หลวงพระบาง ชีวิตเรียบง่าย ในสไตล์เมืองมรดกโลก รีวิวโดย Go See It ไปให้รู้ ออกไปดูให้เห็น

อนเวลากลับไปเย็นใจ ที่หลวงพระบาง ชี วิ ต เ รี ย บ ง่ า ย...ใ น ส ไ ต ล์ เ มื อ ง ม ร ด ก โ ล ก 🚶‍♂️🌳 เข้าวัด • ตักบาตรข้าวเหนียว • ปั่นจักรยาน • เล่นน้ำตก • ชมมรดกโลก 🔔ไฮไลท์หลวงพระบาง 📍พระธาตุพูสี ดูพระอาทิตย์ตก 📍ตลาดมืด/ตลาดเช้า 📍ประเพณีตักบาตรข้าวเหนียว 📍วัดเชียงทอง 📍พระราชวังห

หลวงพระบาง ชีวิตเรียบง่าย ในสไตล์เมืองมรดกโลก

หลวงพระบาง ชีวิตเรียบง่าย ในสไตล์เมืองมรดกโลก

 วันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 เวลา 09.57 น.

 วันที่เดินทาง 25 พ.ค. 2562

อนเวลากลับไปเย็นใจ ที่หลวงพระบาง

ชี วิ ต เ รี ย บ ง่ า ย...ใ น ส ไ ต ล์ เ มื อ ง ม ร ด ก โ ล ก 🚶‍♂️🌳

เข้าวัด • ตักบาตรข้าวเหนียว • ปั่นจักรยาน • เล่นน้ำตก • ชมมรดกโลก

🔔ไฮไลท์หลวงพระบาง

📍พระธาตุพูสี ดูพระอาทิตย์ตก

📍ตลาดมืด/ตลาดเช้า

📍ประเพณีตักบาตรข้าวเหนียว

📍วัดเชียงทอง

📍พระราชวังหลวงพระบาง

📍สะพานไม้ไผ่ / จุดชมวิวริมน้ำคาน

📍น้ำตกกวางสี

📍เดินเล่นในเมือง สัมผัสวิถีชาวหลวงพระบาง

บรรยากาศของเมืองที่มีเสน่ห์ กับสถาปัตยกรรมโคโลเนียล ที่ผสมจนเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของหลวงพระบาง ไม่จำเป็นต้องมีเวลา และงบประมาณมากมาย ก็ออกเดินทางไปสัมผัสเมืองที่มีมนต์เสน่ห์อย่างหลวงพระบางได้ งดงามเพียงใดต้องไปสัมผัสเอง...แล้วจะหลงรักหลวงพระบาง ให้ สายน้ำ ต้นไม้ และภูเขา ได้โอบกอดเราไว้ที่นี่ 😘

ใครอยากหลีกหนีความวุ่นวายมาพักผ่อน ใช้ชีวิตที่เรียบง่าย สูดอากาศดีๆ ในราคาไม่แพง อาหารถูกปาก ต้องรีบจอง ทริป หลวงพระบางเลย เมืองมรดกโลก ที่พักหลักร้อยก็เอาอยู่ มากินตำหลวงพระบางแบบชาวลาวแท้ๆ เที่ยวให้คุ้ม กินให้ครบ เก็บทุกมุม แค่นี้ก็ชุบใจบางๆ ให้พองโตได้แล้ว ❤️

ไม่ต้องมีเวลามากมาย ก็ไปเที่ยวหลวงพระบางเมืองมรดกโลกได้สบายๆ บินแค่ 1 ชั่วโมง 20 นาที ไว้เกิ๊น!! ไวก็ตอคิวกินชาบูซะอีก

ข้อดีของการนั่งริมหน้าต่างบนเครื่อง คือได้ถ่ายวิวสวยๆ บนท้องฟ้า นี่หล่ะ แปบเดี๋ยวชมวิวความสวยจากด้านบนของเมืองหลวงพระบาง ริมหน้าต่างไม่ทันไร ก็ถึงสนามบินหลวงพระบางแล้ว


📱 ซิมการ์ดมีขายที่สนามบิน แบบใช้ 4 วัน ราคา 150 บาท

💵 ค่าเงิน 25,000 กีบ = 100 บาท

🚗 การเดินทาง จากสนามบิน เข้าตัวเมืองหลวงพระบาง

จะมีเคาน์เตอร์ขายตั๋วรถตู้ อยู่ตรงประตูทางออกเลย ราคา 50,000 กีบ / 3 คน

รถตู้จะมาส่งเราถึงที่พักเลย...ตอนขึ้นรถก็อย่าลืมบอกชื่อที่พักให้คนขับด้วยนะครับ

พร้อมแล้ว Go Go Go มุ่งหน้าสู่ตัวเมืองหลวงพระบาง.....

