Review - One-day Hike/ Haft Summit - Mt Tarakani, New Zealand หรือฟูจิซังของนิวซีแลนด์ รีวิวโดย sayyestrip

สวัสดีค่ะ : ) วันนี้จะพาไปรีวิวการปีนเขา Mt Taranaki ซึ่งตั้งอยู่ใน Egmont National Park เมือง New Plymouth โดยภูเขาลูกนี้จัดเป็นภูเขาที่สูงที่สุดเป็นอันดับที่ 2 บนเกาะเหนือของนิวซีแลนด์เชียว แถมเป็นภูเขาไฟ (ที่หลับแล้ว) ที่ทรงโคนสวยแบบ Perfect จริง ๆ หนึ่งเดียวในนิวซีแลนด์ด้วย หากพูดถึงกิจกรรมท

Review - One-day Hike/ Haft Summit - Mt Tarakani, New Zealand หรือฟูจิซังของนิวซีแลนด์

Review - One-day Hike/ Haft Summit - Mt Tarakani, New Zealand หรือฟูจิซังของนิวซีแลนด์

 วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 เวลา 01.00 น.

 วันที่เดินทาง 10 มิ.ย. 2562

สวัสดีค่ะ : )

วันนี้จะพาไปรีวิวการปีนเขา Mt Taranaki ซึ่งตั้งอยู่ใน Egmont National Park เมือง New Plymouth โดยภูเขาลูกนี้จัดเป็นภูเขาที่สูงที่สุดเป็นอันดับที่ 2 บนเกาะเหนือของนิวซีแลนด์เชียว แถมเป็นภูเขาไฟ (ที่หลับแล้ว) ที่ทรงโคนสวยแบบ Perfect จริง ๆ หนึ่งเดียวในนิวซีแลนด์ด้วย

หากพูดถึงกิจกรรมที่โดดเด่นและทำได้ไม่มีเบื่อในนิวซีแลนด์ก็หนีไม่พ้นงานใกล้ชิดธรรมชาติ โดยเฉพาะการเดิน Track หรือ Trail ชมความสวยงามของธรรมชาติที่มีตั้งแต่หลักสิบนาทีไปจนถึงหลายวัน และกิจกรรมนี้ก็คือ การปีนเขา หรือในภาษาอังกฤษใช้คำว่า Trekking, Hiking หรือ Tramping นั่นเอง ส่วนคำว่า Climbing ก็เจอบ้าง แต่การ Climbing มันจะให้อารมณ์ไต่หน้าผาชัน ๆ ช่วงสั้นมากกว่า ในขณะที่ Trekking, Hiking และ Tramping จะเป็นการเดินเขารวมถึงปีนเขาในบางช่วง ซึ่งมีความยากง่าย, ความชัน, และระยะเวลาที่ใช้แตกต่างกันไปตามสภาพภูมิประเทศ เพราะฉะนั้นการมาเรียนที่นิวซีแลนด์เกือบ 8 เดือนก็ทำให้เราหลงรักกิจกรรมนี้ไปโดยปริยาย ยิ่งมีร้านขายเสื้อผ้าและอุปกรณ์ Hiking มากมายในตัวเมืองก็ยิ่งตื่นเต้นไปกับการเดินทางครั้งใหม่อยู่ตลอด ๆ

จริง ๆ แล้วทริป Mt Taranaki ถือเป็นการ 'ปีนเขา' หรือไต่ระดับที่แท้ทรูของโป้งกับพี่แบมครั้งที่สองเอง เพราะติดใจจากการเดินข้ามเขา 3 ลูกภายในระยะเวลา 1 วัน/ 19.4 กิโลเมตรที่ Tongariro มาก่อน (ดูรีวิวทริป Tongariro ได้ที่นี่เลยค่ะ: https://bit.ly/2JJ7Yuo) ซึ่งไม่นับการเดินแทร็กเล็ก ๆ ที่ไม่เกิน 4 ชม. นะ การเดินสั้น ๆ พวกเราทำกันบ่อยมาก ๆ เพราะในนิวซีแลนด์หรือตัว Auckland ที่อยู่กันมีให้เดินเพียบ งานนี้ด้วยความที่ยังมือใหม่ทำให้ยังเตรียมอุปกรณ์ไม่เป็นและชะล่าใจเรื่องการเดินบนน้ำแข็งใหม่ไปเลย!

