2 วัน 1 คืน พัทยา-หัวหิน ด้วยเรือเฟอร์รี่ (Royal Passenger Liner) รีวิวโดย เที่ยวทุกเดือน

2 วัน 1 คืน พัทยา-หัวหิน ด้วยเรือเฟอรี่ (Royal Passenger Liner) 👉 เที่ยวทะเลยังไงให้ได้ 4 ทะเล ถ้าขับรถไปต้องมีเวลากี่วันน๊ะ สายเที่ยวแบบเราหาข้อมูลเลยจ้ะ ถ้าจะขับรถจากพัทยาไปหัวหิน การเดินทางก็ครึ่งวันแล้วว ลองเปลี่ยนบรรยากาศจากการเดินด้วยรถเป็นด้วยเรือกันดีกว่ามั้ยยยย หลายๆคนยังไม่รู้ว่ามีเรือเฟ

2 วัน 1 คืน พัทยา-หัวหิน ด้วยเรือเฟอร์รี่ (Royal Passenger Liner)

2 วัน 1 คืน พัทยา-หัวหิน ด้วยเรือเฟอร์รี่ (Royal Passenger Liner)

 วันอังคารที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2562 เวลา 16.21 น.

 วันที่เดินทาง 18 มิ.ย. 2562

2 วัน 1 คืน พัทยา-หัวหิน ด้วยเรือเฟอรี่ (Royal Passenger Liner)

👉 เที่ยวทะเลยังไงให้ได้ 4 ทะเล ถ้าขับรถไปต้องมีเวลากี่วันน๊ะ สายเที่ยวแบบเราหาข้อมูลเลยจ้ะ ถ้าจะขับรถจากพัทยาไปหัวหิน การเดินทางก็ครึ่งวันแล้วว ลองเปลี่ยนบรรยากาศจากการเดินด้วยรถเป็นด้วยเรือกันดีกว่ามั้ยยยย หลายๆคนยังไม่รู้ว่ามีเรือเฟอรี่จากพัทยาไปถึงหัวหินแล้วและการนั่งเรือก็สะดวกสบายและรวดเร็วกว่าขับรถเยอะเลย

เราเริ่มต้นกะนที่ทะเลแรกที่พัทยา ไปหาซื้อตั๋วเรือที่อาคารจอดรถอัตโนมัติแหลมบาลิฮายกันก่อน สำหรับเรือเฟอรี่สามารถจุผู้โดยสารได้ถึง 338 คน ภายในเรือจะมี 2 ชั้น โดยจะมีโซน

- Economy ราคา 1,250 บาท/คน/เที่ยว
- Business ราคา 1,550 บาท/คน/เที่ยว
- Vip Room 8 ที่นั่ง ราคา 14,000 บาท
- VIP Room 6 ที่นั่ง ราคา 10,500 บาท
- VIP Room 4 ที่นั่ง ราคา 7,000 บาท

ส่วนตารางการเดินเรือจะมีวันละ 1 รอบ คือ
- จากพัทยา-หัวหิน เวลา 13.00 - 15.00 น.
- จากหัวหิน-พัทยา เวลา 16.00 - 18.00 น. ใช้เวลาเดินทางเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น

💺 การบริการบนเรือจะเหมือนๆกับที่เราเดินทางโดยเครื่องบิน จะมีพนักงานคอบต้อนรับพร้อมทั้งช่วยเรายกกระเป๋าเข้าเครื่องสแกนเพื่อรักษาความปลอดภัย ส่วนบนเรือที่นั่งก็จะเหมือนบนเครื่องบินมีระบุที่นั่งชัดเจน นั่งรอเวลาเรือออก เราก็จะได้ชมการสาธิตการใช้อุปกรณ์ต่างๆกรณีเหตุฉุกเฉิน ในกระเป๋าหน้าที่นั่งมีเอกสารให้อ่านสำหรับเหตุฉุกเฉิน ไม่นานก็จะมีพนักงานต้อนรับประจำเรือมาเสิร์ฟน้ำให้คนละ 1 ขวดและยังสามารถสั่งเครื่องดื่ม ขนม มาม่าเพิ่มเติมมาทานในระหว่างที่เรือวิ่งอยู่กลางอ่าวไทยได้อีกด้วย ส่วนตัวคิดว่านั่งเรือจะเมา แต่ที่ไหนได้มันนุ่มมาก ไม่มีความรู้สึกว่ากระแทกกับพื้นน้ำเลย สามารถนั่งชมวิวทอดสายตาได้ยาวๆเลย เพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้นเราก็มาถึง

🚤 ทะเลที่ 2 เขาตะเกียบทะเลหัวหิน รอบนี้เราพักที่ชะอำ โดยเราใช้บริการรถเช่าโดยสามารถให้เค้ามาส่งรถที่ท่าเรือได้เลย ว่าแล้วก็ขอไป check-in ที่ชะอำก่อนน้าา ว๊าปมาถึงแล้ว