ที่พักของเรา วิลล่า น้ำค้าง ริเวอร์ (Villa Namkhan River) ห้องพักราคาหลักร้อย สะดวกสบาย สะอาด กว้างขวางดีครับ ถือว่าเป็นโลเคชั่นที่ดี ไปมาสะดวก

มี Welcome drink เป็นน้ำมะนาวผสมกับนมปั่น ก็อร่อยสดชื่น หอมดีครับ พร้อมด้วยผลไม้รวม 1 ชุด ถือว่าประทับใจเลยหล่ะ

ภาพที่พักโดยรวม

เก็บของนั่งเล่น นอนเล่นสักพัก ก็ได้เวลาที่จะไปชมพระอาทิตย์ตก ที่ยอดเขาพูสี ซึ่งเดินจากที่พักไปประมาณ 200 เมตร ได้

DAY 1

พระธาตุพูสี

ยอดเขาพูสี เป็นยอดเขาที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ที่นี่เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดในหลวงพระบาง เดินขึ้นบันได 328 ขั้น แอบเหนื่อยเบาๆ ต้องลองไปพิสูจน์กัน เมื่อไปถึงด้านบนก็หายเหนื่อย เราสามารถมองเห็นเมืองหลวงพระบาง แม่น้ำโขงและแม่น้ำคานได้ 360 องศากันเลยก็ว่าได้ แนะนำให้ขึ้นไปดูพระอาทิตย์ตกที่นี่ เป็นอีกไฮไลท์ของการมาเที่ยวกลวงพระบางเลย

ค่าเข้า 20,000 กีบ

พิกัด https://goo.gl/maps/SVepPDpJojF2

กรงนกจิ๋ว ใส่นกไว้ให้คนซื้อไปปล่อย ทำบุญปล่อยชีวิตสัตว์

ก้อนหิน จุดแลนด์มาร์คที่ใครๆ มาก็ต้องมารอต่อคิวถ่ายภาพ อวดเพื่อนลงโซเชียลซะหน่อย

เมื่อดื่มด่ำกับความงามของเมืองหลวงพระบางในมุมมองแบบ 360 องศา กันไปแล้ว ก็ได้เวลาเดินลง

ด้านล่างฝั่งตรงข้ามระหว่างทางเดินลงจะเป็น พระราชวังหลวงพระบาง และตลาดมืด

ตลาดมืด

เมื่อชมความงามของพระอาทิตย์ตกบนยอดพูสีอย่างเต็มอิ่มแล้ว เดินมาจนถึงด่านล่างแล้ว จะได้พบกับ ตลาดมืด หรือจะเรียกว่าเป็นถนนคนเดินก็ว่าได้ ถือเป็นแหล่งช็อปปิ้งแหล่งใหญ่ของนักท่องเที่ยวเนื่องจากจะมีพ่อค้าแม่ค้าชาวหลวงพระบาง นำสินค้าของตนมาวางจำหน่าย มีสินค้าพื้นเมืองขายมากมาย เสื้อยืดสกรีนภาษาลาว, เครื่องเงิน, ผ้าทอ ถูกอกถูกใจก็ซื้อติดไม้ติดมือกันได้เลย

ที่ตั้ง ถนนศรีสว่างวงศ์ (ตรงสี่แยกที่ทำการไปรษณีย์แขวงหลวงพระบางไปจนสุดพิพิธภัณฑ์หลวงพระบาง)

พิกัด https://goo.gl/maps/7KvXyu9FiGB2

เวลา เปิด-ปิด 17.00 น. - 22.00 น.


