SAIGON จ๋าพี่มาเพื่อกิน - DAY2Grabกัน รีวิวโดย SOME ONE LIKE YOU

ตั้งใจจะตื่นมาวิ่งตอนตี5ครึ่งแต่ตื่นไม่ไหวจริงๆจ้า เมื่อยขามากเมื่อวานเดินไป12กิโล เลยวางแผนว่าจะนั่งGrab carกันจ้า Grabที่นี่แกรบกันจริงจังมาก ทั้งรถยนตร์ รถแท็กซี่ มอ'ไซ ใส่เสื้้อใส่หมวก ติดสติ๊กเกอร์บอกสังกัดกันเลย เป็นบ้านเรานี่โดนดักตีไปแล้วนะ แล้วก็ถูกมากเริ่มต้นที่ 25,000ด่อง(36บาท) ถ้ามา2คนแ

SAIGON จ๋าพี่มาเพื่อกิน - DAY2Grabกัน

SAIGON จ๋าพี่มาเพื่อกิน - DAY2Grabกัน

 วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 เวลา 17.26 น.

 วันที่เดินทาง 3 ก.พ. 2561

ตั้งใจจะตื่นมาวิ่งตอนตี5ครึ่งแต่ตื่นไม่ไหวจริงๆจ้า เมื่อยขามากเมื่อวานเดินไป12กิโล เลยวางแผนว่าจะนั่งGrab carกันจ้า Grabที่นี่แกรบกันจริงจังมาก ทั้งรถยนตร์ รถแท็กซี่ มอ'ไซ ใส่เสื้้อใส่หมวก ติดสติ๊กเกอร์บอกสังกัดกันเลย เป็นบ้านเรานี่โดนดักตีไปแล้วนะ แล้วก็ถูกมากเริ่มต้นที่ 25,000ด่อง(36บาท) ถ้ามา2คนแล้วเดินไม่ไหวแนะนำ นั่งแกรบเถอะคุ้มจริง

อาหารเช้าโรงแรมเริ่ม6.30น.-10.30น.ตอนมาเพื่อนที่เคยมาเที่ยวฮานอยเมื่อ7ปีที่แล้วไซโคว่า

"ไปเวียดนามแดกอะไรไม่ได้เลย กะว่าจะซัดอาหารเช้าอย่างน้อยก็ต้องมีไข่ดาวหมูแฮม กูเดินตั้งแต่ต้นไลน์บุฟเฟ่ ที่ดูจะกินได้ก็มีข้าวต้มกับหมูหยอง ก็ตักหมูหยองมาอย่างท่วม เอาเข้าปากคายแทบไม่ทัน เค็มชิบหาย เค็มจนน้ำตาไหล"

อาหารเช้าเค้าปรับปรุงแล้วนะ รึเพราะเราเลือกโรงแรมที่เป็นเชนต่างประเทศก็ไม่รู้ คือกินได้ แถมดีด้วย

ข้าวต้มมี แต่ที่โรยหน้าเป็นเหมือนหมูสามชั้นผัดหวานๆเค็มๆ ไข่ดาวแฮมมี เบคอนมันฝรั่งอบ แล้วก็มีเฝอไก่ ข้าวผัด ปอเปี๊ยะทอด ผลไม้ ทุกวันเมนูยืนพื้นจะเป็นประมาณนี้ ที่เปลี่ยนไปก็มีผัดหมี่บ้าง ผัดผักบ้างสลับๆไป (แต่เราก็กินเฝอไก่ได้ทุกวันนะ)

จบจากอาหารเช้าโรงแรมแล้วก็มาอาบน้ำแต่งตัว วันนี้วางแผนว่าจะเที่ยวแถวโบสถ์สีชมพู(Tan Dinh Church)

Grabจากโรงแรมไปเลยจ้า 25,000ด่องเท่านั้น อยากถามพี่เค้าจังว่าได้อะไร รถติดขนาดนี้ 36 บาท

