SAIGON จ่าพี่มาเพื่อกิน - DAY4Until we meet again รีวิวโดย SOME ONE LIKE YOU

วันสุดท้ายแล้วจ้า พี่/น้องซิเคียวริตี้หน้าตึกจะต้องคิดถึงเรา เพิ่งรู้ว่าซิเคียวริตี้ที่นี่ นอกจากดูแลความปลอดภัยแล้วยังมีหน้าที่จัดแจงเรื่องที่จอดรถมอ'ไซด้วย ทั้งโบกทั้งยก ถึงว่าทำไมทุกตึกจะต้องมีตึกละไม่ตำ่กว่า2คน วันนี้ก็ตื่น7โมงเช่นเคย แต่บนเส้นทางไม่เป็นดั่งเคย ถนนที่เราวิ่งเส้นเดิมเต็มไปด้วยร

SAIGON จ่าพี่มาเพื่อกิน - DAY4Until we meet again

SAIGON จ่าพี่มาเพื่อกิน - DAY4Until we meet again

 วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 เวลา 17.39 น.

 วันที่เดินทาง 5 ก.พ. 2561

วันสุดท้ายแล้วจ้า พี่/น้องซิเคียวริตี้หน้าตึกจะต้องคิดถึงเรา เพิ่งรู้ว่าซิเคียวริตี้ที่นี่ นอกจากดูแลความปลอดภัยแล้วยังมีหน้าที่จัดแจงเรื่องที่จอดรถมอ'ไซด้วย ทั้งโบกทั้งยก ถึงว่าทำไมทุกตึกจะต้องมีตึกละไม่ตำ่กว่า2คน

วันนี้ก็ตื่น7โมงเช่นเคย แต่บนเส้นทางไม่เป็นดั่งเคย

ถนนที่เราวิ่งเส้นเดิมเต็มไปด้วยรถยนตร์ มอ'ไซ ขวั่กไขว่แต่เช้า แถมที่ไซง่อนสแคร์ก็ปิดถนนไปครึ่งนึง เพราะต้องเตรียมงานก่อสร้างสำหรับงานต้อนรับตรุษจีน ทำให้สายวิ่งวันนี้ขอลาไปด้วย ไป-กลับ 2.3กม. บนฟุตบาทจ้า
อาหารเช้าโรงแรมเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือคนเยอะมาก เลยไม่ได้ถ่ายรูปมา ถ้าใครมาโฮจิมินท์ก็ขอแนะนำที่นี่อยู่นะ เงียบ สะอาดพอสมควร อาหารเช้ากินได้อย่างสบายใจไม่ต้องลุ้น ราคาอาจจะแพงกว่าโอสเทลหน่อยนึงแต่ความสะดวกสบายและทำเลถือว่าดีเลย ออ ข้างๆก็มีโฮสเทลสร้างใหม่ คนเกาหลีเข้าออกเยอะ น่าสนใจอยู่นะ ชื่อ Zoolut Stay แบบกะทัดรัดหน่อยราคาถูกกว่าจิ๊ดนึง

แพลนวันนี้คือไปกิน2ร้านmust go + ช๊อปปิ้งเบาๆ

Grabเช่นเดิมจ้า จากที่เมื่อเช้าไปวิ่งสำรวจมา ร้าน L'Usine สาขาตรงopera house (อยู่ชั้น2 ของตึกที่มีขายพวกรูปวาดด้านล่างนะ) ร้านแบ่งเป็น2โซนไปอีก คือ โซนคาเฟ่ กับโซนร้านอาหาร ที่มีของที่ระลึกขายด้วย มาแต่เช้ายังคงอิ่มจากข้าวเช้าอยู่เลย งั้นมากินเค้กที่นี่กัน พนักงานแนะนำทาร์ทมะนาวนะ แต่อยากลองคัพเค้กมากกว่าเลยสั่งชอคโกแลตคัพเค้ก(70,000ด่อง) กับแอเคลร์มะนาว(70,000เท่ากัน) ชอคโกแลตที่นี่เจ้มจ้นอยู่ ถือว่าใช้ได้ ราคาก็ถือว่าแรงกว่าที่อื่น น่าจะเพราะเป็นร้านดังด้วย เครื่องดื่มเป็นน้ำสกัดเย็นที่ผสมหลายๆอย่างชื่อว่าRoot radiance(85,000ด่อง) ขอบอกว่ามาเวียดนาม น้ำสกัด/น้ำปั่นที่เป็นผัก+ผลไม้ ของทุกร้านดีจริง คือไม่มีการใส่น้ำเชื่อม+น้ำแข็งเยอะๆเลย คือน้ำแข็งพอมีแค่ลอยหน้าเท่านั้น ได้รสของผัก+ผลไม้จริงๆและส่วนผสมก็คือลงตัวมากๆ สดชื่นๆ อยากให้ลอง

