มองม่อนจองผ่านภาพฟิล์ม รีวิวโดย run.away

สวัสดีครับหลายๆคนคงเคยได้ยินชื่อ "ดอยม่อนจอง" กันมาบ้างอะนะคาดว่ามันคงเป็น bucket list ของใครหลายๆคนที่ต้องมาให้ได้เอาจริงๆเราได้ยินชื่อนี้มานานแล้วหละแต่เราก็ยังไม่มีโอกาศไปเสียทีเนื่องจากเพื่อนๆที่เดินด้วยกันไปกันมาหมดแล้ว อ้าวเหงาเลยเราไม่มีเพื่อนไปเลยหาในกรุ๊ปไปเรื่อยๆใน แบกเป้เที่ยวทริป แหล่งรว

มองม่อนจองผ่านภาพฟิล์ม

มองม่อนจองผ่านภาพฟิล์ม

 วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 เวลา 20.54 น.

 วันที่เดินทาง 23 ก.พ. 2562

สวัสดีครับหลายๆคนคงเคยได้ยินชื่อ "ดอยม่อนจอง" กันมาบ้างอะนะคาดว่ามันคงเป็น bucket list ของใครหลายๆคนที่ต้องมาให้ได้เอาจริงๆเราได้ยินชื่อนี้มานานแล้วหละแต่เราก็ยังไม่มีโอกาศไปเสียทีเนื่องจากเพื่อนๆที่เดินด้วยกันไปกันมาหมดแล้ว อ้าวเหงาเลยเราไม่มีเพื่อนไปเลยหาในกรุ๊ปไปเรื่อยๆใน แบกเป้เที่ยวทริป แหล่งรวมคนเหงาที่หาเพื่อนเดินเขาเดินป่า ไปสะดุดตรงมีคนมาโพสหาสมาชิกไปม่อนจอง 23-24 ก.พ. เอาดิไปดิรอไรติดต่อไรคุยไรเสร็จโอนตังมัดจำ รอวันเดินทาง เราเดินทางจาก กทม. ด้วยรถตู้ยิงยาวมาถึงอมก๋อย หมู่บ้านมูเซอเลย มาถึงก็จัดแจงลงทะเบียนจ้างลูกหาบเช่าเต็นท์เช่าถุงนอนหมอนผ้าห่มว่ากันไป

ลูกหาบที่นี่แบกได้ 30 กิโลคนละ 300 บาท ส่วนเราแบกเองเหมือนเดิม 15 กก. จากนั้นก็นั่งโฟว์วิลกันต่อประมาณ 2 ชม. ได้แหละบอกเลยว่าเส้นทางปวดตัวมากยังไม่เริ่มเดินแต่จะหมดแรงแล้วเส้นทางโหดพอตัวกว่าจะถึงทางเดินเล่นเอาปวดเนื้อปวดตัวไปหมด

เนื่องจากทริปนี้เราเอาไปแต่กล้องฟิล์มล้วนๆโนดิจิตอลเลยทำให้รูปช่วงแรกของเราหายหมดเพราะฟิล์มไม่เดิน โคตรเศร้าเดี๋ยวต้องกลับไปซ้ำ T_T



ช่วงแรกก็จะเป็นทางเดินง่ายๆอะม่อนจองสำหรับเราเดินง่ายอยู่นะจะมีทางชันอยู่แค่ไม่กี่เนินนั่นแหละ


ในรูปนี่คือผาหินช่อไปยืนถ่ายรูปก่อนขึ้นไปม่อนจองได้วิวสวยอยู่นะ

เดินไปเรื่อยๆ ก็จะเจอไฮไลท์จองที่นี่อีกจุดนั่นคือ เนินหมาหอบ (ชื่อเก่า) เนินฮิฟฮอฟ (ชื่อใหม่)

