" เกาะไม้ซี้ " นอนโฮมสเตย์ กินอาหารทะเล สัมผัสวิถีชาวประมง | ตราด รีวิวโดย Once-a-month

สวัสดีวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ที่รอคอย ทริปนี้พวกเราจะพาไปเที่ยวเกาะที่จังหวัดตราด แต่ถ้าพูดถึงการไปเที่ยวเกาะที่ตราดต้องนึกถึงเกาะช้าง เกาะกูด หรือไม่ก็เกาะหมากกันใช่มั้ย นั่นไม่ใช่จุดหมายที่เราจะไป แต่จุดหมายที่เราจะพาไปมีชื่อว่า " เกาะไม้ซี้ " เชื่อว่าหลายๆ คนอาจจะยังไม่เคยได้ยินชื่อเกาะนี้ แต่

" เกาะไม้ซี้ " นอนโฮมสเตย์ กินอาหารทะเล สัมผัสวิถีชาวประมง | ตราด

" เกาะไม้ซี้ " นอนโฮมสเตย์ กินอาหารทะเล สัมผัสวิถีชาวประมง | ตราด

 วันศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 เวลา 21.31 น.

 วันที่เดินทาง 11 พ.ค. 2562

สวัสดีวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ที่รอคอย ทริปนี้พวกเราจะพาไปเที่ยวเกาะที่จังหวัดตราด

แต่ถ้าพูดถึงการไปเที่ยวเกาะที่ตราดต้องนึกถึงเกาะช้าง เกาะกูด หรือไม่ก็เกาะหมากกันใช่มั้ย

นั่นไม่ใช่จุดหมายที่เราจะไป แต่จุดหมายที่เราจะพาไปมีชื่อว่า " เกาะไม้ซี้ "

เชื่อว่าหลายๆ คนอาจจะยังไม่เคยได้ยินชื่อเกาะนี้ แต่ไม่เป็นไรเราจะพาไปทำความรู้จักกับเกาะนี้เอง


FOLLOW ME
Facebook page : Once-a-month
Instagram:
onceamonth.travel
YouTube : Once-a-month

" เกาะไม้ซี้ หรือ เกาะไม้ซี้ใหญ่ " เป็นเกาะเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับเกาะช้าง จังหวัดตราด ซึ่งเราได้ข้อมูลจากพี่ที่ดูแลบอกว่า เกาะไม้ซี้ที่เรียกๆ กันเนี่ย มีชื่อเหมือนกันถึง 3 เกาะ

  • เกาะไม้ซี้ใหญ่ : เป็นที่ตั้งของโฮมสเตย์ที่เราจะไปพัก
  • เกาะไม้ซี้เล็ก : จะอยู่ใกล้ๆ กับไม้ซี้ใหญ่
  • เกาะไม้ซี้ดอน : จะอยู่คนละที่กับ 2 อันข้างบน ซึ่งเกาะนี้จะอยู่ใกล้ๆ กับเกาะกูด มีสนามบิน

2 เดือนก่อนเดินทาง เราเห็นที่พักอันนี้ขึ้นที่หน้าเฟสบุ๊ค เลยกดเข้าไปดูแล้วชอบ อยากไป แต่มันมีข้อจำกัดที่ว่าเค้ารับ 7 คนขึ้นไป เลยลองเอาไปชวนเพื่อนๆ ในกลุ่ม ปรากฎว่าเพื่อนในกลุ่ม cf กันเร็วมาก พอจำนวนคนได้แล้วก็เลยติดต่อจองที่พักกับพี่เค้า โดยการจองจะนับจากการจ่ายมัดจำ ซึ่งมัดจำกรุ๊ปละ 5,000 บาท เราก็ไม่รอช้าวางมัดจำไปก่อนเลย แล้วระหว่างนั้นก็มีเพื่อนๆ เพิ่มขึ้นมาจนทริปนี้มีทั้งหมด 14 คน

วันเดินทางเราเลิกงานกันก็ขี่รถกลับไปนอนที่บ้านที่ระยองกันก่อน แล้วค่อยตื่นเช้าขับไปที่ตราด แล้ววันที่ไปดันเจอมรสุมพอดิบพอดีเลย เข้าตราดได้ฝนก็กระหน่ำเลย เราไปถึงตราดกันประมาณ 7 โมงเช้า ท้องฟ้ามืดเหมือนตอนเย็นเลย