สำหรับการมาเดิน Night Market ที่หลวงพระบาง สิ่งที่ขึ้นชื่อที่ใครมาแล้วก็ต้องลองนั้นก็คือ บุฟเฟ่ 10,000 กีบ แต่ตอนนี้ขึ้นราคาเป็น 20,000 กีบแล้วจร้า ส่วนรสชาติก็แล้วแต่คนชอบ อันนี้ต้องมาลองเอง บอกเลยว่าไม่ควรพลาด


อย่าลืมเด้อ มาหลวงพระบางทั้งทีก็ต้องตำบักหุ่ง แซบคักๆ เดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึง กับตำหลวงพระบางแท้ๆ นัวเฟ่อร์

อากาศดีๆ แบบนี้ได้เบียร์ลาวเข้าไปก็หลับสบายเลย อิอิ

สำหรับวันแรกก็จะชิลๆ หน่อย ดื่มเสร็จก็กลับที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย


DAY 2

มอร์นิ่ง....หลวงพระบาง เช้าแรก กับอากาศเย็นๆ ทำให้เป็นวันหยุดที่สุดแสนจะเพอร์เฟค

มื้อเช้า เรียบร้อย ก็อาบน้ำอาบท่า พร้อมไปสัมผัสวิถีชีวิตชาวหลวงพระบาง กับความเรียบง่าย ที่แสนจะพิเศษ


สะพานไม้ไผ่ / จุดชมวิวริมน้ำคาน

เดินสะพานไม้ไผ่ชมวิวแม่น้ำคานหลวงพระบาง เป็นอีกหนึ่งในสถานที่ที่ไม่ควรพลาด อยู่สุดถนนสายหลักของเมือง เราสามารถเดินลงบันได และเดินข้ามสะพานไม้ไผ่มาอีกฝั่งนึงได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่าเงินที่เก็บนี้จะเอาไว้สร้างสะพานใหม่ สะพานนี้จะเปิดเฉพาะฤดูแล้ง และจะต้องสร้างใหม่ทุกครั้ง

ค่าข้ามสะพาน ไป-กลับ 5,000 กีบ

พิกัด https://goo.gl/maps/bn431t85Vkm


มาเดินชมตัวเมืองหลวงพระบางกันบ้าง ทุกอย่างดูเนิบช้า มีความสโลว์ไลฟ์ ที่แท้ทรู

อารามของวัดสุวรรณคีลี ที่มีสถาปัตยกรรมแปลกตาในแบบโคโลเนี่ยล แต่มีหลังขาในแบบเชียงของที่หาชมยาก ชวนมอง การพบเจอกันระหว่างตะวันตก และตะวันออกที่อยู่กันอย่างสงบ

วัดเชียงทอง

เป็นวัดที่มีความสำคัญและความงดงามของสถาปัตยกรรม จนได้รับการยกย่องจากนักโบราณคดีว่าเป็นอัญมณีแห่งสถาปัตยกรรมล้านช้างที่ใครไปเยือนหลวงพระบางแล้วไม่ควรพลาดเด็ดขาด ภาพของต้นไม้ลวดลายประดับกระจก อ่อนช้อยบนพื้นหลังสีแดงเข้ม เป็นผลงานศิลปะบนฝาผนังพระวิหารของวัดเชียงทองที่เราคุ้นตามากที่สุด จุดน่าสนใจของวัดนี้คือวิหารน้อยที่ผนังทาด้วยสีชมพูอ่อน ประดับด้วยกระจกสีชิ้นเล็กๆ มาจัดวางตกแต่งเป็นเรื่องเล่านิทานพื้นบ้าน ซึ่งถือเป็นจุดแลนด์มาร์คที่นักท่องเที่ยวต้องชะโงกหน้าออกมาจากหน้าต่าง เพื่อถ่ายรูป และอุโบสถแบบฉบับหลวงพระบางที่ประดับช่อฟ้าสีทอง 17 ช่อ และโรงเมี้ยนโกศที่แกะสลักควักไม้อย่างสวยสดงดงา

พระราชวังหลวงพระบาง


เป็นอดีตพระราชวังที่เก่า อาคารชั้นเดี่ยวยกพื้นสูงแบบฝรั่งเศส แต่หลังคาเป็นแบบทรงลาว มีความงดงามที่ลงตัวของศิลปะยุคอาณานิคม ผสมกับศิลปะแบบล้านช้าง บริเวณทางเข้าจะมีต้นตาลที่สูงใหญ่ ให้ความร่มรื่น และสวยงามมาก ด้านในจัดแสดงเปิดให้ชมทั้งห้องบรรทม ห้องทรงงาน ห้องพระโรงใหญ่ ห้องพิธีการ ห้องรับแขก ฯลฯ รวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้ ฉลองพระองค์ของกษัตริย์ พระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ ของลาวในสมัยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ จนถึงสมัยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา พระมหากษัตริย์พระองค์สุดท้ายของประเทศลาว

ที่ตั้ง ถนนสักกะลิน ตรงข้ามทางขึ้นพระธาตุพูสี

เปิดให้เข้าชมทุกวันยกเว้นวันอังคาร

โดยแบ่งออกเป็น 2 ช่วงเวลาคือ

รอบเช้า 08.00 - 11.30 น.

