BaNa Hill Here I come!!! (ดานัง ฮอยอัน 4 วัน 3 คืน เที่ยวเองก็ได้ งบไม่ถึงหมื่นจ้า) รีวิวโดย เดอะ Traveller

เวียดนาม จุดหมายปลายทางแห่งนี้ เคยเป็นหนึ่งในประเทศที่ไม่เคยคิดอยากจะไปเที่ยวเลย แต่หลังจากทริปตะลุยทะเลทรายที่มุ่ยเน่แล้ว ก็ทำให้อยากกลับมาเยือนประเทศนี้อีกครั้ง ด้วยค่าใช้จ่ายที่ไม่เยอะ และอาหารการกินที่ถูกปาก ทำให้อยากจะกลับมาเยือนอีกครั้ง หลังจากได้เพื่อนร่วมทริป ร่วมอุดมการณ์ ก็ได้เวลาออกเดินทา

BaNa Hill Here I come!!! (ดานัง ฮอยอัน 4 วัน 3 คืน เที่ยวเองก็ได้ งบไม่ถึงหมื่นจ้า)

BaNa Hill Here I come!!! (ดานัง ฮอยอัน 4 วัน 3 คืน เที่ยวเองก็ได้ งบไม่ถึงหมื่นจ้า)

 วันเสาร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2562 เวลา 21.50 น.

 วันที่เดินทาง 23 ต.ค. 2561

เวียดนาม จุดหมายปลายทางแห่งนี้ เคยเป็นหนึ่งในประเทศที่ไม่เคยคิดอยากจะไปเที่ยวเลย แต่หลังจากทริปตะลุยทะเลทรายที่มุ่ยเน่แล้ว ก็ทำให้อยากกลับมาเยือนประเทศนี้อีกครั้ง ด้วยค่าใช้จ่ายที่ไม่เยอะ และอาหารการกินที่ถูกปาก ทำให้อยากจะกลับมาเยือนอีกครั้ง หลังจากได้เพื่อนร่วมทริป ร่วมอุดมการณ์ ก็ได้เวลาออกเดินทาง แล้วเราก็เลือกจุดหมายปลายทางคือ ดานัง ที่มีบาน่าฮิลล์ เมืองฝรั่งเศสของเอเชีย และฮอยอันเมืองมรดกโลก

ค่าใช้จ่ายต่อคน ตลอดทริป (ทริปนี้เราไปกันสามคนจ้า)

ค่าตั๋วไปกลับกรุงเทพ-ดานัง คนละ 4,877 บาท (บินหางแดงจ้า หากใครซื้อช่วงโปรโมรชั่นอาจได้ถูกกว่านี้)

ค่าที่พักทั้งหมด 3 คืน คนละ 1,534 บาท

- นอนที่โรงแรมบนบาน่าฮิลล์ หนึ่งคืน ใครที่มาแล้วแนะนำต้องนอนค้างบนหนึ่งคืน เพราะจะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศที่แท้จริง เพราะตอนกลางวันจะมีนักท่องเที่ยวจากด้านล่างมาเที่ยวเยอะมาก ๆ แต่พอตกเย็น บรรดานักท่องเที่ยวก็จะลงกระเช้าไป รายละเอียดจะขอเล่าตรงหัวข้อบนบาน่าฮิลล์มีอะไรจ้า ได้มาในราคาพิเศษจองผ่าน trip.com จ้า คืนละ 2,800 สำหรับห้องพักสี่คน รวมอาหารเช้า

- นอนที่โรงแรมในฮอยอัน คืนละ 900 บาท x 2 คืน 1,800 บาท โรงแรมAcacia Heritage Hotel ฮอยอัน มีสระว่ายน้ำด้วย ถึงจะเล็กไปหน่อย แต่ที่พักนี้ก็ถือว่าใช้ได้ เป็นโรงแรมแบบ heritage แต่สามารถเดินไปเที่ยวตลาดกลางคืนของฮอยอันได้ และบริเวณโรงแรมก็มีร้านจักรยานให้เช่ามากมาย

