เที่ยววัด ชมวัง นอนชะอำ ไม่มีเหงา รีวิวโดย S Travel My Story

สวัสดีค่ะ ทริปนี้ เราเน้นเที่ยวแบบชิวๆ ไม่รอช้า ตามมาเลยจร้า เราเริ่มกันที่ " วัดข่อย " ถือเป็นศาสนสถานที่มีการนำงานศิลปะชั้นสูงของช่างเมืองเพชร หรือเรียกว่า ช่างสิบหมู่มาเป็นส่วนร่วม จนเรียกได้ว่าเป็น " พุทธสถานศิลป์ " หนึ่งเดียวในโลก แนวคิดในการก่อสร้าง เริ่มจากปี 2548 โดยพระวัชรวิ

เที่ยววัด ชมวัง นอนชะอำ ไม่มีเหงา

เที่ยววัด ชมวัง นอนชะอำ ไม่มีเหงา

 วันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 เวลา 15.56 น.

 วันที่เดินทาง 20 ก.พ. 2562

สวัสดีค่ะ ทริปนี้ เราเน้นเที่ยวแบบชิวๆ ไม่รอช้า ตามมาเลยจร้า

เราเริ่มกันที่ " วัดข่อย " ถือเป็นศาสนสถานที่มีการนำงานศิลปะชั้นสูงของช่างเมืองเพชร หรือเรียกว่า ช่างสิบหมู่มาเป็นส่วนร่วม จนเรียกได้ว่าเป็น " พุทธสถานศิลป์ " หนึ่งเดียวในโลก

แนวคิดในการก่อสร้าง เริ่มจากปี 2548 โดยพระวัชรวิชญ์ สิริปัญโญ ในสมัยนั้นยังเป็นฆราวาสได้มีโอกาสเห็นผ้ายันต์ฉิมพลีของ วัดท่าไชยศิริ อ.บ้านลาด จึงจินตนาการต่อว่าภาพบนผืนผ้ายันต์เสมือนวิมานบนสวรรค์ หากมีโอกาสสร้างให้เป็นจริง

ต่อมาในปี 2554 จึงได้เริ่มแนวคิดที่ว่านี้สร้างถาวรวัตถุแห่งนี้ขึ้น เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมกับเป็นสถานที่ปฎิบัติธรรมเจริญจิตภาวนา โดยมูลค่าการก่อสร้างกว่า 24 ล้านบาท สถาปัตยกรรมของพระธาตุฉิมพลีพระเศรษฐีนวโกฎิ ดูแตกต่าง เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

" พระธาตุฉิมพลีพระเศรษฐีนวโกฏิ "เป็นทรงอาคารสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีลักษณะคล้ายผ้ายันต์ที่ผนังอาคารเต็มไปด้วย อักขระพิเศษ มีพระพุทธรูปประจำอยู่ 4 ทิศ ขนาดฐานยาวด้านละ 18 เมตร ความสูงจากฐานถึงยอดพระธาตุ 27 เมตร มีจำนวน 3 ชั้น ด้านชั้นบนสุดเป็น ที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุ

การเดินทาง : พระธาตุฉิมพลีพระเศรษฐีนวโกฏิ วัดข่อย ถ.คีรีรัถยา ติดกับเขาวังด้านทิศตะวันออก ข้อมูลเพิ่มเติม:ททท. สำนักงานเพชรบุรี http://www.tourismthailand.org/phetchaburi

" พระรามราชนิเวศน์ " หรือ " วังบ้านปืน " ตั้งอยู่ที่เขตบ้านปืน ริมแม่น้ำเพชรบุรี จ.เพชรบุรี เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อเสด็จประพาสจ.เพชรบุรี

การก่อสร้างพระที่นั่งแห่งนี้ มาสำเร็จในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ.2461 และพระราชทานนามว่า “พระที่นั่งศรเพ็ชรปราสาท” และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามที่ประทับแห่งใหม่ว่า “พระรามราชนิเวศน์”

นอกจากนี้ พระองค์ยังโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเชตอุดมศักดิ์ ทรงดำเนินการหล่อรูปปั้นพระนารายณ์ทรงปืนเพื่อนำมาประดิษฐานไว้ยังหน้าพระที่นั่ง

(ปัจจุบัน รูปปั้นนี้ย้ายมาไว้ยังหน้าพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร)

แต่คนทั่วไปจะเรียกติดปากว่า "วังบ้านปืน" ตาม ชื่อเดิมของถิ่นที่อยู่นั่นเอง แม้ว่าพระรามราชนิเวศน์จะสร้างเสร็จในรัชกาลที่ 6 แต่พระองค์ก็มิได้เสด็จประพาสมายังพระราชนิเวศน์แห่งนี้บ่อยนัก จะเสด็จมาประทับเพื่อทอดพระเนตรการซ้อมเสือป่าบ้าง แต่ก็น้อยครั้งมาก วังนี้จึงเริ่มทรุดโทรมลงเรื่อย ๆ