ป้ายบอกชื่อเนินที่เหลือแต่ซากเพราะช้างเหยียบพังโหม๊ดดดดดดดดดดด

อ๋อช่วงที่เราไปอะจริงๆเค้าต้องปิดดอยแล้วแหละแต่เจ้าหน้ายังใจดีให้นักท่องเที่ยวขึ้นมาได้อยู่ ซึ่งรอบที่เราไปคือรอบปิดดอยม่อนจองแล้ว เพราะช่วงนี้คือช่วงที่ช้างป่ากลับมาหากินตามถิ่นฐานของมัน เดินๆอยู่จะเจอขี้ช้างเยอะมากกกกกกกกกกก

ใครกินข้าวอยู่ขออภัยด้วยครับ -/\-

พ้นเนินฮิฟฮอฟไปเราก็ใกล้จะถึงแค้มป์ที่พักเราแล้ว บนม่อนจองมีที่พักให้สองจุด จุดหนึ่งจะใกล้ห้องน้ำและแหล่งน้ำมาก อีกจุดจะเลยมาหน่อยอแต่ช่วงนี้เจ้าหน้าที่จะไม่ให้พักใกล้จุดแหล่งน้ำเพราะช้างจะขึ้นมากินน้ำตรงจุดนี้เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว (เคยมีคนดื้อไม่ฟังเจ้าหน้าที่ไปกางตรงนั้นด้วย)

ดูความชันนี้

มองจากข้างบนลงล่างมา ชันมากกกกกกก ซึ่งถ้าใครไม่อยากข้ามเนินฮิฟฮอฟก็เชิญจ้ามีทางลัดตามหลังลูกหาบไปเลย

ฝากเพื่อนที่มาด้วยกันถ่ายให้สักหน่อย

ขึ้นมาจะเจอเนินสนามกอล์ฟช้าง ทุ่งหญ้าสีเหลืองทองจุดเด่นของม่อนจองอะ

เดินไปอีกหน่อยนะจะถึงแล้วจุดกางเต็นท์คืนนี้ของพวกเรา

จัดการกางเต็นท์อะไรให้เสร็จเรียบร้อยเดี๋ยวเย็นๆไปรอดูพระอาทิตย์ตกกัน

บางส่วนก็แบ่งหน้าที่กันหุงข้าวทำกับข้าวเตรียมกินมื้อเย็นกัน

ยอมรับว่าวิวสวยจริงหญ้าสีทองแต่สิ่งที่เราไม่ชอบอย่างเดียวของม่อนจองคือฝุ่นเยอะ เยอะมากถ้าเดินตามหลังกันติดๆนี่คือดมฝุ่นไปเลยนะ


วิวสวยจริงๆกดๆไปเหอะ

แอ๊คนั่งเหงาๆหันหน้าไปหาเขา :D

นอนรอพระอาทิตย์ตกชิลๆกันไป

ยังคงปักหลักถ่ายรูปกันอยู่ พวกเราเลือกกันว่าจะยังไม่เดินไปผาหัวสิงห์ตอนเย็น ค่อยไปไปตอนเช้ากันแทน


ทำการบ้านกันมาให้ดีเลือกคู่สีเสื้อให้ตรงข้ามกับสภาพแวดล้อมทริปนี้เราเลือกเสื้อสีแดงมาซึ่งตัดกับสีเหลืองของหญ้าพอดีเลย :)

รูปข้างบนเราฝากน้องที่เจอกันข้างบนถ่ายให้อะ พอดีน้องเค้าเล่นกล้องฟิล์มเหมือนกัน เลยถ่ายรูปคู่เป็นที่ระลึกให้น้องเค้าหน่อย

ก็อย่างที่เราบอกแหละมิตรภาพใหม่ๆจะเกิดขึ้นเสมอถ้าเราเปิดใจรับมันเข้ามา :)


ใกล้พระอาทิตย์ตกแล้วจะมีเจ้าที่เดินไปเรียกทุกคนให้กลับก่อนมืดเพราะอาจจะเป็นอันตรายได้หากช้างกลับมา


