" บาหลี " ทริปนี้ไม่เคยลืม... รีวิวโดย แวะเที่ยวกัน

เที่ยว " บาหลี " ทริปนี้ไม่เคยลืม...ที่ต้องไปเยือนสักครั้ง เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ถือได้ว่าเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น สถานที่ท่องเที่ยว ธรรมชาติ วัฒนธรรมและวิถีการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย รวมถึงวัดที่สวยงาม สำหรับทริปนี้ เดินทางวันที่ 31 พค. - 4 มิ.ย. 2562

" บาหลี " ทริปนี้ไม่เคยลืม...

" บาหลี " ทริปนี้ไม่เคยลืม...

 วันพฤหัสที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2562 เวลา 09.21 น.

 วันที่เดินทาง 31 พ.ค. 2562

เที่ยว " บาหลี " ทริปนี้ไม่เคยลืม...ที่ต้องไปเยือนสักครั้ง

เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ถือได้ว่าเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น สถานที่ท่องเที่ยว ธรรมชาติ วัฒนธรรมและวิถีการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย รวมถึงวัดที่สวยงาม

สำหรับทริปนี้ เดินทางวันที่ 31 พค. - 4 มิ.ย. 2562 ( 5 วัน 4 คืน )

จากรูปจะเป็นแพลนที่เราจะไปตะลุยบาหลีกัน Day 1

เดินทางไป Check-in กันก่อน ที่สนามบินดอนเมือง ( DMK ) ด้วยสายการบิน Thai Lion, Flight : 13.25 - 18.40 น.

จากประเทศไทย ไปบาหลีใช้เวลาบินประมาณ 4 ชั่วโมง นิดๆ ถึงสนามบินนานาชาติเดนปาซาร์ ( DPS ) บาหลี ( ตามเวลาประเทศอินโดนีเซีย ) เวลา 19:00 น. ส่วนเวลาที่บาหลีจะเร็วกว่า ประเทศไทย 1 ชั่วโมง

หลังจากผ่าน ต.ม. แล้วก็ไปรอรับกระเป๋า เมื่อออกมาจากสนามบิน จะมีคนขับรถมารับพวกเราเพื่อไปยังที่พัก

หลังจากออกสนามบินแล้ว สังเกตุได้เลยรถที่นี่ติดมาก ไม่ต่างกับบ้านเราเลย

ช่วง 5 วัน 4 คืน พวกเราจะพักกันที่ Spacious Villa Designed for Family and Friends Getaways มี 3 ห้องนอน ห้องนั่งเล่น สระว่ายน้ำ อุปกรณ์ครบ แถมสะอาดอีกด้วย เหมาะกับกลุ่มเพื่อนสุดๆๆ

Location : Kuta Utara, Bali , Indonesia

Day 2

วันแรกที่บาหลี เตรียมชุดให้พร้อมออกเดินทางไปกันแต่เช้า

Tibumana Waterfall

พิกัดแรกเราไปกันที่น้ำตก Tibumana ที่ซ่อนอยู่ในป่า เราต้องเดินเข้ามาประมาณ 5 นาที จากที่จอดรถไม่ไกล ก็ถึงน้ำตก บรรยากาศที่นี้เงียบสงบ อากาศเย็นสบาย ถ้าใครจะลงเล่นน้ำก็ได้นะ น้ำเย็นเว้อออ แนะนำให้มาน้ำตกแต่เช้า 06.00 - 08.00 น. กำลังดี เพราะช่วงสายคนจะเยอะมาก

Tegallalang Rice Terrace

ต่อด้วยนาขั้นบันได เสียค่าเข้าคนละ 10,000 IDR จุดเด่นที่เราสังเกตุเห็นได้ชัดเจน คือ นาข้าวที่ปลูกตามไหล่เขาเป็นขั้นบันได

