Road Trip อีสานใต้ 1,994 กิโล ขับรถตะลุยกันด้วยงบ 2,500 บาท รีวิวโดย การเดินทางของหัวหอม

เคยคิดอยากไป Road Trip ป้ะคะ? วันนี้เราได้ไปมาแล้ว เลยอยากจะมาเล่าประสบการณ์ให้ฟัง เสน่ห์ของ Road Trip ที่เราสัมผัสได้หลังจากไปมาคือ มันลุ้นอ่ะ เพราะถึงแม้จะมีแพลน แต่ก็เป็นแพลนคร่าวๆ กินที่ไหน นอนที่ไหน fix เวลาเป็นจริงเป็นจังไม่ได้เลย เพราะแต่ละที่เราไม่รู้ว่าเราจะแวะนานเท่าไหนและวันนั้นจะไปสิ

Road Trip อีสานใต้ 1,994 กิโล ขับรถตะลุยกันด้วยงบ 2,500 บาท

Road Trip อีสานใต้ 1,994 กิโล ขับรถตะลุยกันด้วยงบ 2,500 บาท

 วันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2562 เวลา 13.49 น.

 วันที่เดินทาง 8 มิ.ย. 2562

เคยคิดอยากไป Road Trip ป้ะคะ? วันนี้เราได้ไปมาแล้ว เลยอยากจะมาเล่าประสบการณ์ให้ฟัง

เสน่ห์ของ Road Trip ที่เราสัมผัสได้หลังจากไปมาคือ มันลุ้นอ่ะ เพราะถึงแม้จะมีแพลน แต่ก็เป็นแพลนคร่าวๆ กินที่ไหน นอนที่ไหน fix เวลาเป็นจริงเป็นจังไม่ได้เลย เพราะแต่ละที่เราไม่รู้ว่าเราจะแวะนานเท่าไหนและวันนั้นจะไปสิ้นสุดที่จังหวัดไหน เที่ยวเสร็จค่อยหาโรงแรม หาที่กิน บางที่น้ำไหลจ๊อกๆ พออีกที่น้ำไหลแรงดี อ่ะไฟดับ มันสนุกตรงนี้ 😂



อันนี้เราลองวางแผนคร่าวๆ

ทริปนี้ของเราและคุณแฟนได้ไปผจญภัยกันมาในดินแดนอีสานใต้ เรามอบหน้าที่ให้คนขับวางแผนเส้นทางไปเลย 555 ต้องขอบคุณระยะทาง 1,994 กิโล ทำให้เราได้ใช้เวลาด้วยกันในทุกสถานการณ์ ขับรถทางไกลแบบที่เรียกได้ว่าใช้ชีวิตบนรถเยอะที่สุด ร้องเพลง พูดคุยกันไปตลอดทาง เน้นเที่ยว ไม่เน้นกิน ไปที่ๆน่าไปและอยากไป ได้ไปหลายๆที่แบบเปิดโลกทัศน์ของการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่มากกว่าการไปอยุธยา แต่ได้ไปเห็นร่องรอยของมนุษยชนตั้งแต่ 3,000-4,000 ปี ยืนวิเคราะห์ตรงหน้าผาริมฝั่งแม่น้ำโขงกัน ยืนอ่านป้ายข้อมูลทุกป้ายในทุกที่ๆไปที่มีให้อ่าน คือไม่ใช่แค่ไปถ่ายรูปเดินเที่ยว แต่มันซึมซับเรื่องราวด้วยอ่ะ 😁



โดยทริปนี้ไปทั้งหมด 5 จังหวัด แต่มหาสารคามคือแวะไปหาเพื่อน ไปใช้ชีวิตแบบชาวอีสาน ถึงแม้วันที่ 3 จะไม่ได้มีที่เที่ยวโด่งดังเด็ดดวงเมหือนจังหวัดอื่นๆ แต่เราได้ไปซึมซับเสน่หของชาวอีสานตั้งแต่วัฒนธรรมการกิน การอยู่ การแดนซ์ คือมันส์สุดดด



