The Slate Phuket กลิ่นอายเมืองเก่า ตกแต่งชิค ทุกมุมมอง รีวิวโดย MongTravel

ภูเก็ต เป็นสถานที่ที่ผมเดินทางไปท่องเที่ยว บ่อยมากๆ เพราะที่ภูเก็ตตอบโจทย์ของผมได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องที่พัก ที่ท่องเที่ยว หรือความสวยงามของทะเล ภูเก็ต จึงเป็นสถานที่ ที่อยู่ในใจของผมที่คิดจะเลือกมาพักผ่อนในทุกๆปี และในครั้งนี้ ผมก็เลือกที่จะมาที่นี่ เพื่อ ฉลองวันเกิด ของผม เช่นกัน

The Slate Phuket กลิ่นอายเมืองเก่า ตกแต่งชิค ทุกมุมมอง

The Slate Phuket กลิ่นอายเมืองเก่า ตกแต่งชิค ทุกมุมมอง

 วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เวลา 08.37 น.

 วันที่เดินทาง 3 ส.ค. 2562

ภูเก็ต เป็นสถานที่ที่ผมเดินทางไปท่องเที่ยว บ่อยมากๆ

เพราะที่ภูเก็ตตอบโจทย์ของผมได้เป็นอย่างดี

ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องที่พัก ที่ท่องเที่ยว หรือความสวยงามของทะเล

ภูเก็ต จึงเป็นสถานที่ ที่อยู่ในใจของผมที่คิดจะเลือกมาพักผ่อนในทุกๆปี

และในครั้งนี้ ผมก็เลือกที่จะมาที่นี่ เพื่อ ฉลองวันเกิด ของผม เช่นกัน

............................................................................

ในทริปนี้ ผมตั้งใจว่า อยากได้ที่พัก ที่ใช้เวลาเดินทาง

ไม่ไกลมากจากตัวสนามบิน อยู่ติดทะเลนิดๆ และอยากได้แนวการตกแต่ง

แบบเน้น ศิลปะ เก๋ ชิคๆ ที่สำคัญ ยังคงความหรูหรา มีเอกลักษณ์

ผสมผสานกันระหว่างตัวโรงแรม กับวิถีชีวิตของเมืองภูเก็ต

และมีการใช้ ของเก่ามาประยุกต์ ตกแต่ง ได้อย่างลงตัว

และนี่เป็นเหตุผล ที่ผมเลือกที่นี่ " THE SLATE PHUKET "


เราใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 10 นาที


เมื่อผมเดินทางมาถึงที่สนามบิน ภูเก็ต

ทางโรงแรมก็ได้จัดเตรียมรถมารับเรา สะดวกสะบายมากเลยทีเดียว

พอเราขึ้นมาบนรถ สิ่งที่ประทับใจแรกคือ ในรถ มีการเตรียมน้ำดื่ม

พร้อมกับผ้าเย็นกลิ่นตะไคร้ ไว้คอยบริการให้แขกที่เข้าพักได้สดชื่น

เราเดินทางมาถึงก็รีบทำาร Check in ทันที

เพราะตั้งใจจะรีบทำเวลา เพื่อที่

รีบอยากจะถ่ายรูป 555

จุดกึ่งกลางของ Lobby

จะมีศิลปะ ปูนปั้น ตั้งอยู่

ประกอบกับจุด สนใจทางสายตา

นั่นก็คือ โคมไฟ ที่เป็นศิลปะ

มีดวงไฟสีน้ำเงินจากตัวโคม ประกอบกับ

ลายเส้นโค้ง ของช่อโคมไฟ

เสาของโครงหลังคา Lobby มีการตกแต่ง

โดยใช้โลหะสีเข้มแบบฉลุ คลอบคุมเสาทั้งต้น ประกอบตกแต่ง

ด้วยคริสตัล สีน้ำเงิน นี่แหล่ะที่เรียกว่า

Design Hotel

ใกล้ๆกัน จะมีเครื่องปั่นไฟสมัยโบราณตั้งอยู่

โดยมีทีวี ติดตั้งประกอบด้วย

เพื่อแสดงข้อมูลของโรงแรม

แอบบรู้มาว่า เจ้าเครื่องนี้ มีแขกมาขอซื้อในราคา เลข 7 หลักเลยทีเดียว


อีกด้านของ Lobby

จะมีห้องรับรองแขกอีกห้อง

โดยภายในจะมี ศิลปะ ภาพวาด

รวมถึง งานปูนปั้น

วัสดุอุปกรณ์ ตกแต่งผสมผสาน

กันได้อย่างลงตัว

พนักงานนำเครื่องดื่มต้อนรับ

และผ้าเย็น มาให้เรา

เห็นได้ชัดว่าที่นี่เน้น ศิลปะ จริงๆ

โดยในชุดเครื่องดื่มต้อนรับ ยังมีการจัด

ใบไม้กับดอกหน้าวัว พ่นสี

มันวาว วางประกบมาด้วย

ห้องพักที่นี่ แบ่งออกเป็น

  • D-BUK SUITE ขนาด 76 SQM. 42 Suite
  • PEARL BED SUITE. ขนาด 56 - 65 SQM.92 Suite
  • POOL SUITE ขนาด 112 SQM.35 Suite
  • PEARL SHELL SUITES ขนาด 132 SQM.4 Suite
  • PRIVATE POOL VILLA. ขนาด 650 SQM.5 Villa

โดยเราเข้าพักกันที่ห้อง แบบ D-BUK SUITE

ขนาดเป็นห้องเริ่มต้นของที่นี่ ยังมีพื้นที่ใช้สอย มากถึง 76 SQM.

ภานในห้องพัก ใช้วัสดุ อุปรณ์ โลหะและไม้ โทนสีน้ำตาลดำ

ทำให้รู้สึกได้บรรยากาศ เหมือนเหมืองแร่สมัยเก่าตามชื่อของโรงแรม

กลางห้องมีกระจกกลมบานใหญ่

ตกแต่งตาม

"CONCEPT INDUSTRIAL DESIGN"

เตียงนอนขนาดใหญ่ ที่สำคัญนอนสบายมาก

เปรียบเสมือน เตียงดูดวิญญาณ นอนแล้วไม่อยากตื่นเลย 555

โดยอีกมุมจะเป็น Day Bed ขนาดใหญ่

เราสามาถนอนกลิ้งเล่นได้สบายเลยทีเดียว

ภายในห้องพักจะใช้สีในการตกแต่ง

เน้นไปทาง ขาว ดำ น้ำตาล

ทำให้รู้สึกเปรียบเสมือนอยู่ว่า

เราอยู่ในช่วงเวลาสมัยก่อน

ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย ไม่ต้องเร่งรีบกับชีวิต

ด้านนอกตรงระเบียงห้อง มีโซฟา

นั่งพักผ่อนตลอดแนว

โดยส่วนตัวแล้วคิดว่า

ห้องมันจะกว้าง อะไรเบอร์นี้

อีกด้านของห้องมีโต็ะที่มีกระจกบานใหญ่

ที่สามารนั่งทำงาน

หรือใช้แต่งตัว มีโคมไฟแบบย้อนยุคตกแต่ง

อ่างอ่างน้ำกลางห้อง สีเข้ม ขนาดใหญ่

รับรองว่านอนแช่ตัวในน้ำอุ่นสบายแน่นอน


แช่ตัวไปดูวิวนอกห้องไป ฟินสุดๆ

เราแช่ตัวอาบน้ำ สบายใจกันพักใหญ่ ได้เวลา

แต่งตัว เพื่อไปทานมื้อเย็น

ที่ห้องอาหารในโรงแรม

ถ้าใครมาที่ นี้แล้ว

ไม่ได้ลองมาใช้บริการห้องอาหารแห่งนี้

ถือว่าพลาด 1 ในจุด Check in

ของที่นี่เลยน่ะครับ


ห้องอาหารมีชื่อว่า "BLACK GINGER"

