ้าใจโดนเท ให้เซไป “เชียงดาว”

ถ้าใจโดนเท ให้เซไป “เชียงดาว”

 วันศุกร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2562 เวลา 20.47 น.

 วันที่เดินทาง 16 ต.ค. 2561

การเดินทางครั้งนี้เริ่มจาก มหาสารคาม – เชียงใหม่

นั่งรถทัวร์ เพชรประเสริฐ รอบแรก 16.10 น. เพื่อจะได้ไปถึงเช้าๆที่เชียงใหม่ จะได้มีเวลาเที่ยวเยอะๆนะเอออออ

04.30 น. ถึงสถานีขนส่งอาเขต ก็นั่งรอกันไปฮ่ะ เพราะร้านเช่ารถใกล้ๆเปิดเวลา 06.00 น. ใครที่แบตหมดก็ชาร์จแบตรอได้ที่นี่เลย มีห้องน้ำให้เข้า (น่าจะมีที่ให้อาบน้ำด้วยนะ แต่ดูแล้วไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่)

06.00 น. ร้านเช่ารถเปิดแล้ว (เช่ารถร้าน Bikky มีราคารถตั้งแต่วันละ 250 -1000 เลยมั้ง แล้วแต่รถ รถยนต์ รถมอไซต์มีหมด ไม่มีค่ามัดจำ แต่ต้องเก็บบัตรประชาชนไว้ ของเราเช่า ซูเมอร์เอ็ก วันละ 300 บาท) ไปรอเป็นคนแรกเลยฮ่ะหลังจากเช่ารถเสร็จแล้วเราก็ขับดิ่งไปยังสถานีรถไฟเชียงใหม่ เพื่อไปอาบน้ำแต่งตัวหาอะไรกินที่นั่น เพราะเราว่าห้องน้ำสะดวกกว่าในขนส่งนะ (อันนี้ความเห็นส่วนตัว)

เริ่มที่แรก

วัดอุโมงค์

ตั้งอยู่ที่ ถนนสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้นในสมัยพญามังรายราวๆ ปี พ.ศ.1839 ที่ด้านบนของอุโมงค์นั้นจะเป็นที่ประดิษฐานของ เจดีย์ 700 ปี ศิลปกรรมล้านนา ซึ่งสันนิษฐานว่าสร้างประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ 20 บริเวณโดยรอบมีความสวยงามด้วยต้นไม้ แมกไม้นานาพันธุ์ โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนที่มอสสีเขียวชอุ่มจะขึ้นปกคลุมบริเวณรอบๆ ตัววัด เจดีย์ นอกจากนี้วัดอุโมงค์ ยังมีสถานที่สำคัญอื่นๆ ซึ่งแบ่งเป็นหลายส่วนด้วยกัน คือ เสาหินอโศกจำลอง, หลักศิลาจารึก, บันไดขึ้นไปเจดีย์, เศียรพญานาค, รูปพระโพธิสัตว์, พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง, โรงภาพปริศนาธรรม, หอสมุดธรรมโฆษณ์, พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติฯ และ สำนักงานสวนพุทธธรรม อีกด้วย

บ้านข้างวัด

โครงการ “บ้านข้างวัด” เป็นคอมมูนิตี้มอลล์สไตล์พื้นเมือง ตั้งอยู่ในซอยวัดอุโมงค์ ภายในบริเวณ “บ้านข้างวัด” จะมีบ้านกึ่งไม้กึ่งปูนเปลือย แบบ 2 ชั้น สร้างให้เหมือนบ้านในสมัยก่อน ตั้งอยู่ล้อมรอบกัน ตกแต่งด้วยของเก่าดั้งเดิมบ้านแต่ละหลังเปิดเป็นร้านขายของเแฮนเมด, ของตกแต่งบ้าน, ร้านอาหาร, ร้านกาแฟ, งานไม้ , Bookoo studio Showroom งานคราฟท์และงานเซรามิก, Orn the Rose บ้านและสตูดิโอ ของหญิงสาวที่รักงานปักผ้า, ห้องสมุดเก๋ๆ เอาไว้นั่งอ่านหนังสือชิลล์ๆ และในแต่ละเดือนที่บ้านข้างวัด ก็จะจัดตารางเรียน workshop ให้ได้มีกิจกรรมสนุกทำกันด้วย ฯลฯ อีกทั้งบ้านทุกหลังหันไปทาง ลานหญ้าสีเขียว ที่ตั้งอยู่ไล่เป็นชั้นๆ เป็นลานกิจกรรม เอาไว้จัดงานและทำกิจกรรมร่วมกัน



เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายรูป ถ้าไปช่วงเย็นอากาศน่าจะดีกว่านี้ เราไปช่วงเกือบเที่ยงละแดดเลยร้อนไปหน่อย แต่รวมๆก็ถือว่าดีค่ะ

พิพิธภัณฑ์เรียนรู้ราษฎรบนพื้นที่สูง เชียงใหม่ หรือ พิพิธภัณฑ์ชาวเขา

เป็นแหล่งรวบรวมผลงารวิชาการ และหลักฐานที่แสดงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวเขาทั้ง 10 ชนเผ่าในจังหวัดเชียงใหม่ คือ เผ่า กะเหรี่ยง ม้ง เมี่ยน ลีซู ลาหู่ อาข่า ถิ่น ขมุ ลัวะ และมลาบรี เป็นสถานที่ส่งเสริม เผยแพร่ แสดงอัตลักษณ์ วัฒนธรรมและการจำลองวิถีชีวิตของราษฎรบนพื้นที่สูง และภายในพิพิธภัณฑ์ก็มีศูนย์แสดงจำหน่ายสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ของชาวเขาอีกด้วย

โดยส่วนตัวชอบที่นี้นะคะ อยู่ที่นี่ยาวหน่อย อ่านประวัติและดูส่วนจัดแสดงนานมากๆเลยละ เดินดูรอบๆละเหมือนคนมีความรู้ขึ้นมาทันที 555555 ลองไปดูนะคะถ้าใครชอบอะไรแบบนี้ก็ตอบโจทย์เลยทีเดียว อ๋อ ที่นี่มี 2 ส่วนนะคะ มีพิพิธภัณฑ์ชาวเขาแสดงบ้านของชนเผ่าต่างๆขนาดเท่าของจริงจัดแสดงในส่วนด้านนอกด้วยค่ะ แวะไปชมกันได้ เข้าชมฟรีเด้อ

ปอลิง.ถ่ายมาไม่ครบทุกเผ่านะคะ มัวแต่ดูและอ่านเลยลืมถ่าย อิอิ

อ๊ะๆๆ อยู่นี่นานไปละ ไปที่อื่นต่อละ

สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

อยู่ที่อำเภอแม่ริมจังหวัดเชียงใหม่ เป็นที่ทีอนุรักษ์และ รวบรวมพรรณไม้เป็นหมวดหมู่ตามวงศ์สกุลต่างๆ โดยจัดปลูกให้สอดคล้องกับธรรมชาติมากที่สุด

เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 8.30-17.00 น.

ค่าธรรมเนียม ผู้ใหญ่ 40 บาท นักเรียน นักศึกษา คนละ20 บาท

ผู้ใหญ่อายุเกิน 60 ภิกษุ สมาเณร เด็กอายุต่ำกว่า 12 ไม่เสียค่าเข้าชม

รถยนต์ 4 ล้อ คันละ 100 บาท

รถบัส คันละ 200 บาท

รถมอไซต์ คันละ 30 บาท

ระหว่างทางมีที่แวะให้เที่ยวนะคะ ถ้าใครอยากแวะก็แวะได้ แต่เรากลัวจะไปถึงเชียงดาวเย็นเกินไป เลยไปแค่สวนพฤกษศาสตร์ค่ะ และจากตรงนี้ขับขึ้นไปประมาณ 20 กิโล ก็จะถึงม่อนแจ่มแล้ว ตอนแรกว่าจะไป แต่ แต่ แต่ !!! ฝนตั้งเค้าจ้า เลยรีบจับรถแว๊นไปเชียงดาวทันที