ซึ่งก่อนที่เราไปถึงฝนพึ่งหยุดตกพอดีค่ะ ทำให้เห็นความเขียวชอุ่มของท้องนา

ส่วนใครอยากเล่น SWING ด้านในก็มีให้เล่นด้วยน๊าาา

สำหรับใครอยากถ่ายรูปนั่งข้างในรังนกหัวใจ ต้องเสียค่าเข้าไปถ่ายรูปด้วยนะ 20,000 IDR ( แต่เราไม่จ้าาา ยืนถ่ายข้างหน้าก็พอเนอะ สวยได้เหมือนกัน )

Bali Swing

บาหลีชิงช้า ที่นี่แหละที่รอคอย... ที่นี่วิวและธรรมชาติสวยมากเลย อากาศก็ดี ไม่ร้อนเลย มีมุมให้ถ่ายภาพเต็มไปหมดเลยจ้าา ทั้งรังนกขนาดเล็ก - ใหญ่ หรือจะเป็นชิงช้า

มุมไหนก็สวย ถ่ายรูปกันเข้าไป!!! ตรงรังนกถ่ายรูปฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายน๊าาา

สำหรับใครที่จะเล่น ชิงช้า เสียค่าใช้จ่ายคนละ 200,000 IDR ซึ่งเราสามารถเลือกระดับความสูงได้ มีทั้งหมด 3 ระดับ แต่มาทั้งที่ต้องจัดระดับ 3 ไปเล๊ยจ้าาาา จะหวาดเสียวแค่ไหน ไปดูกันนน !!!

อะจ๊าก!!!! จะบอกว่าสูงม๊วกกกก และหวาดเสียวมากกกกก แต่เพื่อภาพที่สวยเรายอม จ้าาาา ( หลับตาปี๋เลยค่าา )

การเหวี่งชิงช้าประมาณ 20 ครั้ง ( หันหน้า 10 , หันหลัง 10 ) ไม่ต้องกลัวตกน๊าา เพราะเจ้าหน้าที่เค้ามีการเซฟเราไว้ ถ้าอยากได้แรงๆ เค้าก็จัดให้ได้ ( เหวี่ยงทีไส้หายหมด )

ด้านในจะมีกาแฟขี้ชะมด ( Coffee Plantation ) ให้เราชิมฟรีถึง 15 รสชาติเลยจ้าาา

Pura Ulun danu bratan

วัด "ปุ-รา-อู-ลัน-ดา-นู-บรา-ตัน" ( วัดกลางน้ำ ) เปรียบเสมือนสัญลักษณ์บนเกาะบาหลีเลยก็ว่าได้ เพราะตั้งอยู่บริเวณกลางน้ำริมทะเลสาบบราตัน มีฉากหลังเป็นภูเขาไฟสูง ค่าเข้าคนละ 50,000 IDR

วันที่ไปฝนตกปรอย ๆ และหมอกเยอะมาก ทีแรกคิดว่าไม่เจอวัดแล้ว แต่โชคดีที่ฝนหยุด สังเกตจากด้านหลังของเจดีย์วัด มีหมอกที่ปกคลุมทั่ว สิ่งที่โดดเด่นเห็นได้ชัดก็คือ ตรงศาลาหลังคาทรงสูง มุงด้วยฟางซ้อนกัน 11 ชั้น ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของที่วัดนี้ที่ไม่เหมือนที่ไหนเลย

หลังฝนหยุด ก็จะมีลมพัดตลอด อากาศหนาวใช้ได้เลย

Day 3

ออกจากที่พักแต่เช้า ประมาณ 07:00 น. เพื่อไปถึงท่าเรือก่อน 08:00 น. และรอขึ้นเรือไปเกาะ Nusa Penida นั่งเรือประมาณ 40 นาที เมื่อไปถึงเกาะแล้วก็เช่ารถเพื่อไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ บนเกาะกันต่อ