ครั้นมาถึงรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์โปรดฯ ให้ปรับพระราชนิเวศน์แห่งนี้เป็นสถานศึกษาของเหล่าครูในแขนงวิชาชีพต่าง ๆ มาจนกระทั่งวิชาชีพเหล่านี้แข็งแกรงขึ้นจนย้ายออกไปตั้งอยู่ที่อื่นได้ พระราชนิเวศน์แห่งนี้จึงถูกปล่อยให้ทรุดโทรมลงอีกครั้ง

หลังจากนั้น พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้ใช้พระราชนิเวศน์ฯเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรม โรงเรียนฝึกหัดครู ผู้กำกับลูกเสือในพระบรมราชูปถัมภ์ และโรงเรียนประถมวิสามัญหญิง จนกระทั่งโรงเรียนเหล่านี้ย้ายออกไป พระราชวังบ้านปืนจึงถูกทิ้งให้รกร้างอีกครั้ง

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เมื่อเกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา ฝ่ายทหารได้ใช้พระราชวังนี้เป็นที่ตั้งกองบัญชาการทหาร

ปัจจุบัน โปรดเกล้าฯ พระราชทานให้เป็นที่ตั้งของจังหวัดทหารบกเพชรบุรี และต่อมาได้เป็นมณฑลทหารบกที่ 15 และได้จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และศิลปะของ จ.เพชรบุรี โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 โปรดฯ ให้ใช้พระรามราชนิเวศน์นี้เป็นหน่วยบัญชาการของทหารบก และเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะของจังหวัดเพชรบุรีด้วย

**ค่าเข้าคนละ 20 บาท** ณ วันที่ไป สามารถเข้าชมด้านในได้นะคะ แต่ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ

เวลาทำการ : จันทร์ – ศุกร์ 8.30 – 16.00 น. // เสาร์ – อาทิตย์และวันหยุดราชการ 8.30 – 16.30 น.

การเดินทาง : จากแยกเข้าตัวเมืองเพชรบุรี ใช้ถนนเพชรเกษม ตรงมาประมาณ 3 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าถนนราชดำริ และเลี้ยวซ้าย อีกครั้งเข้าถนนราชดำเนิน เลี้ยวขวาเข้าถนนดำรงรักษ์ พระราชวังบ้านปืนจะอยู่ในค่ายทหาร ค่ายรามราชนิเวศน์ จะต้องแลกบัตรกับทหารที่ทางเข้า

มื้อกลางวัน เราฝากท้องไว้ที่ " ครัวไทย " ตั้งอยู่บนถนนราชวิถี ตำบลคลองกระแชง อ.เมือง จ.เพชรบุรี ดูภายนอกอาจจะธรรมดา แต่พอเห็นหน้าตาอาหารพร้อมกับได้ชิม แต่ละเมนูแล้ว บอกได้เลยว่า ต้องมาซ้ำแน่นอนจร้า อาหารรสชาติดี ปริมาณสมราคา มีเมนูให้เลือกมากมายหลากหลาย

หลังจากเสร็จสิ้นจากของคาวแล้ว เรามาต่อกันที่ของหวานกันค่ะ เราไม่ต้องไปไหนไกล แค่เดินไปไม่กี่ซอยก็จะเจอ " กนกพร ลอดช่องน้ำตาลข้น " เจ้าดังแห่งเมืองเพชร

เมนูจร้า บอกได้เลยว่าไม่แพง แถมอร่อยด้วย

ท้องอิ่มแล้ว เราก็เดินทางกันต่อ จุดหมายของเราคือ

" วัดห้วยมงคล " เป็นที่ประดิษฐานรูปเหมือนหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก แต่เดิมใช้ชื่อว่า “ วัดห้วยคต ” ตั้งอยู่ในชุมชนบ้านห้วยคต ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานนามใหม่จากห้วยคต เป็นห้วยมงคล เนื่องจากครั้งที่เสด็จมายังวัดนี้ได้มีดำริให้สร้างถนนใหม่ จากถนนดินเป็นถนนลาดยาง โดยพระราชทานนามให้เช่นเดียวกับชื่อวัด

ต่อมาพระครูปภัสรวรพินิจ หรือพระอาจารย์ไพโรจน์ ปภัสสโร เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคลองค์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นพระนักพัฒนาที่มีศีลจารวัตที่ดีงามเป็นที่เคารพของคนในชุมชนบ้านห้วยมงคล และพลเอกวิเศษ คงอุทัยกุล รองสมุหราชองครักษ์ได้มีดำริที่จะสร้าง “หลวงพ่อทวด” องค์ใหญ่ที่สุดในโลกเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ รวมทั้ง เผยแพร่และสืบทอดพระพุทธศาสนาอีกทั้งให้เป็นที่เคารพสักการบูชาและเป็นที่พึ่งทางใจของเหล่าพุทธศาสนิกชน