แล้วก็แวะตลาดเช้าตราด หาอะไรรองท้องก่อนจะไปขึ้นเรือกันก่อน เวลายังเหลืออยู่ ได้ข้าวมันไก่กับต้มเลือดหมู ข้าวมันไก่ที่นี่น้ำจิ้มแปลกดี มีทั้งแบบเต้าเจี้ยว พริกเผา ซีฟู้ด สรุปน้ำจิ้มซีฟู้ดอร่อยสุด 555

กินข้าวเสร็จก็ขับรถต่อไปที่ท่าเรือกันเลย พี่เค้านัดพวกเราให้มาไม่เกิน 08.30 น. เพราะช่วงนี้ตอนเช้าน้ำลง เดี๋ยวเรือจะเข้าเทียบท่าไม่ได้ ปกติพี่เค้าจะนัดลูกค้าขึ้นเรือ 09.00 น. สำหรับใครที่ขับรถมาไม่ต้องห่วงนะ ที่ท่าเรือมีบริการฝากรถอยู่ ค่าใช้จ่ายก็คันละ 100 บาท เรามาถึงก่อนก็นั่งรอเพื่อนๆ วนไป

ที่ท่าเรือมีร้านขายของชำ ใครที่ซื้อของมาไม่ครบ สามารถแวะซื้อก่อนขึ้นเรือได้

เพื่อนๆ เรามาพร้อมกันแล้ว เตรียมตัวไปขึ้นเรือกันเถอะ จะมีพี่รุจที่ดูแลเราตอนอยู่บนฝั่ง จัดแจงเรื่องจอดรถ แล้วก็ขนสัมภาระของพวกเราไปที่เรือให้ ส่วนคนจะเดินไปหรือจะขึ้นรถไปกับพี่รุจก็แล้วแต่เลย

ท่าเรือที่เราไปชื่อว่า ท่าเทียบเรือสุทธิ จากที่จอดรถไปท่าเรือไม่ไกลกัน สามารถเดินไปเลย ส่วนท่าเทียบเรือของที่นี่ใช้รับส่งนักท่องเที่ยวอยู่ 2 เกาะ คือเกาะไม้ซี้ใหญ่ และเกาะกระดาด

เราใช้เวลาไปที่เกาะประมาณ 1 - 1.30 ชั่วโมง ไม่ไกลมากเท่าไร เรือที่โดยสารก็เป็นเรือไม้ ลำใหญ่ ลงเรือเสร็จก็จำจองพื้นที่กันได้เลย ด้านหน้าสำหรับคนที่เมาเรือ ส่วนด้านหลังสำหรับคนที่ขี้เมา แฮร่~~~

เรือที่เราไปมี 2 ชั้นนะ แต่เรานั่งอยู่ชั้นล่างกันหมด ชั้น 2 เอาไว้เก็บกระเป๋า

แล้วเราก็เริ่มเห็นที่พักของเราแล้ว ไกลๆ โน่น หลังที่อยู่ฝั่งขวามือของภาพเลย

พอเรือเข้ามาใกล้บ้าน พวกเราก็ตื่นเต้นกันใหญ่ อยากรู้ว่าจะเป็นยังไงบ้าง เรือจะเทียบข้างบ้านเลย เพราะที่นี่ไม่มีชายหาด เราบอกแล้วว่าเรามานอนบ้านกลางทะเล

ป่ะ เอาของขึ้นบ้านกันดีกว่า แล้วเราจะพาไปสำรวจบ้านของเรากัน

เดี๋ยวจะพาไปสำรวจบ้าน เริ่มจากพอเราขึ้นจากเรือเสร็จ ก็จะเห็นโต๊ะกินข้าวตัวใหญ่ ด้านในถัดเข้าไปก็จะมีพวกที่นอน หมอน ผ้าห่ม ที่พี่เค้าเตรียมไว้ในพวกเรา ที่สำคัญมีป้ายเขียนว่าจุดรับสัญญาณโทรศัพท์อยู่ตรงที่เรานอนเลย ไม่ต้องกลัวว่าจะขาดการติดต่อนะ แต่สัญญาณอาจจะอ่อนบ้างในบางเวลา

ด้านข้างก็จะมี 7-11 ด้วยนะ มีขายพวก เครื่องดื่ม ขนม เครื่องปรุงต่างๆ เอาเป็นว่ามีของที่เราจำเป็นครบแน่นอน ไม่ต้องกลัวว่าจะอด 555