นี่คือ บริเวณทางเดินไปยังห้องอาหาร

มีกำแพง อิฐ สร้างขนานทางเดิน

ไปยังซุ้มประตูเรือนไทย

ใช้ปูนปั้น แก่ะสลักเป็นโล่ แบบสมัยโบราณ

แขวน ตกแต่งตลอดแนวกำแพง

รูปแบบของห้องอาหารมีการออกแบบ

เสมือนเรือนไทยที่ ถูกสร้างอยู่เหนือสระน้ำ


เรามาถึงก่อนเวลาเปิดนิดหน่อย เลยใช้เวลา

เดินหามุมถ่ายรูป ไปเรื่อยๆ

รอเวลา ที่ห้องอาหารเปิด

ที่ "BLACK GINGER" จะเปิดให้บริการ

ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 18.30 - 22.30 น.

เสิร์ฟ อาหารแนวไทย ท้องถิ่น รสชาดกลางๆ

แต่ถ้าแขกคนไทยหรือคนชอบรสจัด เราสามารถบอกเพิ่มเติมได้


สำหรับห้องอาหาร จะมีพื้นที่โต๊ะนั่ง ทั้งด้านในที่เป็นห้องแอร์

และด้านนอก สำหรับแขกที่ชื่นชอบ บรรยากาศแบบใกล้ชิดธรรมชาติ

พร้อมทั้งมี BAR สำหรับแขกที่ต้องการจิบเครื่องดื่มทั่วไป รวมทั้งแอลกอฮอร์

เนื่องจากโต๊ะนั่งของผมที่ทำการจองล่วงหน้าไว้

ทางห้องอาหาร เซ็ทไว้ด้านใน

เพราะวันที่ไปมีฝนตกเล็กน้อย

ภายในห้องอาหาร

มีโคมไฟ ทรงสี่เหลี่ยมใหญ่

แขวนเด่นอยู่บนจั่ว

ใช้กระจกสีน้ำเงิน ตกแต่งด้านบน

เป็นการผสมผสานระหว่าง ความหรูหรา

และความเป็นไทย ของตัวโครงสร้าง

ได้อย่างลงตัว มาก

ภาชนะบนโต๊ะอาหาร ยังคงเป็นโทนสีเข้ม

โดยมีดอกบัวจริงใช้การลงสี สีเงิน

วางประดับ ตกแต่ง บนโต๊ะด้วย

สร้างความเป็นเสน่ส์ ของอาหารไทย ได้เป็นอย่างดี

อีกจุดที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน

คือ ทางเดินไปยังห้องน้ำ ของตัวห้องอาหาร

มีการใส่รายละเอียดตกแต่ง ที่ดูพิถีพิถัน สวยงาม

ตามข้อมูลทราบมว่าห้องน้ำแห่งนี้

ใช้ทุนในการสรรสร้าง ราคาสูงพอประมาณเลย

แนวทางเดินไปส่วนของห้องน้ำ

ใช้การตกแต่งเป็นแนวกำแพงโดยใช้อิฐมอญ

มีไฟส่องสว่างแบบโคมฉลุตลอดแนวทางเดิน

ได้บรรยากาศกลิ่นอายเมืองเก่า ย้อนยุค


หน้าทางเข้าห้องน้ำมีชุดโซฟานั่งพัก

มีการใช้กระจกสีประดับเสา ดูหรูหรา

ประกอบกับแสงไฟ สะท้อนแผ่นกระจก ยิ่งสวยงาม

แสงไฟ บวกกับลวดลายปูนปั้น

ตรงทางเข้าหลักของทางไปห้องอาหาร

ทำให้ดูน่าสนใจมาก

เป็นมุม ICONIC เลยก็ว่าได้

ตอนกลับเรามาแว่ะนั่งดื่มกันนิดหน่อย

ที่ "Tongkahtin Syndicate"

สั่งเป็น

เมนู Mojito กับ Frozen Pina Colada

ทั้งสองเมนู อร่อย ผ่าน เลยทีเดียว

ที่นี่ยัง มีโต๊ะ Pool ไว้สำหรับให้แขก

ได้สนุกกันเวลานั่งดื่ม ถือได้ว่า

เป็นมุมกิจกรรมที่ให้ผู้เข้าพักได้เพลิดเพลิน


เรานั่งชิลกันพักใหญ่

ตอนกลับเราเดินผ่าน

บริเณด้านข้างของ Lobby

ในส่วนบริเวณนี้จะเป็น แสดงสินค้า

"Stock Room"