ค่า sim โทรศัพท์ ค่ารถรับส่งสนามบิน ค่าทัวร์ท้องถิ่น ประมาณคนละ 1,500 บาท

ค่าอาหารและน้ำดื่ม แลกเงินไปใช้ต่อวัน คนละ 1,200 บาท บางคนอาจจะตกใจ เฮ้ย พอเหรอ บอกเลยว่ามันพอจริง ๆ สำหรับค่าอาหารและน้ำดื่ม

ค่าขึ้นกระเช้าไปบาน่าฮิลล์ (สำหรับคนที่พักด้านบนจะจ่ายเรตนี้ แต่หากไม่ได้พักจะจ่ายเรตที่แพงกว่า) คนละ 700 บาท

รวมตลอดทริปคนละ 9,811 บาท

สำหรับท่านที่ไม่อยากนั่งหางแดงก็สามารถนั่งสายการบินอื่น ๆ ไปได้ โดยไปลงเครื่องที่ ดานัง ประเทศเวียดนาม จากนั้นหากจะให้สะดวกในการเดินทางจากสนามบินไปยังโรงแรม ทางโรงแรมก็จะมีบริการรถรับส่งแต่ราคาอาจจะสูงกว่าที่เราจะเรียก taxi หรือจองเอง ด้วยความที่ไม่อยากจะเสี่ยงนั่ง taxi ก็เลยเลือกที่จะจองรถที่ระบุค่าเดินทางเรียบร้อย โดยในการเดินทางตลอดทริปของเราทั้งหมด 3 ครั้ง สามารถเลือกใช้บริการของ

- สนามบินดานัง ไป บาน่าฮิลล์ (ขาไป)

- บาน่าฮิลล์ ไป ฮอยอัน

- ฮอยอัน ไป สนามบินดานัง (ขากลับ)


บาน่าฮิลล์มีอะไร ทำไมต้องมาเที่ยวบาน่าฮิลล์

บานาฮิลล์ ตั้งอยู่ในเขต Hoa Ninh เมือง Hoa Vang จังหวัดดานัง ห่างจากตัวเมืองดานังไปประมาณ 38 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยสิ่งที่น่าสนใจมากมาย ซึ่งถูกเนรมิตขึ้นบนยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเลมากถึงประมาณ 1,487 เมตร มีจุดท่องเที่ยวกระจายกันไปโดยรอบแต่ละพื้นที่บนยอดเขา ซึ่งนักท่องเที่ยวจะต้องนั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นไปเที่ยวชม และกระเช้าไฟฟ้าที่ว่านี้ ก็เป็นกระเช้าไฟฟ้าที่ยาวและสูงที่สุดในโลกด้วย มีความยาวมากถึง 5,801 เมตร และสูง 1,368 เมตร

(ที่มา: https://travel.kapook.com/view197331.html)

การเดินทาง: เดินทางจากสนามบินดานังไปยังบาน่าฮิลล์ แล้วนั่งกระเช้าต่อขึ้นไปยังด้านบน

ที่พัก: Mercure Danang French Village Bana Hills ห้องพักมีหลายแบบด้วยกัน มีทั้งแบบสองท่าน และสี่ท่านแบบครอบครัว เพราะเราไปกันสามคนเราจึงเลือกพักแบบสี่ท่าน หากท่านพักด้านบนจะเหมือนอยู่ดินแดนในฝันเลย เพราะว่าพอตกเย็น นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้พักก็จะลงไปหมด ทำให้เหลือนักท่องเที่ยวไม่มาก และเมืองทั้งเมือง ก็จะมีหมอกปกคลุม ได้บรรยากาศแบบสวยจริง ๆ นอกจากนี้ด้านบนมีร้านอาหารมากมาย ทั้งร้านอาหารยุโรป ฝรั่งเศส และราคาไม่แพงมาก สามารถฝากท้องได้