ด้วยเรื่องราวปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อทวด พุทธศาสนิกชนในภาคใต้ให้ความเคารพเลื่อมใสมาเป็นเวลานาน และรู้จักกันเป็นอย่างดี จึงก่อเกิดการร่วมมือร่วมใจจากหลายองค์กรทั้งทางภาครัฐและเอกชนในการสร้างประติมากรรมองค์จำลองหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก โดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตร เททองหล่อองค์หลวงพ่อทวด เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2547 และพระราชทานพระราชานุญาตให้คณะกรรมการจัดสร้างอัญเชิญพระนามาภิไธยย่อ ส.ก. ขึ้นประดิษฐาน ที่หน้าองค์รูปหล่อองค์หลวงพ่อทวดโดยรูปหล่อ หลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลกมีขนาด หน้าตักกว้าง 9.9 เมตร สูง 11.5 เมตร บนฐานสูง 3 ชั้น ชั้นล่างกว้าง 70 เมตร ยาว 70 เมตร โดยภายใต้ฐานยังเป็น ห้องโถงขนาดใหญ่ไว้เพื่อปฏบัติศาสนกิจในวันสำคัญทางศาสนา

นอกจากนี้ที่วัดห้วยมงคลแห่งนี้ยังมีหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืดแกละสลักจากได้ตะเคียนทองขนาดใหญ่อายุกว่าพันปี ที่ฝังอยู่ในทรายใต้แม่น้ำยม จังหวัดแพร่ลึกกว่า 10 เมตร ชาวบ้านเชื่อกันว่าต้นไม้ที่มี แก่นสูง 1 คืบขึ้นไปจะมีรุกขเทวดาสถิตอยู่เพื่อดูแลปกป้องคุ้มครองคนที่มาสักการบูชา เมื่อนำต้นตะเคียนทองมาทำรูปเคารพ เช่นแกะเป็นหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืดจึงมีอนุภาพและความศักดิ์สิทธิ์เป็น ทวีสิทธิ์ ดลบันดาลให้ทุกท่านประสบแต่ความสุขความเจริญปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ

ทริปนี้ เราพักกันที่ " โรงแรมรีเจ้นท์ ชะอำ หัวหิน "

ตั้งอยู่ บนริมชายหาดชะอำ-หัวหิน บนพื้นที่กว่า 50 ไร่ เปิดให้บริการมามากกว่า 36 ปี มีห้องพัก จำนวน 559 ห้อง ห้องประชุมสัมมนา 19 ห้อง และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สามารถรองรับลูกค้าได้ครอบคลุมหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ครอบครัว คู่รัก ตลอดจนกลุ่มสัมมนาขนาดใหญ่

ในปี 2015 โรงแรมฯ ได้ทำการปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณรอบๆ สระว่ายน้ำ ให้ร่วมสมัยและเป็นส่วนตัวมากขึ้น บรรยากาศสบายร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่และต้นลีลาวดีหลากหลายสายพันธุ์ ทำให้ โรงแรมรีเจ้นท์ ชะอำ เหมาะเป็นสถานที่พักผ่อนได้ในทุกโอกาส

" SUPERIOR ROOM " ตกแต่งในแบบร่วมสมัย ในพื้นที่ใช้งาน 32 ตารางเมตร สำหรับห้องสุพีเรียพร้อมกับวิวภูเขา หรือสวนต้นไม้นานาพรรณ เพียบพร้อมไปด้วย สิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องพัก รวมถึงอินเตอร์เน็ตไร้สาย ตู้เซฟ ไดร์เป่าผม โต๊ะทำงาน และชา กาแฟ

บริเวณโดยรอบ

มุมสบายๆ มุมถ่ายรูปเยอะมากจร้า

แสงยามเช้าริมหาด หน้าที่พัก อยากแนะนำว่า "ห้ามพลาด" นะคะ

" Kid's Club " ห้องคิดส์คลับที่น้องๆ สามารถมาทำงานศิลปะ เล่นเกมส์สนุกสนานได้ตลอดวัน

ก่อนกลับ กทม. เราแวะทานข้าวที่ " ป้าหยัน ร้านอาหารไทยเพชรบุรี " การเดินทาง : จากตัวเมืองเพชรบุรี ใช้ถนนที่มุ่งหน้่าไปหาดเจ้าสำราญ ผ่านมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีไปประมาณ 3 กิโลเมตร จะเจอป้ายบอกทางเข้าร้านอยู่ซ้ายมือ ขับเข้าไปตามป้ายอีก 700 เมตร

ร้านเปิด 11.00-22.00 โทร.032-598-229, 089-474-5238



ความคิดเห็น