เป็นบ้านเราปล่อยลงกลางทางไปละ พอไปถึงโบสถ์กำลังตกแต่งในธีมเทศกาลตรุษจีนอยู่พอดี..หืม

คุณลุงที่เฝ้าประตูกำลังกวาดต้อนประชากรทั้ง จีน เกาหลี ให้เข้าไปถ่ายรูปข้างใน (เข้าฟรีนะ) เราก็เดินตามๆเค้าเข้าไปเลยจ้า

มีความคิ้วท์ และความสีชมพูไม่เท่ากัน เหมือนทาทับแล้วทับอีก สีคนละกระป๋องแต่รวมๆแล้วมีเสน่ห์
หลังจากฝ่าฝูงชนชาวจีนออกมาจากโบสถ์แล้วก็ต่อกันเลย มื้อ2ของวัน (ไม่ใช่มื้อเที่ยงนะ) ข้ามถนนมาฝั่งตรงข้ามโบสถ์จะมีซอยที่2ข้างทางของซอยจะเป็นร้านขายกางเกงยีนส์ เสื้อผ้าผู้ชายมือสอง เดินตรงเข้าซอยมาเรื่อยๆซ้ายมือจะเจอร้านBanh Xeo 46A ร้านสีเขียว บั๋นเสี่ยวคือขนมเบื้องญวณนั่นเอง สมัยนี้ในกทม.ถือว่าหากินยากพอสมควร ที่จะคล้ายๆไข่เจียวใหญ่ๆนั่นแหละ แต่ไม่ใช่ไข่นะมันคือ ขมิ้น+กะทิ+แป้ง ทอดบางกรอบเป็นวงไส้ในมีหลายแบบเราเลือกุ้ง+หมูสับ สั่งปอเปี๊ยสดไส้กุ้งมากินด้วย น้ำจิ้มนัวกะปิเบาๆ

ผักคือดีย์ มาเป็นกระจาด สดกรอบมาก สังเกตร้านส่วนใหญ่ที่นี่ยังใช้เตาถ่าน อย่างร้านนี้ 8เตาเท่าที่เห็น

มื้อนี้สั่ง2อย่าง ตก300กว่าบาท (จำราคาด่องไม่ได้) ถือว่าราคาแรงอยู่เพราะเป็นร้านดังในหมู่ชาวต่างชาติ

เจอทั้งญี่ปุ่น เกาหลี และไทยอีกคณะ ก็เดินตามกันมากินร้านนี้

รองท้องกันไปก่อนมื้อเที่ยง เดินกลับไปทางโบสถ์ ถึงปากซอยเลี้ยวขวาไปจะเจอตลาด แนวๆสำเพ็งบ้านเรา

มีขายผ้าเมตรผ้าหลา ลายๆ เดินไปนิดเลี้ยวซ้ายหัวมุม ทางขวามือจะเป็นโรงเรียน เดินเลาะซอยนี้ไปเรื่อยๆ อากาศเริ่มร้อน ขอนั่งพักตากแอร์ร้านกาแฟแปปนึง รอย่อยเพื่อไปมื้อเที่ยง

หน้าโรงเรียนมีร้านเยอะแยะ ทั้งชาไข่มุก บิงซู กาแฟสายย่อ เฝอ โทสต์ต่างๆ เราเลือกเข้าร้านนี้ เพราะความน่ารัก

Vanilla & Butter Japanese cheese cake

น้องพนักงานมีความเก๋แนวเกาหลีเบาๆ นั่งพักหลบร้อนคุยอะไรกันไปเรื่อยเปื่อยถ่ายรูปต่างๆ จนพนง.หลับเลยทีเดียว

ร้านนี้ราคาไม่แรงด้วย เค้ก/เครื่องดื่ม จะอยู่ที่ 55,000ด่อง เออ อีกอย่างนึง ที่นี่กินเค้กใช้ช้องส้อมใหญ่แบบช้อนกินข้าวกันเลย ส้อม+ช้อนเล็ก เห็นมีแค่ที่ร้านหอย เอาจริงน่าจะมีคนนำเข้ามาขายนะ เจาะตลาดร้านคาเฟ่เลย ใช้ส้อม/ช้อนใหญ่กินเค้กมันแปลกๆมะ