สถานที่ท่องเที่ยวด้านบน จะมีหลายจุดด้วยกัน ในจุดทีพักและร้านอาหารจะอยู่สูงสุดแล้ว เรียกว่าหมู่บ้านฝรั่งเศส (Frence Village) เป็นหมู่บ้านสไตล์ฝรั่งเศสสมัยยุคกลางบนยอดเขา ซึ่งมีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม ที่พัก โบสถ์ ร้านขายของที่ระลึก ต่อมาจะเป็น Fantasy Park เป็นสวนสนุกที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนวนิยายที่มีชื่อเสียงของนักเขียนชาวฝรั่งเศส นามว่า Jules Verne นั่นก็คือเรื่อง Journey To The Center of the Earth และ 20,000 Leagues Under The Sea ในบริเวณสวนสนุก มีพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง (ต้องจ่ายค่าเข้าต่างหาก) แต่หากจะไปชมสวนดอกไม้จะต้องนั่งกระเช้าลงไปอีกจุดนึง และต่อด้วยรถไฟ (รถราง) ซึ่งจากบริเวณที่ชมดอกไม้ ที่เป็นไฮไลท์อีกแห่งหนึ่งของบาน่าฮิลล์ เพราะจากจุดตรงนั้นสามารถเดินไปชม สะพานลอยฟ้าโกลเด้น (Golden Bridge) ที่เป็นสะพานรูปมือที่ลอยฟ้าอยู่ได้ เหมือนเดินบนสวรรค์กันเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมี Linh Phong Tu Temple ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของยอดเขาบานาฮิลล์ จากจุดนี้ที่ต้องเดินเท้าขึ้นไป เล่นเอาหอบเหมือนกัน จะทำให้เห็นจุดชมวิวที่สวยงาม คือจะมองเห็นหมู่บ้านฝรั่งเศสทั้งเมือง



บรรยากาศท่ามกลางสายหมอก


บรรยากาศในร้านอาหารฝรั่งเศส มีนักดนตรีด้วย

ห้องพักแบบ 4 คน

รางรถไฟจากที่ลงกระเช้าจุดที่สองไปยังสวนดอกไม้

สวนดอกไม้

ไฮไลท์ที่ใคร ๆ ต่างก็มา วันที่ไปหมอกหนามาก ๆ ต้องรอหมอกจาง ๆ ก่อนถึงจะได้รูปนี้

ภายในพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง

ปั่นจักรยานหวาดเสียวที่สุด ที่เมืองมรดกโลก "ฮอยอัน" กันเถอะ

หลังจากสองวันหนึ่งคืนที่บาน่าฮิลล์ ก็ได้เวลาเดินทางไปย้อนเวลาหา (ใคร) ที่ฮอยอัน เมืองมรดกโลก เช่นเดิมเราก็ใช้บริการรถรับส่งที่ได้ทำการจองไว้แล้ว สะดวก สบายถึงเวลาก็มารับตามเวลานัดหมาย คนขับทุกคนพูดภาษาอังกฤษได้ แม้จะไม่ได้เก่งอะไรมาก แต่ก็สามารถพอที่จะเข้าใจว่าเรารออยู่ตรงไหน และหากันเจอ

ขึ้นชื่อว่ามาฮอยอัน จะต้องปั่นจักรยานเที่ยว แต่กว่าจะตัดสินใจเช่าจักรยานปั่นได้ ก็เกือบล้มเลิกความตั้งใจ เพราะเห็นการจราจรของที่นี้แล้ว แม้จะเคยมาเห็นแบบนี้แล้ว แต่ก็ยังไม่ชิน เป็นไงเป็นกัน ลองกันดูสักตั้ง หากแต่การปั่นจักรยานของเราเมื่อเข้าเขตเมืองเก่าแล้ว ก็สบาย เพราะว่าจะไม่มีรถวิ่งในบริเวณเมืองเก่าบริเวณเมืองเก่า เต็มไปด้วยร้านค้า และที่พัก ที่ให้บรรยากาศแบบโบราณ ถ้าใครจะซื้อของฝากแนะนำให้ปั่นไปจนสุดเมืองเก่า จะมีร้านขายของฝากบริเวณนั้น แม่ค้าพูดภาษาไทยได้ และต่อรองราคาได้ด้วยคะ