ที่เป็นของที่ใช้ในโรงแรม Amenities ต่างๆ

รวมถึงของตกแต่งอุปกรณ์

เครื่องนอนภายในห้องพัก

รวมข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ

เพื่อให้แขกที่เข้าพักสามารถเลือกซื้อได้

ยามค่ำคืนแสงไฟส่องผ่าน

เสาที่ตกแต่งโลหะแบบฉลุ

สร้างบรรยากาศชวนหลงไหล

ในรูปแบบการตกแต่ของ ที่นี่มากขึ้น

ทางเดินเชื่อมระหว่าง Lobby

ไปยังอาคารห้องพักยังคงมีการตกแต่ง

โดยใช้บานไม้แกะสลักบานใหญ่


เมื่อมาถึงห้องพัก เราเปิดประตูเข้ามา

เราเซอไพรสซ์ กับเค้กวันเกิด

ที่ทางโรงแรมจัดเตรียมมาไว้ในห้อง

รู้สึกประทับใจมาก ที่สำคัญ อร่อยและ ชิ้นใหญ่มาก

เช้าวันใหม่เราตื่นมา ได้ยินเสียงนกร้อง

นอนลืมตาบนที่นอน มองออกไปด้านนอก

รู้สึกว่า

นี่แหละที่เรียกว่า การพักผ่อน

แบบชาร์ตแบตให้ร่างกาย จริงๆ

อาบน้ำ แช่น้ำอุ่น

ไม่มีอะไรสบายไปมากกว่านี้อีกแล้ว

ดื่มกาแฟที่ระเบียงห้อง ลมพัดเย็นๆยามเช้า

เช้านี้ท้องฟ้าครึ้ม

มีลมพัดเบาๆ ยิ่งทำให้เย็นสบาย

เราอาบน้ำแต่งตัวมาทานมื้อเช้า

ส่วนตัวแอบชอบไส้กรอกไก่และหมูของที่นี่

ไลน์อาหาร ถือว่ามีครบ

และค่อนข้างเย่อะทีเดียว

อาจเป็นเพราะที่โรงแรม

มีจำนวนห้องพักค่อนข้างหลายห้อง

หลังจากอิ่มแล้ว

เราเดินสำรวจบรรยากาศรอบๆ

ท้องฟ้าช่วงสายๆ เริ่มมีแดด

เพิ่มขึ้น จากตอนเช้า

ต้นไม้ที่นี่เป็นไม้ขนาดใหญ่ ทรงสูง

ลักษณะไม้เขตร้อน

ปลูกเรียงรายเป็นจำนวนมาก

ทำให้ร่มรื่น ไม่บดบังสายตา

ตรงด้านนี้เราจะเห็นอาคารห้องพัก

เป็นลักษณะอาคาร 3 ชั้น

เป็นในส่วนของห้องแบบ D-BUK SUITE

โซนสระว่ายน้ำ

จะปลูกต้นไม้ทรงสูงตกแต่ง รอบบริเวณสระ

มุมนี้เป็นมุมมหาชนอีกมุม

ที่แขกที่มาพักจะต้องมาเก็บภาพ

มันทันไร ท้องฟ้าครึ้มอีแล้ว 555

สระว่ายน้ำของที่นี่มี ทั้งหมด 3 สระ

  • Family Pool (Pool No.1)
  • Pool No. 2 & Pulley Bar
  • Pool No. 3

แต่ละสระน่าลงไปว่ายน้ำมาก

อดใจไม่ไหวรีบถอดเสื่อผ้าเล่นน้ำทันที 555

หลังจากเล่นน้ำเสร็จเรากลับห้องพัก

ผ่านจุดต่างๆของโรงแรม

สังเกตได้เลยว่า ทุกมุมของที่นี่

มีการตกแต่ง แนวศิลปะ มากมาย

เราสามารถถ่ายรูปได้เกือบทั่วทั้งโรงแรม

สระนี้น่าจะเป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆที่มาพักที่นี้