นั่งชิลรอย่อยซักพักก็เดินดูของขายในร้านเค้านิดนึง

ของขายก็มีพวกกระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้าต่างๆ รวมไปถึงเครื่องเขียน gadget เครื่องปรุง กาแฟ

โลชั่น เครื่องหอมต่างๆ คือครบlife styleเลย ถ้าเป็นวัยรุ่นแบบแนวๆฮิปๆหน่อยก็ใช่เลย ราคาก็พอกับงานดีไซน์บ้านเรา แต่ของเค้าบางอันก็ทำเอง บางอันก็เป็นนำเข้ามาขายแบบselect shop พวกชา/กาแฟ/เครื่องปรุง ราคาแพงกว่าข้างนอกมากแต่แพคเกจดูดีกว่ามากเหมือนกัน

เราอยากได้น้ำหอมฉีดห้องมากเลย แต่ไม่ได้ซื้อนน.กระเป๋าโหลดไว้เลยต้องขอลา แถมมีขายแต่ขวดใหญ่ไปอีก แสนเสียดาย

เดินออกมาจากร้านL'Usineก็จะเจอกับโรงละครโอเปร่า เดินตรงมาเรื่อยๆๆเลี้ยวซ้ายร้านอยู่ขวามือเลย คนจะยืนออกันเยอะๆหน่อย ไม่ใช่คนมากินนะ พนักงานนนน

น้องงงงงบริการดีมากกกก สายเปย์อย่างเจ้ให้ทิปเพิ่มไปเลยจ้า น้องที่ดูโต๊ะเราพูดไทยได้ด้วย เกร๋ไปอีก

ร้านนี้มีความเกร๋ตรงครัวเปิด เราสามารถไปเดินดูการทำได้ มีทั้งโซนด้านนอกและด้านใน แต่ก็ไม่ต่างกันเพราะไม่มีแอร์ แต่ห้องน้ำติดแอร์นะ ห้องน้ำเป็นไม้ๆเก่าๆอารมณ์แบบโรงแรมสุโขทัย/สุโกศล เมนูของที่นี่ก็มีทั้ง ไทย จีน ฝรั่ง ญี่ปุ่น เวียดนาม และไม่ต้องห่วงทุกมีนูมีรูปประกอบพร้อมรายละเอียดส่วนประกอบ ดีงามมาก สบายใจสบายท้องสำหรับที่นี่ ราคาก็ไม่แรงมากนะ เทียบกับบรรยากาศถือว่าดีเลย เป็น1ในร้านที่มาแล้วก็ไม่ผิดหวังอีกเช่นเคย

ที่สั่งมามี บุ๋นฉา(หมูย่าง+เส้นขนมจีน) แหนมเนือง (ชื่อนี้เลย) แล้วก็เหมือนเป็นขนมครกแบบคาว(อันนี้จำชื่อไม่ได้)

จะบอกว่า ขนมครกคือดีย์ มันคือthe best ดีงามมาก ถึงความกะทิสุดๆ ทิ้งไว้ก็ยังกรอบอยู่ นี่อยากกินขึ้นมาเลย บ้านเราขนาดขนมครกธรรมดา แป้ง+น้ำตาล+กะทิยังไม่ได้ขนาดนี้อันนี้คือฟินมากต้องกิน บอกเลย

ส่วนแหนมเนืองบ้านเค้าจะกินกับข้าวเกรียบด้วย ส่วนหมูจะแห้งๆหน่อยไม่เหมือนบ้านเรา ส่วนน้ำจิ้มนี่ไม่เหมือนเลย น้ำจิ้มเค้าจะใสๆเป็นน้ำปลาออกหวานๆหน่อย แป้งมาเแบบกรอบๆเลยไม่ต้องแช่นะเพราะมันจะขาดทันที ให้ห่อๆไปกับเครื่อง+ผักทั้งกรอบๆนั่นแหละ พอจิ้มน้ำจิ้มและเข้าปากเราพอมันโดนน้ำลายก็จะนิ่มไปเองเป็นความนัวที่ลงตัวไปอีกแบบ

