เพราะประแส ไม่ได้มีแต่ทุ่งโปร่งทอง : เที่ยวชุมชนปากน้ำประแส จ.ระยอง 2วัน 1คืน ด้วยงบ 1,000 นิดๆ รีวิวโดย Bliss Out There

ช่วงนี้หลายคนคงเคยเห็นรูปหรือเคยได้ยินชื่อ “ทุ่งโปร่งทอง" กันมาบ้างแล้ว เรียกได้ว่าฮอตฮิตติดชาร์ตเลยค่ะบนโลกอินเตอร์เน็ต แต่พวกนายรู้กันรึเปล่าว่าจริงๆแล้วทุ่งโปร่งทองอยู่ส่วนไหนของระยอง?... วันนี้เราจะพาไปทัวร์ “ชุมชนปากน้ำประแส" ที่ตั้งของทุ่งโปร่งทองและความดีงามอีกมากมายที่พวกนายไม่ควรพลาด… เต

เพราะประแส ไม่ได้มีแต่ทุ่งโปร่งทอง : เที่ยวชุมชนปากน้ำประแส จ.ระยอง 2วัน 1คืน ด้วยงบ 1,000 นิดๆ

เพราะประแส ไม่ได้มีแต่ทุ่งโปร่งทอง : เที่ยวชุมชนปากน้ำประแส จ.ระยอง 2วัน 1คืน ด้วยงบ 1,000 นิดๆ



ช่วงนี้หลายคนคงเคยเห็นรูปหรือเคยได้ยินชื่อ “ทุ่งโปร่งทอง" กันมาบ้างแล้ว เรียกได้ว่าฮอตฮิตติดชาร์ตเลยค่ะบนโลกอินเตอร์เน็ต แต่พวกนายรู้กันรึเปล่าว่าจริงๆแล้วทุ่งโปร่งทองอยู่ส่วนไหนของระยอง?... วันนี้เราจะพาไปทัวร์ “ชุมชนปากน้ำประแส" ที่ตั้งของทุ่งโปร่งทองและความดีงามอีกมากมายที่พวกนายไม่ควรพลาด… เตรียมแบงค์พันให้พร้อม แล้วเราไปลุยกันเลย!

“ชุมชนปากน้ำประแส" ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของ อ.แกลง จ.ระยอง ค่ะ ทริปนี้เราเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวค่ะ จากกรุงเทพฯไปชุมชนปากน้ำประแสใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง หรือจะนั่งรถตู้กรุงเทพฯ-จันทบุรี ก็ขึ้นตรงคิวรถตู้ข้างห้างเซนจูรี่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้เลย ราคา 200 บาท อย่าลืมบอกคนขับว่า “พี่ๆ หนูลงสี่แยกประแสนะคะ" จากนั้นมี 3 ทางเลือกค่ะ คือ 1. เรียกรถมอเตอร์ไซค์เข้าที่พัก 2.เรียกรถพ่วงเข้าที่พัก 3.โทรถามที่พักว่าออกมารับหนูหน่อยได้อ๊ะป่าว



เราพักที่ “บ้านชนะชลโฮมสเตย์" ค่ะ เป็นบ้านไม้หลังใหญ่ อยู่ติดกับแม่น้ำประแส พี่เจ้าของที่นี่บอกว่าบ้านหลังนี้มีอายุ 100กว่าปีแล้ว แต่ก่อนพ่อเขา ก๋งเขาทำประมง ตอนนี้เปิดเป็นโฮมสเตย์ด้วยจะได้ไม่เหงา(แล้วก็ไม่เหงาจริงๆนะเพราะที่พักแกเต็มตลอด) ที่นี่มีห้องพักทั้งหมด 7ห้อง ค่ะ ห้อง 2 คน 1ห้อง ห้อง 4-5 คน 6ห้อง ถ้ามา 1-2 คน เขาคิด 450 บาท / คน / คืน ถ้ามา 3 คนขึ้นไปเขาคิด 400 บาท / คน / คืน ใครอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม ลิงก์นี้ http://banchanachon.com/ หรือถ้าอยากดูโฮมสเตย์อื่นๆก็นี่เลย น่ารักทุกอัน http://www.prasaetour.com/homestay.php



ถึงแล้วววววววววววววววววววว ถ้าในบ้านที่จอดรถไม่พอ ไปจอดในศาลเจ้าฝั่งตรงข้ามก็ได้นะ