ปิดขายบัตรเข้าชมสำหรับภาคเช้าเวลา 11.00 น.

รอบบ่าย 13.30 - 16.00 น.

ปิดขายบัตรเข้าชมสำหรับภาคบ่ายเวลา 15.30 น.

ค่าเข้าชม 30,000 กีบ

การจะเข้าชมภายในตัวอาคารพระราชวังจะต้องนุ่งชุดสุภาพ ห้ามนุ่งกางเกงขาสั้นหรือใส่เสื้อกล้าม และห้ามถ่ายรูปภายในตัวอาคารพระราชวังโดยเด็ดขาด

พิกัด https://goo.gl/maps/Ws1qgeiodM32

โชคดีตอนที่เราไปมีงาน Luang Prabang Handicraft Festival 2018 พอดี

ภายในงานจะมีการแสดงและจำหน่ายสินค้าหัตถกรรม อาหารพื้นเมือง หลวงพระบาง การแสดงศิลปะพื้นเมือง และการเดินแบบคู่กับสินค้าพื้นเมืองต่างๆ ดูน่ารักเชียว

Saffron Coffee

ร้านกาแฟสุดฮิปในระดับหัวใจอย่าง แซฟฟรอน ที่ไม่แค่เสิร์ฟกาแฟดริปที่อร่อยที่สุดในหลวงพระบางแล้ว เจ้าของชาวอเมริกันยังตั้งใจที่จะใช้เม็ดกาแฟจากชาวเขาในละแวกเมืองหลวงพระบาง เพื่อเพิ่มรายได้ให้ชาวเขาอย่างยั่งยืน หากคุณเป็นคนรักกาแฟจริงๆ ลองถามเจ้าของดู เพราะ ทางร้านมีทัวร์ไร่กาแฟด้วยนะ

www.facebook.com/SaffronCoffee

ลัดเลาะริมโขง ซึมซับความงามลุ่มแม่น้ำ เสน่ห์เมืองหลวงพระบาง

The Belle River Terrace

ทำเลที่ตั้งดีมากสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำโขง อาหารอร่อย บรรยากาศยามเย็นคือฟินมาก

www.facebook.com/thebelleriveluangprabang

หลังกินอะไรชิลๆ ริมโขง ก็เดินมาดูหนังเรื่อง ช้าง หนังสัญชาติอเมริกัน อายุ 90 ปี จากผู้สร้างหนังเรื่อง คิง คอง อันเป็นตำนาน แต่ทั้งหมดเริ่มที่เรื่อง ช้าง เรื่องนี้ หนังที่จะพาเราไปดูชีวิต ชาวบ้านในยุคร้อยปีก่อน หนังเรื่องนี้ไม่ใช่ ขำๆ เพราะได้เข้าชิงออสการ์ครั้งที่หนึ่ง ในปี 1929 ด้วยนะเออ

อีกความน่าสนใจคือ ทางซ้ายและขวาของจุดฉายภาพยนตร์กลางแปลง คืออาหารสองหลังเก่า ที่เคยเป็นที่พำนักของ กษัตริย์องค์สุดท้ายของหลวงพระบางด้วย

ฉายทุกวันที่โรงแรม The Sanctuary Luang Phrabang

http://www.sanctuaryhotelsandresorts.com/english/main/luang-prabang-hotels/about


DAY 3

ประเพณีตักบาตรข้าวเหนียว

ถือเป็นกิจกรรมที่มีมาอย่างยาวนาน และนี่หละคือเสน่ห์ที่ทำให้นักเดินทางทั่วโลกต่างก็หลงรักเมืองหลวงพระบาง กับวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ในทุกๆ เช้ามืดชาวบ้านและนักท่องเที่ยว จะตื่นมารอใส่บาตร พระสงฆ์นับร้อยรูป ที่เดินบิณฑบาตเรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบ จนเป็นภาพจำของหลวงพระบาง


