เกาะพยาม... (ที่ไม่ต้องพยายามก็ไปได้) รีวิวโดย แวะเที่ยวกัน

เ ก า ะ พ ย า ม . . . (ที่ไม่ต้องพยายาม ... เป้ ใบเดียว ก็ไปได้...) ใครที่ชอบทะเล และอยากไปเที่ยวพร้อมเน้นการถ่ายรูปเลยละก็... ขอแนะนำเลยค่ะ"เกาะพยาม" บอกเลยว่าคุ้มมาก ใช้เวลาเที่ยวแค่ 2 วัน กับ 1 คืน (23-25 มีนาคม 2561) มาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ การเดินทางเที่ยวสำหรับทริปนี้ เมื่อถึ

เกาะพยาม... (ที่ไม่ต้องพยายามก็ไปได้)

เกาะพยาม... (ที่ไม่ต้องพยายามก็ไปได้)

 วันพฤหัสที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2562 เวลา 09.37 น.

 วันที่เดินทาง 23 มี.ค. 2561

เ ก า ะ พ ย า ม . . . (ที่ไม่ต้องพยายาม ... เป้ ใบเดียว ก็ไปได้...)

ใครที่ชอบทะเล และอยากไปเที่ยวพร้อมเน้นการถ่ายรูปเลยละก็... ขอแนะนำเลยค่ะ
"เกาะพยาม" บอกเลยว่าคุ้มมาก ใช้เวลาเที่ยวแค่ 2 วัน กับ 1 คืน (23-25 มีนาคม 2561)

มาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ การเดินทางเที่ยวสำหรับทริปนี้ เมื่อถึงระนองแล้ว ก็ลงที่ในเมือง (บริษัทสมบัติทัวร์) ใกล้กับตลาด และเดินลัดไปขึ้นรอสองแถว คนละ 15 ฿ เน้นประหยัดค่ะ (สามารถถามแม่ค้า หรือ ถามพี่ๆพนักงาน7-11 ได้นะ เค้าใจดี)
นั่งรถสองแถวไปลง "ท่าเรือไต๋แขก" เริือข้ามฟากไปเกาะพยาม หรือจะนั่งวินมอไซต์ได้เช่นกันค่ะ ประมาณ 60-100 ฿

ถึงแล้วก็ ซื้อตั๋วเรือสปีดโบ๊ท ราคา 350 บาท/คน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30-45 นาที ก็ถึง เกาะพยายาม ถ้าเรือแบบธรรมดา ราคา 150 บาท/คน ใช้เวลานาน 2 ชั่วโมง ค่ะ

ถึงท่าเรือ ประมาณ 7 โมง เช้ามากๆ เรือยังออกไม่ได้นะคะ ต้องรอน้ำขึ้นก่อน ใกล้ๆ 8:30 น. เรือถึงจะออกได้

ระหว่างรอน้ำขึ้น ก็ถ่ายรูปน้องปู พลางๆ ไปก่อนละกัน สัมผัสได้เลยว่าที่นี้ยังคงความเป็นธรรมชาติอยู่มาก

ใช้เวลาไม่นาน นั่งเรือชมวิวไป 30 นาทีก็ข้ามมาถึงเกาะพยาม แล้วเจ้าค่าา

ขณะที่รอกระเป๋า เราก็ถ่ายรูปกันซะหน่อย แชะ

... มาถึงก็ต้อง Check-in ตามธรรมเนียมกันซะหน่อย !!! โชคดีมาวันที่ไม่มีฝน แต่แดด แรงมากๆๆ

เมื่อถึงเกาะแล้ว เราจะเดินทางในเกาะ โดยใช้วิธีการเช่ามอไซต์ วันละ 200-300 บาท ส่วนน้ำมันต้องซื้อเติมเอง ไม่รวมกับค่าเช่ามอไซต์นะคะ 35 บาทค่ะ ราคาอาหารที่นี้ค่อนข้างจะแพงนะคะ

สำหรับที่พัก : แร็บบิท บังกะโล (Rabbit Bungalow)

แนะนำจองผ่านเว็บ agoda ได้ที่พักราคาถูกม๊วกก ลดครึ่งต่อครึ่งเลยค่ะ

บรรยากาศที่พัก คือมันดีย์มากๆๆๆ ค่ะ เป็นส่วนตัว เน้นธรรมชาติ เหมาะสำหรับการพักผ่อน และที่นี้จะเปิดให้ใช้ไฟฟ้าเป็นเวลานะคะ ช่วง 18.00 น. - 06.00 น. ที่สำคัญเลย
พี่เล็ก(เจ้าของที่พัก) ให้การบริการและคำแนะนำสำหรับที่เที่ยวได้ดีมากค่ะ

วันแรก : จะเที่ยวภายในเกาะพยามก่อน โดยตะเวนไปตามหาดต่างๆ เพื่อมุมถ่ายรูป สวยๆ กัน