ช่วงก่อนเดินทางก็ศึกษาข้อมูลอยู่เยอะเหมือนกัน ได้ความว่าช่วงที่เราแพลนจะเดินทางเป็นช่วงเข้าฤดูหนาวพอดี หิมะระหว่างทางเดินน่าจะมีเยอะขึ้น (ปกติภูเขาลูกนี้จะมีหิมะปกคลุมที่ยอดตลอดทั้งปี แต่ถ้าเดินหน้าร้อนไม่จำเป็นต้องใช้รองเท้าลุยหิมะ) พอลองส่องราคารองเท้าลุยหิมะเล่น ๆ ก็เจออย่างต่ำ $200 ก็เลยกะว่าไปลุยเอาดาบหน้าละกัน เพราะเพื่อนที่ไปมาช่วงหน้าร้อนบอกว่าใส่ผ้าใบธรรมดา ๆ เลย แค่ลื่นนิดหน่อยเอง ส่วนพวกเรามีรองเท้า Hiking อยู่แล้ว ... เลยนึกว่าจะรอด นอกจากหัวใจที่เริ่มหันไปรักการปีนเขาแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งคือ อยากเที่ยวให้ทั่วทั้งนิวซีแลนด์ ทั้งเกาะเหนือและเกาะใต้ก่อนที่จะกลับไทยเลยด้วย บวกกับเพื่อนที่พึ่งไปมาก็บอกว่าสนุกมาก นั่นแหละทำให้ไม่อยากพลาดจริง ๆ

Mt Taranaki ถือเป็นสถานที่แรกของ Road Trip in New Zealand ของพวกเราเลย ตามแผนคือออกจาก Auckland แล้วเที่ยวทั่วเกาะเหนือก่อน หลังจากนั้นไปลุยเกาะใต้ รวมระยะเวลา 21 วัน (ฝากรอติดตามรีวิว Road Trip 21 วันในนิวซีแลนด์ของพวกเราด้วยนะคะ ^^) สำหรับการเที่ยวในนิวซีแลนด์พวกเราจะเช่ารถขับกันอย่างเดียวเลยค่ะ เพราะราคารถยนต์ที่นี่ราคาถูก นั่นทำให้ค่าเช่าต่อวันถูกไปด้วย บางวันเจอดีลดี ๆ ราคาต่ำกว่า $15 ก็มี (ประมาณ 300 บาทไทย) ส่วนประกันก็ไม่แพงค่ะเริ่มต้นที่ประมาณ 250 บาทไทยต่อวันเท่านั้น ในขณะที่รถบัสก็จะค่อนข้างแพงเลย แถมไม่สามารถแวะเที่ยวได้ตามใจอีก เพราะฉะนั้นสายท่องโลกอย่างเราก็ต้องเช่ารถเท่านั้น

พวกเราเริ่มเดิมกันประมาณตอนตี 5 แบบว่ามืดตื๋อมาก ๆ มองอะไรไม่เห็น ต้องอาศัยไฟฉายส่องทางเท่านั้น และเวลานั้นตลอดทางก็ไม่เจอใครเลย แต่ความมืดก็ทำให้เราไม่ค่อยเหนื่อยนะ เพราะไม่เห็นทางชัน ๆ ตรงหน้า 555


พอคุณพระอาทิตย์เริ่มมา (ที่นี่พระอาทิตย์ขึ้นประมาณ 7:30) ก็ได้เวลาถ่ายรูปแล้ว อ้อลืมบอกไปทุกทริปในนิวซีแลนด์พวกเราใช้แค่กล้องมือถือ Huawei P20 Pro และ GoPro 7 เท่านั้นค่ะ ในอนาคตก็อยากสอยกล้องดี ๆ ถ่ายรูปสวย ๆ นะ แต่ติดตรงที่เราเป็นคนพกอะไรเยอะไม่ได้ รุงรังและโอกาสหายสูงมาก TxT ต้องบอกก่อนว่าอากาศในนิวซีแลนด์มีความสวิงสูงและค่อนข้างแปรปรวน ในวันนึงอาจเจอได้ทั้งร้อน (แต่สำหรับเราไม่ร้อนเลย), หนาว, ฝน และแดดจ้า ส่วนวันที่ทำกิจกรรมเอาท์ดอร์แบบนี้ขอแค่ไม่มีฝนก็พอ : ) จังหวะที่พระอาทิตย์เริ่มส่องสว่างก็เจอวิวนี้เลย อลังการมาก ๆ เป็นภูเขาที่สูงใหญ่จริง ๆ (2,797 m)