Day 1

📍จ.บุรีรัมย์

- ประสาทหินพนมรุ้ง

- ปราสาทหินเมืองต่ำ

- Chang Arena

📍จ. ศรีสะเกษ

- ผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร



Day 2

📍จ.อุบลราชธานี

- ผาแต้ม

- สามพันโบก



Day 3

📍 มหาสารคาม

- วัดป่าน้ำเย็น

- ลำชี ร้านอาหารสุด Local แขวนเนื้อเป็นตัวๆหน้าร้าน

- ผับอีสานตะวันแดง 😆



Day 4

📍ขอนแก่น

- ตลาดต้นตาล

- ร้านมนต์สะกด Tap Bar ไปกิน Craft beer

- คาเฟ่ต์ริมเขื่อนอุบลรัตน์ “บ้านนอกคอกควาย”

- ร้านกะเพราจานแปลก “แล้วแต่ กะเพราแท้” หลัง มข.



เรามารีวิวแต่ละที่กันค่ะ

เริ่มต้นวันแรก

ออกเดินทางตอนตี 3 ใช้เส้นทางจากลำลูกกายิงตรงขึ้นมาเรื่อยๆ วันแรก เราจะไปที่บุรีรัมย์ค่ะ อาบน้ำล้างหน้าให้สดชื่นแล้วไปกันเล้ยย

📍จ.บุรีรัมย์

- ประสาทหินพนมรุ้ง

- ปราสาทหินเมืองต่ำ

- Chang Arena

📍จ. ศรีสระเกษ



-- ปราสาทหินพนมรุ้ง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ --

เราไปถึงประมาณ 8 โมง เป็นเช้าที่แดดแรงมากๆเลยจ้ะแม่ แสงแดดสาดส่องทั่วทุกอณู เสียค่าเข้าคนละ 40 บาท ค่ารถยนต์ 30 บาท ราคาเดียวกันหมดทุกที่ ด้านหลังตั๋วเข้ามีเนื้อหาประวัติศาสตร์ให้อ่านด้วยนะ

ต้องยอมรับว่าสวยจริงๆค่ะ สวยแบบแปลกๆ เพราะมันเป็นอารยธรรมแบบตามศาสนาฮินดู อยู่บนยอดเขาพนมรุ้งซึ่งเป็นภูเขาไปที่ดับสนิทไปแล้วจ้ะ สร้างขึ้นเมื่อสมัยพุทธศตวรรษที่ 15-18 ที่ดังๆกีภาพสลักทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ที่เคยถูกขโมยไปเมื่อปีพ.ศ. 2503 และได้คืนมาตอน 2531



ต่อมาเราก็ขับรถไปต่อที่ อ.ประโคนชัย ไปปราสาทหินเมืองต่ำต่อ



--- ปราสาทหินเมืองต่ำ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ---

ปราสาทหินนี้ก็เป็นแบบฮินดูเหมือนกัน เขาบอกว่าอันนี้เป็นศิลปะเขมรแบบบาปวน พุทธศตวรรษที่ 16 มีปรางค์อิฐ 5 หลัง สร้างบนศิลาแลงเดียวกัน สระน้ำรูปตัว L มีพญานาค 5 เศียร มีบันทึกว่าเป็นเทวสถาน



คือจริงๆก็คล้ายๆกับปราสาทหินพนมรุ้งนะ แต่มันมีความต่างของแต่ละที่อ่ะ ต้องไปเอง



เริ่มหิวละ เราไปที่ต่อไปกันค่ะ

--- Chang Arena จ.บุรีรัมย์ ---

อันนี้คือไปตามใจคุณแฟนโดยเฉพาะเลย

สนามฟุตบอลทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ภายในมีของที่ระลึกขายด้วยน้า ซื้อฝากน้องๆกลับบ้านมาได้

ต่อมาเราไปกันที่จ.ศรีสะเกษค่ะ ไปชมธรรมชาติกัน

—- ผามออีแดง จ.ศรีสะเกษ —-

อันนี้คือตลกมาก เพราะเส้นทางที่กูเกิลพาไป คือพาข้ามดินแดงกัมพูชาไปเลย ซึ่งตอนนี้เราไม่สามารถเข้าชมเขาพระวิหารได้แล้วเนื่องจากแพ้ศาลโลก จึงตกเป็นมรดกของฝั่งกัมพูชาไป น่าเสียดายมากๆ และที่เราดูแมพ ก็ไม่ได้เอะใจ จนกระทั่งขับรถผ่านด่านทหาร กำลังจะเข้าช่องสะงำ ก็นั่งขำแล้วให้คุณแฟนจับแมพใหม่ ไปตามเส้นทางในประเทศไทยเลย