เดินออกจากร้านเค้กมาทาซ้ายเเลี้ยวซ้ายหัวมุม เดินไปหน่อยจะผ่านร้านชุดแต่งงานติดๆกันหลายๆร้านก็จะเจอร้านPho Hoa เฝอเนื้อวัวที่ดังมาก คนที่นี่ก็รู้จัก คนต่างชาติก็รู้จัก (มีไก่ด้วยนะสำหรับคนไม่กินเนื้อ) บอกเลยว่าสายเนื้อต้องมาโดน

เมนูมีรูป+ภาษาอังกฤษกำกับสั่งง่ายสบายใจ

ที่เราสั่งคือPho chin nam คือมีเนื้อสด เนื้อซี่โครง(ติดมัน) เนื้อลาย จะบอกว่าชามใหญ่พอสมควรเลย จริงๆร้านนี้มีหมูยอ+ปาท่องโก๋ให้สั่งกินคู่กันด้วยนะ แต่ไม่ไหว อิ่มมาก ซุปที่นี่ไม่ค่อยมีผงชูเท่าไหร่
ปรุงเพิ่มได้มีซอสดำ(หวาน) ซอสพริกศรีราชา(เผ็ด) พริกซอย พริกไทย น้ำปลา ให้ปรุงได้ ส่วนราคา ค่อนข้างแรงอยู่ ประมาณ 100บาทนิดๆ ต้องขอโทษด้วย บางทีจำราคาเงินด่องไม่ได้

จบจากเฝอก็ไปต่อ นั่งGrabไปจ้า ราคาประมาณเดิม 28,000 ด่อง ไปวัดจีน Phuoc Hai

ไปถึงจริงๆออกจะเป็นแนวศาลเจ้ามากกว่า มีเง็กเซียนฮ่องเต้เเป็นหลัก ด้านบนชั้น2เป็นเจ้าแม่กวนอิม

เทวรูปจะเป็นไม้แกะสลัก ที่กลายเป็นสีรมดำเพราะขเม่าควันธูป ศักดิ์สิทธิ์แค่ไหนถามใจ


เหมือนจะมีรับแก้ชงด้วยนะ เห็นมีตารางนักษัตรย์ แต่ก็คุยกับเค้าไม่รู้เรื่องเลยไม่ได้ทำพิธี เห็นคนที่มาก็ซื้อเป็นชุดๆ ไหว้เป็นจุด แล้วท้ายสุดก็หยอดตู้ รับฮู้1แผ่น เหมือนบ้านเรา

จากวัดก็เดินไปตลาดนัดวันหยุดชื่อRubik Zoo อยู่ตรงสวนสัตว์พอดี อารมณ์ประมาณตลาดหัวมุมเลย แต่เล็กกว่า

มีขายพวกของกิน เสื้อผ้า ปาโป่ง ถ้ามาดึกๆคนน่าจะเยอะ

กินบั๊นแจ๊งเนื้องด้วย ที่เค้าเรียกพิซซ่าเวียดนาม จริงๆมันคือแผ่นแป้งแบบที่เอาไว้ห่อแหนมเนืองนี่แหละ เอามาปิ้งไส้เป็นหมูสับ ต้นหอมแล้วก็ซอส เค็มๆเผ็ดๆ รสจัดอยู่ กินเล่นได้กรุบๆ อันละ 17,000ด่อง (ประมาณ25บาท) ส่วนขนมครกนี่ไม่ได้กินไปถ่ายรูปมาเฉยๆ