จากนั้นพวกเราก็ต้องต่อสู้กับการไต่ระดับ ซึ่งจะเป็นทางเดินตรง ๆ แบบเดินขึ้นเรื่อย ๆ และมีความชันพอตัวเลย ในรูปอาจมองเห็นไม่ชัดเท่าไหร่ แต่เวลาหันหลังกลับไปมองมีเสียววาบบ้างแหละ ภูเขาข้างหน้ายังไกลมาก ๆ และเราเริ่มเจอน้ำแข็งตามพื้นดินแล้วววววว ให้กำลังใจตัวเองทันทีและลองเหยียบ ๆ มันไป ก็รู้สึกว่า ''เดินได้น่า ไม่ยาก ๆ (หึ หึ หึ)"


เดินขึ้นมาสักพักก็จะเห็น Hut หรือบ้านพัก Tahurangi Lodge (ค้างคืนได้แต่ต้องจองล่วงหน้า) ไกล ๆ เป็นสัญญาณอันดีว่ามาถึงเกือบครึ่งทางสู่ยอดแล้ว และที่บ้านพักมีห้องน้ำด้วย และน้ำแข็งก็มีมากขึ้นเรื่อย ๆ

และแล้วทางเดินก็ปกคลุมไปด้วยหิมะล้วน ๆ ณ จุดนี้ก่อนถึงบ้านพักยังเป็นหิมะที่เดินได้ง่าย อารมณ์หิมะฟู ๆ เนื้อแป้งที่เราเดินลุย ๆ ได้ ส่วนห้องน้ำบนภูเขาและแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของนิวซีแลนด์ก็จะเบลน ๆ เข้ากับธรรมชาติแบบนี้

ถึงครึ่งทางแล้ววววว แวะเดินสำรวจรอบ ๆ บ้านพักกันหน่อย แต่ไม่ได้ถ่ายรูปภายนอกหรือภายในมาเลย เพราะกลัวเสียงดัง เดี๋ยวคนข้างในจะตื่น มันยังเช้ามาก ๆ อยู่เลยตอนที่พวกเราไปถึง ว่าแล้วก็ออกเดินทางสู่ยอดเขากันต่อ : ) ป้ายบอกทางจากจุดที่พวกเราจอดรถบอกว่า บ้านพัก Tahurangi Lodge อยู่ห่างออกไปแค่ 4 กิโลเท่านั้น แต่เป็น 4 กิโลแบบขึ้นเขานะ และพวกเราก็ใช้เวลาไปกับมันเยอะเลยอ่ะ เกือบ ๆ 3-4 ชม.ได้ ระหว่างทางก็พูดกันตลอดว่า จะพยายามไปให้ถึงยอดกันนะ แต่ถ้ามันเริ่มลื่นก็ต้องหยุด พวกเราต้องคำนึงเรื่องความปลอดภัยกันเอาไว้ก่อน และต้องดูเวลาด้วย เพราะการเดินป่าหรือปีนเขาตอนกลางคืนไม่ใช่เรื่องดีแน่ และช่วงหน้าหนาวของนิวซีแลนด์พระอาทิตย์ตกประมาณ 17:30 น.

