เกาะพยาม เสน่ห์ของทะเลระนอง รีวิวโดย Journey Gallery

เรื่องราวของรีวิวนี้ มันเริ่มจาก.... ผมอยากจะไปพักผ่อนแบบสงบๆ กับทะเลที่ไหนสักแห่งเพื่อเป็นการส่งท้ายฤดูร้อนของปีนี้ โจทย์ของตัวผมเอง คือ เกาะที่เดินทางง่าย ไม่แพง และชายหาดสงบเงียบไม่มีคนพลุกพล่าน หรือถ้าได้มุมสวยๆ ให้ได้ถ่ายรูปปังๆ ด้วยก็จะดี นั่งเสิร์ชหารีวิวท่องเที่ยววนไป วนมา ก็มาจบที่จุดหม

เกาะพยาม เสน่ห์ของทะเลระนอง

เกาะพยาม เสน่ห์ของทะเลระนอง

 วันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2562 เวลา 11.48 น.

 วันที่เดินทาง 27 เม.ย. 2562

เรื่องราวของรีวิวนี้ มันเริ่มจาก....

ผมอยากจะไปพักผ่อนแบบสงบๆ กับทะเลที่ไหนสักแห่งเพื่อเป็นการส่งท้ายฤดูร้อนของปีนี้

โจทย์ของตัวผมเอง คือ เกาะที่เดินทางง่าย ไม่แพง และชายหาดสงบเงียบไม่มีคนพลุกพล่าน

หรือถ้าได้มุมสวยๆ ให้ได้ถ่ายรูปปังๆ ด้วยก็จะดี

นั่งเสิร์ชหารีวิวท่องเที่ยววนไป วนมา ก็มาจบที่จุดหมายนี้แหละครับ

"เกาะพยาม จ.ระนอง"


(ก่อนไปอ่านรีวิวกับแบบยาวๆ เราขอฝากติดตามเพจ Journey Gallery ด้วยนะครับ

จิ้มตรงนี้เลย https://www.facebook.com/journeygallery )

"เกาะพยาม"

ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชือเสียงที่สุดของ จ.ระนอง

ถึงแม้ว่าที่นี่จะไม่ได้ขึ้นชื่อเรื่องน้ำทะเลใสๆ หาดทรายสวยๆ หรือปะการังใต้ทะเล

แต่ถ้าพูดถึงที่เที่ยวใน จ. ระนอง ก็จะต้องมีชื่อเกาะพยาม อยู่ในบทสนทนาแน่นอน


การเดินทางไปเกาะพยามของเรา เริ่มต้นที่สถานีขนส่งสายใต้ใหม่

เราเดินทางด้วยรถทัวร์โดย ของ บ.นิวมิตรทัวร์ เป็นรถ VIP 32 ที่นั่ง ปลายทางของเราอยู่ที่ บขส. ระนอง

ราคาค่าโดยสารคนละ 510 บาท (เบอร์โทรติดต่อ บ.นิวมิตรทัวร์ 0-2894-6115 )

อยู่บนรถทัวร์กันไปประมาณ 10 ชั่วโมง แล้วเราก็เดินทางมาถึง บขส.ระนอง

นั่งพัก ล้างหน้าล้างตากันแล้ว เราก็ต้องนั่งรถต่อไปที่ท่าเรือด้วยรถสองแถวไม้เอกลักษณ์ของระนองคันนี้

(ราคาเหมาเราต่อได้ 150 บาท)

แป๊บเดียว มาถึงแล้ว...

"ท่าเรือเกาะพยาม"

ที่นี่จะเป็นที่ที่รับผู้โดยสารที่จะเดินทางไปเกาะพยาม...เฉพาะสปีดโบ๊ท

ส่วนใครที่จะไปเรือเมล์ ต้องไปขึ้นเรืออีกที่นึง ซึ่งจะมีรถมารับไป

ส่วนราคาค่าโดยสาร เรือสปีดโบ๊ท ตะอยู่ที่คนละ 350 บาท (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที)

ส่วนเรือเมล์ ค่าโดยสารจะอยู่ที่คนละ 200 บาท (ใช้เวลาเดินทางราวๆ 2 ชั่วโมง)