🏖 บลูมูนชะอำ ที่พักสไตล์อบอุ่น ไม่เล็กไม่ใหญ่กำลังน่ารัก เน้นความโปร่ง โล่งสบาย ห้องพักชั้นล่างจะอยู่ริมสระน้ำทั้งหมด เปิดประตูออกมาเราก็กระโดดน้ำได้เลย ที่นี่มีบริการจักรยานสำหรับผู้เข้าพักด้วย เราสามารถเดินไปนั่งชิวริมทะเลชะอำได้ด้วยนะ

🦐🦑 ตกเย็นก็พากันไปหาอะไรลงท้องกันที่ตลาดโต้รุ่งหัวหิน ดินแดนที่ไม่เคยหลับไหล ผู้คนมากมายก็จะมาเที่ยวที่นี่ หาอาหารทะเลทาน เดินเล่นโต้รุ่งหรือแม้แต่ถนนคนเดินที่นี่ก็คึกคักมาก มื้อเย็นเราฝากท้องกับร้าน"เจ็กเปีย" ร้านหมูจุ่ม ซึ่งมากี่ครั้งคนก็เยอะทุกครั้ง อาจต้องรอคิวหน่อยน้าแต่ไม่นานค่ะ เราก็จะได้ทานจุ่มนัวๆ อิ่มจากมื้อหนัก ก็ไปเดินย่อย เพื่อไปหามื้อเบาต่อ พลาดไม่ได้กับไอติมเจ้นิ ในตลาดโต้รุ่งหัวหิน ข้าวเหนียวมะม่วง และก็อีกเยอะมากมาย

🏝 เช้ามาก็มาต่อทะเลที่ 4 ทะเลปราณบุรี ก่อนกลับขอแวะไหว้หลวงปู่ทวดและกรมหลวงชุมพร เพื่อขอความเป็นศิริมงคล และฝากท้องกับยูเรก้าคาเฟ่ ร้านกาแฟติดทะเล มากลางวันแนะนำให้นั่งในห้องแอร์นะคะและค่อยไปถ่ายรูปเล่น แต่ถ้ามาช่วงเย็น ด้านนอกบรรยากาศจะมีมาก เราจะได้เห็นน้ำทะเลสุดตาเลย อาหารที่นี่ก็มีหลากหลายให้เลือก ทั้งสปาเกตตี้ สลัด อาหารไทย แต่แนะนำจะเป็นเมนูลาเต้ไข่เค็ม ที่สามารถผสมกาแฟ นมและซอสไข่เค็มได้อย่างลงตัว

👉 หลังจากตระเวณมาทั้งวันก็หมดเวลา 2 วันแล้ว และก็ได้เวลาไปรอเรือกลับบ้านกันแล้วนะ เราก็มุ่งหน้าไปท่าเรือเขาตะเกียบกันเลยค่า


👇 ทางไปจองตั๋ว Royal Passenger Liner 👇

🖥 Website : www.royalferrygroup.com

#เรือเฟอร์รี่ข้ามอ่าวไทยพัทยาหัวหิน
#royalpassengerliner
#bluemoonchaam
#บลูมูนชะอำ
#เที่ยวทุกเดือน


เมื่อมาถึงแหลมบาลิฮายกันแล้วก็เดินไปยังท่าเรือ C กันได้เลยค่ะ

ระหว่างเดินก็หันกลับไปดูวิวชายหาดพัทยากันหน่อย

เดินไม่นานก็มาถึงท่าเรือ C ก็จะเห็นเรือจอดอยู่อย่างเด่นชัด

เมื่อมาถึงแล้วก็นำบัตรประชาชนไปเช็คอินพร้อมรับตั๋วมาได้เลยค่ะ


เดินเข้ามาด้านในก็จะเจอกับเครื่องสแกนกระเป๋า ตรวจเพื่อรักษาความปลอดภัย


เสร็จแล้วก็มานั่งรอเวลาขึ้นเรือ โดยจะมีจุดให้วางกระเป๋า เมื่อถึงเวลาเราก็เดินชิวๆลงไปได้เลย ไม่ต้องห่วงกระเป๋าเพราะจะมีเจ้าหน้าที่ยกลงเรือให้



ห้อง Vip ทั้งแบบ 4, 6 หรือ 8 ที่นั่ง หากมากันเป็นกลุ่มแนะนำจองแบบนี้ดีกว่าค่ะ จะได้นั่งเม้าท์มอยกับเพื่อนๆได้เต็มที่



บริเวณชั้น 2 ของเรือ จะเป็นที่นั่งแบบบิสสิเนส



ส่วนชั้นล่างจะเป็นที่นั่งชั้นประหยัดนั่นเอง





การนั่งเรือนั้นบางคนอาจจะรู้สึกกังวลทางด้านความปลอดภัย แต่ขอบอกว่าทาง Royal Passenger Liner เค้าได้เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว ด้วยการมีชูชีพทุกที่นั่ง


