รีวิวเที่ยวเกาะแสมสาร #แสมสารใครๆก็ไปได้ รีวิวโดย เซน เท่านั้น

เกาะแสมสาร สวัสดีครับ วันนี้ผมจะพาเพื่อนๆทุกคนไปเที่ยวทะเลใกล้ๆกรุงเทพกันครับ เกาะแสมสารนั่นเอง อ่านออกเสียงว่า (สะ-แหม-สาร) ต้องบอกก่อนว่าตั้งแต่อ่านรีวิวมาก็อยากไปเลยทันที 555 เกาะแสมสารได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเยอะมาก และเป็นทะเลฝั่งอ่าวไทยที่สวยไม่แพ้กับฝั่งอันดามันเลยทีเดียว โดยเราสามา

รีวิวเที่ยวเกาะแสมสาร #แสมสารใครๆก็ไปได้

รีวิวเที่ยวเกาะแสมสาร #แสมสารใครๆก็ไปได้

 วันพุธที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 เวลา 14.13 น.

 วันที่เดินทาง 11 พ.ค. 2562

เกาะแสมสาร

สวัสดีครับ วันนี้ผมจะพาเพื่อนๆทุกคนไปเที่ยวทะเลใกล้ๆกรุงเทพกันครับ เกาะแสมสารนั่นเอง อ่านออกเสียงว่า (สะ-แหม-สาร) ต้องบอกก่อนว่าตั้งแต่อ่านรีวิวมาก็อยากไปเลยทันที 555

เกาะแสมสารได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเยอะมาก และเป็นทะเลฝั่งอ่าวไทยที่สวยไม่แพ้กับฝั่งอันดามันเลยทีเดียว โดยเราสามารถไปเที่ยวเกาะแสมสารแบบ One day trip จากกรุงเทพได้อย่างสบาย ตามมาเที่ยวกับผมเลยครับ

เตรียมตัวก่อนเดินทาง :

1. ควรมาถึงบริเวณท่าเรือ เพื่อจองคิวลงเรือแต่เช้า 7 โมงเช้ากำลังดี มิฉะนั้นคิวจะยาวมากๆ อาจจะทำให้ลงเรือลงได้ช้า

2. เตรียมอุปกรณ์ดำน้ำส่วนตัวมาเลยครับ บนเกาะมีให้เช่าก็จริง แต่คิวยาวมากและมีจำกัดอาจไม่เพียงพอต่อนักท่องเที่ยวจำนวนมากในบางช่วงเวลา

3. ของกิน จริงๆไม่ต้องพกอะไรไปเลยก็ได้ครับ เพราะบนเกาะมีจำหน่ายราคาต่างนิดหน่อยเอง

4. บนเกาะงดใช้ถุงพลาสติกทุกชนิดนะครับ หากนำมาจากบนฝั่งก็นำกลับไปด้วยจ้า


การเดินทาง :

สำหรับการเดินทางเที่ยว เกาะแสมสาร จะต้องเดินทางมาขึ้นเรือที่ท่าเรือเขาหมาจอ ต.ช่องแสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

เดินทางโดยรถยนต์

สามารถตั้ง GPS ปลายทาง ท่าเรือเขาหมาจอ ได้เลยครับ

เดินทางโดยรถขนส่งสาธารณะ

สามารถเดินทางจากท่ารถตู้หมอชิต เส้นทาง : กรุงเทพ - สัตหีบ และต่อรถสองแถวมายังท่าเรือ


ค่าธรรมเนียมข้ามเกาะแสมสาร :

ผู้ใหญ่ : 300 บาท (อายุ 18 ปีขึ้นไป)

เด็ก : 220 บาท (อายุตั้งแต่ 3 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี)

ชาวต่างชาติ : 600 บาท (อายุ 3 ปีขึ้นไป)

(ค่าธรรมเดียวข้างต้นเป็นเพียงค่าเรือเฉพาะ ไป-กลับ)

(ตั๋วข้ามเกาะแสมสาร สามารถใช้เข้าเยี่ยมชมพิพธพัณ์ฯได้)


ตารางเดินเรือข้ามเกาะแสมสาร :

เที่ยวขาไป : 09:00 , 10:00 , 11:00 , 12:00 , และ 13:00 น.

เที่ยวขากลับ : 13:30 , 15:00 , 16:00 , และ 16:30 น.