แนะนำการนั่งเรือ Speedboat สำหรับใครเมาเรือ เมารถ แนะนำให้กินยาไปก่อนขึ้นเรือเลยค่ะ ยาดม ต้องพกติดตัวเลย ส่วนการนั่งเรือให้นั่งช่วงกลางๆ เรือจะดีที่สุด ถ้านั่งติดหน้าต่างได้ยิ่งดี เพราะนั่งบริเวณด้านหน้าเรือจะไม่ค่อยมีอากาศ ทำให้เวียนหัวได้น๊าา ( เค้าเตือนแล้วน๊าา !!! )

ถนนบนเกาะค่อนข้างวิบากมากๆๆ แนะนำเช่ารถยนต์พร้อมไกด์คนขับจะดีมาก การเดินทางแต่ละที่จะไกลกันพอสมควร เดินทางเป็นชั่วโมงเลยทีเดียว ไม่แนะนำเช่ามอเตอร์ไซด์ขับเองนะ แดดบนเกาะแรงมาก แรงจริง ... อย่าลืมพกสเปรย์กันแดด แว่นตาติดกระเป๋าไปด้วย

Crystal beach

จุดแรกที่เราพัก check-in ถ่ายรูปกันก่อน คือ ชายหาด Crystal ที่นี้ค่อนข้างส่วนตัว ผู้คนไม่ค่อยพลุกพล่าน เหมาะกับการมานอนอาบแดด อ่านหนังสือ พักผ่อน กินลมชิมวิว

Pantai kelingking

จุดที่สอง : เขารูปไดโนเสาร์ ถ้าใครมาถึงแล้วจะร้อง ว้าววว !!!! คือดีย์อะแก..... สวยมาก สวยจริง ต้องยอมมมมม

ถ้ามีเวลาเราสามารถเดินลงไปข้างล่างตรงหน้าหาดได้นะคะ แต่ต้องระวัง เพราะทางเดินขึ้น - ลง ค่อนข้างแคบและชันมากๆ

ตรงนี้เราต้องมายืนต่อคิวถ่ายรูปน๊าา วิวตรงนี้คือเห็นหมด 360 องศาเลยทีเดียว

Broken beach

จุดที่สาม : เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ มุมถ่ายรูปอุโมงค์ทะเลที่สวย วิวอลังการมากก เหมือนเป็นสะพาน ตรงกลางเป็นแอ่งหาดทรายขาว มีทะเลน้ำซัดเข้ามาผ่านช่องลอดใต้สะพาน น้ำทะเลสีฟ้าเขียวมรกต ( คือสวย ไม่รู้จะอธิบายยังไงแล้วว )

มุมนี้ เป็นมุมยอดฮิต เลยทีเดียว

บนเกาะมีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ Villa ที่พักเต็มไปหมด ถ้าใครจะมาพักที่เกาะก็มีให้เลือกนะ หลังจากเที่ยวทั่วเกาะ Nusa Penida แล้ว ก็ได้เวลานั่งเรือ Speedboat เพื่อกลับฝั่ง
เที่ยวเรือรอบสุดท้ายเวลา 16.30 น. ( ควรเผื่อเวลาในการเดินทางด้วย )
การเดินทางวันนี้ ถือว่าเป็นทริปครบเกาะที่ร่างพังงงง !!!! เหนื่อย โหด แต่สนุกมากก

Day 4

ออกเดินทางแต่เช้าเหมือนทุกครั้ง เพราะต้องเดินทางไกลจากที่พัก ประมาณ 2 ชั่วโมง

Pura Lempuyang Temple

วัดนี้จะโดดเด่นตรงที่มีประตูที่สามารถมองผ่านไปเห็นภูเขาด้านหน้า ถึงวัดแต่เช้า ประมาณ 08:30 น. เมื่อมาถึงวัดก่อนจะเข้าวัดทั้งผู้หญิงและผู้ชายต้องใส่โสร่งทุกคน ผู้หญิงจะมีผ้าคลุมไหล่ไว้คลุมด้วย ค่าเข้าคนละ 10,000 IDR