บริเวณเมืองเก่า ปั่นจักรยานชมเมือง แวะนั่งจิบกาแฟ ใช้ชีวิตแบบ slow life แล้ว พอตกกลางคืนจะกลายเป็นตลาดกลางคืน มีเรืออยู่บริเวณสองฝั่งคลองให้นั่ง และอาหารแบบถนนคนเดินบ้านเรา ด้วยแสงไฟ และลมเย็น ๆ ทำให้เหมือนเดินย้อนเวลากลับไปในอดีตจริง ๆ

บริเวณเมืองเก่าในยามค่ำคืน

มันจะออกแนวสีเหลือง ๆ


ต้องซื้อหมวกด้วย ไม่ใช่เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ แต่เพราะว่าร้อนมาก ๆ

กินอะไร ทัวร์อะไรดี ที่ฮอยอัน

-ล่องเรือกระด้ง มาถึงที่ฮอยอัน จะต้องไม่พลาดนั่งเรือกระด้ง เข้าไปในป่าชายเลน โดยสามารถซื้อทัวร์ได้ที่โรงแรม แต่หากอยากได้ถูกหน่อยก็เดินมาซื้อที่บริษัททัวร์ที่เมืองเก่าก็ได้ หากแต่จะต้องเดินมาขึ้นรถที่บริษัททัวร์ เราเลยเลือกจองกับโรงแรม

เรือลำหนึ่งนั่งได้ไม่เกินสามคนจ้า


ระหว่างนั่งเรือก็จะมีกิจกรรมให้ทำ

การโชว์พายเรือวนไปวนมาอย่างเร็ว ขนาดคนดูยังเวียนหัวเลย แต่พี่ท่านไม่เวียนเก่งสุด ๆ

- อาหารการกิน

สำหรับใครที่ชื่นชอบ ฺBanh Mi หรือ ขนมปังฝรั่งเศส ต้องไม่พลาดมาร้านนี้ Banh My Phuong รสชาติดีมาก ๆ ขนมปังกรอบนอกนุ่มใน ให้ไส้เยอะมาก ๆ หากชอบเผ็ด ๆ ก็บอกให้ใส่พริกได้ นอกจากนี้กลางวันก็สามารถกินอาหารในตลาดที่อยู่บริเวณเมืองเก่าได้ และตอนเย็นก็นั่งกินได้เลย เหมือนถนนคนเดินบ้านเรา มีอาหารให้เลือกชิมมากมาย


วันนี้คนยังไม่เยอะ แต่บางวันคนเยอะมาก ๆ ต้องรอคิว

แหนมเนืองเวียดนามจริง ๆ อาจจะไม่เหมือนของเรา แต่ก็อร่อยดีเหมือนกัน

นอกจากนี้ยังมีทัวร์จักรยานฟรี ซึ่งจะขอรีวิวแยกต่างหาก เพราะอยากจะลงรายละเอียดลึกนิดนึง

ได้เวลาบอกลาฮอยอันแล้วเหรอ

หลังจากอยู่ฮอยอันมาสองวัน สองคืน ก็เริ่มตกหลุมรักเมืองแห่งนี้ ทำให้อยากจะกลับไปเยือนอีกสักครั้ง เมืองเล็ก ๆ ผู้คนก็ยังคงมีอัธยาศัยที่ดี เมืองที่เขาบอกว่าจอดจักรยานไว้ตรงไหนก็ได้ ไม่หาย ซึ่งก็จริง เพราะเราลองกันมาแล้ว เมื่อได้มาเที่ยวเองจึงได้เข้าใจว่า ทำไมจึงมีนักท่องเที่ยวมากมาย ที่เดินทางมา ณ เมืองมรดกโลกแห่งนี้ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีความสะดวกสบายอะไรมากมายนัก เพราะมันยังคงมีกลิ่นไอของวันวาน ผสมผสานกับวัฒนธรรมแล้วอย่างนี้จะไม่ให้หลงรักเมืองมรดกโลกแห่งนี้ได้ยังไงหล่ะ


ความคิดเห็น