ไปที่จุดมุ่งหมายของเรากันเถอะเจ้า

ดอยหลวงเชียงดาว

วันนี้เรานอนที่บ้านดอยหมอก มีทั้งแบบโฮมเสตย์และแบบเต็นท์นะคะ

ถ้าที่ดอยหมอกก็ถ้านอนเต็นท์ คือคนละ 500 บาท พร้อมอาหารเช้า เย็น (บอกเลยว่าโคตรคุ้ม) ส่วนบ้านเป็นหลังเราไม่รู้ว่าราคาเท่าไหร่ ให้โทรไปสอบถามเองเด้อ เบอร์ที่พักต่างๆตามนี้ ถ้าเขาไม่เปลี่ยนเบอร์ก่อนนะ

ดอยหมอก088-4107231

ระเบียงดาว 089-9980712, 089-9030083

ลีซอวิวสวย 080-5699495

วิวดอยหลวง 089-5598272

ดอยเคียงดาว 081-3879311, 093-1948109

พิมทิวา 063-1167445, 062-2757670

ลีซูโฮมสเตย์ 091-7247536, 061-6798991

สายหมอก 090-7608819

หมอกแสงจันทร์ 098-7645871

เขาชมดาว 061-2659857

ทะเลดาว 093-2434898

เราว่าจริงๆแล้วพักที่โฮมสเตย์ไหนก็คล้ายๆกันค่ะ เพราะว่าเราสามารถเดินชมวิวได้ทุกที่ในหมู่บ้านเลย

ส่วนใครที่ไม่กล้าขับรถไปเองนะคะ สามารถนั่งรถเชียงใหม่-เชียงดาวได้จากสถานีขนส่งช้างเผือกไปลงที่โลตัสเชียงดาว 40 บาท จากนั้นก็ขึ้นรถสองแถวชาวบ้านขึ้นดอยได้ค่ะราคา 60 บาท ส่วนเบอร์ติดต่อรถขึ้นดอยก็ขอกับทางโฮมสเตย์ได้นะคะ คิดว่าน่าจะมีให้ เพราะเราไม่มี 55555 (พูดทำไม)

มา มาเล่ากันดีกว่าคันปากอยากพูดละ

เรามาถึงเชียงดาวประมาณบ่ายสามเกือบๆสี่โมงเย็น ทางที่พักเตรียมทุกอย่างไว้ให้แล้ว บอกเลยผ้าห่มอย่างหนา เต็นท์ใหญ่มากๆ นอนได้ 2-3 คนเลย นอนคนเดียวแบบเราก็หมุนมันให้ครบ 360 องศากันเลยทีเดียว

เรานอนพักซักพักก่อนจะออกไปเดินเล่นๆ วันที่เราไปอากาศดีมากค่ะ ไม่ร้อนและก็ไม่หนาวจนเกินไป พออาบน้ำได้สบายๆ

จากเต็นท์ที่เราพักมองเห็นวิวดอยหลวงเชียงดาวได้สวยมากๆ นั่งชม นอนชมกันไป

ประมาณ 17.00 น. ที่พักก็เอาอาหารมาให้ และนี่คืออาหารสำหรับคนๆเดียว โอ้ววว แม่เจ้า จะกินหมดไหมเนี่ยยย คือมันเยอะมาก และก็อร่อยด้วย (แอบได้ยินมาว่ามากันสองคนก็ได้กินเท่าเรา แต่เราว่าคุ้มนะ รสชาติดีเอาการเลยละ)

กินไปสักพัก เห็นพระอาทิตย์กำลังตกดินสาดแสงสวยงามมาก กะว่าขอกินให้อิ่มดีก่อนแล้วค่อยไปถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกสวยๆ (ก็ห่วงกินไง)