เมื่อมาถึง... โอ้ว !! แม่เจ้า คนต่อคิวรอถ่ายรูปเยอะมากๆๆ

การถ่ายรูป จะมีเจ้าหน้าที่เค้าจะคอยถ่ายรูปให้ เราก็เอามือถือให้เค้าถ่ายรูปให้ได้เลย ( เจ้าหน้าที่แอบพูดไทยได้นะ เปลี่ยนท่า สวยจ้า สวยแล้ว เรานี่แอบยิ้มเลยทีเดียว ) เค้าจะตะโกนบอกเรา Next >>>> Pose สุดท้าย Jump แต่เราไม่ต้องกระโดดก็ได้นะ แนะนำโพสท่าไปเรื่อยๆ เลย เพราะเจ้าหน้าที่เค้ากดถ่ายรูปให้เรารัวๆๆๆ ถ่ายเสร็จก็ให้ทริปกับคนถ่ายเป็นน้ำใจ จะให้เท่าไหร่ก็ได้น๊าาา ส่วนตัวให้ 10,000 IDR ในที่สุดก็ได้ถ่ายรูปจ้าาาา หลังจากรอคิว เกือบ 4 ชั่วโมง

ภาพที่เราเห็นจากรีวิว

ภาพความเป็นจริง

Tirta Gangga

ใครมาแล้วก็แวะไปถ่ายรูปและให้อาหารปลาคาร์ฟที่ "ทีร์-ตา-กัง-การ์" จะมีน้องปลาว่ายน้ำวนไปวนมาเยอะมาก ส่วนอาหารปลาซื้อได้จากด้านหน้า 3 ถุง 1,500 IDR เสียค่าเข้าคนละ 10,000 IDR

Ubud market
ใครชอบของถูกแนะนำแวะช้อปปิ้ง ที่ตลาด"อู-บุด" พวกเครื่องสาน งานกระเป๋า เสื้อผ้าเบาหลี ของที่นี้จะถูกถ้าอยากได้ต่อราคาโล้ดดด ส่วนอาหารมีทั้งร้านอาหาร Cafe และ Street food ให้เลือกเต็มไปหมด

เค้าเรียกว่า Sate Ayam เป็น Street food คล้ายๆ กับไก่สะเต๊ะ บ้านเราเลย มีรสชาติเผ็ดนิดๆ น่าจะถูกปากคนไทย

ก็ยังเดินวนหาของหวาน ไอติม มะนาว เปรี้ยวชื่นใจทีเดียว

Day 5

วันสุดท้ายออกกันสายหน่อย 08.00 น. เก็บของและออกจากที่พัก มุ่งหน้าไปร้านอาหารลอยน้ำ ( ที่เรียกกันติดปาก ) เพื่อทานข้าวเช้ากัน ไม่ไกลจากที่พัก ประมาณ 10 นาทีก็ถึง

Cabina ( Floating Breakfast )

ร้านเปิดตั้งแต่ 8 โมงเช้า มาเร็วจะดีหน่อยนะคะ จะได้มีเวลาถ่ายรูปชิคๆ กินอาหารข้างสระน้ำ เก็บภาพและบรรยากาศสวยๆ หลัง 9 โมงเช้า คนจะเยอะมาถึงก็สั่งอาหารก่อน ระหว่างรออาหาร ประมาณ 15 นาที ก็ไปเปลี่ยนชุดว่ายน้ำตัวเก่ง ลงสระเลยจ้าาาา

เมนูอาหารหลากหลายมากๆ มีทั้ง American Breakfast, Bali Style Breakfast, Vegan, น้ำผลไม้