ถัดเข้าไปอีกหน่อยก็จะเป็นห้องครัว มาที่นี่เราไม่ต้องทำอาหารเองนะ มีพ่อครัวทำให้เรากิน จะบอกว่าอาหารที่นี่อร่อยเหาะเลย

ถัดจากห้องครัวของพี่ๆ เค้าแล้ว ทางขวามือก็จะเป็นโถงโล่งๆ มีเปลผูกไว้ 1 อัน ด้านข้างมีกระชังปลา และมีห้องน้ำ 1 จุด

จบในส่วนของตัวบ้าน เราออกไปดูด้านหลังบ้านกันบ้าง ด้านหลังบ้านจะมีสะพานไม้เล็กๆ ทอดยาวไปเกือบจะถึงฝั่ง มีซุ้มเล็กๆ มีเปลอีก 1 อัน ตรงนี้เป็นมุมที่ถ่ายรูปสวยสุด 555 ส่วนปลายสะพานนั้นเป็นที่ปั่นไฟให้เราใช้ในตอนกลางคืน

และตรงนี้มีเรือคายัคผูกไว้ 1 ลำ พี่เค้าบอกว่าสามารถเอาไปพายเล่นได้เลย


พาไปสำรวจบ้านเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลานั่งชิว เราออกมานั่งตรงโถงหลังบ้าน





ในระหว่างนั้นพี่เค้าก็กำลังทำอาหารเที่ยวให้เรา แต่ ๆ ๆ ๆ ๆ ก่อนอื่นเราจะต้องไปหาวัตถุดิบมาให้พี่เค้าทำอาหาร แล้วที่พี่เค้าต้องการคือปลากระพง 3 ตัว ไม่ต้องตกใจไปเค้าไม่ได้โหดร้ายกับเราขนาดนั้น พี่เค้าให้เราตกปลาในกระชังนั่นแหละ พี่เค้าก็จัดการเตรียมเบ็ด เตรียมเหยื่อให้เราพร้อม เราก็ผลัดกันตก บ้างก็ตกได้ตัวเล็กเกินก็ต้องปล่อยแล้วก็ตกใหม่จนครบ

จริงๆ ก็เป็นกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ ที่พี่เค้าอยากให้พวกเรามีส่วนร่วมแหละ แต่ก็สนุกดี









ส่วนอีกด้านนึง คือพี่แกอยากตกปลาแบบคนอื่น แต่พี่เค้าไม่เอาเหยื่อมาให้ พี่แกเลยเอาเบ็ดไปตกนอกกระชัง โยนเบ็ดไปสักพักก็เห็นพี่แกเย่อเบ็ด ก็คิดว่าได้ปลา แต่เปล่าเบ็ดติดกับอะไรสักอย่าง แกก็นั่งดึงเบ็ดอยู่นาน นั่งอยู่คนเดียวไม่มีใครสนใจเลย นั่งเหงาๆ เลยก็ว่าได้ สงสารพี่เค้าเหมือนกันนะ จนเริ่มจะถอดใจจะไปเปลี่ยนชุดโดดลงไปกู้เบ็ดแล้ว แต่ก็มีพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยไว้ได้




ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เอ็คท่าถ่ายรูปกันสักหน่อย



แล้วพี่เค้าก็เอาปลาที่เราตกได้ ไปพักไว้ก่อนเพื่อเอาไปทำอาหารเย็น ส่วนมื้อเที่ยงนี้ก็จัดเต็มด้วยปลาทอดราดน้ำปลา ต้มยำปลา ไข่เจียวหอยนางรม ผัดฉ่าทะเล อิ่มหนำไปตามๆ กัน

อาหารพี่เค้าจะจัดมาเป็นชุดนะ ถึงจะไม่ใช่บุฟเฟต์แต่เราว่าก็เพียงพอกับจำนวนนะ ซึ่งแก๊งค์เรากินกันจุมาก