ในส่วนของบุ๋นฉานั้น ธรรมดาทั่วไปไม่สั่งก็ได้ แนะนำให้สั่งอย่างอื่นมาลองจะดีกว่า

ราคาจำในแต่ละจานไม่ได้อะ แต่รวมๆคิดตังมาประมาณ300+กว่าบาท ถือว่าราคาสูงของที่นี่ สำหรับบ้านเราธรรมดามากราคานี้กับร้านที่ดูดีขนาดนี้นะ

ร่ำลาจากพนักงานเสริฟ(ลูกสาว)ออกมาแล้วก็เดินกลับโรงแรมจ้า ใกล้นิดเดียว แวะเดินสำรวจราคาของในตลาดเบ่นถันก่อน ที่ตลาดเบ่นถันขายของเอฟเวอรี่ติงจิงเกอเบลมาก มีตั้งแต่ ของสด ของแห้ง ของที่ระลึก ของฝาก เสื้อผ้า ไปจนถึงดอกไม้สด ถ้าไม่มีเวลาไปตามแหล่งตลาดเบ่นถันได้รวบรวมมาให้ท่านแล้ว ที่เดียวครบจบ ราคาอาจจะสูงหน่อยแต่ก็สามารถต่อรองราคาได้ แนะนำร้านในๆนะ ใจดี อย่าลืมดูป้ายด้วยจะมีป้าย fixed price คือต่อราคาไม่ได้นพ ร้านของรัฐบาลเค้าจ้า

เราเล็งของฝากไว้คือกระเป๋าปัก กับที่กรองกาแฟ กระเป๋าปักแบบแพค 6ใบ/แพค ใบใหญ่ตกใบละ80บาทไทย ใบเล็ก6ใบ/แพค ตกใบละ 60 บาทไทย ใครได้ถูกกว่านี้ก็น่าจะได้นะ แต่เราว่าราคานี้ก็โอเคแล้วสำหรับเรา ให้เค้าได้กำไรบ้างเนอะ แม่ค้าก็ดีไปอีก ชวนคุยเคยมาเที่ยวประตูน้ำ ช๊อปเสื้อผ้าเมืองไทย แสนเก๋ไปอีก

ส่วนที่กรองกาแฟเราได้มาอันละ15บาทไทยนะ จริงๆถ้าซื้อเมล็ดกาแฟเค้าให้ฟรี แต่เราว่าจะไปซื้อแบบแพคห่อดีกว่าไม่ต้องบดเอง อันนี้ซื้อฝากด้วยไม่ใช่คอกาแฟ เลยเลือกไม่เป็น

ขากลับเดินผ่านร้านทอง แลกเงินเพิ่มอีก1,000บาทไทยเพราะจะซื้อของเพิ่มอีก ข้างๆโรงแรมมีร้านมินิมาร์ทCircle Kด้วย อันเดียวกับที่เกาหลีเลยจ้า ของกว่าครึ่งคือของเกาหลีนะ ที่จะซื้อคือหมูยอออ ที่ไม่ซื้อตามร้านแบบห่อใบตองเพราะกลัวเปลืองเนื้อที่ ของที่นี่จะเป็นแบบซีลสูญญากาศมา แล้วขนาดก็กำลังกินพอดี มีแบบหมูล้วน + ผสมหนังหมู ขอบอกเลยว่าแบบหนังหมูคือดีงามมมมมีความกรุบคอลลาเจน อันละประมาณ60บาท ของฝากอีกอย่างที่อยากจะแนะนำ สำหรับสายชีสคือชีสวัวยิ้ม บ้านเราแพคนึง(แบบวงกลม)อันละ140บาทใช่ปะ ที่นี่ถูกกว่าครึ่งนึงเลยจ้า 70กว่าบาท ซื้อแพคใหญ่เหลืออันละ72บาท(โปรต้อนรับตรุษจีน) นี่ขนาดราคาในมินิมาร์ทนะ ถ้าราคาในซุปเปอร์ถูกกว่านี้อีกจ้า แล้วก็ซื้อขนมปังหน้าหมูหย็งมาลองอีก1อัน ใหญ่เบิ้มมาก ราคาจะไม่ค่อยได้ แต่หลักสิบกว่าบาทนี่แหละ เนื้อขนมปังนุ่มแบบบ้านเราเลย

ส่วนกาแฟเราซื้อที่ร้านหัวมุม เป็นร้านขายส่ง มีพวกเฝอแบบห่อๆแบบกึ่งสำเร็จรูปด้วย กาแฟห่อละ45รึ75บาทนี่แหละ จำไม่ได้ ส่วนเฝอสำเร็จรูป ห่อละ7บาท ซื้อรสไก่มาเพราะซื้อมาฝากคนไม่กินเนื้อวัว ส่วนใหญ่เป็นรสเนื้อวัวหมดเลยนะ สังเกตง่ายๆ Ga คือไก่ Bo คือเนื้อวัว

