"ผาหินกูบ" หุบเขามหัศจรรย์ (งบ 1,000 บาทก็เที่ยวได้) รีวิวโดย Aon Indy

"ผาหินกูบ" สุดยอดเส้นทางเดินป่าที่ต้องไปลอง ของเมืองจันทร์ สิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมก่อนเดินทาง 1.ความพร้อมของร่างกาย 2.เต็นท์ หรือ เปล (เปลจะสะดวกกว่าเพราะมีพื้นที่น้อย) 3.ถุงเท้ากันทาก(ช่วงหน้าฝนทากเยอะ) 4.ถุงมือ,เสื้อกันฝน 5.ทิชชูแห้ง, ทิชชูเปียก, ช้อน, กล่องพลาสติกใส่อาหาร, ไฟแช็ก 6.ถุงนอน,เ

"ผาหินกูบ" หุบเขามหัศจรรย์ (งบ 1,000 บาทก็เที่ยวได้)

"ผาหินกูบ" หุบเขามหัศจรรย์ (งบ 1,000 บาทก็เที่ยวได้)

 วันพฤหัสที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 เวลา 16.29 น.

 วันที่เดินทาง 25 พ.ค. 2562

"ผาหินกูบ" สุดยอดเส้นทางเดินป่าที่ต้องไปลอง ของเมืองจันทร์

สิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมก่อนเดินทาง

1.ความพร้อมของร่างกาย

2.เต็นท์ หรือ เปล (เปลจะสะดวกกว่าเพราะมีพื้นที่น้อย)

3.ถุงเท้ากันทาก(ช่วงหน้าฝนทากเยอะ)

4.ถุงมือ,เสื้อกันฝน

5.ทิชชูแห้ง, ทิชชูเปียก, ช้อน, กล่องพลาสติกใส่อาหาร, ไฟแช็ก

6.ถุงนอน,เสื้อผ้าที่ใส่สบายแห้งง่าย,หมวก,ปลอกแขน

7.ไฟฉาย, มีดพกเล่มเล็ก, ถุงดำ, โลชั่นกันยุง

7.ยาสามัญประจำบ้าน

เบอร์โทรจอง 093-9897273 พี่ชัยวัฒน์ (เจ้าหน้าที่) จองก่อนเดินทาง 1 เดือน

ระยะทางจากจุดเริ่มต้น-ผาหินกูบ 9.7 กิโลเมตร

การเดินทางไปจังหวัดจันทบุรีครั้งนี้ไม่ได้ง่ายเหมือนที่ผ่านๆมาครั้งนี้เราและเพื่อนๆร่วมทริป 8 คน ออกเดินทางกันตอนกลางคืน โดยต่างคนต่างไป เราเดินทางด้วยรถยนต์ออกจากชลบุรีเวลา 21.30 น. ใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่งก็ถึง หน่วยพิทักษ์ป่าบ้านทุ่งเพล เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ต.ฉมัน อ.มะขาม จ.จันทบุรี แต่ด้วยที่เราไม่ชินทางเลยทำให้หลงทางเกือบชั่วโมง (แนะนำถ้าไม่ชินทางให้เดินทางตอนกลางวันเพราะบางครั้งมีช้างป่าลงมาหากินตอนกลางคืน)

ขณะนี้เวลา 01.20 น. หลงทางพึ่งเข้ามาได้เห็นป้ายแล้วดีใจมากๆ ทางเข้า หน่วยพิทักษ์ป่าบ้านทุ่งเพล เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว เป็นหินคลุกแกรนิตระยะทางประมาณ 400-500 เมตร ขับให้ระวังกันด้วยนะคะ พอมาถึงมีรถจอดอยู่เย้มีเพื่อนนอนละคืนนี้ ถึงจะเดินทางไปถึงดึกขนาดไหนก็มีที่นอนเนื่องจากมีบ้านพัก 2 หลังสามารถนอนได้แต่มี 1 หลังไม่มีไฟฟ้าใช้ อาจจะลำบากนิดหน่อย ส่วนอีกหลังมีไฟฟ้าสามารถชาร์ตแบตโทรศัพท์ได้

เช้าวันที่ 2 05.30 น. ตื่นมาสดชื่นได้ยินเสียงสัตว์ร้องคือธรรมชาติสุดๆมีหมอกลงนิดๆอากาศเย็นสบาย

เดินเล่นรอบบ้านพักบรรยากาศดี และรอบๆมีป้ายต่างๆให้อ่านก่อนเดินขึ้นไปบนยอดผาหินกูบ