แต่ในช่วงวันหยุดหรือเสาร์อาทิตย์ เรืออาจจะออกถี่กว่าในตารางนะครับ โปรดเช็ค ณ วันเดินทางอีกครั้ง


เมื่อเดินทางมาถึงบริเวณทางเข้าท่าเรือเขาหมาจอ จากจุดนี้หากมาด้วยรถยนต์ส่วนตัว ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปทางพิพิธพัณฑ์ ส่วนหากใครจะไปเกาะขามก็ไม่ต้องเลี้ยวนะครับ ตรงไปได้เลย อ้อ.... ท่าเรือเกาะขามและเกาะแสมสารขึ้นจากท่าเรือเดียวกัน แต่จุดซื้อตั๋วคนละที่กันนะครับ


เมื่อมาถึงแล้วให้รีบหาที่จอดรถ ที่จอดรถก็สามารถจอดได้ตามถนนยาวๆตามที่เห็นครับ คนมาสายก็จะจอดไกลและเดินนิดหน่อยครับ ไม่เหนื่อยครับเดินมาแล้ว 5555


เจ้าหน้าที่จะเปิดให้รับบัตรคิว ตั้งแตเวลา 06.00 น. เราตื่นเต้นมากเมื่อคืนนอนไม่หลับ เลยขับรถออกจากรังสิตมาตั้งแต่ตี 4 ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 3 ชั่วโมงพอดีถึงท่าเรือเขาหมาจอ

วันนี้เป็นวันเสาร์ด้วย คนก็จะเยอะๆหน่อยครับ ขนาดถึง 7 โมงเช้า คิวที่เราได้คือ 247-248 ไม่ต้องคิดเลยว่าถ้ามาสายขนาดนี้จะได้ลงเรือตอนไหน เราแอบเห็นหลังจากที่ซื้อตั๋วเสร็จแล้วเวลาประมาณ 8 โมงนิดๆ เจ้าหน้าที่แจกบัตรคิวให้นักท่องเที่ยวปาไปคิวที่ 800 แล้วครับ แนะนำให้มาจองคิวแต่เช้ามืดเพื่อจะได้ลงเรือเร็วๆนะครับ


หลังจากรับบัตรคิวเสร็จ ก็เข้ามานั่งข้างในห้องประชุม หรือเรียกว่าห้องรอเรียกซื้อตั๋ว แอร์เย็นครับ มีนิทรรศการของทีมหมูป่า จากถ้ำหลวงให้อ่านและชมเพลินๆระหว่างเจ้าหน้าที่เปิดขายตั๋วครับ ประมาณ 8 โมงเจ้าหน้าที่ก็เรียกตามลำดับคิวครับ



หลังจากได้ตั๋วเรือเรียบร้อยแล้ว บริเวณแถวๆท่าเรือ จะมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ใครที่ยังไม่กินอาหารเช้า และมีเวลาว่างระหว่างรอลงเรือก็สามารถใช้บริการได้ครับ หรือจะไปเดินเล่นแถวท่าเรือก็ได้นะ วิวสวยดีครับ


ใกล้ถึงเวลาลงเรือ เราได้ลงเรือรอบ 2 เวลา 9 โมงตรง เราก็เดินตามๆกันไปบริเวณท่าลงเรือ คิวยาวมาก ดูกันให้ดีนะครับ บางทีจะมีเรือมาจอด 2 ลำพร้อมกัน ว่าจะไปเกาะขาม หรือเกาะแสมสาร เพราะ 2 เกาะนี้ใช้ท่าเรือเดียวกันครับ


ไปเกาะแสมสารขึ้นลำนี้เลยครับ เป็นเรือประมง ลงตามๆกันไปเลยครับ ถ้าไม่แน่ใจถามพี่ๆเจ้าหน้าที่แถวนั่นได้เลย ใจดีเป็นกันเองมากครับ ควยช่วยเหลือตลอด



ขึ้นเรือมาแล้วหาที่จับจองกันนะครับ มาก่อนนั่งก่อน ตั๋วไม่ระบุที่นั่ง ตามใจชอบเลยครับ 555 .... ใช้เวลานั่งเรือประมาณ 10-15 นาทีก็ถึงเกาะแสมสารแล้วครับ จุดที่เรือมาจอดคือหาดเทียน ทุกคนลงมาถึงเกาะก็ตื่นเต้นกันใหญ่เลย โดยเฉพาะตัวเรา อิอิ



หลังจากนั้นจะมีพี่ๆเจ้าหน้าที่นำเราไปยังจุดรวมพล เพื่อฟังคำบรรยายเกี่ยวกับการเที่ยวบนเกาะ ใช้เวลาอันน้อยนิด ผมว่าดีมากๆสำหรับบางคนที่ไม่ได้ทำการบ้านมา ว่าจะทำกิจกรรมอะไรบ้างบนเกาะ