ตรงนี้เป็นภาพแกะสลักเมื่อ 1500 ปีมาแล้ว เขาต้องใช้รั้วกั้น คือเราได้คต่ชะโงกหน้าไปดูนิดนึง และเส้นทางก่อนถึงภาพแกะสลักนูนต่ำ มีรอยขีดเขียนของนักท่องเที่ยวและรอยลบอยู่ด้วย ไม่โอเคเลย ถ้าเที่ยวแล้วไม่รักษาอ่าา

ก่อนไปชมวิว เราแวะไปสถูปคู่ก่อนด้วย อยู่ใกล้ๆกัน เราเอ็นจอยกับร่องรอยบนพื้นดินมาก แบบโอ้ว อเมซิ่ง

วิวตรงนี้สวยมากๆเลยค่ะ

จากทางฝั่งไทยเราสามารถใช้กล้องส่องทางไกลดูเขาพระวิหารได้ลิบๆ เห็นแค่นี้ยังใหญ่และสวยเลยอ่ะ ไว้จะหาโอกาสไปแน่ๆ

ในวันนี้จบลง เราหาที่พักที่ อุบลแบบเสริชเอาเลย 10 ที่พักดีและถูกอุบล ประมาณนี้ ได้ห้องพักมาคืนละ 580 ที่โรงแรม A plus ครับ และตอนเย็นก็ขับรถไปกินข้าวแถวบิ๊กซี อาหารที่กินคือ จิ้มจุ่มแบะส้มตำฮะ 5555 ตกคนละร้อยกว่าบาท และกินเสร็จก็ไปเวียนเทียนกันต่อที่วัดหนองบัวค่ะ ☺️🙏🏻



จบวัน พักผ่อนจ้าาา

วันที่สอง เราเที่ยวกันแค่ในอุบลเลยค่ะ

เริ่มตื่นมาตอนเช้า เราก็ไปหาไข่กะทะกิน เอาที่ใน wongnai บอกว่าเด็ดๆ เลยได้ไปเจอร้านนี้

“อุบล โอชา”

อยู่ไม่ไกลจากที่พักมาก ที่ร้านคนเยอะนะ โต๊ะนึงก็นั่งรวมกัน พื้นที่ทางเดินไม่ใหญ่ แต่ก็ไม่แออัด เริ่มสั่งเมนูกันเลย

อาหารมไ่แพงมาก แต่น่าเสียดายที่เหมือนสั่งอะไรไปก็หมด โจ๊กข้าวไรซ์เบอรี่งี้ ขนมปังเนยน้ำตาลงี้

เลยได้ไข่กะทะและขนมปังมาลองกิน ส่วนตัวเฉยๆกับไข่กะทะนะ คิดว่าจะว้าวกว่านี้



อิ่มแล้วเราไปต่อกันโลด เป้าหมายวันนี้คือ ผาแต้มและสามพันโบก 👋🏻



—- ผาแต้ม จ.อุบลราชธานี ——



เป็นอีกหนึ่งอารยธรรมที่เราอึ้งมากกว่าเมื่อวานเรพาะที่นี่เก่ากว่า เลยให้ความรู้สึกว่า โอ้โห เราได้มาอยู่ใกล้เมื่อ 4,000 ปีที่แล้วเลย มันไม่ใช่แค่เผ่าพันธุ์เราอ่ะ แต่มันคือบรรพบุรุษมนุษย์เลยอ้ะ



ก่อนถึงผาแต้ม อย่าลืมแวะซ้าย ถ่ายรูปกับเสาเฉลียงก่อนนะคะ

ผาแต้มจะแบ่งเป็น 4 กลุ่มภาพเขียนสี ที่ต้องเดินตามเส้นทางไปเรื่อยๆ ระยะทางไปกลับประมาณ 3 กิโล คือถ้าอากาศไม่ร้อนน่าจะเดินได้นะ ตอนแรก เรากะจะเดินไปแค่กลุ่มที่ 1-2 และขับรถไปที่กลุ่มภาพที่ 4 และเดินไปหา 3 เลย แต่ด้วยอากาศที่ร้อนมากเลยจ้ะแม่ เหงื่อไหลไคลย้อยจั๊กแกแร้นเปียกไปหมด เลยได้เท่านั้ คราวหน้าไปเก็บเพิ่ม