และทั้งหมดนี้คือหน้าตาของชนะชลโฮมสเตย์ค่ะ…



ข้อดีของบ้านไม้คือ ไม่ว่าอากาศข้างนอกจะร้อนยังไง เข้าบ้านปุ๊ปเราจะเย็นทันใจโดยไม่ต้องเปิดพัดลม ส่วนห้องน้ำที่นี่เป็นห้องน้ำรวมค่ะ แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องความสะอาดนะ เพราะสะอาดมากกกกกกกกกกกกกกกกก แล้วก็มีจำนวนเพียงพอกับคนที่มาพักแน่นอน คอนเฟิร์ม



สำรวจที่พักเรียบร้อย แพลนต่อไปของพวกเราคือหาข้าวเที่ยงค่ะ! ตอนนี้กระเพาะปั่นป่วนมาก ต้องการอะไรลงไปสยบมันด่วนๆ...


“พี่คะ แถวนี้มีร้านอาหารตามสั่งมั้ยคะ?"

"มีน้อง ออกไปเลี้ยวซ้ายเนี่ย ติดกันเลย ทำไมอ่ะ จะกินข้าวหรอ?"

“จริงๆพวกหนูกินอะไรก็ได้ค่ะตอนนี้"

"พี่มีแกงเขียวหวานลูกชิ้นปลาอ่ะ ทำไว้เมื่อเช้า ลองมั้ยล่ะๆๆๆๆ"

"เอ่ออออออ คืออออออออ จะดีหรอคะ พี่คิดเท่าไหร่ๆ"

"เห้ยไม่คี๊ดดดดดดดดด มันเหลือพอดี มาๆๆๆ ลองๆๆๆ แม่พี่ทำออกรายการครัวคุณต๋อย อร่อยมากพี่พูดจริง"

"ได้ค่ะพี่ๆๆๆๆ"

“อ่า งั้นน้องรอนี่แหละ เดี๋ยวอุ่นมาให้"… ที่พักว่าน่ารักแล้ว เจ้าของน่ารักกว่า (:



อร่อยสมราคาคุยของพี่แกจริงๆค่ะ อร่อยมาก แกงรสกลมกล่อม ลูกชิ้นเนื้อปลาอย่างเดียว ไม่มีแป้งมาเกี่ยวเลย ยิ่งได้วิวติดแม่น้ำประแส ยิ่งอร่อยไปอีกกกกก รีบกินเติมพลัง แล้วเราไปเที่ยวกันดีกว่าๆๆๆ



ถึงเราจะมีรถส่วนตัว แต่วันนี้เราจะเที่ยวด้วยรถพ่วงค่ะ เพราะการนั่งรถพ่วงเที่ยวประแสเป็นซิกเนเจอร์อย่างหนึ่งของที่นี่…พวกนายสามารถหารถพ่วงได้ทั่วชุมชนประแสเลย ราคาขึ้นกับระยะทางและสถานที่ ว่าเราไปเที่ยวที่ไหนบ้าง แต่ละที่อยู่ห่างกันมากน้อยขนาดไหน วันนี้เราเหมาไปสะพานประแสสิน จุดชมวิวหาดแหลมสน อนุสรณ์เรือรบหลวงประแส ทุ่งโปร่งทอง และวัดตะเคียนงาม คุณป้าสุดชิคคิดเรา 350 บาท หาร 2 ก็ตกคนละ 175 บาท เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ทักทายคุณป้า… กระโดดขึ้นรถ… แล้วไปกันเล้ยยยยยยยยยยยยยยย (บนรถนั่นเพื่อนเราเอง สวยป่าวๆๆๆ?)



นี่คือแผนที่เที่ยวชุมชนปากน้ำประแสค่ะ วันนี้พวกเราเลือกไปโซนล่างๆก่อน (ดูในลิงก์นี้ก็ได้น้า http://www.prasaetour.com/about.php)



นั่งรถพ่วงจากที่พักมาประมาณ 7-8 นาที ก็ถึงแล้ว “สะพานประแสสิน"