ตลาดเช้า

หลังจากใส่บาตรเช้าเสร็จก็ไม่พลาดที่จะต้องมาเดินตลาดเช้าแห่งนี้ เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมของบรรดานักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบอาหารท้องถิ่นของเมืองหลวงพระบาง ต่างต้องมาลิ้มลองกัน นอกจากอาหารพื้นเมืองให้เลือกชิมแล้ว ยังมีวัตถุดิบทั้งของสด ของแห้ง อีกหลายอย่างหน้าตาแปลกๆ ให้เราได้ดูกันด้วยครับ หากใครเป็นคนกินง่ายๆ ไม่เรื่องมาก อยากให้มาลองชิมดู มีทั้งอาหารคาว อาหารหวาน ราคาไม่แพงอีกต่างหาก เรียกได้ว่าเช้านี้เป็นการมาสัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านที่แท้ทรู

พิกัด https://goo.gl/maps/btAThEC6ho62

เวลา เปิด-ปิด 06.30 น. - 09.30 น.


น้ำตกกวางสี (Kuang Si Waterfall)

เป็นน้ำตกหินปูนขนาดใหญ่สูงราว 80 เมตร สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติยอดนิยม ขึ้นชื่อว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในหลวงพระบาง ที่นี่เป็นน้ำตกธรรมชาติที่มีสีเขียวมรกต ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ แต่ละชั้นจะมีความสวยต่างกัน บางชั้นให้นักท่องเที่ยวโดดน้ำเล่นได้ หรือนั่งปิคนิกก็ชิลไปอีก ฝรั่งเพียบเลยจร้า นอกจากนี้ยังมีศูนย์ช่วยเหลือหมี ที่นักท่องเที่ยวสามารถไปให้อาหารน้องหมีควายได้ในช่วงเวลา 12.30 น. ที่นี่จะมีน้ำตลอดปี และอากาศดีมากๆ ห่างจากตัวเมืองหลวงพระบางประมาณ 30 กม. นั่งรถประมาณ 50 นาที

การเดินทาง

ซื้อวันเดย์ทริปจากที่พัก ราคา 70,000 กีบ (ไปรวมๆ กับนักท่องเที่ยวคนอื่น) โดยรถตู้จะมารับถึงที่พักในเวลา 11.30 น.

ค่าเข้าชม 20,000 กีบ

พิกัด https://goo.gl/maps/Jo82aNrB7Mq

หลวงพระบาง เป็นเมืองท่องเที่ยวซึ่งได้ชื่อว่ามีวัดมากที่สุดเมืองหนึ่งของประเทศลาว เนื่องจากในอดีตเมืองหลวงพระบางเคยเป็นราชธานีเก่าของอาณาจักรล้านช้างอันรุ่งเรือง เราก็ไม่พลาดที่จะต้องมากราบเคารพสักการะบูชา เพื่อความเป็นศิริมงคล และชื่นชมความงามของสถาปัตยกรรมล้านช้าง กันซะหน่อย


วัดวิชุลนราช (พระธาตุหมากโม)

วัดวิชุลนราช (พระธาตุหมากโม)

วัดวิชุลนราช เป็นวัดที่เก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของเมืองหลวงพระบาง ซึ่งไฮไลท์ของวัดวิชุน คือ "พระธาตุหมากโม" ที่มีรูปทรงกลมดูละม้ายคล้ายแตงโม แตกต่างจากพระธาตุทั่วไปอย่างชัดเจน

ที่ตั้ง: ถนนวิชุลนราช ทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองหลวงพระบาง

เวลาเปิด-ปิด: 07.00 a.m.-05.00 p.m.