** Location : เดอะบลูสกายรีสอร์ท เกาะพยาม
รีสอร์ทที่นี้ จะสวยมากในช่วงเช้า เพราะน้ำจะขึ้นและเห็นน้ำทะเลที่ใส และสวยมากๆ ที่พักที่ติดน้ำสามารถลงมาเล่นน้ำ และพายเรือ ได้เลย ถ้าช่วงบ่ายเป็นต้นไปนำจะลดลงหมดเลย ฝั่งที่พักน้ำจะเป็นสีเขียวค่ะ

บริเวณหน้าหาดตรง Robby จะเห็นวิวสวย น้ำทะเลใส เชียว

ฮั่นแน่ ! ! ! รู้นะว่าทำอะไรอยู่.....
ตากล้องเราก็ชอบ (แอบ) ถ่ายสาวๆ ไปทั่วจริงๆๆ

** Location : หินทะลุ อ่าวเขาควาย เกาะพยาม
เป็นอีกสถานที่หนึ่ง เมื่อนึกถึงแล้วต้องห้ามพลาดก็ว่าได้ ไปเก็บภาพสวยๆ กัน และจุด hilight ที่สำคัญ คือ กองหินที่มีรูปทรงที่แปลกตา

** Location : ฮิปปี้บาร์ เกาะพยาม

** Location : อ่าวใหญ่

แบบนี้ใช่ไหมที่เค้าเรียกว่า ... "ทะเลสีดำ" เนื้อทรายนุ่ม เนียน ละเอียดมากๆ

น้ำใสน่าเล่นมาก ๆ แต่เดี๋ยวก่อน แดดแรงไป เอาไว้ก่อนละกัน

ช่วงเย็น อย่าพลาดเลยนะคะ ต้องมาชมพระอาทิตย์ตก (สวยมากๆ )

วันที่สอง :

** Location : หินทะลุ

ช่วงเช้ามืด ตื่นมาช่วงตี 3 ออกไปเก็บภาพดาว และสัตว์ทะเล

การถ่ายดาว (ทางช้างเผือก) หันไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ค่ะ

ปูเสฉวน มันจะออกมาช่วงเช้ามืดก่อนพระอาทิตย์ขึ้น เมื่อมันเจอแสงไฟเรา มันก็วิ่งหนีแสงหลบที่โคลนต้นไม้ขนาดใหญ่

** Location : เดอะบลูสกายรีสอร์ท เกาะพยาม

ถ่ายภาพตอนเช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้น หน้าเดอะบลูสกายรีสอร์ท เกาะพยาม

ช่วงสายๆ เราจะไปติดเกาะกันค่าา โดยมารอขึ้นเรือที่อ่าวเขาควาย บริเวณหินทะลุ เราจะออกไปดำน้ำดูปะการัง ซึ่งระยะเวลาในการเดินทางไปยังเกาะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ออกจากเกาะพยามตั้งแต่ 9 โมงเช้า กลับจากเกาะต่าง ๆ มาก็ 4 โมงเย็น จบทริปอีก 1 วัน ค่าใช้จ่ายในการไปเกาะ คนละ 500 บาท ค่าอาหารมื้อเที่ยง 100 บาท น้ำเปล่า ผลไม้มีให้ฟรี (แตงโม , กล้วย) ค่ะ

** ปล. สำหรับการจองเรือเพื่อออกไปเที่ยวหมู่เกาะ ทางที่พักเค้าจะติดต่อกับเรือเที่ยวให้เราหมดทุกอย่างเลยค่า ถ้าเรา say yes !!! อีกวันก็เตรียมตัวไปตะลอนได้เลยจ้าา


** Location :เกาะญี่ปุ่น -> เกาะกำตก -> เกาะค้างคาว

เริ่มจากเกาะแรกกันเลย "เกาะญี่ปุ่น"

จากการที่นั่งเรือมาใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง เพราะเกาะแรกที่เราจะไปดำน้ำ ดูปะการังนั้น น้ำขึ้นสูงเลยต้องเก็บไว้ปิดท้ายค่า....

เกาะที่สอง “เกาะกำตก” จะเป็นอุทยาน เมื่อมาถึงเราก็ต้องเสียค่าบำรุงรักษาคนละ 40 ฿ ค่ะ

เมื่อมาถึงก็ 11 โมงแล้ว เราก็แวะพักทานอาหาร ผลไม้ตามอัธยาศัย ที่นี่จะมีห้องน้ำไว้บริการนักท่องเที่ยว

ที่สำคัญ อย่าลืมรักษาความสะอาดด้วยนะคะ ที่เกาะจะไม่มีถังขยะ เราต้องเก็บขวดน้ำ กล่องข้าว หรือภาชนะ กลับไปทิ้งที่ที่พักเราด้วยค่ะ