ถึงฟ้าจะปิด พวกเราก็ยังมองเห็นสีสันของหมู่บ้านชาวประมงชัดแจ๋วเลยยยยย



สถานีต่อไป “จุดชมวิวแหลมสน"… next station Lamson Viewpoint… จากสะพานประแสสินไม่ถึง 10 นาทีก็ถึงจุดชมวิวแหลมสนแล้วคร้าบบบบบบบบบบบบบ บริเวณนี้มีแหลมยื่นลงไปในทะเล มีต้นสนขึ้นเต็มหน้าหาด เขาเลยเรียกที่นี่ว่า “แหลมสน" ค่ะ ฝั่งตรงข้ามเป็นวัดสมมติเทพฐาปนาราม ใครอยากทำบุญ ไหว้พระ เต็มที่เลย แต่อย่าลืมเก็บภาพสวยๆที่จุดชมวิวล่ะ ถ้าใครมีเวลาหน่อย แนะนำสั่งไก่ย่าง ส้มตำ ไปนั่งกินริมหาดเฟี้ยวๆ



มาต่อกันที่ “อนุสรณ์เรือรบหลวงปะแส" จากจุดชมวิวแหลมสนมาที่นี่ ใช้เวลาแค่ 5 นาทีเท่านั้นค่ะ



เรือรบหลวงประแส 412 เคยปฏิบัติการทางยุทธการรวม 32 ครั้ง ค่ะ เรือลำนี้เคยสังกัดกองเรือสหประชาชาติในสงครามเกาหลี ทำหน้าที่ลาดตระเวน ระดมยิงฝั่ง และ ต่อต้านภายคุกคามต่างๆทางทะเลในช่วงที่มีการรุกรานของลัทธิคอมมิวนิสต์ หลังจากปลดระวาง (22 มิ.ย. 2543) เทศบาลตำบลได้ประสานกับกองทัพเรือ และตั้งเรือรบลำนี้ให้เป็นอณุสรณ์ เปิดให้พวกเราเข้าชมได้ฟรี ทุกวัน ตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 6 โมงเย็น ค่ะ



และแล้วก็มาถึงไฮไลท์ของพวกเราในวันนี้ จากอนุสรณ์เรือรบหลวงประแส เดินเข้าทุ่งโปร่งทองตรงนี้ได้เลย…



“ทุ่งโปร่งทอง" เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ มีสะพานไม้ยาว 2.5 กิโลเมตร ไว้ให้พวกเราเดินชมธรรมชาติ และป่าชายเลนของปากน้ำประแส ค่ะ บอกเลยว่าโลเคชั่นดีมาก มาวันเดียวมีรูปลงอีกครึ่งปี5555555555 แต่จะโพสต์จะอะไรก็ระวังกันนิดนึง เพราะสะพานไม้เขาไม่มีอะไรกั้นนะ ตกลงไปเจองูน้ำนี่รู้เรื่องแน่นอน… ที่นี่เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 6 โมงเช้า ถึง 6โมงเย็น ค่ะ ไม่มีค่าเข้าชมใดๆ ใครอยากเห็นทุ่งเป็นสีเขียวให้มาตอนเช้า ใครอยากเห็นทุ่งเป็นสีทองให้มาตอนเย็น แต่ไม่ว่าจะมาเช้าหรือเย็น อย่าลืมรักษาความสะอาดกันด้วยน้า สัญญาก่อนๆๆๆๆ



ยัง… ยังไม่หมด



สะพานกลางน้ำนี่ไม่ถ่ายไม่ได้ค่ะ… งาน kinfolk ต้องมา



เดินต่อไปอีกหน่อยก็จะเจอเจ้าต้นไม้ยักษ์ต้นนี้…



ต่อไปเป็นป่าไผ่ที่จังหวัดโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น… ผิด… แต่เหมือนอยู่นะ



ปิดท้ายด้วยจุดชมวิวที่พวกนายสามารถถ่ายรูปกับต้นโปรงได้ 360 องศา แนะนำให้ไปวันธรรมดาค่ะ เพราะเสาร์-อาทิตย์คนเยอะ กว่าจะได้รูปที่ไม่ติดคนนี่รอแล้วรออีก ใครอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทุ่งโปร่งทอง ลิงก์นี้เลยค่ะ http://bit.ly/1QoSVEp



ออกจากทุ่งโปร่งทอง เราไปกราบไหว้ต้นตะเคียนอายุกว่า 500 ปี ที่ “วัดตะเคียนงาม" แล้วกลับไปนอนตีพุงรอมื้อเย็นที่บ้านชนะชลกันค่ะ