แน่น่อนว่านักท่องเที่ยวทุนต่ำอย่างเรา ก็ต้องเลือกสโลว์โบ๊ทอยู่แล้ว 5555+

บรรยากาศบนเรือที่เราจะต้องอยู๋บนนี้ไปอีก 2 ชั่วโมง

แล้วเราก็ลอยทะเลไปกับเรือเมล์เพื่อไปยังเกาะพยาม

ลมเย็นๆ พัดผ่านหน้า เหมือนกับเรือที่แล่นผ่านเกาะแล้วเกาะเล่า

จนในที่สุดแล้ว เราก็มาถึง ท่าเรือเกาะพยาม

ท่าเรือเกาะพยาม จะตั้งอยู่ที่บริเวณอ่าวแม่หม้าย

มองทางซ้ายจะเห็น Blue Sky Resort รีสอร์ทชื่อดังของเกาะพยาม

ส่วนทางขวา จะมองเห็นโบสถ์กลางทะเลของวัดเกาะพยาม

ถ้ามองข้างหน้าก็จะเป็นทางเดินที่พาเราเข้าอยู่เกาะพยามนี่แหละจ้า


บนเกาะพยาม การเดินทงที่สะดวกที่สุดคือการเช่ามอเตอร์ไซค์ขับไปแต่ละที่ ซึ่งเส้นทางบนเกาะก็ไม่ได้โหดมาก ถึงแม้จะมีทางบางช่วงที่อาจจะขับยากสักนิดนึง

ราคาค่าเช่ามอเตอร์ไซค์ วันละ 200 บาท

ก่อนที่จะไปเที่ยวจุดต่างๆ บนเกาะ หลังเดินทางมาเหนื่อยๆ เราเลยขอเข้าที่พักก่อนแล้วกัน

ซึ่งที่พักของเรา จะอยู่ที่อ่าวใหญ่ เส้นทางก็ดูจะง่ายๆ แต่สุดท้าย...หลงจ้าาาาาา

ขับวนไปวนมาจนเกือบจะรอบเกาะ เราก็มาถึงที่พักของเราจนได้

"Lazy Hut อ่าวใหญ่ เกาะพยาม"

คือที่พักของเราในทริปนี้


Lazy Hut อ่าวใหญ่ เกาะพยาม

บรรยากาศของที่พักจะ ติดชายหาดของอ่าวใหญ่ การตกแต่งเน้นกลมกลืนกับธรรมชาติ

มีมุมนั่งเล่น มีเก้าอี้ให้นั่งรับลมริมหาด และโต๊ะสำหรับทานอาหารริมหาด

ส่วนห้องพัก เป็นบังกะโลหลังเล็กๆ สบายๆ ห้องที่เราพักเป็น Bamboo Hut ราคา 500 บาท

นอนได้หลังละ 3 คนแบบสบายๆ เลย

ที่นี่มีเครื่องปั่นไฟ แต่จะเปิดไฟฟ้าให้ใช้แค่ช่วง 6 โมงเย็น - 6 โมงเช้า นะครับ

หลังจากนั่งพักพอหายเหนื่อย อาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยแล้ว

ได้เวลาออกไปนั่งรับลมทะเล เดินเล่นริมหาด พักผ่อนแบบที่เราต้องการ

ในบรรยากาศสงบๆ ของอ่าวใหญ่ หน้าที่พักของเรา

"อ่าวใหญ่"

เป็นอ่าวที่มีชายหาดยาวมากกกกกกกกก

คลื่นค่อนข้างแรง แต่น้ำไม่ค่อยลึก ลงเล่นได้แบบสนุก สบาย

ตอนเย้นๆ ที่อ่าวใหญ่นี้จะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยมากอีกจุดนึงของเกาะพยาม

ช่วงบ่ายๆ ชายหาดบริเวณอ่าวใหญ่แทบไม่มีคนเลยครับ...นี่แหละบรรยากาศที่เราต้องการ


ช่วงก่อนพระอาทิตย์ตก

เราเปลี่ยนจากการพักผ่อนที่อ่าวใหญ่ ขับมอเตอร์ไซค์มาถ่ายรูปกันที่

"อ่าวเขาควาย"



ที่นี่ มีจุดถ่ายรูปที่ถือว่าเป็นไฮไลท์อีกจุดนึงของเกาะ นั่นคือ

"หินทะลุ"