กลุ่มภาพที่ 1

ไม่รู้ว่ามองเห็นมั้ย แต่เป็นรูปปลาอ่ะ แดงๆ

กลุ่มภาพที่ 2

อันนี้อึ้งมาก เพราะใหญ่มาก ขนาดยาว 180 เมตรและสูงประมาณ เมตรกว่าเลย เราก็ไปยืนวิเคราะห์กับแฟนว่าเอ...คนสมัยก่อนเค้าจะวาดภาพใหญ่ขนาดนี้ไปทำไมน้อ แสดงอาณาเขตงี้ หรือแบบอาจจะเป็นบิลบอร์ดใ้หคนฝัง่ลาวเห็น เพราะผาติดกับริมแม่น้ำโขง ไทย-ลาว แล้วก็ประหลาดใจว่า เครื่องแต่งกายคนสมัยก่อนนี่แลปกๆดี มีหมวกทรงสามเหลี่ยมด้วย ไฮแฟชึ่นมาก แต่สมัยนี้แปลกกว่า 5555

เส้นทางระหว่างเดินชมไม่ค่อยร้อนนะ เพราะมันอยู่บริเวณหน้าผา ในเขา ก็จะเย็นๆ แต่พอขึ้นมาเท่านั้นแหละ รู้เหลือง!

รีบดิ่งตรงไปที่ร้านค้าของอุทยานซื้อน้ำอัดลมน้ำเปล่าเย็นๆดอามาราดตัว เอ้ย เอามาดื่มให้ชื่นใจ 🥴🥵



เรามุ่งหน้าไปสามพันโบกต่อ แต่เรามีข้าวลกางวันมาด่วย นั่นก็คือ ปอเปี๊ยะทอดจากร้านอุบลโอชานั่นเองงงงงงงง



—— สามพันโบก จ.อุบลราชธานี ——



ส่วนตัวเราไม่ชอบสามพันโบกตรงที่เขาไม่มีป้ายข้อมูลให้ความรู้ แต่ตรงนั้นกลับมีป้ายให้บริากรรถสองแถว ล่องเรือ เหมาลำเต็มไปหมด แม่ค้าแถวนั้นก็ไม่ได้บังคับนะคะ ถ้ามไ่ขึ้น เค้าก็บอกว่ามันก็จะเดินไกลนะ ร้อนด้วย เหมารถ 200 ไปกลับ หรือถ้าอยากไปที่อื่นๆ เช่น หาดหงส์ ก็เหมาเรือ 500 ไปกลับ เรามองว่า โห ถ้ามไ่เหมาแล้วเราแชร์กับคนอื่นได้มั้ย ก็อาจจะได้ แต่มันก็ไม่ใช่ตัวเลือกหลัก เราอยากให้มีหน่วยงานมาดูแล แบบเสียค่าเข้าไปเลย แต่มีรถไปกลับแสตนด์บายอ่ะ



บายเดอะเว เราตัดสินใจเดินไป คิดว่าเดินเล่น ก็ดีนะ ได้สัมผัสสามพันโบกแบบ อืมม ดิน ฟ้า อากาศ

พอไปถึงก็จะมีน้องมัคคุเทศน์ตัวน้อยมาสวัสดี และถามว่าเราอยากได้ไกด์มั้ย ตอนแรกกลัวเค้าคิดแพงเลยตอบว่าไม่ แต่แฟนบอกว่าลองดูหน่อย สรุปว่าแล้วแต่จะใ้ห้ค่ะ น้องน่ารักมาก 555 ก็จะเดินไปดูที่เด็ดๆ แล้วก็อธิบาย คือน้องเดินเร็วมาก ต้องบอกว่ารอแพบจ้า ขอถ่ายรูปก่อน 555

สระมรกต

มิกกี้เม้าส์ หัวใจ เลข800

วิวจ้า

กลับขึ้นมา เหงื่อชุ่มกว่าเดิมอีก

สนุกมากๆ ถ้าจะไปถ่ายรูป ต้องเลือกสีสดๆไปเลย ถ้าเหลืองอาจจะกลืนนิดๆ สีอื่นได้อยู่

สิน้สุด บ๊ายบายอุบล เราไปมาหสารคามกันนน



เป้าหมายของมหาสารคามก็คือไปเยี่ยมเพื่อนแฟน และเป็นทางผ่านไปขอนแก่น

ในคืนนั้นหลังจากเราไปถึง คุณแม่ของเพื่อนก็บอกให้นอนที่บ้าน จะได้ไม่เสียเงิน ก็นะ เกรงใจ นอนเลยละกัน