พร้อมสุดๆที่จะเดินทางไปพิชิตผาหินกูบ แต่ก่อนออกเดินทางเราต้องเติมพลังกันหน่อยนะ ก่อนที่จะเดินทาง 2 วัน ได้โทรจองข้าวกับลุงจ่าไว้เช้า 10 ห่อ เที่ยง 10 ห่อ เบอร์โทร 082-205-0079

นี้คือจุดเริ่มต้นแค่คิดที่จะเดินก็เหนื่อยแล้วบอกเพื่อนขอกินทุเรียนรออยู่ข้างล่างได้ไหม55+++

เริ่มเดิน 09.00 น. มีพี่แหลมนำทุกๆคนขึ้นไปประมาณ 30-35 คน กลุ่มเราจองลูกหาบไว้ 1 คน ลูกหาบคิดกิโลละ 50 บาท ช่วงแรกๆเดินชิวๆฟังเสียงนก เสียงลิง และสัตว์ต่างๆร้องประสานกันเสียงกึกก้องมากแถม 2 ข้างทางที่เดินมีสละให้ชิมด้วยนะแต่ขอบอกเลยเปรี้ยวมากๆ เดินเข้าไปครั้งแรกสัมผัสได้ว่าป่าที่นี้อุดมสมบูรณ์ ต้นไม้เขียวมาก

เดินได้สักพักใหญ่ๆกลุ่มเราก็มาถึงลำธาร ระยะจุดเริ่มต้น-ลำธาร ประมาณ 3 กิโลเมตร ขอพักหน่อยเหนื่อยจังอยากกลับบ้านแล้วเป็นความรู้สึกแบบนี้ทุกๆครั้งที่เดินป่า5+++

นั่งพักไม่ถึง 10 นาที เลยต้องรีบเดินต่อเพราะเดียวจะขี้เกียจเดิน วันที่กลุ่มเราไปขึ้นมีพระและแม่ชีไปธุดงค์ด้วย

เดินไปเรื่อย ๆ ทางก็เริ่มลาดชันขึ้นเรื่อย สัมภาระที่พกมาก็เริ่มรู้สึกทำไมมันหนักขึ้น น้ำที่กินก็จะหมด คิดว่าอากาศไม่ร้อนเลยพกน้ำน้อย ระหว่างทางจะมีจุดเติมน้ำ เราต้องรีบเดินเพื่อที่จะไปถึงจุดนั้นและจะได้พัก

ในที่สุดเราก็มาถึงจุดพักที่เติมน้ำได้เขาเรียกตรงนี้คือหินแปดเหลียม มีก้อนหินขนาดใหญ่วางอยู่ ต่างคนต่างวางกระเป๋าและเอาขวดน้ำมาเติมน้ำ บางคนหิวข้าวก็กินกันที่จุดนี้เลย แต่มีอะไรตื่นเต้นกว่านั้นคือพี่ร่วมทริปเจอตัวทาก กรี๊ดๆๆๆๆๆๆกลัวมากๆ

ทากเยอะมากๆพี่บางคนโดนกัดตรงหลังต้องใช้สเปรย์สมุนไพรฉีดให้หลุดออก เคยอ่านเจอเขาบอกว่าที่ไหนมีทากที่นั้นเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์มากๆ แต่สำหรับเราไม่มีได้ไหมกลัวมากๆๆๆ55+++++

ไหนใครพร้อมยกมือขึ้นเดินต่อไม่รอแล้วนะเพราะอยากพักแล้ว55+++

ยิ่งเดินยิ่งชันโอ้ยตอนไหนจะถึงหินแหลมหิวข้าวแล้วนะอิอิ

เย้ถึงหินแหลมแล้วกินข้าวก่อนเนอะเดียวไม่มีแรง เรากินข้าวแต่พี่เราอีกคนดูซิเล่นอะไร

รู้ว่ามันน่ากลัวยังเอามาจับยืดเล่นอีกโอ้ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆ55++++++++

กินข้าวแล้วกลุ่มเราออกเดินทางต่อเพื่อที่จะไปถึงทางลงถ้ำยิ่งเดินทำไมยิ่งชันไม่มีทางราบเลยดีตรงที่ 2 ข้างทางที่เดินมีอะไรให้ดูหลายๆอย่างเช่น ใบไม้ขึ้นตามหินที่เรียงกันอยู่ นกบินไปมา ผีเสื้อ และป่าที่เขียวขจีสุดๆ