มื้อเที่ยงผ่านไป ก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนเพื่อรอเวลาตอนบ่ายแก่ๆ พี่เค้าจะพาเราไปเที่ยวเกาะเล็กๆ หน้าบ้านเรา ตอนที่เรานั่งเล่น นอนเล่นกันอยู่ ก็มีเรือประมงแวะเข้ามาส่งอาหารทะเลกันไม่ขาดสายเลย พวกเราก็จะตื่นเต้นตามไปดูกันทุกครั้ง ส่วนใหญ่จะเป็นปู แบบสดๆ ยังดื้นๆ อยู่เลย จะมีบ้างที่เป็นกั้งติดมาด้วย พอรับของมาเสร็จ แยกขนาด ชั่งน้ำหนัก คิดเงินอะไรเสร็จ พี่เค้าก็จะเอาไปใส่ตะกร้าแล้วแช่น้ำทะเลใต้ถุนบ้านไว้ รอเอาใส่เรือเพื่อไปส่งยังฝั่งพรุ่งนี้






ได้เวลาลงน้ำกันแล้ว อยากเล่นน้ำจะแย่แล้ว นั่งรอให้ฝนหยุดตกสักพักก็เตรียมเปลี่ยนชุดลงเล่นน้ำกันดีกว่า พี่เค้าจะพาเรานั่งเรือไปที่เกาะเล็กๆ หน้าบ้านเพื่อไปหาหอยนางรม ส่วนเราก็กระโดดลงน้ำแล้วว่ายไปที่เกาะเลย แต่ใครที่จะว่ายน้ำไปพอจะถึงเกาะให้ระวังกันด้วยนะ เพราะจะมีพวกปะกางรัง และหอนเม่นเต็มไปหมด



ต้องไปขอเอารูปจากเพื่อนๆ มา เพราะตอนว่ายไปไม่ได้เอากล้องติดตัวไป ดันเอากล้องไปไว้บนเรือ




พอถึงที่พี่เค้าก็แจกอาวุธและสอนวิธีการแคะหอยนางรมกับพวกเรา แรกๆ ก็ยังงงๆ อยู่ว่ามันจะต้องหายังไง สักพักเริ่มรู้ก็เริ่มสนุก แคะกันมันเลย เจ็บมือไปหมด






ได้หอยตามที่ต้องการแล้ว พี่เค้าก็พาเรากลับมาที่บ้าน แล้วก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำ แล้วพี่เค้าจะพาเราไปนั่งเรือรอบเกาะ ใครจะไปก็ขึ้นเรือได้เลย ส่วนใครจะพักผ่อนก็ตามอัธยาศัย เราเลยไปนั่งเรือดูเกาะกันต่อ




ใช้เวลานั่งไปรอบเกาะก็ประมาณ 1 ชั่วโมง คือบรรยากาศรอบๆ ก็จะมีต้นไม้เต็มไปหมด อ้อแล้วพี่เค้าก็พาเราไปดูที่มาของชื่อเกาะ มาจากต้นไม้ที่ชื่อว่า ต้นไม้ซี้ ลักษณะทันจะคล้ายๆ กับต้นไผ่เลย แล้วที่นี่มีถ้ำด้วยนะ แต่วันนี้คลื่นแรงไม่สามารถเอาเรือเทียบฝั่งได้ เลยไม่ได้ลงไปเดินดูถ้ำเลย ในขณะที่เรานั่งเรือออกไปก็เจอกับพวกนกต่างๆ ที่เราเจอก็มีนกอินทรีย์ เหยี่ยวแดง ตื่นเต้นสุดๆ









ก่อนจะถึงบ้านก็พาเราไปแวะตรงเกาะหน้าบ้าน ไปดูปะการังกันสักหน่อย ตอนนั้นมัวแต่กลัวหอยเม่น กับมัวแต่แคะหอย เลยยังไม่ได้เห็นปะการังเลย






แล้วเราก็กลับเข้าบ้าน อาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อย เตรียมตัวกินมื้อเย็น พอมีเวลานิดหน่อยก็ออกมาเดินถ่ายรูปเล่น แล้วก็กลับไปนั่งเม้ามอยกับเพื่อนๆ











ไม่นานอาหารเย็นของเราก็พร้อมเสิร์ฟแล้ว แอบไปดูมาน่ากินทั้งนั้นเลย



แล้วนี่ก็คอมื้อเย็นทีเรารอคอย ปูนึ่ง กั้งนึ่ง หมึกผัดไข่เค็ม ปลากระพงนึ่งมะนาว ผัดผักรวม และหอยนางรมที่เราไปเก็บกันมาเมื่อตอนเย็น ได้มา 2 จานใหญ่ๆ เลย