เมื่อเรือออกแล้ว ลูกเรือก็จะเดินแจกน้ำคนละ 1 ขวด และเดินรับออเดอร์เพิ่มเติม แต่ที่แนะนำเลยคือการกินมาม่ากลางอ่าวไทย 555 เป็นอะไรที่ฟินจริงๆเลย


หากขับรถจากพัทยาไปหัวหินจะต้องใช้เวลาถึง 5 ชั่วโมงกว่าๆ แต่การนั่งเรือนี้ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้นเอง




บนเรือมีห้องน้ำไว้ให้บริการเพียงพอต่อจำนวนผู้โดยสาร


ผ่านไป 2 ชั่วโมง หลับบ้างตื่นบ้างเราก็มาถึงหัวหินกันแล้วค่าาาาา เมื่อเดินออกจากท่าเรือก็จะเจอกับชายหาดเขาตะเกียบ บริเวณท่าเริอนั่นเอง


บลูมูนชะอำ ที่พักสไตล์อบอุ่น ไม่เล็กไม่ใหญ่กำลังน่ารัก เน้นความโปร่ง โล่งสบาย ห้องพักชั้นล่างจะอยู่ริมสระน้ำทั้งหมด เปิดประตูออกมาเราก็กระโดดน้ำได้เลย ที่นี่มีบริการจักรยานสำหรับผู้เข้าพักด้วย เราสามารถเดินไปนั่งชิวริมทะเลชะอำได้ด้วยนะ




ตกเย็นก็ไปหาอะไรลงท้องกันที่ตลาดโต้รุ่งหัวหิน ดินแดนที่ไม่เคยหลับไหล ผู้คนมากมายก็จะมาเที่ยวที่นี่ หาอาหารทะเลทาน เดินเล่นโต้รุ่งหรือแม้แต่ถนนคนเดินที่นี่ก็คึกคักมาก มื้อเย็นเราฝากท้องกับร้าน"เจ็กเปีย" ร้านหมูจุ่ม ซึ่งมากี่ครั้งคนก็เยอะทุกครั้ง อาจต้องรอคิวหน่อยน้าแต่ไม่นานค่ะ เราก็จะได้ทานจุ่มนัวๆ อิ่มจากมื้อหนัก ก็ไปเดินย่อย เพื่อไปหามื้อเบาต่อ พลาดไม่ได้กับไอติมเจ้นิ ในตลาดโต้รุ่งหัวหิน ข้าวเหนียวมะม่วง และก็อีกเยอะมากมาย




ชายหาดชะอำช่วงเช้า อากาศดีมาก


เมื่อเช็คเอ้าท์ออกจากที่พักแล้ว ก็แวะไปกราบขอพรหลวงปู่ทวด วัดห้วยมงคล เพื่อความเป็นสิริมงคลกันหน่อย


จากนั้นก็ขับรถไปอีกนิด ก็จะถึงปากน้ำปราณสักการะศาลกรมหลวงชุมพร


พอได้เวลามื้อเที่ยง เราก็ฝากท้องไว้กับยูเรก้าคาเฟ่ ร้านกาแฟติดทะเล มากลางวันแนะนำให้นั่งในห้องแอร์นะคะและค่อยไปถ่ายรูปเล่น แต่ถ้ามาช่วงเย็น ด้านนอกบรรยากาศจะมีมาก เราจะได้เห็นน้ำทะเลสุดตาเลย อาหารที่นี่ก็มีหลากหลายให้เลือก ทั้งสปาเกตตี้ สลัด อาหารไทย แต่แนะนำจะเป็นเมนูลาเต้ไข่เค็ม ที่สามารถผสมกาแฟ นมและซอสไข่เค็มได้อย่างลงตัว




Skoop Beach Cafe ร้านนี้จะอยู่ใกล้ๆท่าเรือมาทีไรคิวจะยาวทุกที แต่ไหนๆก็มาแล้วเนอะก็ขอต่อคิวซื้อไอติมทานท่ามกลางอากาศร้อนๆริมทะเลหน่อยดีกว่า


เมื่อถึงเวลา 15.00 น. เราก็ต้องมาเช็คอินเพื่อเดินทางกลับพัทยากันค่ะ ขั้นตอนก็จะเหมือนขามาทั้งหมด



ตัวเรือเป็นไฮสปีดคาตามารัน แบบสองท้อง จึงทำให้เรือไม่กระแทกกับคลื่นเวลาเรือแล่น เพราะเหตุนี้จุงไม่มีอาการเมาเรือนั่นเอง


กลับถึงพัทยาเวลาประมาณ 18.00 น .เดินชมวิวมาเรื่อยๆลมพัดเย็นสบาย ต่างจากตอนขาไปที่ต้องรีบเดินเพราะแดดร้อนมากๆนั่นเอง และชายหาดพัทยายามเย็นเป็นอะไรที่สวยมากๆเลยว่าไหมคะ



ติดตามรีวิวอื่นๆได้ที่

https://www.facebook.com/tiewtookduan/

เจอกันรีวิวหน้าค่ะ ^^


ความคิดเห็น