พักแปปจะถึงทางลงถ้ำแล้ว(ปลอบใจกัน) 555+++++++++

เย้ๆในที่สุดเราก็ถึงทางลงถ้ำแล้ว เตรียมดีใจเลยเพราะเดินอีกสักพักก็ถึงที่เราจะนอนคืนนี้แล้วทางลงถ้ำมีแต่หินนะคะ เดินระวัง ๆ กันหน่อย ภายในถ้ำเย็นมากค่ะ แสงแทบไม่มีเพราะกว่าจะถึงที่ทางลงถ้ำใช้เวลานานแสงก็ไม่ค่อยมีแล้ว ก็ขอแวะพักถ่ายรูปในถ้ำกันหน่อยค่ะ

พอเดินออกจากถ้ำมาเราต้องเหยียบเถาวัลย์แล้วปีนขึ้นไปบนหินเพื่อไปถึงจุดหมาย (ต้องเดินระวัง ๆ หน่อยนะคะ เส้นทางนี้ถ้าพลาดก็ตกไปเลย)



เห็นหินสวยขอแวะถ่ายรูปหน่อย ใกล้จะถึงแล้วไม่รีบ55++++++++

เดินออกจากถ้ำมาสักพักหนึ่งก็จะถึงจุดเติมน้ำแห่งสุดท้าย (จะถึงแล้วอีกนิดนึงมีคนตะโกนบอก55+++)

พอถึงกลุ่มเราก็หาที่กางเปล และที่นั่งกินข้าวชิวๆตอนเย็น ภาวนาอย่าให้ฝนตกนะเพราะอากาศน่าตกมากๆ


ทำธุระจัดการหาที่พักได้ ถึงเวลาเปลี่ยนชุดไปถ่ายรูปกันแล้วนะถึงฟ้าไม่เปิดแต่ก็สวยในอีกมุมของนักเดินทางศึกษาธรรมชาติหน้าฝนอย่างเรา(ปลอบใจตัวเอง)ทำใจไว้แล้วเดินป่าหน้าฝนชิวๆๆๆๆ

เติมพลังก่อนแล้วกันนะหิวขนมอยากกินทุกอย่างที่ขวางหน้า

ทุกคนพร้อมจับกล้องได้ไปเลยจ้าถ่ายรูปรัวๆๆวันนี้คงได้ไปถ่ายแค่ตรงกูบช้าง(นูนบนสันหลังของช้าง)เพราะกว่าจะถึงกันก็ 15.00 น. แล้ว ใช้เวลาเดินทางนานมากๆเพราะแวะพักบ่อย

ช่วงที่ขึ้นไปสันหลังช้างระวังกันหน่อยนะคะ


ถ่ายรูปเพลินเลย อยากบอกภาพที่เห็นข้างบนเป็นสิ่งที่สวยงามมากๆคุ้มค่าที่เราและพี่ๆในกลุ่มขึ้นมาดูสิ่ง

มหัศจรรย์ของผาแห่งนี้เต็มไปด้วยความเขียวของใบไม้ มีหมอกลอยปกคลุมเขาลูกต่างๆ ถึงจะไม่ได้แสงแต่เราได้บรรยากาศที่สุดคำบรรยายจริงๆ แสงเริ่มจะหมดแต่เราก็ยังไม่ลงจากหลังช้างเพราะเรายังมีท่าเด็ดยังไม่ได้ทำมีพี่ร่วมทริปสอนให้คือฝึกจนเอวเคล็ด5+++


ท่าอะไรไม่รู้ รู้แต่ว่าโคดมันเลย ว่างกันเลยไม่ไปไหนแล้วรอดูแสงสุดท้ายที่หลังช้างนี้แหละ

สนุกสนานกันแล้วเตรียมลงไปทำอาหารกินกันดีกว่าวันนี้เรามี เมนูสุกี้กินร้อนๆ และข้าวสวยร้อนๆจร๊า


อิ่มแล้วแยกย้ายกันนอนได้ อากาศฟินมาก นอนเย็นสบาย นอนกันตั้งแต่ 20.00 น. นอนหลับได้สักพัก ตี 1 เสียงฟ้าร้อง ฝนตกลุกมาโอ้ยดีใจเปลไม่เปียก แต่เพื่อนร่วมกลุ่มนอนเปียกน่าสงสารมาก ฝนตกแรงขึ้นเรื่อยๆจนตื่นอีกรอบเปลเปียกแล้ว แนะนำใครที่จะเดินป่าช่วงหน้าฝนเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม

เช้าวันที่ 3 เวลา 05.45 น. ฝนยังตกปรอยๆ มาพร้อมกับสายหมอกที่ปกคลุมไปทั่วภูเขา อากาศฟินสุดๆ

ได้เวลาทำอาหารเช้ากันแล้วเพราะกินข้าวแล้วเราก็จะไปผาหมี เมื่อวานไม่ได้ไปกัน ต่างคนต่างช่วยกันทำคนละไม้คนละมือ ต้มน้ำชงกาแฟ หุงข้าว ผัดปลากระป๋อง

กินเสร็จเตรียมเก็บของเพื่อจะลงจากผาหินกูบก่อนลงเราก็จะไปแวะตรงผาหมีก่อนแล้วค่อยลงทีเดียว


พร้อมไปผาหมีบรรยากาศก็เหมือนฝนจะตกเราเช็คแล้ววันที่เดินลง ฝนตก 60% ทำใจจ้า

ชิวๆถ่ายรูปก่อนนะเดียวหาว่ามาไม่ถึง



เตรียมไปผาหมีต่อใกล้ๆกันฟ้าเปิดบ้างปิดบ้าง

วิวบนผาหมีสวยมากๆ ใกล้จะเที่ยงแต่ไม่มีแดดเลย ฟ้าก็ร้อง ยังดีที่ยังให้เห็นวิวบ้าง

มืดมาขนาดนี้เราก็กลับกันดีกว่าสรุปกลุ่มเราสุดท้ายที่ลงจากผาหินกูบ ออกเดินลง 11.50 น. แค่ออกเดินเท่านั้นแหละฝนตกลงมาแรงมากๆทุกคนเตรียมพร้อมเสื้อกันฝนทางเดินลื่นนิดนึงเพราะฝนตกและมีน้ำไหล

ใช้เวลาเดินทางลงแค่ 3 ชั่วโมง ฝนตกเกือบตลอดทางแต่ก็สบายๆเพราะตอนใกล้จะถึงที่พักฝนหยุดแดดเริ่มออก ป่าชุ่มชื่นมากๆ เห็นปูด้วยนะ มีนก ผีเสื้อ เสียงลิงโหนต้นไม้กระโดดไปมา สื่อถึงป่าผืนนี้ยังอุดมสมบูรณ์อยู่แถมตอนลงมาเราเจอทากกัดด้วยร้องเสียงหลงน้ำตาไหลกลัวจริงๆ

ในที่สุดเราก็มาถึงจุดหมาย การเดินป่าครั้งนี้ได้ประสบการณ์ใหม่ๆเดินป่าหน้าฝนก็สนุกไปอีกแบบใครที่ยังไม่มีที่ไปเที่ยวไหนหน้าฝนให้คิดถึงที่ "ผาหินกูบ" ด้วย เพราะที่นี้เปิดตลอดทั้งปี แต่ต้องโทรจองก่อน 1 เดือน และพยายามโทรถามเจ้าหน้าที่ด้วยบางอาทิตย์ช้างป่าลง เจ้าหน้าที่ก็ไม่อนุญาตให้ขึ้น

"ขอบคุณมิตรภาพระหว่างการเดินทางและเพื่อนร่วมทริป"

การเดินทาง ตั้งแผนที่ในโทรศัพท์ พิกัดหน่วยพิทักษ์ป่าบ้านทุ่งเพล เดินทางด้วยรถยนต์สะดวกกว่า

ค่าใช้จ่าย

1.ค่าน้ำมัน 950/4 คน =คนละ 238 บาท

2.ค่าเข้าเขตป่าคนละ 300 บาท

4.ค่าอาหาร เช้า-เที่ยง 800/8 คน = คนละ 100 บาท (ข้าวห่อละ 40 บาท)

5.ค่าลูกหาบไป-กลับ 1000/ คน = คนละ 125 บาท (ลูกหาบคิดกิโลละ 50 บาท)

6.ค่าอาหารตอนเย็น 676/8 คน = คนละ 85 บาท

รวมทั้งหมด 848 บาท

ขอบคุณเพื่อนร่วมทริปและภาพสวยๆ

1.พี่สไปรย์ ครูสอน B Boy เราเอง

2.พี่พลอยสุดสวย

3.น้องแฟง เด็กสยาม

4.N'Smile #SmileonTourเที่ยวมั่วๆทัวกับสไมล์

5.N'Peetz #ShutSoul

6.น้อวนิว

7.Pai #คู่เที่ยวIndy













ความคิดเห็น