อ้อ เราไก้สั่งปูเพิ่มอีก 1 กิโล เอามายำสดๆ แซ่บอย่าบอกใครเลย กิโลจะ 300 บาทเอง แล้วก็ให้พี่เค้าจดการยำให้








กินเสร็จก็มาตั้งวงปาร์ตี้กันต่อพร้อมกับฝึกสมองโดยการนับเลข 555 เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสนุกๆ แล้วก็ลองเอาเบ็ดออกมาตกหมึก ได้หมึกมา 1 ตัวถ้วน กินเสร็จก็แยกย้ายกันไปนอน่วงหัวค่ำแอบมียุงอย่าลืมติดพวกยากันยุงมาด้วยนะ





ปล. เราเล่นกันขำๆ นะ







ได้เวลาเข้านอนกันแล้ว ฝันดีราตรีสวัสดิ์นะ เจอกันใหม่พรุ่งนี้เช้า

ปล. ช่วงดึกๆ มีฝนตกลงมากระหน่ำมาก เสียงฝนกระทบกับหลังคาสังกะสีคือเดอะเบสมา เสียงดังจนหูอื้อไปเลย แต่ด้วยความง่วงก็ยังหลับได้อยู่ดี


อรุณสวัสดิ์ยามเช้า เช้านี้อากาศเย็นสบาย เพราะเมื่อคืนฝนได้กระหน่ำเราไปแล้วอย่างหนัก อยากจะนอนต่อไม่อยากตื่นเลย อ้อแล้วเช้านี้น้ำขึ้น และน้ำใสกว่าเมื่อวาน น่าจะลงเล่นสุดๆ แต่เราไม่มีเวลาแล้ว เพราะพี่เค้านัดขึ้นเรือตอน 8.30 น. อาบน้ำแต่งตัวกันเสร็จพี่เค้าก็เอาข้าวต้มร้อนๆ มาเสิร์ฟ เช้านี้เป็นข้าวต้มปลา เสร็จแล้วก็ไปเก็บของเตรียมตัวกลับ



แต่พอพวกเรากินข้าวกันเสร็จ ฝนก็เริ่มตั้งเค้ามาแต่ไกล พี่เค้าบอกว่าเดี๋ยวรอให้ฝนมันผ่านไปก่อน เพราะนั่งไปเดี๋ยวจะเปียก

รอแล้วรอเล่าจนฝนเริ่มซา แล้วก็ตกหนักใหม่ จากที่จะได้ออกเรือประมาณ 08.30 น. กลายเป็นออกกันประมาณเกือบบ่าย 2 โมง นั่งเล่นก็แล้ว นอนหลับตื่นมาก็แล้ว ไปถ่ายรูปก็แล้ว ยังไม่หยุดตกอีก

จนหิวอีกรอบฝนก็ยังไม่หยุด เอาไงดี เดินเข้า 7-11 ซื้อมาม่ากับไข่มาต้มกินเลยแล้วกัน

รอจนวินาทีสุดท้าย ออกไปทั้งฝนตกแบบนั้นแหละ แพ็คของใส่ถุงดำ ส่วนคนที่เอาเสื้อกันฝนมาก็นั่งข้างนอก คนที่ไม่มีก็เข้าไปนั่งกับพี่เค้าในห้อง แต่ฝนมันแค่ปรอยๆ ไม่ได้หนักเหมือนตอนแรกแล้ว

ได้เวลาบอกลา ไว้คราวหน้ามีโอากาสจะเข้ามาพักอีกนะ บายยยย ~~~~~

ปล. ถึงฝั่งอย่างปลอดภัย

แล้วเจอกันใหม่ในทริปหน้า


💵 ค่าใช้จ่าย

แพ็คเกจ 2 วัน 1 คืน คนละ 1,800 บาท

แพ็คเกจ 3 วัน 2 คืน คนละ 3,200 บาท

รับนักท่องเที่ยวตั้งแต่ 7-15 คน

ราคานี้รวมทุกอย่างที่เราพูดมาข้างบน ที่สำคัญพี่เค้ารับแค่ 1 กลุ่มต่อวัน นั่นหมายความว่าบ้านนี้จะมีแค่เราและเพื่อนเท่านั้น ส่วนตัวไปอี๊กกกก

ติดต่อสอบถามได้ที่

☎️ 088-5000667

☎️ 086-3227010

Line id : rut3227010


ความคิดเห็น