ค่าธรรมเนียมเข้าชม: 20.000 Kip/ คน


วัดอาราม

วัดอาราม ตั้งอยู่ติดกับวัดวิชุน แทบจะอยู่ในรั้วกำแพงเดียวกันจนแยกไม่ออกว่ามีสองวัด ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะเดินเข้าวัดวิชุนแล้วเดินออกทางวัดอาราม วัดนี้ตามภาษาลาวจะอ่านว่า "วัดอาฮาม" อ่านเหมือนภาษาเหนือบ้านเรา


วัดปากคาน

วัดปากคาน ตั้งอยู่บริเวณที่แม่น้ำคานมาบรรจบกับแม่น้ำโขงพอดี เคยถูกทิ้งร้างนานร่วมสิบปี จนกระทั่งชาวไทลื้อที่อพยพมาได้ร่วมกันบูรณะขึ้นใหม่ หลังจากที่วัดหลวงพระบางส่วนใหญ่ถูกเผา ทำให้วัดปากคานแห่งนี้เป็นวัดรูปแบบศิลปะไทลื้อที่สมบูรณ์


วัดสุวรรณคีลี

วัดสุวรรณคีลี มีความหมายแปลว่า "ภูเขาทองคำ" แต่มักจะถูกเรียกย่อให้สั้นลง โดยใช้ชื่อหลังว่า "วัดคีลี" ตั้งอยู่ติดกับวัดปากคาน


วัดแสนสุขาราม

วัดแสนสุขาราม วัดนี้ตั้งอยู่บนถนนเส้นหลักของการท่องเที่ยวเมืองมรดกโลกหลวงพระบาง และโดดเด่นเป็นอย่างมากในยามเช้าตรู่ที่อุดมไปด้วยผู้คนที่พร้อมใจกันมาตักบาตรข้าวเหนียว วัดแสนแห่งนี้จึงกลายเป็นพื้นหลังของการเก็บภาพยามเช้าเสมอ ด้วยความโดดเด่นขององค์เจดีย์สีทองที่ตั้งอยู่เดี่ยวๆ ด้านหน้าพระอุโบสถ กับอีกสององค์เจดีย์ที่ตั้งอยู่คู่กันด้านหน้าวิหารพระยืน ติดกับวิหารพระยืนมีรอยประทับของพระพุทธบาทที่จำลองไว้บนแท่นคอนกรีตสีทองเพื่อให้นักท่องเที่ยวชาวพุทธได้เคารพสักการะ


วัดพระบาท (ใต้)

ตัววัดในอดีตตั้งอยู่ในเขตเมืองชั้นในด้านทิศใต้คู่กับวัดพระบาทเหนือ จากหลักฐานร่องรอยที่พบเห็นเชื่อว่าสร้างในรัชสมัยพระเจ้าสามแสนไท เนื่องจากการบูรณะวัดในปีพ.ศ. 2503 สภาพวัดได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเกือบทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นศิลปะจีน-เวียดนามซึ่งในสมัยนั้นมีเจ้าอาวาสเป็นชาวเวียดนาม ที่เกิดและอาศัยอยู่ในหลวงพระบาง (เวียด-เกียว) และชาวบ้านที่ถวายปัจจัยร่วมบูรณะส่วนใหญ่มีเชื้อชาติเดียวกัน จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “วัดเวียด” (มากจากคำว่าเวียดนามนั่นเอง) จุดเด่นที่น่าสนใจของวัดนี้อยู่ที่พระพุทธรูปและสถาปัตยกรรมภายในจะเป็นสไตล์แบบจีนผสมเวียดนาม มีรอยพระพุทธบาทประดิษฐานอยู่บริเวณริมแม่น้ำโขง จากบริเวณนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของแม่น้ำโขงและเมืองฝั่งตรงข้ามได้อย่างชัดเจน นับเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของหลวงพระบาง

ที่ตั้ง: อยู่ริมแม่น้ำโขงด้านทิศใต้ของตัวเมืองหลวงพระบาง ห่างจากวัดธาตุหลวงประมาณ 200 เมตร (ทางไปน้ำตกตาดกวางซี)
เวลาเปิด-ปิด: 06.00 a.m.-05.30 p.m.
ค่าธรรมเนียมเข้าชม: 10,000 Kip/คน


วัดใหม่สุวรรณภูมาราม

วัดใหม่สุวัน ตั้งอยู่ติดกับพิพิธภัณฑ์หลวงพระบาง หากนักท่องเที่ยวตักบาตรข้าวเหนียวเสร็จแล้วต่อด้วยตลาดเช้า สามารถเดินเข้าด้านหน้าแล้วเดินออกด้านข้างวัดนี้ได้เช่นกัน ปัจจุบันวัดใหม่สุวันใช้เป็นที่สรงน้ำองค์พระบางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ นักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าชมภายในอุโบสถจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมบำรุงสถานที่