ส่วนชาเกษรดอกบัว ถือว่าพลาดมาก ไม่ได้ซื้อในตลาดไปซื้อในดิวตี้ฟรี แพงกว่าข้างนอกเลยไง แถมไม่ใช่เกษรล้วนด้วยนะ แต่ก็มีความหอมอยู่

ก่อนขึ้นGrabไปสนามบินก็ยังเดินไปร้านบั๋นหมีอีกจ้า ซื้อกลับกทม.ไปอีก ตอกย้ำความอร่อย

จากโรงแรมไปสนามบินประมาณ200บาท รถค่อนข้างติดเลย ใช้เวลาประมาณชั่วโมงนึงนะ ดีที่เผื่อเวลามา จริงๆคือกะว่าจะไปเดินห้างข้างๆสนามบิน(แต่ก็ไม่ได้เดิน)ด้านนอกของสนามบินมีของกินขายอยู่พอสมควร ส่วนข้างในมีนิดเดียวแถมมีแต่เฝอ กาแฟ อาหารญี่ปุ่น เบอเกอร์คิง เพราะงั้น กินข้างนอกให้เต็มที่ก่อนมาสนามบินดีกว่าจะได้ไม่หิว เพราะข้างในแพงงง(เบียร์ไซง่อนกระป๋องละ3USDอะ) และไม่มีให้เลือกหลากหลาย รึจะแบบเรา ซื้อบั๋นมี่มานั่งแทะชมวิวเครื่องบิน

ชอคโกแลตในดิวตี้ฟรีถือว่าถูก สาวกGodivaห้ามพลาด 2 แถม1กันไปเลย แต่ไม่ได้ซื้องะเสียดาย เพิ่งมาคำนวนได้ว่าเออถูกจริง 34USDมั้งถ้าจำไม่ผิด

ก็ขอลาไปก่อนกับนครโฮจิมินท์ ยังมีอีกหลายร้านที่ไม่ได้ไป เพราะไม่ทัน/ไกล อยากจะมาซ้ำอีกเร็วๆนี้เพราะมาง่ายสะดวกสบาย และค่าครองชีพที่ถือว่าถูก ความทันสมัยบอกได้เต็มปากว่าปัจจุบันยังห่างชั้นกับบ้านเรานะ ทั้งแฟชั่น บันเทิง ความสะดวกต่างๆ แต่ด้วยความที่ทั้งจีน ญี่ปุ่น เกาหลี เทกันมาช่วยเค้าพัฒนา ทำให้บ้านเมืองเจริญไวมากทำให้เด็กรุ่นใหม่ๆของประเทศเวียดนามรับความเป็นเกาหลี ญี่ปุ่นกันมาเต็มๆ ส่วนอาหารการกิน คนไทยมาเที่ยวกินกันได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกลัวไม่ถูกปากถ้าศึกษาข้อมูลมาหน่อยก็ดี ข้างทางรึร้านโนเนมเราว่าก็อย่าเสี่ยงเลย อย่างฟู๊ดคอร์ทในตลาดเราก็ไม่กล้ากินนะ ดูไม่สะอาดถ้ามีบัดเจทจำกัดรึอยากลองก็แล้วแต่ เรื่องราคาร้านดังก็แพงหน่อย70-80บาท++ แต่ถ้าจะเน้นอร่อยแน่นอนเพิ่มเงินอีกนิดก็ดี เรื่องโดนโกง ตั้งแต่มาจนกลับนี่ที่เรารู้สึกว่า่โดนโกงคือเบียร์ไซง่อนราคา3USDในสนามบินนี่แหละ จะแพงไปไหน อย่างเรื่องค่าเงินง่ายๆคือหารไปเลย 694 ได้ราคาเงินบาทเรทsuper rich ถ้างงกับหน่วย 1,000 / 10,000 / 100,000 ของเค้า ไม่ต้องไปกลัวเค้าเข้าใจเรานะ รอให้เรานับหลัก 0 หลังแบ๊งได้ ขนาดร้านบั๋นมี่คนเยอะๆเราคลี่ให้เค้าดึงเอง เค้าก็ดึงแบ๊งค์ไปพอกับราคาของนะ เพราะฉะนั้น อย่าไปกลัว ถ้าระวังตัว/รอบคอบ/กล้าท้วงติง/กล้าปฏิเสธ ไม่โดนโกงแน่นอนจ้า

ความคิดเห็น