หลังจากฟังบรรยายเสร็จ ทุกคนจะมุ่งหน้าไปยังหาดลูกลม เพราะฝั่งหาดลูกลมจะมีกิจจกรมเยอะ และทะเลจะสวยกว่าหาดเทียน โดยจะมีรถรางคอยให้บริการ ไป-กลับ (ฟรี) สะดวกดีครับ ไม่แนะนำให้เดินเพราะไกลพอสมควร เก็บแรงเอาไว้ดำน้ำดีกว่าครับ 5555



ปกติการดำน้ำจะมี 2 ฝั่ง สลับกันแล้วแต่สภาพภูมิอากาศและการจัดการ วันนี้กิจกรรมดำน้ำจะจัดขึ้นที่จุดดำน้ำหาดเทียน เป็นฝั่งเดียวกับที่เรือมาเทียบท่าให้เราขึ้นเกาะ หลังจากฟังบรรยายเสร็จไม่รอเช้าเรารีบไปจองคิวดำน้ำก่อนเลยครับ



เราได้คิวแรกเป็นเวลา 09.30 น. หลังจากจองคิวดำน้ำเสร็จ ชำระเงินเรียบร้อยคนละ 50 บาท เจ้าหน้าที่จะให้เราไปเลือกเสื้อชูชีพ และรอฟังประกาศมารับหน้ากากดำน้ำ และฟังขั้นตอนการใช้อุปกรณ์ดำน้ำตามลำดับครับ สำหรับใครที่ไม่อยากหอบสัมภาระก็สามารถฝากได้คบ ลีกเกอร์ละ 20 บาทเองจ้า



จากนั้นจะมีการปล่อยให้เทสอุปกรณ์ดำน้ำ บริเวณท่าเรือที่มีทุ่นลอยน้ำขึงไว้ ประมาณ 10 นาที ก็เรียกรวมและเดินไปขึ้นเรือที่เจ้าหน้าที่เตรียมไว้ เพื่อไปดำน้ำที่จุดดำน้ำหาดเทียน ห่างออกไปนั่งเรือประมาณ 10 นาที



โดยวันนี้เราขึ้นเรือลำนี้ไปดำน้ำ ขึ้นจากท่าเรือที่เรามาเมื่อเช้าเลยครับ เจ้าหน้าที่จะปล่อยให้ดำน้ำ ประมาณ 30 นาที รวมเวลาเรือไปกลับ ทั้งหมดประมาณ 50 นาที กับกิจกรรมดำน้ำดูประการัง ที่จุดดำน้ำหาดเทียน จะบอกว่าทริปนี้เราไม่มีอุปกรณ์ดำน้ำ และมือถือไม่เหมาะกับการลงน้ำทะเลเป็นอย่างมาก เลยพลาดโอกาสที่จะได้เก็บภาพสวยๆ ประการังสวยๆมาฝาก อยากรู้ว่าสวยยังไงต้องมาเที่ยวเองครับ สัมผัสด้วยตัวเอง อิอิ



หลังจากกลับขึ้นมายังบริเวณหาดเทียนแล้ว ใครหิวก็หาอะไรรองท้องได้เลยครับ มีเสื่อให้เช่านอนเล่นพักผ่อนด้วย แต่เรายังไม่เหนื่อยเลยว่าจะนั่งรถรางไปหาดลูกลมต่อเลยครับ ค่อยพักข้างหน้าละกัน วัยรุ่นใจร้อน 555


นั่งรถรางประมาณ 5 นาทีครับ ก็ถึงแล้วหาดลูกลม สิ่งแรกที่พูดขึ้นกับเพื่อนข้างๆ ว่าเฮยสวยวะ นี่คิดว่าตัวเองไปอยู่ไหนมาทำไมพึ่งมาเอาป่านี้ ทะเลสวยจริงๆ ถึงแม้วันนี้ท้องฟ้าแดดจะไม่เปรี้ยง แต่ก็สวยจริงๆครับ



คนเยอะมากที่หากลูกลม สักพักก็เริ่มหิวสิครับ เลยเดินไปซุ้มอาหารก่อนเลย ใกล้ๆกับจุดที่รถรางจอดเดินประมาณ 20 ก้าวเท่านั้น

ซื้ออาหารที่นี่ต้องแลกคูปองนะครับ แต่ไม่ต้องกังวลหากจ่ายไม่หมดสามารถแลกคืนได้ครับ ไมโกง 555 รายการเมนูอาหารที่เด่นๆก็คือลุกชิ้นทอดครับ ตำปูปาร้าที่นี่แซ่บมาก มีข้าวเหนียวไก่ทอด คิดว่าเป็นร้านอาหารอีสานเคลื่อนที่เลยก็ได้ครับ