ที่เห็นอยู่ในภาพนี่แหละครับ



นอกจากหินทะลุที่เป็ไฮไลท์ของอ่าวเขาควายแล้ว

บรรยากาศยามเย็นในช่วงพระอาทิตย์กำลังจะตกดิน ยาวไปจนถึงช่วงตะวันลับขอบฟ้า

ก็สวยเอามากๆเลยล่ะ

ตอนแรกกะว่าจะกลับมาถ่ายพระอาทิตย์ตกที่อ่าวใหญ่

แต่ไหนๆ ตรงนี้ก็สวยมาก เลยอยู่ตรงนี้กันจนมืดค่ำเลย

หลังค่ำคืนแรกผ่านไปกับบบทสนทานาที่บันเทิงสุดๆ

ตัดภาพมาที่ตอนเช้า ผมตื่นตั้งแต่ตี 5 ครึ่ง เพื่อมาถ่ายรูปที่

"วัดเกาะพยาม"

อยู่บริเวณฝั่งซ้านของอ่าวแม่หม้าย

จุดเด่นของวัดนี้ คือ โบสถ์กลางทะเล

ซึ่งจริงๆ แล้ว ตรงนี้จะเป็นจุดถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยมากๆ

แต่รอพระอาทิตย์โผล่ผ่านกลุ่มเมฆตั้งนานก็ไม่มาซะที ภาพก็เลยได้มาแค่นี้แหละครับ

ไหนๆ เราก็มาที่อ่าวแม่หม้ายแล้ว ขอแวะเข้าไปชมรีสอร์ทชื่อดังของเกาะนี้กันหน่อย

"The Blue Sky Resort เกาะพยาม"

บรรยากาศของรีสอร์ท ก็ดีงามสมชื่อเสียงจริงๆ แหละครับ

บริเวณด้านนอกรอบๆ รีสอร์ท เราสามารถเข้าไปถ่ายรูปได้ครับ

ยกเวณโซนบ้านพักของลูกค้าที่มาพักที่นี่

แต่แค่ด้านนอกเราก็รู้สึกได้ถึงความหรูหรามาเห่าแล้วอ่ะ


ชื่นชมความดีงามของ The Blue Sky Resort เกาะพยาม กันพักนึง เรามูฟต่อมาที่

"อ่าวกวางปีบ"

อ่าวกวางปีบ เป็นอ่าวที่บรรยากาศดีงามสุดๆ อีกจุดของเกาะพยามเลย

หาดทรายเรียบเนียน น้ำทะเลก็ใสมากๆ ด้วย

อ่าวกวางปีบนี้ ยังมีจุดดำน้ำดูปะการังด้วยนะครับ แต่ก็ไม่รู้ว่าใต้าน้ำเป็นยังไงบ้างนะ

เพราะเราแค่มาเดินเล่น ถ่ายรูป ชมบรรยากาศ แต่แค่นี้เราก็ว่าดีและสวยงามแล้ว

ปืดท้ายทริปเกาะพยาม

เรากลับมาที่อ่าวใหญ่ ได้เห็นแสงเย็นที่แม้ว่าฟ้าจะไม่ค่อยเคลียร์เท่าไหร่

แต่บรรยากาศในยามเย็น ก็ยังสวยงามพอให้ได้ภาพแสงสุดท้ายของวันมาบ้าง



ค่ำคืนสุดท้ายทริปเกาะพยาม

เรากลับมานั่งกินข้าว กับเครื่องดื่มเบาๆ กันที่มินิบาร์ ของ Lazy Hut

บรรยากาศริมทะเลยามค่ำ มีเสียงเพลงคลอกับเสียงคลื่นแบบนี้ ฟินสุดๆ เลย

สองวันบนเกาะพยามของเราผ่านไป

ถือว่าทริปนี้ Mission Complete เลยล่ะ

ได้พักผ่อนอย่างสงบๆ แบบที่ต้องการ ได้ถ่ายรูปสวยๆ ได้เที่ยวทะเลส่งท้านซํมเมอร์ของปีนี้

ใครที่มีโจทย์ในการเที่ยวคล้ายๆ เราแบบนี้ เราว่าที่นี่

"เกาะพยาม" ก็น่าจะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีเหมือนกันนะ

อย่างน้อยๆ เราว่าฟินกว่าอ่านรีวิวแน่นอน...ลองไปกันนะ


สุดท้าย...

ขอบคุณคนที่ยอมอ่านมาถึงย่อหน้าสุดท้ายนี้

ถ้าใครอยากพูดคุย ทักทาย คุยกันเรื่องเที่ยว ถ่ายรูป ก็เข้าไปกดไลค์ที่เพจ Journey Gallery กันได้นะครับ


ไว้ถ้าเรามีที่ไหนที่น่าสนใจ น่ารีวิว จะเก็บเอามาเขียน เอามาฝากกันใหม่นะ


ฺB Y E


ความคิดเห็น