และคืนนั้นเอง เราได้ไปร้านเด็ดมา 3 ร้าน

นั่นคือ

📍ลำชี ร้านเนื้อย่างรสเด็ด ที่ไม่ขายหมู แต่เราไม่กินเนื้อ เลยกินวพงนมหมูย่าง แต่เขาไม่ขายเนื้อหมูนะ

📍ร้านนั่งชิล ตรงข้ามตัวนแดง จำชื่อมไ่ได้ พอท้องอิ่ม ก็ไปเขย่ากระเพราะกันที่ 👇🏻

📍ตะวันแดง ร้านตื้ดที่คนเยอะมาก ท่วงท่าแต่ละคนเด็ดดวงมากๆ และอีฉันก็ได้อัพเดตเพลงอีสานมาด้วยจากร้านนี้ 😁



จบวันในเวลาตีสามของอีกวัน ไปนอนจ้ะะะะ

วันรุ่งขึ้น เพื่อนแฟนพาไปกินก๋วยเตี๋ยวธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

“ก๋วยเตี๋ยวบ้านพ่อ” ถ้าเสิร์ชใน google map ก็ขึ้น

ตีมร้านเป็นเหมือนระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง รัชกาลที่ 9 ตกแต่งสวย มีของที่ระลึกตั้งโชว์เต็มร้าน

ร้านนี้มีทั้งก๋วยเตี๋ยวและข้าว ที่ปลื้มสุดๆอยากซื้อกลับมาฝากแม่คือ ข้าวหมูแดง ซอสคือดีมาก

จากนั้นเราไปกินกันต่อ นั่งชิลล์ที่ร้าน “กาแฟในหลืบ”

ทีเด็ดคือชาเขียวใส่กาแฟช็อตแบบนี้และขนมกุยช่ายราดกะทิ



ตกเย็นเราก็ไปไหว้พระ “วัดป่าน้ำเย็น”

วัดป่าที่สวยมาก โบสถ์ใหม่ที่กำลังสร้างทำจากไม้แผ่นใหญ่ทั้งแผ่นของทั้งต้น ไม่ว่าจะเป็นพื้น ราวบันได ผนัง เพดาน

โบสถ์แต่ละหลังมีความสวยงามจากไม้แตกต่างกัน แต่สวยมากๆๆในตีมไม้ๆเหมือนกัน

หลังจากไหว้พระเอาฤกษ์เอาชัย เราก้แยกย้ายกับเพื่อน มุ่งหน้าไปจังหวัดขอนแก่นกันเลยค่ะ



🙏🏻ทริปมหาสารคามต้องขอขอบคุณเพื่อนของแฟนและครอบครัวที่ดูแลพวกเราเป็นอย่างดี ขอบคุณค่าา



ในคืนนั้นที่ขอนแก่น เราหาที่พักได้คืนละ 400 เป็นอพาร์ตเม้นต์รายวัน ห้องสภาพดีเลย แต่ในห้องเฟอร์นิเจอร์โล่งๆหน่อย

ส่วนอาหารดินเนอร์คืนนั้น เราไปกันที่ตลาดต้นตาลฮะ ฟาดมาได้ 3 อย่าง

พอกินอิ่มเราว่าจะเดินดูเสื้อผ้าหา inspiration ในการแต่งตัววันถัดไปสักหน่อย โดนเบรกซะงั้น 5555



แต่หลังจากนั้นจ้ะ เรายังไม่อยากผ่านพ้นราตรีไป และด้วยความที่เป็นสาวกลัทธิเม้งของคุณแฟน นางพาไปกินคราฟท์เบียร์ที่เคยออกรายการอยู่หลังมข.