นั่งฟังเพลงไปซักพักก็กลับ จะไปcafe apartmentต่อ เรียกgrabตามเคย รอบนี้แพงหน่อย อาจจะเป็นเส้นทางยอดนิยม เพราะรู้สึกจะ100กว่าบาทอยู่ ขากลับผ่านตลาดนัดอีกที่(ในแผนที่คือที่เขียนว่าสนามกีฬา) ใหญ่กว่าแล้วดูของขายเยอะกว่า คนก็เดินเยอะด้วย ไว้รอบหน้ามาแก้ตัวใหม่ละกัน
นังแกรบมาแปปเดียวก็มาโผล่หน้าcafe apartmentเลยจ้า คนเยอะแยะทั้งหนุ่มสาวชาวเวียดนามเองและต่างชาติ ส่วนใหญ่เกาหลี-จีนซะเยอะ ร้านก็ไม่ได้เยอะแยะนะ ชั้นนึงมากสุดก็4ร้าน แล้วร้านคือเล็กๆ

คนก็แทบจะไม่มีเลย ยิ่งร้านที่ขายของพวกเสื้อผ้ายิ่งไม่มีคน ร้านกาแฟยังพอมีคนบ้าง เราเลือกเข้าร้าน Partea จากการศีกษารีวิวมาแล้ว ทั้งบรรยากาศร้านและรสชาติ ร้านอยู่ชั้น3 พอขึ้นจากบันไดหันมาทางขวามือ ตอนนี้ขยายเป็น2ห้องแล้ว ร้านมีกิมมิคน่ารักคือเข้าไปพอเลือกชาแล้วก็จะให้เลือกถ้วย-กาที่เราชอบได้เลย มีความคิ้วท์สูง สายแบ๊วต้องไม่พลาด

ร้านกาแฟฮิปๆมินิมอลๆก็มีนะ แต่ไม่กินกาแฟไง และด้วยความเป็นสายหวานเลยเลือกร้านนี้

อันนี้ร้านอื่นนะ แต่มีความชอบในMacrameเลยถ่ายมา

อันนี้หน้าตึก ด้วยความตรงกลางมีการปิดพื้นที่เพื่อเตรียมงานตรุษจีนเลยต้องซูมถ่ายไกลๆเลยออกมาง่อยๆ

พอออกมาจากตึกเดินไปทางซ้ายเรื่อยๆจะเจอแม่น้ำไซง่อน มีคนมาเดินชมวิว คู่รักมานั่งคุยกันตามมุมมืด น้ำขึ้นสูง/คลื่นแรงกระโดดหลบแทบไม่ทัน วิวก็ประมาณนึงไม่ว๊าว ไม่ต้องมาก็ได้

บอกเลยเจ้าพระยาสวยกว่ามากๆ รู้สึกดีที่ไม่ได้จองทริปกินข้าวบนเรือ

ขากลับเดินย้อนไปทางเดิม ตรงSaigon square ถ่ายรูป Mr. Ho Chi Minh ตอนกลางคืนแล้วกลับโรงแรม

กลับโรงแรมก็มาลองร้านข้างโรงแรมดู เห้นคนนั่งกันเยอะเหลือเกินทั้งวันทั้งคืน ชื่อร้าน Tan Lap มี 3 สาขารายรอบโรงแรมเราเลย คือขนาบ ซ้าย-ขวา และฝั่งตรงข้าม ขยายร้านเยอะแบบนี้มันต้องมีอะไรดี
(ไม่มีรูปประกอบเพราะไม่ได้เอากล้อง+มือถือไป) อารมณ์เหมือนร้านกิน-ดื่มแถวเอกมัย มีอาหารให้เลือกเยอะเหมือนกัน (มีกบด้วย) หลักๆก็กับแกล้ม เครื่องดื่มก็มีทั้ง Lกฮ ชา กาแฟ นม น้ำปั่น แต่ยังไม่ค่อยหิวเลยสั่งหมูยอมากิน แต่ฟีลแบบแหนม คือหนังเยอะ แนมมากับพริกสด+กระเทียมไปอีก เครื่องดื่มสั่งยี่ห้อMAKERSอารมณ์ประมาณSmirnof มีรสผลไม้ต่างๆ ขวดละ55,000ด่อง จัดไป2ขวด พอมึนๆเดินข้ามถนนกลับโรงแรมสบายยย


ความคิดเห็น