ที่ตั้ง: ถนนศรีสว่างวงศ์ ใกล้กับพระราชวังหลวงพระบาง
เวลาเปิด-ปิด: 07.00 a.m.-06.00 p.m.
ค่าธรรมเนียมเข้าชม: 10.000 Kip/คน


วัดมโนรมย์

วัดมโนรมย์สร้างโดยพระเจ้าสามแสนไท พระราชโอรสของเจ้าฟ้างุ่มในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 19 หลังจากนั้นไม่นานโปรดให้หล่อพระพุทธรูปสำริดองค์ใหญ่ขึ้นและถูกทำลายเสียหายในช่วงที่มีจีนฮ่อออกปล้นสะดมในปีพ.ศ. 2330 ตัววัดซึ่งอยู่นอกเขตกำแพงเมืองได้รับความเสียหายหลายแห่งมีการบูรณะภายหลังโดยสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ มีโครงสร้างคล้ายกับที่วัดโพนชัยรวมทั้งหอพระและพระพุทธรูปสำริดได้โบกปูนปิดทองใหม่ ด้านหลังพระอุโบสถมีร่องรอยของแท่นพระพุทธรูป มีศาลาหลังเล็กครอบไว้ ซึ่งอดีตเคยเป็นที่ตั้งของ วัดเชียงกลาง ซึ่งคณะสังฆฑูตจากกัมพูชาเป็นผู้สร้างไว้ ตั้งแต่ครั้งเดินทางเข้ามาเผยแผ่พุทธศาสนาบนแผ่นดินล้านช้างในสมัย เจ้าฟ้างุ่ม ถือเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในหลวงพระบางและเคยเป็นที่ประดิษฐาน พระบางในระหว่างปีพ.ศ. 2045-2056


วัดธาตุหลวงราชมหาวิหาร

วัดธาตุหลวงราชมหาวิหาร สร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2361 ในสมัยเจ้ามหาชีวิตมังทาตุราช ซึ่งเป็นสมัยฟื้นฟูพระพุทธศาสนาของนครหลวงพระบาง เชื่อว่าวัดนี้สร้างทับบริเวณวัดเก่าเนื่องจากพบโบราณสถานเก่าแก่เป็นร่องรอยวัดวัดธาตุหลวงมีศาสนสถานที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์หลายสิ่งได้แก่ พระอุโบสถก่ออิฐถือปูนเมื่อบูรณะมีการติดดอกดวงที่บานประตูและหน้าต่างลงรักปิดทองดูสวยงามมาก ด้านหลังมีองค์พระธาตุสูงซึ่งมองเห็นได้จากถนนด้านนอก สร้างครั้งแรกมีขนาดกลาง ต่อมาทรุดโทรมลงและเอียงลงเล็กน้อยบูรณะในปีพ.ศ. 2478 ลักษณะเป็นพระธาตุยอดรูปวงกลมทรงระฆังประดับเศวตรฉัตร ตั้งบนฐานสี่เหลี่ยม 7 ชั้น สูงประมาณ 3เมตร อีกจุดหนึ่งที่สำคัญคือพระธาตุด้านหน้าพระอุโบสถสร้างทับพระธาตุองค์เก่าใช้บรรจุพระอัฐิของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์

สำหรับข้อมูลวัดในหลวงพระบาง ดูเพิ่มเติมได้ที่ http://www.louangprabang.net


Utopia

ร้านชิคๆ ริมแม่น้ำคาน เหมาะกับการมานั่ง มานอน มาอ่านหนังสือ ชิลเป็นที่สุด เหมือนเป็นศูนย์รวมแบคแพคเกอที่มาเที่ยวหลวงพระบาง คือฝรั่งเยอะมาก นั่งคุยเม้าส์มอย สั่งอาหารและเครื่อดื่มเย็นๆ พร้อมผ่อนคลายนอนอิงหมอน ชมวิวแม่น้ำคานอย่างเพลิดเพลิน เก๋ไก๋ไปอีก
เปิดทุกวันเวลา 08.00 - 23.30 น.


ได้เวลากลับแล๊วววววววววววววว.....บ๊ายบาย หลวงพระบาง


ติดตามรีวิวอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ Go See It ไปให้รู้ ออกไปดูให้เห็น https://www.facebook.com/igoseeit


ความคิดเห็น