Say good bye to พระอาทิตย์ และ Say hello to ซีฟู้ดดดดดดดดดดดดดดดดด กว่าจะได้กินข้าวก็ทุ่มนึงพอดี วันนี้แขกพี่เขาเยอะ ต้องเข้าใจๆๆๆๆ เออ ลืมบอกไป ถ้าใครจะกินข้าวเย็นที่นี่ต้องเสียตังค์เพิ่มคนละ 400 บาท นะ บอกเลยว่าตอนแรกเห็นกับข้าว 4 อย่างแอบน้อยใจ เสียเพิ่มตั้ง 400 ทำไมได้แค่นี้ ปรากฏกับข้าวมาเรื่อยๆค่ะ จนสุดท้าย 2 คน ได้กับข้าว 8 อย่าง ข้าว 1 โถ ผลไม้ 1 จานใหญ่ และเติมน้ำไม่อั้น… ตกลงนี่บ้านชนะชลหรือบาบีคิวพลาซ่ารีฟีลปีที่ 4…



ม้อนี่งงงงงงงงงงงงงงงงงง ยังอิ่มมื้อเย็นอยู่เลย ต้องตื่นมากินมื้อเช้าซะแล้ว… อาหารเช้าวันนี้ได้แก่ปาท่องโก๋ และ ข้าวต้มปลากับหอยนางรมค่ะ ปลาเป็นปลา หอยเป็นหอย อร่อยเหมือนเดิม ที่สำคัญเขาต้มใหม่ทุกชามนะ ใส่ใจคนที่มาพักขนาดไหนอ่ะคิดดู!

กินเสร็จ คว้าจักรยานฟรีของที่พัก แล้วเราไปลุยกันเลย



กิจกรรมแรกของวันนี้ คือ เดินเล่นตลาดเช้าของชุมชนปากน้ำประแสค่ะ จริงๆจากบ้านชนะชลปั่นจักรยานไป 5 นาทีก็ถึงตลาดแล้ว


แต่ด้วยความที่เราแวะถ่ายรูปบ้านเรือนตามทาง เลยช้ากว่าชาวบ้านเขาหน่อย ไม่โกรธกันนะไม่โกรธกัน



ถึงตลาดแล้วจ้า… เขาก็ขายของสด ของคาว ขนมหวาน เหมือนตลาดสดปกตินี่แหละ แต่สิ่งที่เข้าตาเราคือความน่ารักและเป็นกันเองของพ่อค้าแม่ค้าชาวประแส ไม่ว่าเราจะซื้ออะไร ขอถ่ายรูปอะไร คนที่นี่ก็จะทักทาย ชวนคุย เช่น มากี่วันแล้วหนู พักโฮมสเตย์ไหนอ่ะลูก ไปเที่ยวนู่นมายัง ไปเที่ยวนี่มายัง นึกแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้ค่ะ (:



สิ่งนี้คือ “จันลอน" อาหารยอดฮิตของชาวเลค่ะ รสชาติจะคล้ายทอดมัน ต่างกันตรงที่เขาเอามาย่าง


เห็นคนต่อคิวซื้อกันเยอะแยะ เลยโดนไปไม้หนึ่ง… 10 บาท แลกกับการได้ขึ้นสวรรค์….



จากตลาดเลยขึ้นไปจะเป็น “ถนนบ้านเก่าริมน้ำ" ค่ะ บอกเลยว่าตรงนี้ปั่นจักรยานเพลินมากกกกก มีโมบายน่ารักๆห้อยอยู่ตลอดถนน สองข้างทางเป็นบ้านเรือน ร้านค้า ที่ยังคงความเก่าไว้เป็นอย่างดี และมันเป็นความเก่าที่สะอาด น่าอยู่อ่ะ ไม่รู้สึกว่าอยากเปลี่ยนอะไรในถนนนี้เลย พอๆๆๆ ไม่พูดละ ไปดูกันเองดีกว่าเนอะ…



เรายืนด้อมๆมองๆอยู่ตรงประตูนี้สักพักก็มีคุณป้าเดินมาบอกว่า


“เข้าไปสิหนู เข้าไปดูได้เลย ข้างในเขาเลี้ยงปลากระพงกัน"… รอไรล่ะครับ…เข้าสิ555555555



เข้าไปเขาก็กำลังให้อาหารปลากันอยู่พอดี แล้วก็เหมือนเดิม คุณลุงถามเราว่ามาเที่ยวกี่วันแล้ว นอนที่ไหน สนุกรึเปล่า…