ลงกลับไปที่แค้มป์กินข้าวนั่งพูดคุยกันแล้วเตรียมเข้านอนกันเถอะ ก่อนนอนกลุ่มเรานัดกันว่า ตี 4 จะตื่นมาดูทางช้างเผือกกันแต่........ระหว่างนอนๆอยู่ก็เกิดเรื่องระทึกขวัญขึ้น น่าจะช่วง ตี 3 กว่าๆแหละเราได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่และลูกหาบคอยเดินไปตามเต็นท์ต่างๆแล้วบอกว่าตื่นก่อนครับช้างป่ามาตรงแหล่งน้ำ ซึ่งมันห่างจากที่เรากางเต็นท์กันไม่น่าเกิน 400 เมตรอะเจ้าหน้าที่ก็ให้ลูกหาบสุมไฟให้สว่างๆไว้แล้วทำเสียงดังๆ เรียกทุกคนเลยให้ออกจากเต็นท์ก่อนเตรียมตัวเผื่อหนีด้วย แต่ถามว่าเราออกไหมก็ไม่อะนอนต่อดิหนาวอะตอนนั้น 555555 เลยอดไปดูดาวกันเลยตอนตี 4

ตอนเช้าเลยเดินไปผาหัวสิงห์กัน ระยะทางจากจุดกางเต็นท์ประมาณ 2 กิโลได้ พกน้ำพกอาหารไปกันด้วยนะจะเอากาแฟไปต้มกินข้างบนก็ได้นะ


ชอบความเขียวของต้นไม้จังเลยอยากอยู่บนนี้นานๆ

ม่อนจองสูงจากระดับน้ำทะเล 1949 เมตร

ถ่ายรูปชมวิวกันได้สักพักเริ่มหิวแล้วหละกลับไปกินข้าวแล้วเก็บของลงจากดอยกันเถอะ

เก็บของเตรียมตัวลงกันแล้ว

ขากลับเลือกกลับอีกทางซึ่งไม่ต้องเดินผ่านเนินฮิฟฮอฟประหยัดแรงไปอีก

ขาลงพวกเราคือกลุ่มสุดท้ายที่ลงดอยมีเจ้าหน้าที่เดินตามหลังด้วย เจ้าหน้าที่จะคอยตามเก็บป้ายและขยะที่หลงเหลือข้างบนลงมา เราถามเจ้าหน้าที่ว่าทำไมต้องเก็บป้ายลงไปด้วยอะครับ? เจ้าหน้าที่บอกต้องเก็บครับไม่งั้นช้างเหยียบหมดช้างมันดื้อ 555555


ขากลับเรามาแวะถ่ายรูปกันตรงผาหินช่อเจ้าหน้าที่ก็พักและนังรอพวกเรานะครับเจ้าหน้าที่บอกว่าจะคอยปิดท้ายและคอยตรวจสอบไม่ให้มีนักท่องเที่ยวตกค้างบนดอยเพราะอาจะเป็นอันตรายได้ไม่รู้ช้างจะมาตอนไหนหากจะไปไหนมาไหนให้บอกเพื่อนในกลุ่มหรือบอกเจ้าหน้าที่ก่อนนะครับ


เราคิดว่าเราจะกลับไปม่อนจองอีกรอบอาจจะคนละช่วงฤดู ส่วนตัวเราเป็นคนที่ชอบกลับไปซ้ำที่เดิมๆหลายๆรอบได้ เพราะเราคิดว่าการไปแต่ละครั้งมันไม่เหมือนกันสักครั้ง ขอบคุณเพื่อนร่วมทริปทุกคนที่ไปด้วยกันครับ :)



ปล. ขอบคุณที่ทนอ่านความเวิ่นเว้อของเราอาจจะไม่มีรายละเอียดเยอะนักแต่เราอยากแบ่งปันประสบการ์ณให้ทุกคนได้อ่านกัน

ปล.อย่าลืมเอาขยะขึ้นไปเท่าไรเอากลับลงมากันให้หมดน๊าช่วยกันดูแลรักษาธรรมชาติไว้เพื่อให้ลูกหลานในอนาคตของเราได้ดูกัน



อุปกรณ์


Nikon Fe / 50 1.4

nikon l35af

ฟิล์ม

Agfavista 200

Fujic 200

Kodakproimage 100











ความคิดเห็น