“Monsakod Tap Bar” ร้านมนต์สะกด

พี่คนขาย ชื่อ นัตตี้ มั้ง อธิบายดีมาก คุยเก่ง ใจดีด้วย เราลองสั่งมาแก้วนึง Kronenbourg 250 Baht/500 ml. Alc. 5% นุ่มดีมากเลยค่ะ ครั้งหน้าจะเอาแรงกว่านี้ 😁



อ้อ คุณแฟนไม่ได้ดื่มนะ นางขับรถ ดื่มไม่ได้แต่ก็อยากมานั่งคุย 555

จบคืนสุดท้ายที่ขอนแก่น หลับสบายบรื๋อแบบขึ้นรถก็หลับคอพับเลย 555555

วันสุดท้ายแล้วว ยังไม่อยากกลับเลย เราแพลนอยากไปเขือนอุบลรัตน์ แต่มันน่าจะต้องไปตอนเย็น ชมพระอาทิตย์ตก ดูท้องฟ้าหลายสีสะท้อนน้ำ แต่ก็เปลี่ยนแพลนละ วันนี้ที่จะไปคือ คาเฟ่ต์บ้านนอกคอกควาย และไปกินกะเพราที่ร้าน แล้วแต่กะเพราแท้



เราขับรถมุ่งหน้าไปคาเฟ่ต์เพื่อหาไรกินรองท้องก่อนค่อยไปกินข้าวกะเพรา ร้านอยู่บริเวณเขื่อนอุบลรัตน์

ด้วยความที่อากาศร้อน และยังเช้าอยู่คนเลยไม่ค่อยเยอะ เราเลยถ่ายรูปได้สบายๆ เราสั่งน้ำมากินคนละแก้วและข้าวคนละจาน นั่งริมระเบียงที่หันหน้าไปทางซุ้มที่นั่งในทุ่งนา ถึงแดดจะแรง แต่นั่งในร่มก้ไม่ร้อนนะ

พื้นที่ในร้านมีมุมให้ถ่ายรูปเยอะเลย

ถ่ายรูปเต็มอิ่ม และท้องอิ่ม ได้เวลาเปิดร้านละก็ไปร้านแล้วปต่กะเพราแท้กันต่อ ซึ่งก็กลับเข้ามาในเมือง อิงมอ ซอย 2

ตีมของร้านคือกะเพราแท้ๆที่ไม่ใส่สิ่งแปลกปลอมแบบยางรถยนต์ ฝาหม้อ เวร้ยย! ไม่ใช่! ไม่ใส่แครอท พริกหยวก ข้าวโพดอ่อน หัวหอมใหญ่ บลาๆ ที่เราเคยเจอกันตามหลายๆร้าน

ร้านเป็นแนวสไตล์ง่ายๆ มีหมูสับ ไก่สับ เครื่องใน เนื้อมีวันเสาร์มั้ง มีไข่ดาว ไข่เจียว ไข่ข้น ถ้าจำไม่ผิด

ปล. ผู้ชายเสิรืฟในร้านคือดีมาก 😍



ความแหวกแนวคือ พี่คนขายจะถามว่ากินครั้งแรกมั้ย งั้นเอาจานแปลกมั้ย อ่ะ ลอง เอาค่ะ

5555

สักพัก เขามาเสิร์ฟโต๊ะข้างหน้า สั่งจานแปลกเหมือนกัน 555 กะเพรามาเสิร์ฟในขันสีทองอ่ะ นี่ก็รอของตัวเอง

พอเขามาเสิร์ฟของเรา เป็นเซรามิกทรงบาตรพระ และของแฟนได้กะเพราในกาน้ำ 55555

อิ่มละ รสชาติอร่อยเลย



จบทริปก็ตีรถกลับกรุงเทพกัน



ทริปนี้เป้นทริปที่ดีมาก อย่างที่ได้บอกไปตอนต้น มันให้ประสบการณ์อะไรหลายๆอย่าง ต้องขอบคุณเพื่อนร่วมทริปที่ดูแลกันเป็นอย่างดี และถูกใจรถมาสด้า 2 Sky active ตัวนี้มากๆ เพราะนอกจากประหยัดน้ำมันแล้ว ยังช่วยขับรถอีก คือล็อคความเร็ว เอาเท้าออกจากคันเร่งแล้วบังคับที่พวงมาลัยได้เลย อุแหม่ สุดยอด ไม่ได้ค่าโฆษณาเลยนะ แต่ชอบส่วนตัวจริงๆ ❤️ ถ้าใครไป Road trip แล้วก็อย่าลืมแบ่งประสบการณ์กันบ้างนะคะ 😄


ความคิดเห็น