ไม่ได้ถ่ายรูปอาหารที่ซื้อไว้ เพราะหิวมาก มาไม่พร้อมกัน มาทีละอย่างก็หมดทีละอย่างเลยจ้า หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จก็ถึงเวลาพักผ่อน ถ่ายรูปเล่นตามจุดต่างๆของหาดลูกลมครับ



กิจกรรมบริเวณหาดลูกลม :

1. พายเรือคายัค ชั่วโมงละ 100 บาท

2. ดำน้ำ ดูปะการัง 50 บาท (ต้องจองคิว)

3. นั่งเรือท้องกระจก ชมประการัง คนละ 20 บาท (ต้องจองคิว)

4. มีเสื่อปูนอน พักผ่อน ให้เช่าผืนละ 20 บาท (มีจำกัด)



เนื่องจากเราเคยไปพายเรือคายัคที่หาดไร่เลย์ กระบี่มาแล้ว และเนื่องจากคิวเรือยังไม่ว่างต้องรอประมาณ 30 นาที เราเลยขอข้ามกิจกรรมนี้ไปเลยครับ ส่วนใครอยากลองก็ได้นะครับ ผมว่าสนุกดี และน่าตื่นเต้นสำหรับเพื่อนๆที่ยังไม่เคยลองพายเรือ



นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเล่น วอลเล่บอลชายหาด สำหรับเพื่อนๆที่มากันเป็นแก๊งค์ นี่สบายเลยครับจับทีมกันเล่นวอลเล่บอลได้อย่างสนุกสนาน



หรือใครเหนื่อยจากการทำกิจกรรมแล้วละก็อย่าพึ่งรีบกลับ บริเวณหาดฝั่งลูกลมยังมีมุมสวยๆ วิวสวยๆให้เพื่อนๆได้ถ่ายรูปกันไม่เบื่อเลยครับ



ช่วงบ่ายนักท่องเที่ยวจะทยอยกลับกันเยอะครับ เราควรมารอตั้งแถวเพื่อขึ้นรถรางกลับมายังหาดเทียน เพื่อรอรอบเรือกลับขึ้นฝั่ง จริงๆช่วงเวลานี้นักท่องเที่ยวจะทยอยกลับกันเยอะมาก หากไม่อยากรอแถวนาน ก็สามารถเดินมาแถวท่าเรือให้เร็วครับ



ถึงฝั่งเรียบร้อย เราได้ขึ้นเรือรอบ 14.30 น. เป็นเรือลำเดิมที่ขึ้นมาเมื่อตอนเช้า แสมสารเป็นทริปที่สนุกมากครับ ถึงแม้แดดจะร้อนแต่ก็ไม่ทำให้เหนื่อยต่อการเที่ยวเลย ไม่น่าเชื่อนะครับว่าเกาะแสมสาร ทะเลอ่าวไทย ใกล้ๆกรุงเทพแค่ไม่กี่ชั่วโมง ก็สามารถเที่ยวทะเลที่สวยได้มากถึงเพียงนี้ ถ้ามีโอกาสจะกลับมาเที่ยวอีกแน่นอนครับ



หากเพื่อนๆมีเวลามากกว่า 1 วันแนะนำให้นอนพักแถว สัตหีบสักคืน เพื่อดื่มด่ำบรรยากาศธรรมชาติของทะเลอย่างเต็มที่ เราขอแนะนำที่พักที่นี่ครับ @บ้านสัตหีบ ชายทะเล ที่พักโรแมนติก เหมาะสำหรับพักผ่อน อากาศดี ไม่ไกลจากท่าเรือเขาหมาจอ ประมาณ 20 นาที และที่สำคัญราคาไม่แพง สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถทักไปถามได้ที่ Facebook Baan Sattahip ได้เลยนะครับ


----------------------------------------------

สรุปค่าใช้จ่าย ทริปเกาะแสมสาร :

1. ค่าเรือ ไป-กลับ 300 บาท

2. ค่ากิจกรรมดำน้ำ 50 บาท

3. ค่านั่งเรือชมปะการัง 20 บาท (ไม่ได้ไป)

4. ค่าเช่าเสื่อนอน 20 บาท

5. ค่ามื้อเที่ยง+ขนม 100 บาท

รวมทั้งหมดประมาณ 490 บาท ต่อคน หากทำทุกกิจกรรม ถือว่าคุ้มสุดๆครับ

-----------------------------------------------


ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ ไปเที่ยวไหนกันต่อรอชมนะคาบบบ ..... >>>>

ปล. เป็นบล๊อกแรกที่ผมเขียน เป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะ










ความคิดเห็น