หลังจากได้อาหารก็จัดการถ่ายรูปแชะๆๆ

Uluwatu Temple
วัด "อู-ลู-วา-ตู" เป็นวัดดังที่ตั้งอยู่บนหน้าผา ( วัดหน้าผา ) ใครมาบาหลีแล้วไม่ได้มาที่นี่ถือว่ามาไม่ถึง เสียค่าเข้าคนละ 30,000 IDR วัดนี้ลิงเยอะมาก ( แต่เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปลิงมา งืออออ ) แต่ลิงที่นั่นไม่ซนเหมือนบ้านเรา ฮาาา

Sigle Fin
ถือว่าเป็นไฮไลท์อีกที่หนึ่งสำหรับใครที่ต้องการไปนั่งชิวๆ ทานเครื่องดื่มเย็นๆ อิ่มเอมกับบรรยากาศ และที่เป็นไฮไลท์ที่สุดสำหรับใครมาแล้วห้ามพลาด " การเล่นเซิร์ฟบอร์ด "

Omnia bali
ค่าเข้าอย่างเดียวคนละ 600,000 IDR ( ราคานี้ยังไม่รวมเครื่องดื่ม อาหาร และโต๊ะนั่ง )

ที่นี่จะเน้น Private นิสนุง เหมาะกับการมาพักผ่อนยาวๆ ( ส่วนเราแวะมาถ่ายรูปอย่างเดียวจ้า )

หลังจากที่เรากลับจาก Omnia bali ก็แวะทานอาหารก่อนไปสนามบิน

เมนูแนะนำ " ซี่โครงหมูย่าง " ( ส่วนตัวเป็นอาหารที่อร่อยที่สุดตั้งแต่กินอาหารที่บาหลีมา )

ถึงสนามบินบาหลี 17:30 เตรียม check-in กลับไทย ด้วยสายการบิน Thai Lion, Flight : 19.40 - 23.10 น.

อาหารที่บาหลี รสชาติโดยรวมจะกลางๆ ไม่แย่นะ

** THANKS **
คนขับรถและไกด์ ที่ดูแลตลอดการเดินทางในทริปนี้ K.Herry ( ทีมงาน เท็ดดี้จัดให้ )
และเพื่อนๆ ในทริปนี้ที่ได้ความทรงจำและมิตรภาพใหม่ๆ

หัวหน้าแก๊งนำเที่ยว : เพจชาลี

สิ่งที่ต้องเตรียม
- Passport ห้ามลืมเด็ดขาด !!!
- หัวแปลงปลั๊กไฟ Adapter
- กล้องถ่ายรูป แบตสำรอง
- เงินสกุล Rupiahs อินโดนีเซีย (IDR) แลกเงินที่ SuperRich (สีส้มหรือสีเขียวก็ได้)

ค่าใช้จ่ายการเดินทางที่บาหลีและที่พัก คนละ = 8,900 ฿
- ค่ารถตลอดทริปบาหลีพร้อมคนขับ
- ค่าพี่พัก 4 คืนในบาหลี ( Pool villa )
- ค่าเข้าทุกสถานที่ในบาหลี
- ค่าเรือไปกลับเกาะ Nusa
- ค่าไกด์เกาะ Nusa
- ค่ารถรับ - ส่งเกาะ Nusa

ค่าใช้จ่ายอื่นๆ
- ค่าตั๋วเครื่องบิน ไป - กลับ (ไม่รวมค่าโหลดกระเป๋า) = 5,389฿
(แนะนำซื้อเพิ่ม 20 กิโล กำลังดีค่ะ)
- ค่าอาหาร และ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ = 3,300฿
- ค่าซิมการ์ด AIS = 399฿

** รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมทุกอย่างในทริปนี้ คนละ 17,988฿ โดยประมาณ**


หมายเหตุ : หากมีข้อผิดพลาดประการใด ก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะค่ะ

ขอบคุณภาพสวย ๆ นะคะ

Photographer : Chaiwat sanguanrat

Page : WaeaTiewKan
IG : WaeaTiewKan



ความคิดเห็น