บริเวณหน้าชายหาดสามารถเดินเก็บรูปภาพต้นไม้ หรือจะลงเล่นน้ำก็ได้ค่ะ น้ำทะเลใส จนเห็นปลาเล็ก ปลาน้อย เต็มมมมมไปหมด

เมื่อมาถึงแล้วก็ไม่ควรพลาดจุดสำคัญของเกาะนี้เลยก็ว่าได้ เมื่อเดินขึ้นไปตามเชิงเขา จะมีแนวเชือกให้เราปีนป่ายขึ้นไปเพื่อชมวิวของเกาะกำตก

ทางขึ้น-ลงจะชันมาก ต้องระวังกันด้วยนะคะ (คิดว่ามาปีนเขา มากกว่ามาทะเลซะอีก)

เมื่อขึ้นไปแล้ว หายเหนื่อยเลยจ้า บอกเลยเห็นวิวทะเล ภูเขา และธรรมชาติ ได้สวยที่สุด แบบ 360 องศา

พึ่งรู้ว่าแตงโม อร่อยและชื่นนน ใจแบบนี้นี่เอง

ก่อนจะไปเกาะต่อไป เราแวะดำน้ำกันก่อนใช้เวลา ประมาณ 30 นาที

มุมยอดฮิต นั่งถ่ายรูปบนหัวเรือค่าาาา แต่ก่อนจะขึ้นหัวเรือต้องถามเจ้าของเรือก่อนนะ เพราะบางคนเค้าถือกันกับการขึ้นไปนั่งบนหัวเรือ (แต่ลำนี้เจ้าของบอกเป็นเรือบริการ ขึ้นได้ค่าาาา)

ไปต่อค่าา เกาะที่ 3 เกาะค้างคาว เกาะที่นี้เหมือนทะเลแวกเลย น้ำทะเลเป็นสองสี ตัดกับหาดทรายที่ขาวมาก แสบตากันทีเดียว

เกาะสุดท้ายของวันนี้ เกาะญี่ปุ่น จะใช้เวลานานที่สุดดด เพื่อเก็บภาพ ดูปะการัง และน้องปลาตัวเล็กๆ

หลังจากที่เราถ่ายรูปเก็บบรรยากาศ เล่นน้ำ เราก็ได้เดินทางกลับไปยังเกาะพยาม เรือเราออกประมาณบ่าย 3 โมง

ขณะรอขึ้นเรือสปีดโบ๊ท เราก็ตั้งกล้องถ่ายภาพซักหน่อย


จบทริปอีก 1 วัน ก็ 4 โมงเย็นแล้ว รีบกลับไปที่พัก เพื่อเตรียมตัวกลับให้ทันเรือสปีดโบ๊ท เที่ยวสุดท้าย 17:30 น. แนะนำว่าให้ซื้อตั๋วไว้เลย จะได้ไม่เสียเวลาค่ะ นั่งเรือมาอีก 30 นาทีก็ถึงท่าเรือ จะมีรถสองแถว ประมาณคนละ 20฿ ค่ะ หรือจะนั่งรถกระบะ เพื่อความรวดเร็วก็ได้ ตกคนละ 70 ฿

มาถึงในเมืองระนอง ก็แวะเดินตลาด ร้านอาหาร ร้านขนม เพื่ิอเติมพลังก่อนกลับ ราคาอาหารในเมืองจะถูกกว่าที่เกาะ กินกันให้เต็มที่เลยค่ะ เดินมาตลาดไม่ไกล 200 เมตรก็ถึงแล้ว

เตรียมตัวขึ้นรถที่บริษัทสมบัติทัวร์ รอบ 20:30 น. เพื่อไปลงสายใต้ ถึง กทม. ช่วงเช้า ตี 4 กว่าๆ ก็แยกย้ายกันกลับบ้านด้วย Taxi ค่ะ

ค่าใช้จ่ายการเดินทางทั้งหมดในทริปนี้ ประมาณคนละ 3,000 ฿ นิดๆ (เน้นกินเป็นหลัก) สำหรับใครจะไปคนเดียว หรือไปเป็นแก๊งค์เพื่อน ก็ต้องพกขาตั้งกล้องไปด้วยนะคะ จะได้เก็บภาพสวยๆ มาแชร์ให้เพื่อนๆ อิจฉากันเล่นๆ เที่ยวทะเลในเมืองไทยกันเยอะๆ ค่ะ ยังมีที่สวยๆ อีกมากมาย ... ไว้ครั้งหน้าไปที่ไหนนั้น จะเก็บภาพมาแบ่งปันอีกค่ะ


" ขอบคุณสำหรับการติดตาม และชื่นชอบในการรีวิว ด้วยนะคะ "

ขอบคุณภาพสวยๆ นะคะ

Photographer : พบรัก คร้าบ
Photographer : chaiwat sanguanrat

Page : WaeaTiewKan
IG : WaeaTiewKan


ความคิดเห็น