เพราะเป็นสระแบบ FREE FROM ไล่ระดับ

แบบชายหาด มีระดับน้ำไม่ลึกมาก

ใช้กระเบื้องสีน้ำเงิน

ท่ามกลางสีเขียวของต้นไม้

ประตูโลหะขนาดใหญ่ มีพื้นผิว

แบบการสาน ทำให้เราใช้เป็นแบล็คกราวน์ ถ่ายรูปได้

บรรยากาศตอนเช้าของ "KRATIN RESTURANT"

เช้าวันต่อมาเราอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ

ไปทานมื้อเช้าทันที

เพราะเห็นว่าท้องฟ้าวันนี้เปิด

คงจะต้องรีบทานแล้วไปถ่ายรูปต่อ

เพราะวันนี้เราต้อง CHECK OUT กลับแล้ว

เราไม่ผิดหวังเลย แสงแดด

สะท้อนผืนน้ำในสระ

ประกอบกับท้องฟ้าสดใส สวยมากเลยทีเดี่ยว

เราเดินไปชายหาดบริเวณหน้าโรงแรม

ถ่ายรูปทะเลตอนเช้า ผืนทรายที่ทอดยาว

เช้าๆยังไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว

เลยทำให้ดูสบายตา ผู้คนไม่พลุกพล่าน

ในระหว่างรอ CHECK OUT

เราไม่ปล่อยเวลาว่าง

เดินเข้าไป

หามุมถ่ายรูป อีกเหมือนเดิม

เสียดายเรามีเวลาน้อยไปนิด

ยังมีอีกหลายมุมในโรงแรมนี้

ที่เรายังไม่ได้ไปสำรวจ

ตลอดเวลาที่พักอยู่ที่โรงแรม เราไม่ได้ออกไปนอกตัวโรงแรมเลย เรายังแอบคิดว่า เวลาทำไมน้อยจัง เรายอมรับเลยว่า ที่นี่ชวนให้หลงใหล กับการตกแต่ง Design Hotel ตามแบบฉบับ Avant-Garde ทำให้ชิค ทุกมุมมอง จริงๆ ครับ

สำหรับผม ขอแน่ะนำว่า ถ้ามาพักที่นี่

ควรจะพักซัก 2 คืน กำลังดี

เพราะที่นี่มี กิจกรรม ให้เลือกทำหลายอย่าง

เฉพาะสระว่ายน้ำ ที่นี่ก็มี ถึง 3 สระ

และยังมีมุมภ่ายรูปมากมายหลายมุม

รับรองว่าเพื่อนๆจะไม่เบื่อเลยล่ะครับ


สรุปหลังจากที่ได้เข้าพัก

  • โรงแรม เหมาะสำหรับแขกที่ต้องการมาพักผ่อน ไม่ว่าจะเป็นแบบครอบครัว เพื่อนฝูง หรือ แม้แต่คู่รัก
  • ห้องพัก ประเภท Villa มีขนาดใหญ่ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างครบ
  • อาหารเช้าอร่อย แต่แอบเสียดายที่นั่งทานมื้อเช้า มีแต่แบบ Out Door
  • พนักงานบริการดีมาก ยิ้มแย้มต้อนรับทักทายตลอด
  • ตัวโรงแรม มีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น
  • มีรูปแบบห้องพักหลายประเภทให้เลือก
  • โรงแรมมีการ ออกแบบ ได้อย่างลงตัว ทำให้แขกที่เข้าพัก สามารถมีรูป มุมสวยๆได้เย่อะ

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ สำรองห้องพักได้ที่

https://www.theslatephuket.com

เพื่อเป็นกำลังใจ ให้ผม สามารถ กดติดตาม ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/MongTravel/

IG : cappuccino_prince9

อ่านแล้ว อย่าลืม กด แชร์ ด้วยน่ะครับ

มี รีวิว อีกหลายตัวเลยครับ ที่รอคิวอยู่ แล้วเจอกันใหม่น่ะครับ

Email : [email protected]

ความคิดเห็น