พออิ่มหันมาอีกที พระอาทิตย์ถูกบังด้วยภูเขาลูกนั้น ฮืออออออออ ผมนี่ร้องไห้รีบหยิบกล้องรีบวิ่งไปที่จุดที่จะยังสามารถถ่ายได้ แต่แล้วก็พออิ่มหันมาอีกที พระอาทิตย์ถูกบังด้วยภูเขาลูกนั้น ฮืออออออออ ผมนี่ร้องไห้รีบหยิบกล้องรีบวิ่งไปที่จุดที่จะยังสามารถถ่ายได้ แต่แล้วก็

ไม่ทัน!!! ครับ ไม่ถ่ายก็ได้ เชอะ (งอนตัวเอง 555555)

ถ่ายรอบๆเท่าที่ได้ก็ได้ แงๆ

ตกเย็นมา กะจะถ่ายดาวเล่นๆ แต่พระจันทร์สว่างไสวเสียเหลือเกินจ๊ะพี่จ๋า เลยได้ภาพมาแบบนี้ (เอาจริงๆคือถ่ายดาวไม่เป็น แต่แสดงนั่งตากหมอกเล่นๆไปงั้น)


ตื่นมาตีสอง ใช่ค่ะ อ่านไม่ผิด ตีสองจริง ตื่นมาเพราะคิดว่าอากาศตอนดึกๆต้องหนาวกว่าตอนเย็นๆที่อากาศสบายตัวแน่ๆ ใส่เสื้อแขนยาวแบบหนามากๆบวกกับผ้าห่มหนามากๆอีกสองผืน เหงื่อโชกเลยจ้า 55555555


และนั่นละ ตั้งแต่ตีสองก็อยู่มาจนถึงพระอาทิตย์ขึ้น ก็เดินออกไปหามุมถ่ายรูปสวยๆรอบๆ (คนที่มาเที่ยวก็ตื่นเช้ากันจริงๆ)


สักพักก็มากินข้าวเช้าที่เป็นข้าวต้ม และมีน้ำร้อนกับกาแฟโอวัลตินมาให้ เห็นมาเป็นโถใหญ่ขนาดนี้ เยอะมากใครจะกินหมดว่ะ(คิดในใจ) จ้า หมดจ้า กินคนเดียวจ้า กับกาแฟอีกสองแก้วจ้า อร่อยจ้า 55555555 อะไรจะขนาดน้านนนนน


กินอิ่มแล้วไปต่อฮ่ะ


แสดงอาทิตย์สาดส่องสะท้อนทะเลหมอกบางๆที่ปกคลุมต้นไม้ด้านล่างของดอยนี่มันสวยจริงๆนแกรรรรร๊


หมอกบางๆนี่กว่าจะหายไป เรากลับจากเชียงดาวสิบโมงกว่าก็ยังมองเห็นมองอยู่เลย แล้วอากาศก็ยังเย็นสบายแม้พระอาทิตย์จะขึ้นเหนือหัวแล้วก็ตาม


จบทริปเชียงดาวงงๆในวันนี้ สรุปค่าใช้จ่ายกันค่ะ

ค่ารถไปกลับ 576 + 576 = 1,152

เช่ารถ 2 วัน 600

ค่าน้ำมัน 130

ที่พัก 500

ค่าเข้าเชียงดาว 40

ค่าเข้าสวนพฤกษศาสตร์ 70

ค่าอื่นๆ 243

รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด2,735 บาท

กินน้อยหมดน้อยนะจ๊ะ บ๊ายบายยยยย

ปล. เราไม่ขอเรียกกระทู้นี้ว่ากระทู้รีวิว แต่เราขอเรียกมันว่า “บันทึกจากฉัน นัก(ชอบ)เดินทาง”

ปล1.เพิ่งหัดแต่งรูปแบบนี้ ภาพก็ได้คุณภาพเท่าที่เห็นเด้อ 55555555 ขออภัยหากภาพไม่ชัด เดี๋ยวหาที่แก้มือใหม่ อิอิ

ขอบคุณที่อ่านจบคร้าบบบบ


ความคิดเห็น