ตลาดเก่าหัวตะเข้ เดินทางง่ายแม้ไม่มีรถส่วนตัว รีวิวโดย Whereyorgo

ชุมชนเก่าหัวตะเข้ ชุมชนเก่าแก่ริมคลองอายุกว่าร้อยปีย่านลาดกระบัง ยังคงมนต์เสน่ห์ของอาคารไม้ มุงหลังคาด้วยสังกะสี กลิ่นอายของบรรยากาศเก่าๆ ยังหลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบัน วันหยุดสุดสัปดาห์ทั้งที เราก็ไม่พลาดที่จะไปเที่ยวชมบ้านริมคลองสักหน่อย ไปเดินชิลๆ หาของกินอร่อยๆ แม้ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว ก็เดินทาง

ตลาดเก่าหัวตะเข้ เดินทางง่ายแม้ไม่มีรถส่วนตัว

ตลาดเก่าหัวตะเข้ เดินทางง่ายแม้ไม่มีรถส่วนตัว

 วันศุกร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2562 เวลา 17.50 น.

 วันที่เดินทาง 1 ก.ย. 2562

ชุมชนเก่าหัวตะเข้ ชุมชนเก่าแก่ริมคลองอายุกว่าร้อยปีย่านลาดกระบัง ยังคงมนต์เสน่ห์ของอาคารไม้ มุงหลังคาด้วยสังกะสี กลิ่นอายของบรรยากาศเก่าๆ ยังหลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบัน

วันหยุดสุดสัปดาห์ทั้งที เราก็ไม่พลาดที่จะไปเที่ยวชมบ้านริมคลองสักหน่อย ไปเดินชิลๆ หาของกินอร่อยๆ แม้ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว ก็เดินทางไปได้อย่างสะดวกสบาย


เราเริ่มต้นที่ Airport Rail Link มักกะสัน เพื่อไปที่สถานีลาดกระบัง ค่าตั๋วราคา 30 บาท


ถึงลาดกระบัง ก็เดินมาที่ด้านหน้าสถานี เพื่อมาขึ้นรถสองแถวสาย 333 ค่ารถ 8 บาท



นั่งรถสองแถวมาลงที่ซอยลาดกระบัง 17 หรือตลาดสดอุดมผล จากนั้นก็เดินเข้ามาเรื่อยๆ จะเจอกับป้ายตลาดเก่าหัวตะเข้


ตลาดเก่าหัวตะเข้ เป็นตลาดเล็กๆ มีร้านอาหาร, คาเฟ่, ร้านกาแฟ และแหล่งข้อมูลความรู้ชุมชน ให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาแวะเวียน, เยี่ยมชม ร้านค้าและผู้คนอาจจะไม่พลุกพล่านมาก แต่สัมผัสได้ถึงความสงบและเสน่ห์ของชุมชนริมน้ำ



มาถึงก็เริ่มหิว เรามาที่ร้านอาหารตามสั่ง สั่งผัดไทยกับทะเลทอด หน้าตาดี คุณภาพดี และราคาดี จานละ 40 บาทเท่านั้น ผัดไทยผัดแบบแฉะๆหน่อย กุ้งตัวใหญ่ ส่วนทะเลทอด ใส่กุ้ง,หมึก, หอย วัตถุดิบสดดี นั่งกินไปก็รับลมริมคลองไปด้วย ชิลสุดๆ



จากนั้นก็มาต่อกันที่ร้าน สี่แยกหัวตะเข้ Cafe & Guesthouse วันเสาร์-อาทิตย์ร้านนี้เป็นร้านที่ฮอตฮิตสุด โต๊ะเต็ม ยืนรอคิวสักพักถึงได้โต๊ะ



ที่ร้านมีอาหารให้เลือกหลากหลาย ทั้งเมนูข้าว, เมนูเส้น, ของทานเล่น, ขนมหวาน และเครื่องดื่ม เราก็จัดมาเบาๆ คือมาม่าทะเลต้มยำน้ำข้น, ปังปิ้งเนยนม, ไวท์มอลต์เย็นและโกโก้เย็น