จะน่ารักอะไรเบอร์นั้นอ่ะคนที่นี่ <3



มาต่อกันที่ “ร้านเค้กครูเบญจา" ร้านขนมในตำนานของชุมชนปากน้ำประแสค่ะ แต่ละวันครูเบญจาจะทำขนมไม่เหมือนกัน ไม่มีเมนูประจำ ทำตามอารมณ์ล้วนๆ แต่พี่ที่บ้านชนะชลเขาก็บอกอร่อยทุกอย่าง ยังไม่เคยซื้ออะไรแล้วไม่อร่อย วันนี้เลยขอชิมเค้กรสเผือกในราคา 70 บาท ค่ะ อร่อยมั้ยมันก็อร่อยแหละ แต่กินไม่หมดเลย… เยอะ



ภารกิจสุดท้าย คือการเอาจักรยานไปคืนที่บ้านชนะชล… check out… แล้วขับรถไปที่ “บ้านชาใบขลู่" ค่ะ



กลุ่มวิสาหกิจชุมชนประแสนำส่วนของใบขลู่มาผ่านขั้นตอนต่างๆ จนได้เป็นเครื่องดื่มสมุนไพร “ชาใบขลู่" ที่นอกจากจะช่วยบรรเทาโรคเบาหวาน ไขมันในเส้นเลือด และช่วยขับปัสสาวะ ยังหอมมมมมมมมม อร่อย ดื่มง่าย (ง่ายจริง ไปไม่ถึง 10 นาที นี่โดนไป 3 แก้ว) กลายเป็นสินค้า OTOP ที่สร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชนค่ะ ใครมาเที่ยวประแสแล้วไม่แวะชิมชาใบขลู่นี่ถือว่ามาไม่ถึงนะ



คุณป้าที่ดูแลที่นี่ อธิบายขั้นตอนการทำชาใบขลู่ให้เราฟังคร่าวๆว่า… “เก็บ เลือก ล้าง นึ่ง อบ คั่ว อบ ปั่น ใส่ซอง ติดสติ๊กเกอร์" 55555555555555 ล้อเล่นๆๆ ป้าเขาอธิบายยาวกว่านี้ อันนี้คือย่อให้ฟัง เห็นมั้ยว่าเขาต้องอบ 2 รอบ รอบแรกในตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์ รอบที่สองในหม้ออบความร้อน รูปที่เอามาฝากนี่เป็นแค่ทีเซอร์นะ ใครอยากมาดูขั้นตอนแบบเต็มๆต้องมาดูเองที่บ้านชาใบขลู่ค่ะ (:



นี่ตอนคุณป้าคัดเลือกใบชาที่แก่ และสมบูรณ์



อันนี้ตอนคุณยายคั่วใบชาในกระทะอะลูมิเนียม



คั่วแล้วก็ต้องนำมาอบในหม้อแบบนี้ค่ะ



พร้อมจะเอาไปใส่กล่อง ใส่ถุง มาจำหน่ายแล้ววววววววววววว หอมมาก!



แต่น แตน แต้นนนนนนนนนนนนนนนนนนนน



เสร็จสิ้นทุกภารกิจที่ชุมชนปากน้ำประแส จ.ระยอง ค่ะ! บอกแล้วว่าประแส ไม่ได้มีแต่ทุ่งโปร่งทอง ยังมีอะไรให้ทำอีกเยอะ เช่น ไหว้ศาลกรมหลวงชุมพรฯ ให้อาหารเต่าทะเลที่เกาะมันใน นี่เราก็ยังทำไม่หมดนะ ไว้มีโอกาสจะกลับไปอีก หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์ให้ใครหลายๆคนที่เล็งประแสอยู่ หรือใครที่ไม่ได้เล็งก็หวังว่ารีวิวนี้จะเปลี่ยนใจพวกนายได้ แล้วคราวหน้าเราจะพาไปเที่ยวไหน ติดตามได้ใน http://blissoutthere.com/ และ https://www.facebook.com/BlissOutThere ขอปิดท้ายรีวิวนี้ด้วยค่าใช้จ่ายที่จำเป็น(ไม่รวมค่าน้ำมัน) ค่ะ



1. ค่าที่พัก 450 บาท / คน / คืน (รวมอาหารเช้า)

2. ค่าอาหารเย็น 400 บาท / คน + จันลอน 10 บาท + เค้กรสเผือก 35 บาท = 445 บาท

3. ค่ารถพ่วง 350 บาท / 2 คน = 175 บาท

** รวม 1,070 บาท**



ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนกันนะคะ <3

ความคิดเห็น