สุดท้าย เดินได้อีกนิดเดียวก็ต้องยอมแพ้ เพราะหิมะที่เจอคือแข็งและลื่นมาก ๆ ต้องใช้รองเท้าลุยหิมะเท่านั้นถึงจะรอด ที่จริงช่วงแรก ๆ และยังอยู่ในช่วงปลอดภัย พวกเราก็เดิน ๆ ตามรอยเท้าคนอื่นพอได้อยู่นะ แต่พอจังหวะที่ชันมากขึ้น มันยากมากจริง ๆ ที่จะเดินบนพื้นลื่น ๆ โดยที่ไม่มีอะไรยึดเกาะ ... เอ้อลืมบอกไป ที่จริงการปีน Mt Taranaki ช่วงหลังออกจากบ้านพักแล้ว จะเป็นลักษณะการไต่เดินบันไดไปเรื่อย ๆ แต่วันที่ไปคือหิมะท่วมทางเดินขั้นบันไดหมดแล้ว ซึ่งทำให้หน้าตาของทางเดินเปลี่ยนไปและยากต่อการลุยสุด ๆ แถมบางจุดต้องเดินตัวเอียง ๆ ลำบากเกิ๊น TxT ขาลงช่วงหิมะลื่น ๆ นี่ก็ไม่เบานะ น่ากลัวกว่าขาขึ้นมาก ๆ บางจุดโป้งนอนราบไปกับพื้นเลยแล้วค่อย ๆ ไถตัวลงมา รู้สึกคิดถูกสุด ๆ ที่ไม่ไปต่อ เพราะกว่าจะขึ้นยอด (ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้ หากไม่มีรองเท้าลุยหิมะ) และลงนี่คงปาไป 2 วัน > <" การได้ออกมาทำกิจกรรมแบบนี้กับแฟนก็สนุกดีนะ พวกเราให้กำลังใจกันตลอดทางและเป็นห่วงกันตลอด ไม่มีใครรั้นที่จะไปต่อและแคร์ความปลอดภัยเป็นหลัก ถึงจะรั้นลองเดินบนหิมะดู แต่ก็เป็นช่วงที่ไม่อันตรายใด ๆ เลย พอลงมาถึงจุดที่ปลอดหิมะก็ได้เวลาหยุดพักด้วยการกินแซนด์วิชเพิ่มพลังทำเองให้อิ่ม พอหายเหนื่อยแล้วก็เดินกลับทางเดิมไปที่รถตามระเบียบ : ) แน่นอนว่าวันนี้พวกเราสนุกกับกิจกรรมครึ่งวัน/ครึ่งเขานี้มาก ๆ ถือว่าเรามาเดินเล่นปิคนิคละกันนะ

วิวของ Mt Taranaki จากจุดจอดรถหรือ Visitor Centre North Egmont : ) สวยเหมือนภาพวาดจริง ๆ อ่ะ ... สำหรับ Mt Taranaki มีทางขึ้นหลายทางนะ แต่พวกเราเลือกฝั่ง North Egmont ซึ่งจะเป็น Track ที่เดินง่ายที่สุด ไปถึงยอดคือ 6.3 กิโล (ไปกลับ = 12.6 กิโล) ถ้าแวะถ่ายรูปบ่อย ๆ แบบพวกเราน่าจะต้องใช้เวลา 10 - 12 ชั่วโมงในการเดินเชียว~

V

V

#คะแนน เต็ม 5 (วัดจากจุดจอดรถไป Tahurangi Lodge)
ความสนุก 🌈🌈🌈🌈
ความสวย 🌈🌈🌈
ความยาก 🌈🌈🌈
คิดว่าความมันส์จริง ๆ มันจะเริ่มหลังจากผ่าน Lodge นั่นแหละ เพราะตอนดูคลิปแล้วมันน่าโดนมาก ๆ แต่เพราะรองเท้าเราไม่พร้อม เลยไม่ได้ไปต่อกัน ถ้าได้เดินเต็ม ๆ Track อาจจะได้เต็ม 5 เลยก็ได้!

==================================
🌍🌈🦄#sayyestrip - say YES to the next ADVENTURE!
กดติดตามเพจของพวกเราเอาไว้ เพื่ออัปเดตทริปสนุก ๆ และของกินอร่อย ๆ จากทั่วโลก ในฉบับป่วน, ฮา, น่ารัก และฟรุ้งฟริ้งในบางเวลาได้เลย : )
📍 Facebook: Sayyestrip
💌 Email: [email protected]
📺 Youtube: bit.ly/2JCVDaY








ความคิดเห็น