มาม่าทะเลฯ ใส่กุ้ง,หมึก, คะน้า, เห็ด และไข่ เส้นมาม่าต้มมาแบบเหนียวนุ่ม เส้นไม่แข็ง แต่น้ำซุปเค็มไปหน่อย

ปังปิ้งเนยนม ปิ้งมาพอดี ตรงขอบกรอบๆ ข้างในนุ่มๆ ทาเนยทั่วแผ่นและนมไม่แฉะเกินไป

ส่วนไวท์มอลต์นี้ชนะใจเรา หอมกลิ่นนม, กลิ่นมอลต์ หวานกำลังดี ดื่มแล้วสดชื่นมาก และชอบที่ทางร้านใช้หลอดกระดาษด้วย

ระหว่างทานก็นั่งมองบรรยากาศในร้านบ้าง นอกร้านบ้าง สบายตาดี


หลังจากทานเสร็จ ก็เดินเล่น เดินย่อยกันต่อ ใกล้ๆ ร้านสี่แยกฯ มีสะพานไม้ที่นักท่องเที่ยวชอบมาถ่ายรูปกัน ขึ้นมาบนสะพานก็จะได้เห็นวิวบ้านเรือนโบราณริมคลอง ในบรรยากาศที่เงียบสงบ ถ้าข้ามสะพานแล้วเดินไปอีกนิด ก็มีภาพกราฟฟิตี้ให้ได้ถ่ายรูปด้วย (ภาพไม่เยอะมากและบางภาพสีเริ่มจางแล้ว)


กลับเข้ามาในตัวตลาด มีร้านกาแฟ, ร้านขนมและไอศครีมโฮมเมดด้วย แต่เรายังอิ่มอยู่ เลยเดินเล่น, ถ่ายรูป ซึบซับบรรยากาศเก่าๆ คลาสสิคๆ ต่อ


ขากลับเราเลือกกลับโดยรถไฟ โดยไปขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟหัวตะเข้ ระหว่างเดินไปสถานีว่าจะแวะไปดูภาพกราฟฟิตี้แถววิทยาลัยช่างศิลปก่อน พอเดินไปถึงฝนตกปรอยๆ ดูจากท้องฟ้าแล้วฝนน่าจะตกหนักขึ้นเรื่อยๆ เลยรีบเดินไปที่สถานีรถไฟ และอดถ่ายรูปไปตามระเบียบ

มาถึงสถานีรถไฟหัวตะเข้ ก็ซื้อตั๋วกลับ ค่าตั๋วคนละ 7 บาท รถไฟมาจากฉะเชิงเทรา จะออกเวลา 17.06 น.



ใครที่กำลังหาที่เที่ยว หรือที่นั่งอ่านหนังสือ นั่งทำงาน ในบรรยากาศชิลๆ ลมเย็น สบายๆ ที่ตลาดหัวตะเข้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ แม้จะเป็นตลาดเล็กๆ แต่ไม่จอแจและไม่วุ่นวายมากนัก การเดินทางสะดวกทั้งรถยนต์ส่วนตัวและรถสาธารณะ ราคาอาหาร/เครื่องดื่มก็ไม่แพงอีกด้วย

สรุปค่าใช้จ่าย (ต่อคน)

  • Airport Link 30 บาท
  • รถสองแถว 8 บาท
  • ผัดไทย-ทะเลทอด 40 บาท
  • สี่แยกหัวตะเข้ 75 บาท
  • รถไฟกลับ 7 บาท

รวม 160 บาท/คน


ดูแบบวีดิโอ


ขอบคุณทุกๆ ท่านที่ติดตาม หากผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ เรายินดีน้อมรับทุกคำติชมค่ะ

Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCQp0F4w1Ba0ysQ3J9...

Twitter: https://twitter.com/whereyorgo


ความคิดเห็น